170927 พระพุทธเจ้าเปิดโลก-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
การสนทนาทำฝากเนื่องในวันออกพรรษาเมื่อปีพุทธศักราช 2517 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ณธรรมสถานแดนอโศกญาติโยมทุกคนอาตมาไม่ได้อยู่เพราะว่าต้องไปทำธุระที่กรุงเทพฯเพราะฉะนั้นก็วันนี้วันพระมาทำบุญกันก็ดีมีพระอยู่ที่นี่มีที่นี่เราได้ทำบุญกันทั้งเคยแม้อาตมาจะไม่อยู่ก็ได้ทำบุญเหมือนกันไม่มีผิดอะไรอาตมาก็เลยอัดเสียงเอาไว้จะได้ฟังเสียงคุยกันบ้างเอามังกรจะออกพรรษาหรือ ออกพรรษานี้ก็จะอยากจะพูดเล่าเรื่องกันถึงเรื่องออกพรรษามีเรื่องที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วก็อยากจะขยายให้ฟังให้เข้าใจเพิ่มขึ้นบ้างว่าเป็นยังไงอะไรกันให้มันเข้าพรรษาทุกคนก็รู้ว่าพระจะต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือนที่ไปที่มาผิดรายนี้ก็เคยเล่าให้ฟังว่าอยู่จำพรรษากับพ่อมีเหตุว่าพระที่จริงไม่ได้ประจำอยู่ที่ไหนแน่นอนจำอยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่ที่นี่ประจำวัดนี้ไม่มีในสมัยพระพุทธเจ้าเพราะว่าเราถึงบ้านถึงช่องแล้วเราไม่ต้องไปจำที่โน่นที่นี่อะไรแน่นอนนักไปโปรดที่ไหนอยู่ได้ก็ไปใครจะให้ที่ตรงนี้เป็นวัดเป็นว่าเป็นอารามเป็นที่จะให้พระให้ทรงพระเจริญขอมา วอนให้อยู่เพื่อเราจะได้เข้ามาทำบุญด้วยจะได้มาฟังธรรมจะได้มารับสิ่งที่ดีไปประพฤติปฏิบัตินั้นก็เป็นการดีเพราะฉะนั้นใครทำวัตรไว้ใครสร้างวัดไว้ให้พระให้ส่งมาแวะมาพักเราก็จะได้ประโยชน์จากพระจากสงฆ์ทีนี้พระสมัยพระพุทธเจ้านั้นเดินไปมาก็พอถึงหน้าฝนที่เขาทำนาทำไร่กันแม่ฝนตกก็พระก็เป็นเดินบุกตะลุยอะไรๆไปคนก็ไปถูกข้าวกะเขาอะไรก็หักเขาบ้างเขาก็ไม่ชอบใจก็มาฟ้องพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็เลยบอกก็ดีเหมือนกันหน้าฝนมันเฉอะแฉะนักมันเดือดร้อนนักปฏิบัติตัวเองไปก็ลำบากเพราะฉะนั้นก็ให้ปักหลักอยู่ได้สัก 3 เดือนในระยะชวนมาฝนก็ให้พัก ดูเรียกว่าจำพรรษาแล้วก็จะจำพรรษาหรือว่าจะจำอยู่ไม่ไปไหนสัก 3 เดือนอยู่กันที่นี่แหละว่างั้นล่ะนี่เ
อ่านต่อ
ป็นเรื่องที่มาที่ไปของเรื่องการจำพรรษาก็จึงได้มีธรรมเนียม 3 เดือนนั้นก็อยู่ประจำที่กันซะก่อนทีนี้เมื่อจำพรรษาแล้วมาบอกถึงเวลาก็ออกพรรษากันทีนี้ใครจะไปทำประโยชน์ที่ไหนอะไรก็ได้ก็ไปกันตามธรรมเนียมตามเคยไม่ต้องอยู่ในจังหวะนั้นแหละแล้วขาดสาขาอะไรเขาก็ไม่มีอะไรแล้วใหญ่โตไปหมดแล้วไม่ต้องไปเดือดร้อนก็ทำประโยชน์ต่อไปแสวงหาโปรดสัตว์ด้วยตัวเองก็ใฝ่หาธรรมะทีนี้ก่อนจะไปกันเนี่ยก็มาไม่มีประเพณีอะไรกันเข้าพรรษาแล้วก็มีการตักบาตร ดึงทำอะไรตราพระพุทธเจ้าไปเทศน์โปรดสอนมารดาแล้วก็ลงมาจากดาวดึงส์เมื่อลงมาจากดาวดึงส์แล้วเสร็จก็เปิดโลก 3 โลกให้เห็นถึงการอะไรพวกนี้เป็นเรื่องราวเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องบุคลากรที่ฐานเราเป็นตัวเป็นตนเป็นเหมือนก็ยังมีเทวดาเมื่อยังก็มีเมืองสวรรค์เมืองนรกเปิดทะลุถึงกันอะไรต่อใดเป็นฉากฉากฉากไปทีเดียวซึ่งโดยความจริงนั้นเป็นเรื่องธรรมะทั้งสิ้นท่านเรียกว่าธรรมาธิการธรรมะหรือธรรมดาที่ฐานนั้นไม่ได้มีรูปร่างอย่างที่เล่ากันมาร้องว่าเป็นฉากเมืองนรกเจอเมืองสวรรค์เมืองสวรรค์เจอเมืองมนุษย์อะไรนั่นไม่ใช่อย่างนั้นโดยความจริงแล้วต้องฟังให้ออกว่าสวรรค์นั้นคือจิตใจสวรรค์นั่นคือจิตมีความรู้สึกอย่างหนึ่งนรก มีความรู้สึกอย่างนึงมนุษย์ก็มีจิตเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าเนี่ยถ้าพูดถึงบุคลาธิษฐานก็เป็นตัวบุคคลเหมือนพระสมณโคดมเทียบเหมือนกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ถ้าเป็นธรรมะที่แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าก็หมายความว่าธรรมะที่ได้บรรลุธรรมะที่ได้เห็นแจ้งเป็นสภาพตรัสรู้เป็นเจ้าภาพที่พ้นเป็นสภาพที่มีความรู้รอบทั่วทั่วทิศใดที่รู้รอบถ้วนทั่วรู้แจ้งในสวรรค์รู้แจ้งในนรกรู้แจ้งในเมืองมนุษย์ทะลุถึงกันเมื่อได้รับฟังเพลงก็ดีหรือเมื่อได้พยายามรับอบรมจากพระพุทธเจ้าที่ ที่ใดถ่ายทอดแล้วทำให้แก่เราแล้วเราก็เอาพระธรรมพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติพระพุทธจนกระทั่งเราเกิดเป็นพุทธะหรือเราเกิดเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงเป็นการตรัสรู้เราบรรลุธรรมในพูดง่ายๆเพราะเราได้บรรลุธรรมก็เท่ากับเราเปิดโลกสว่างแก่เหมือนอย่างกับเดินลงมาจากดาวดึงเลยทีเดียวแล้วก็เปิดโลกสว่างแจ้งรู้สวรรค์ชัดรู้นรกชัดรู้เมืองมนุษย์ชัดหรืออยู่เมืองกลางๆเมืองมนุษย์คือมนุษย์ต่างๆเป็นผู้ที่มีจิตใจสูงมนุษย์หมายความว่าผู้มีจิตใจสูงรู้สวรรค์รู้นรกแล้วก็ไม่หลงนรกไม่หลงสวรรค์ไม่ลงนรกไม่ติดสวรรค์เห็นนรกเห็นสวรรค์ชัดนี่เรียกว่าจิตมันทะลุทะลวงรู้ชัดในจิตแบบเดียวนั่นแหละจิตอันเดียวรู้ได้หมด โดยทั่วทั้งสวรรค์ทั่วทั้งโลกทั่วทั้งเมืองมนุษย์โดยธรรมดาและผู้ใดไปอยู่สวรรค์ก็ไม่ได้มามาโลกนรกผู้ใดอยู่ตกอยู่ในนรกก็ไม่ได้ขึ้นสวรรค์พระผู้ใดอยู่เมืองมนุษย์ก็ไม่เห็นนรกไม่เห็นสวรรค์มันปิดกันหมดแต่ผู้ใดตายสว่างแล้วก็แมวหมายความว่าแทงทะลุลอกแทงทะลุแจ้งแทงทะลุหมดเมืองสวรรค์เมืองนรกเมืองมนุษย์รู้กันแกล้งเลยนี่เรียกว่าเหมือนพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ลงมาเปิดโลกที่จริงก็คือจิตเราเองนั่นแหละเปิดสว่างไม่คิดถึงพุทธะเมื่อจิตสว่างแจ้งแล้วตรัสรู้แล้วมันก็จะเห็นสวรรค์เห็นนรกเห็นเมืองมนุษย์กันทีเดียวมีแต่ว่าพระพุทธเจ้าเมื่อได้สั่งสอนอย่างละเอียดละออจนถึงขั้นอภิธรรมเกิดอภิธรรมเกิดธรรมะขั้นสูง เกิดรู้แจ้งเกิดมีวิมุตมีญาณวิมุตติญาณทัสสนะวิมุตหมายความว่ามีปัญญารู้รอบในการหลุดพ้นแล้วก็เห็นทุกข์เห็นสุขวางทุกข์วางสุขอะไรได้จริงอย่างนั้นเรียกว่าพระพุทธเจ้าโปรดอยากถึงอภิธรรมและก็บรรลุหลุดพ้นเหมือนกับเปิดโลกแจ้งทะลุทั้งหมดนั่นก็เป็นการบรรลุพระพุทธเจ้าลงจากดาวดึงส์กล่าวกันว่าอย่างนั้นแท้จริงไม่ได้ลงไม่ได้ขึ้นไปไหนหรอกเราก็มีธรรมเนียมตักบาตรดาวดึงส์กันใส่บาตรแก่พระแก่สงฆ์ถ้าได้ใส่บาตรแก่ผู้บรรลุเลยก็ยิ่งได้บุญได้กุศลใหญ่ก็จริงเพราะว่าถ้าเราได้ใส่บาตรได้ทำบุญกับพระผู้บริสุทธิ์ผู้เป็นโสดาบันก็ดีทำบุญกับพระโสดาบัน ครั้งก่อนดีกว่าไปทำบุญกับเปิดโรงทานมากมายก่ายกองหรือทำที่จะทานธรรมดาถ้าได้ทำบุญกับพระสกิทาคามี 1 ครั้งก็ได้บุญเท่ากระทำกับพระโสดาบันร้อยครั้งมันดีถึงอย่างนั้นถ้าทำบุญกับพระอนาคามี 1 ครั้งก็ได้ยิ่งกว่าได้ทำบุญกับพระสังฆทานมี 100 ครั้งถ้าได้ทำบุญกับพระอรหันต์ 1 ครั้งก็ยิ่งกว่าได้ทำบุญกับพระอนาคามี 1 ครั้งถ้าได้ทำบุญกับพระปัจเจกพระพุทธเจ้า 1 ครั้งได้ยิ่งกว่าได้ทำบุญกับพระอรหันต์ 100 ครั้งอย่างนี้เป็นต้นซื้อได้ทำบุญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้งก็ยิ่งได้ทำบุญกับพระปัจจัยกับพระพุทธเจ้า 100 ครั้งอย่างนี้ก็สูงขึ้นไปเป็น ก็จริงแล้วถ้าใครได้ทำบุญทำทานได้ทำบุญกับพระผู้ที่บรรลุหรือผู้ที่มีพุทธะผู้ที่จะเกิดปัญญาตรัสรู้มันก็ได้บุญกุศลสูงที่เดียวเหมือนกับเรามาทำบุญตักบาตรดาวดึงส์เหมือนกับพระที่ได้บรรลุแล้วลงมาจากดาวดึงส์ได้ฟังธรรมมันสูงสุดมีเทวดาหรือมีจิตสูงขึ้นเทวดาหมายคำว่าจิตสูงขึ้นเทวดานี่มีจิตสูงขึ้นเพราะฉะนั้นผู้ที่ได้ทำบุญตักบาตรกับผู้ที่มาลงมาจากดาวดึงส์หรือพระพุทธที่ลงมาเนี่ยจึงได้บุญจึงเกิดธรรมเนียมเกิดประเพณีว่าชักชวนกันมาทำบุญเมื่อพระได้อบรมทำได้ปรึกษาหารือได้เร็วเรียนได้ฝึกหัดฝึกปรือกันในระยะ 3 เดือนนี้ พระเมืองก็ได้ฟังธรรมถ้าอยู่กับพระพุทธเจ้าใครจะได้ฟังธรรมกับพระพุทธเจ้าตั้ง 3 เดือนนี้มันก็ต้องมีผู้บรรลุละเพราะฉะนั้นก็มาพากันมาตักบาตรกันที่วันนั้นจึงเรียกว่าตักบาตรเทโวพูดกันง่ายๆตักบาตรเทโวในวันออกพรรษาคือวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ก็ได้ตักบาตรเทโวกันเทโวก็คือเทวะนั่นแหละเทวาเทวดาตักบาตรแบบมาจากตักบาตรที่มาลงพระพุทธเจ้าลงมาจากเทวดาหรือว่าได้รับทำมาจากเทวดาแล้วเราก็มาตักบาตรกันถึงจะทำเป็นรูปร่างถ้ามีเจดีย์สูงๆก็เดินลงมาจากเจดีย์มีภูเขาลงมาจากภูเขาไม่ใช่พระแท่นนี้จะเดินลงมาจาก ลงมาข้างล่างทำทีไม่ต้องมาเดินออกมาจากสวรรค์สวรรค์ก็คือจิตที่สูงไม่ได้หมาเข้ามาลงมาจากฟ้านรกก็หมายความว่าจิตที่ต่ำไม่ได้หมายความว่าอยู่ใต้บาดาลใต้พื้นดินอะไรอย่างนั้นไม่ใช่หมายความว่าความสูงหรือความต่ำสวรรค์ก็คือจิตที่สูงจิตที่เจริญสิทธิพ้นทุกข์จิตที่ได้รับปัญญาตรัสรู้จิตที่ได้ละกิเลสตัณหาขึ้นและทำตัวให้สูงขึ้นไม่ว่าจิตขึ้นสวรรค์ถ้าจิตที่มันไปทำชั่วไปโลภโมโทสันมากมายไปขี้โกรธขี้หวงอะไรต่างๆนานามันก็เป็นจิตนรกเป็นจิตต่ำผิดแล้วเขาก็ตามคำว่าสูงหมายความว่าอย่างนี้แต่เราจะไปนึกว่าต่ำว่าสูงก็คือฟ้าต่ำก็คือดินและใต้ดินลงไปอย่างนั้นน่ะมันเข้าใจผิดภาษาภาษาเขาเรียก ถามว่าสูงไม่ต้องเข้าใจให้ได้ว่าสูงต่ำคือจิตคนจิตสูงคนจิตต่ำหมายความว่าอย่างนั้นเพราะฉะนั้นการกระทำประเพณีตักบาตรก็ดีตักบาตรเทโวมาตักบาตรกันก็ดีนะเรื่องของเรื่องที่เป็นไปนะว่าพระพุทธเจ้าได้ไปเตะเทพโปรดพระพุทธมารดาบนดาวดึงส์เมื่อพระพุทธเจ้ามารดานั้นก็หมายความว่าพระพุทธเจ้าในประเทศโปรดเสมอเทพโปรดอะไรก็โปรดเทพโปรดทุกคนและเทพโปรดจิตที่ยังเป็นมายาสังเกตให้ดีว่าคำว่ามายาของพระมารดาของพระพุทธเจ้าคือจิตที่มันยังเป็นมายาภาษาไทยอยู่มันไม่รู้เรื่องอะไรมันยังเป็นรูปพลางๆเรียกว่ามายามันยังหลอกหลอกหลอนๆอยู่มันยังไม่ใช่สัจจะ เพลินจิตผู้ใดเป็นมายาอยู่ประเทศโปรทั้งนั้นแหละพระพุทธเจ้าประเทศโปรดประเทศที่ป้ายานี่มันเป็นจิตที่ยังเป็นตัวก่อเกิดจึงเรียกว่าตัวแม่จิตที่มันก่อเกิดมันจะเป็นต้นเขาแห่งการที่จะไปเกิดที่ทำบาปทำกรรมทำชั่วอะไรก็เป็นสิทธิ์ตัวนี้แหละ 10 ตัวนี้ติดตัวแม่นี่แหละเพราะฉะนั้นถ้าเทพโปรดติดตัวนี้ให้บรรลุให้ปล่อยวางให้เลิกชั่วช้าชั่วดีขึ้นมาเพื่อโปรดได้บรรลุธรรมเห็นแจ้งในชั่วได้ดีเป็นอภิธรรมรู้กุศลธัมมาอะกุสะลาธัมมารู้ชัดเจนว่าเนี่ยธรรมะอันอย่างชั่วธรรมะอย่างดีแล้วก็ละชั่วนั้นมันได้ปฏิบัติดีได้ก็ บรรลุธรรมจิตมายาก็เป็นจิตที่เป็นสัจจะเป็นที่แท้เป็นกินดีจึงเรียกว่าจิตพ้นมายาเป็นจิตที่ดีจริงๆบรรลุหลุดพ้นเมื่อบรรลุหลุดพ้นแล้วก็จึงได้รู้ว่าดีมันก็คือขึ้นสวรรค์ชั่วมันก็ลงนรกจึงได้รู้สวรรค์ดูนรกชัดขึ้นอีกจึงเรียกว่าเปิดนรกดังที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นอย่างนี้ที่เล่ากันมาก็เป็นตัวตนเป็นบุคคลเราเขามันไม่ใช่เป็นธรรมะชั้นสูงถ้าธรรมะชั้นสูงแล้วจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าเราต้องเข้าใจแจ้งจริงๆว่าไอ้ที่ลาวประเทศโปรตุเกสอย่างนั้นอย่างนี้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้เป็นไปได้รู้ทุกคนจะเข้าใจเลยว่าเป็นเหตุเป็นผลใครๆก็เป็นอย่างนี้ได้คือเป็นการ ฟังธรรมให้จิตมันสว่างจิตมันเลิกจากความงมงายเรียกว่าเลิกจากความเป็นมายาสาไถยเลิกจากความที่มันยังเป็นตัวหลอกๆล่อๆแปลงแปลงอยู่ปลอมปลอมแปลงๆอยู่เรียกว่ามายาตอนนี้เป็นสิ่งบริสุทธิ์แล้วไม่มีปลอมแปลงมีแต่ความซื่อสัตย์สุจริตมีแต่ความจริงจึงเรียกว่าหมดความปลอมแปลงหมดความเป็นมายานี่ก็คือสำรอกหรือว่าทำจิตให้กลับกลายไปเป็นดีซึ่งมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ได้สอนหรือผู้ที่ได้อบรมธรรมะอันใดก็เป็นพุทธเป็นของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นและก็สอนให้เรากลับกลายเป็นคนดีจึงได้เรียกว่าเปิดแจ้งเปิดสวรรค์เปิดนรกเปิดมนุษย์ให้เห็นชัดเจนไม่อำพรางไม่ว่าบาปเป็นยังไงบุญ ใครก็รู้ชัดรู้แจ้งแล้วเราก็ไม่ทำบาปเราทำแต่บุญอย่างนี้เป็นเรื่องของธรรมะที่แท้จริงที่เป็นตัวเนื้อหาสาระส่วนจะเล่ากันเป็นนิทานเป็นพระพุทธเจ้าไปโปรดอย่างนู้นอย่างนี้เขาเล่าแฝงๆเอาไว้ในสมัยโบราณเล่าแฟนๆไว้ถ้าใครจะเข้าใจเป็นนิทานแสงๆอย่างนั้นอยู่แล้วก็นึกว่าเป็นพระพุทธเจ้าจะต้องหายตัวขึ้นไปโปรดเทวดาอยู่เมืองเทวดาดาวดึงที่ไหนใครจะเชื่ออย่างนั้นก็เชื่อก็เอาก็เอาแค่นั้นก็เอาแต่ถ้าใครเข้าใจให้ได้นะใช้ปัญญาคิดดีๆฟังให้เป็นคิดให้ออกเข้าใจให้ได้แล้วจะเห็นชัดเลยว่าที่เรานี่เราก็ทำได้เราจะทำจิตมายาให้มันหายไปก็ทำได้เราจะเปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ทะลุถึงกันก็ทำที่เรานี่ให้ได้อย่างนี้เรียกว่าเปิดสอนเปิดนรกในวัน ออกพรรษาหรือว่าใส่บาตรดาวดึงส์หรือพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์แล้วเปิดโลกเปิดสวรรค์เปิดนรกเปิดเมืองมนุษย์อย่างนี้เรียกว่าเป็นการตรัสรู้เป็นการเข้าใจแจ้งในเรื่องเรื่องของธรรมะที่แท้จริงท่านรู้นรกรู้สวรรค์แล้วก็การหยุดนรกการทำตนให้สูงขึ้นแปลเป็นสวรรค์นี่เล่าสู่กันฟังในเรื่องของโบราณกาลถ้าได้ฟังเก่าๆมาแล้วก็แขกเก่าที่นี้อาตมาก็พยายามจะแทรกธรรมะให้มันละเอียดขึ้นให้มันเข้าใจมากขึ้นสูงขึ้นผู้ใดตั้งใจฟังผมคิดให้ดีถ้าไม่เข้าใจจะฟังใหม่ก็บอกพระท่านท่านท่านท่านจะได้เปิดทบทวนให้ฟังดูอีกทีนึงให้ทำความเข้าใจให้ หมวดเทวะหมายความว่ายังไงเทวดาหมายความว่ายังไงรกหมายความว่ายังไงสวรรค์หมายความว่ายังไงทำบุญนี้หมายความว่าไงเปิดนรกเปิดสวรรค์ถึงกันหมายความว่ายังไงไปสอนมารดาหมายความว่ายังไงมันจะได้ไม่หลงไหลได้ประมาณดาวก็เป็นตัวเป็นตนอยู่ตายแล้วก็ไปสอนตัวมารดาที่เป็นอยู่สวรรค์อยู่อะไรก็ได้เป็นตัวเป็นเรื่องเป็นราวสันนิษฐานอยู่เท่านั้นเราไม่เอานิทานกับเราธรรมะนิทานก็เป็นนิทานจะว่าจริงก็จริงส่วนธรรมะก็จริงด้วยตรงกันหาเรื่องของเรื่องมันจะต้องตรงกันทุกอย่างไม่บิดพลิ้วไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ขัดกันไปด้วยกันได้แต่เขาก็เข้าใจให้ได้ทั้งสองอย่างใครเข้าใจอย่างเดียวก็ขาดทุนแล้วก็ใช้ได้ทั้งสองอย่างก็กำไรต้องตั้งใจทำความเข้าใจให้ดีอันนี้เรื่องของ การออกพรรษาเรื่องของการเทศนาโปรดพระพุทธมารดาเรื่องของลงนามมาจากดาวดึงส์ก็ขอพรเพียงเท่านี้เรื่องของออกพรรษาที่เคยเล่ามาแล้วล่ะแต่ว่าก็เพิ่มเติมอีกให้เข้าใจมากขึ้นอีกทีนี้มีเรื่องของคนอื่นๆที่เป็นปัญหาเป็นอะไรที่ยังไม่เข้าใจก็อยากจะคุยด้วยอยากจะอธิบายเพิ่มเติมถ้าเรื่องปัญหาที่จะมาถามนี่ก็ลองฟังดูนะอันไหนที่มันข้องใจมันตรงตามนี้หรือเปล่ามันจะได้รับความรู้เพิ่มเติมหรือเปล่าก็ลองฟังดูเช่นว่ามีปัญหาว่าเรามาทำบุญตักบาตรแล้วจะได้รับประโยชน์อะไรเรื่องการมาทำบุญตักบาตรเนี่ยท่านได้รับประโยชน์แน่แต่รับ ตรงเราเองได้มา 1 จันโรงศาสนาไว้ด้วยการช่วยเหลือเฟือควายให้ส่งให้พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้รักษาศาสนาไว้แต่ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเอาไว้ได้รักษาคุณธรรมเอาไว้โดยมีชีวิตอยู่ก็เพราะว่าพวกญาติโยมได้เอาข่าวเอาน้ำอะไรก็ได้มาให้ฉันไม่รับประทานเข้าไปแล้วก็จะได้เลี้ยงขันเอาไว้เพื่อปฏิบัติธรรมได้ถ้าโยมไม่เอาข้าวเอาน้ำมาให้ก็ไม่ได้รับเพราะว่าพระไม่มีสตางค์พระไม่มีเงินมีทองอะไรจะไปนั่งซื้อหากินทำอะไรต่ออะไรอย่างที่โยมๆทำก็ไม่ได้ทำแล้วเพราะฉะนั้นมีแต่ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาปัญญาสิกขาจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพวกญาติโยมมาส่งข้าวส่งน้ำ ก็เป็นบุญเป็นการแสดงเมตตาธรรมเป็นการรู้ค่าของความดีเพราะพระนั้นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติให้บรรลุธรรมเพื่อที่จะทำมาสั่งสอนญาติโยมต่อทอดกันไปญาติโยมก็เอาเวลาไปทำมาหากินอะไรต่ออะไรต่างๆนานาพระก็จะได้เป็นผู้ที่ฝึกฝนเพื่อเรียนรู้สัจธรรมเมื่อได้สัจธรรมแล้วก็เอามาพูดเอามาอธิบายเอามากระจายออกเป็นคำพูดคำสอนให้ญาติโยมได้เข้าใจญาติโยมก็จะได้ปฏิบัติตามก็จะได้ช่วยกันดึงขึ้นเป็นระดับๆไปเรื่อยๆอย่างนั้นเองถ้าเราไม่เลี้ยงพระไว้พระท่านก็ไม่มาบวชแล้วท่านก็ไปทำอย่างโยมทำหมดศาสนาก็ห่วงศาสนาก็ไม่มีเหลือมันก็ไม่ต่อศาสนาเพราะฉะนั้นการกระทำบุญรักษาพระเอาไว้ไม่ให้พระหมดให้พระได้ปฏิบัติ ให้มีเชื้อเหลืออยู่อย่างนี้ก็เป็นประโยชน์แท้จริงน่ะสิมันก็เป็นบุญอันแท้จริงนะมีระบบประโยชน์อันนึงอีกอันหนึ่งก็คือญาติโยมเมื่อมาทำบุญกับพระก็คือเอาข้าวเอาของเอาอะไรต่ออะไรที่พระท่านขาดเหลือมาให้แก่เอามาให้แก่พระญาติโยมเป็นคนเอามาให้พระท่านเป็นผู้ได้รับญาติโยมเองก็เป็นผู้เสียสละการเสียสละอันนี้เราเรียกว่าทานบารมีหรือการเสียสละออกซึ่งความโลภเรามีความโลภไม่ค่อยอยากให้ใครล่ะเงินทองข้าวของอะไรของเราเราก็ไม่อยากให้ใครเมื่อไม่อยากให้ใครมันก็เป็นความโลภติดอยู่ที่ตัวถ้าได้ทำออกแต่เสียสละออกไปบ้างได้ให้ ผู้นั้นผู้นี้ออกไปบ้างก็ได้ทำการทานและจาคะหรือว่าได้ตัดความโลภและตัดกิเลสที่ไม่ขี้หวงขี้หึงขี้ตามีกี่นิ้วออกมาซะบ้างก็ได้ตัดกิเลสอย่างแท้จริงและหากมีเป็นบุญบุญแปลว่าการชำระกิเลสของท่านได้มาจากบาตรทำบุญกับพระกระจ่างนี้ก็ได้ประโยชน์อย่างนี้แหละมีข้อที่ 1 ข้อที่ 2 เวลามาทำบุญตักบาตรทำไมจึงต้องรับศีลถ้าไม่รับศีลจะได้หรือไม่เวลามาทำบุญตักบาตรแล้วที่ต้องรับศีลก็เพราะว่าเมื่อเราไม่ได้ทำทานเราก็ควรจะได้รับศีลด้วยเพราะว่าฆราวาสเนี่ยปฏิบัติธรรมหรือฆราวาสจะได้ผลดีก็มีทาน 2 ศีลแล้วก็ทำให้มันจริงจนกระทั่งมันรู้เลยว่าภาวนา เมื่อเราได้ทำทานด้วยพระท่านรู้จักศีลเข้าใจศีลท่านจะอธิบายสีนอกหลักเกณฑ์ให้เราไปประพฤติแต่ละบุคคลได้ด้วยก็ไม่น่าจะรังเกียจเราก็น่าจะรับเอาไปด้วยพร้อมๆกันเพราะว่ายังไงก็มาถึงพระแล้วพระท่านก็บอกได้ก็รับศีลไปด้วยเราจะได้ทั้งทำทานแล้วจะได้ทั้งศีลด้วยก็ควรไม่ควรจะละเว้นนอกจากว่าเราจำได้ดีแล้วแต่ว่าเราจะทำไม่ได้ก็บอกว่ายังทำไม่ได้หรอกแต่ว่าก็อยากจะทำก็ให้พระท่านพยายามอธิบายมุมเหลี่ยมต่างๆที่จะปฏิบัติเพิ่มเข้าไปอีกจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่เพิ่มสินเพิ่มข้อปฏิบัติศีลหมายความว่าปฏิบัติเวลามาทำบุญตักบาตรแล้วจึงต้องรักษาศีลหรือว่ารับศีลไปด้วยดีเรานั่นแหละดีขึ้นผู้ได้รับศีลไปประพฤติปฏิบัติขณะดีขึ้นไม่ใช่ใครคนทำคนนั้นน่ะได้ มีสีมากกว่าเราเวลาเราพระท่านให้ศีลแก่ญาติโยมจะท่านไม่ได้ให้ศีลที่ท่านถือหรอกสิ่งที่ท่านถือนั้นสูงสิ่งที่ท่านซื้อมากกว่าญาติโยมญาติโยมทำไม่ไหวหรอกก็อย่ายอมรับไปแค่นั้นก็ไปปฏิบัติให้มันได้ก็แล้วกันก็เป็นบุญเป็นกุศลเป็นสิ่งที่ดีขึ้นเพราะงั้นจึงต้องรับศีลด้วยควรรับศีลข้อ 3 ถ้าสมมุติว่าเวลาเรานำอาหารมาทำบุญที่วัดแล้วแล้วเราก็กินข้าวนั้นด้วยจะบาปไหมก็เมื่อพระท่านฉันแล้วเรียบร้อยข้าก็เหลืออะไรก็เหลือแล้วพระท่านก็อนุญาตแล้วไม่บาปไม่มีบาปอะไรหรอกเพราะว่าของพรุ่งนี้เป็นของที่จะต้องดีกว่าไปทิ้งของนี่เป็นของใช้ประโยชน์ใช้กินกินให้มันเลี้ยงชีวิตเพื่อพระท่านฉัน งั้นเราก็ได้รับอนุญาตจากพระแล้วด้วยมันก็ไม่มีบาปไม่มีเวรอะไรถ้าเธอว่าเราไม่ได้นำข้าวมาด้วยแล้วก็มากินของพระราชบบาปไหมอย่างนี้ก็มีคำถามขึ้นมาถ้าเราไม่ได้เอามาด้วยแล้วมากินของพระแต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเอามาเราไม่มียากจนถ้าพระท่านเหลือท่านอนุญาตแจกจ่ายให้ก็ไม่บาปอะไรแต่ถ้าเรามีอยู่ถ้าเราเจตนาที่เจตนามีก็ไม่เอามาแหละแล้วเจตนาจะมากินของพระเปล่าล่ะจะมาเอาเปรียบเราดื้อๆนี่แหละถ้าเจตนาจะมาเอาเปรียบพระฤาษียังแบบนั้นแล้วเราก็ไม่เอาอะไรมาเราจะมาขอของพระไปกิน เอากำไรแบบนี้เอาฮีโร่อย่างงี้บาปขี้โรคบาปแน่นอนเพราะฉะนั้นบาปหรือไม่บาปนั้นอยู่ที่จิตของเรามีความขี้โรคหรือไม่ถ้ามีความขี้โรคและก็ถือว่าบาปถ้าไม่มีความขี้โรคไม่ได้มีเจตนาที่เราโมโตสารอะไรเป็นไปโดยธรรมไม่บาปแล้วข้อต่อไปว่าการอยู่จำศีลตอนเข้าพรรษาจะได้ประโยชน์อย่างไรการอยู่จำศีลตอนเข้าพรรษาก็ได้ประโยชน์ยิ่งออกพรรษาแล้วก็จำศีลด้วยเอาสีมาประพฤติปฏิบัติตลอดเวลาด้วยยิ่งได้ประโยชน์จ่ายไม่ใช่จะเอาเฉพาะเข้าพรรษาออกพรรษาแล้วแกเลยเก็บถุงไม่เอาอย่างนั้นไม่เข้าที่ศีลที่เรารับไปแล้วที่เรามีแล้วเราประพฤติปฏิบัติให้ได้ไม่ว่าออกพรรษาเข้าพรรษาแต่จะทำแต่เข้าพรรษาก็ได้บุญแค่เข้าพรรษานั่นแหละ ได้แต่บุญขนาดที่ทำในตอนเข้าพรรษานั่นแหละออกพรรษาด้วยทำด้วยทำตลอดเวลาทำตลอดชีวิตก็ยิ่งดีใหญ่มันก็จะต้องได้บุญทั้งนั้นแหละต้องการอยู่จำศีลภาวนาอะไรมันก็ดีทั้งนั้นทำให้เป็นจริงการจำศีลหมายความว่าเราปฏิบัติเพื่อที่จะให้คิดให้กายให้วจีให้มันออกของเราบริสุทธิ์ในขณะที่เราใช้ศีลศีลกว่านั้นข้อนี้เราจะไม่ละเมิดเราจะไม่ละเราจะไม่กระทำและเราก็จะเป็นผู้ที่ยกจิตจิตของเรามันจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆๆข้อ 5 คำว่าทำบุญจะได้ไปสวรรค์ทำบาปจะต้องตกนรกมีความเป็นจริงเป็นอย่างไรและที่ว่าทำบุญจะได้ไปสวรรค์ทำบาปจะตกนรกมันก็เป็นความจริงเป็นอย่างไรความจริงก็คือ ละเมิดทำบุญเป็นผู้ที่ให้ทานก็ดีเป็นผู้ที่มีเมตตากรุณาก็ดีหรือแม้แต่รักษาศีลก็เป็นบุญผู้ใดรักษาศีลเอาศีลมาประพฤติปฏิบัติแล้วมันก็จะตัดกิเลสตัณหาออกจากตัวเองจิตของเราก็สูงขึ้นเมื่อกี้อธิบายให้ฟังแล้วว่าจิตที่เป็นจิตสวรรค์หรือเมืองสวรรค์ในคือแดนสูงแดนสูงของอะไรแดนสูงของจิตจิตของเรามันสูงขึ้นมันเจริญขึ้นมันเป็นจิตที่ไม่ขี้โรคขี้โกรธมันลดความขี้โรคจิตโกรธรักษาศีลก็เป็นศีลที่จะทำให้เราเองมีจิตเมตตาเกิดกูไม่ขี้โรคไม่ขี้อยากได้ไม่หลงในกามทุจริตให้มันมี 1 หลงในกามคุณหลงในเรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส 2 มันวุ่นวายเรื่องพยาบาลอาฆาตมาดร้ายขี้โกรธแค้นตามมันไม่เบียดเบียนใคร นี่เป็นทุจริตทั้งหมดภาษาอังกฤษผู้ใดละเว้นการทุจริตเกี่ยวกับวิหิงสาหาละเว้นการค้ามาได้ขี้โกงเรียกวาระพยาบาลและสิ่งที่มันไปเสพไปติดเป็นกามคุณรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเรียกว่าพ้นจากการอันนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่จิตสูงขึ้นชั้นละได้พ้นจากทุจริตตรงนี้เป็นบุญคำว่าบุญคือจิตสูงขึ้นแดนของจิตสูงนั้นเขาเรียกว่าสวรรค์ถ้าทำบาปจะตกนรกก็แน่นอนแหละเหมือนกันตรงกันข้ามกันเรียกว่าจิตนรกหรือบาปนี่มันติดตามแดนของจิตตามเรียกว่าแดนนรกถ้าเราไปทำชั่วคราวแต่มีทุจริตเบียดเบียนข้าแกงกันคดโกงกันโกรธแค้นผูกพยาบาทกันหรือไม่ก็ลงไปในที่สุดไปลงในรูปรถเป็นเสียงสัมผัสต่างๆแล้วไป เดือดร้อนวุ่นวายอยากได้ลำบากลำบนอยู่อย่างนั้นเรียกว่าจิตมันอยู่ในนรกจิตมันยุ่งจิตมันต่ำจิตมันทนทุกข์อาจจะอย่างนี้เรียกว่าจิตโง่ด้วยหรือว่าจิตที่ไม่ฉลาดคิดไม่เจริญจึงเรียกว่านรกหรือเป็นการทำบาปเป็นความจริงสภาพอย่างนี้เป็นความจริงอธิบายให้ฟังแล้ววัณโรคน่ะมันคือความต่ำไม่ใช่หมายความว่าอยู่ใต้พื้นดินสวรรค์นั่นหมายความว่าสูงก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่บนท้องฟ้ามันหมายความว่าสภาพของจิตที่มันสูงจิตนรกจิตต่ำก็หมายความว่าจิตที่มันไม่ดีมันต่ำติดตามติดสูงนี่เรียกว่าสวรรค์และนรกต้องพยายามเข้าใจให้ดีแล้วก็ทำจิตของเราให้เป็นจริงอย่างนั้นทำจิตของเราให้เป็นจิตสวรรค์เป็นจิต [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] วัดสวรรค์กับบุญคืออย่างไรจงอธิบายฟังก์ชันคือการทำก่อนไม่ทักก็มีการทำทานซะก่อนแล้วเราก็จะได้บุญตามสวรรค์กับนรกสวรรค์ก็อธิบายแล้วนรกก็อธิบายแล้วคือจิตที่สูงขึ้นหรือว่าสวรรค์จิตที่ตกต่ำสิบาปที่ชั่วเรียกว่านรกใครทำดีก็เป็นสวรรค์ใครทำชั่วก็เป็นนรกมันเป็นจริงเป็นจริงมันต่างกันอย่างนี้แหละมันเข้าใจง่ายๆเห็นได้จริงเลยว่าไอ้ชั่วไม่เอานะใครเขาก็ว่าชั่วพระทั้งหลายท่านก็บอกว่าชัวร์อย่าทำถ้าเราทำอยู่มันก็ยังเป็นนรกอยู่นั่นแหละมันก็ยังมีความต่ำอยู่นั่นแหละถ้าเราไม่ทำเส้นเลือกได้เสียมันก็เป็นความสูงขึ้นมันก็เป็นสวรรค์ขึ้น ไปด้วยตามระดับนี่คือความต่างกันของสวรรค์กับนรกเรื่องทานกับบุญให้เราไปทำบุญที่วัดในวันพระคำถามต่อไปเราไปทำบุญที่วัดในวันพระถ้าพระไม่สวดมนต์แล้วเราจะได้บุญไหมถ้าเราไปทำบุญคำนี้ก็คงหมายความว่าเราไปทำทานเอาข่าวเอาน้ำเอาข้าวของอะไรไปวัดไปถวายพระถ้าหมายความว่าอย่างนี้นะหมายความว่าเราไปทำบุญที่วัดในวันพระนี้ก็คืออย่างนี้ได้บุญแล้วเป็นอันดับที่ 1 ถ้าพระไม่สวดมนต์จะได้บุญไม่ได้ทันทีได้แต่ไปทำบุญแล้วถึงพระจะสวดมนต์หรือไม่สวดมนต์ก็ได้บุญแล้วในการไปทำทานหรือไปเอาข้าวเอาของเอาอะไรก็ได้ไปถวายพระนี่ให้พระได้อยู่ได้กินได้ฉันได้รักษาชีวิตไว้นี่ได้บุญแล้ว บายฟังมาแล้วได้บุญแล้วทีนี้ถ้าพระไม่สวดมนต์ก็ไม่เป็นไรได้บุญแล้วแต่ถ้าพระสวดมนต์พระสวดมนต์นั้นเป็นมนต์ที่เรารับรู้เข้าใจอธิบายให้ฟังรู้ว่ามนต์นี้หมายความว่าอย่างนี้อย่างนี้แล้วเราก็ทำความเข้าใจได้เกิดปัญญาเป็นอย่างน้อยหรือได้เข้าใจรู้เรื่องรู้ราวดีว่าเป็นคำอธิบายที่เราจะเอาไปประพฤติปฏิบัติได้ทันทีก็เป็นบุญที่ดีถ้าอธิบายมนหรือสวดมนต์หรือสาธยายมนต์ให้เข้าใจได้แบบนี้ก็ยิ่งได้บุญเพิ่มขึ้นในบุญเพิ่มขึ้นแน่นอนถ้าตัวธรรมดาธรรมดาก็จะว่าไม่ได้บุญก็ไม่ได้ก็ได้เหมือนกันน่ะสวยธรรมดาญาติโยมก็ไม่ ได้อะไรมันก็ด่าอะไรอย่างนึงดีกว่าได้รักษาจารีตประเพณีไว้เท่านั้นเองในอุตสาหกรรมที่ประเพณีเท่านั้นเองถ้ามีอะไรสำคัญกว่านั้นก็ทำเพื่อจะได้ประโยชน์กว่าถ้าไม่มีอะไรสำคัญกว่านั้นจะทำอันนั้นก็ทำรักษาประเพณีจารีตไว้ก็ดีเหมือนกันนี่เรียกว่าพระสวดมนต์สวดมนต์ก็รักษาการได้ยินถ้าไม่สวดก็ได้บุญหรือยิ่งทำบุญได้สวดหรือพระสวดและสาธารณะอธิบายให้เข้าใจแล้วเราเข้าใจได้ปัญญาหรือได้ประพฤติปฏิบัติได้จริงๆก็ยิ่งได้บุญใหญ่แต่ทั้ง 2 ส่วนต่างคนต่างก็ต่อไปว่าถ้าเราจะไม่ทำบุญและไม่ทำบาปจะเป็นไปได้ไหมถ้าเป็นไปได้จะส่งผลอย่างไรและถ้าเราไม่ทำบุญเราก็ต้องทำบาปถ้าเราไม่ทำบาปเราก็ต้องทำบุญพระ บุญนั้นเป็นสภาพ 2 อย่างเราจะบอกว่าเราไม่ทำบาปเราไม่ทำบุญก็คือเราไม่ทำอะไรพระอริยะหรือพระอรหันต์เนี่ยท่านทำอยู่ทุกทีเป็นบุญทั้งนั้นแต่ว่าบุญธรรมส่วนที่ดีในวันทำบุญทำสวนที่สูงเรียกว่าบุญถ้าไม่ธรรมดาเลยมึงก็นั่งอยู่เฉยๆเดี๋ยวก็ตายเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ทำบุญอยู่เฉยๆอยู่เฉยๆมันก็มันก็ดีก้อนหินเมื่อเช้ามันก็ตายหรือว่าจะ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive