170727 จะยึดถือไปทำไม-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์197 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังธรรมะซึ่งพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงไว้มีชื่อว่าจะยึดถือไปทำไมการแสดงธรรมในการนี้ได้แสดงไว้ที่วัดนรนาถเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมพุทธศักราช 2517 เนื้อหาสรธรรมจะเป็นประการใดก็ขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้อีกวันนึงตามที่เราได้กำหนดนัดหมายกัน การฟังเป็นการแสดงธรรมเป็นการที่จะชี้ทำในวันสุดท้ายจะเป็นการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าทุกคนก็คงจะฟังมาก็เคยได้ยินมาแล้วแต่มันแปลว่าพระพุทธเจ้าได้สอนธรรมะในการฟังแม้แต่สิ่งใดที่มันขยายอยู่ หรือว่าความรู้ที่มันสำคัญมันเกี่ยวข้องกันมันขยายกันให้รู้ให้เข้าใจธรรมะไม่มีมากธรรมะมีแก่นเนื้ออยู่นิดเดียวนอกนั้นเป็นการขยายทั้งนั้นเป็นไวรัสขยายออกไปขยายออกไปนับวันก็ยิ่งขยายกันยาวกว้างสมัยพระพุทธเจ้าได้ขยายกันขนาดหนึ่งพอมาถึงสมัยนี้ขยายกันออกไปไกลเหลือเกินขยายกันจนกระทั่งอาตมานี่เหนื้อยเหนื่อย เหนื่อยเพราะมันขยายความออกมาแย่งภาษาก็แยะความเข้าใจก็แยะอะไรต่ออะไรก็แยะคนนับตั้งภาษานักตั้งของสมมุติขึ้นมาก็ตั้งขึ้นมาสร้างขึ้นมาแยะไอ้ความแยกย้ายแยกแยะนี่แหละมันทำให้เราเลอะมันทำให้เราวนมันทำให้เราหลงเพราะมันอำพรางมันอำพรางมันเลยทำให้เราไม่รู้ความจริงไม่รู้แก่นไม่รู้สาระแต่มันไม่มีมากแต่มันมีแต่ความจริงของความที่เรียกว่าสัมพันธ์กันอยู่เป็นบทบาทไตรลักษณ์เป็นบทบาทของการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเท่านั้นเองนี่เป็นแก่นของมันแต่เราเห็นมันไม่ได้เห็นมันแล้วก็เป็นเห็นหยาบๆเห็นในใบละเอียดชอบใจไปจนกระทั่งถึงจิตเราก็เข้าใจมันไม่ มันต้องพากเพียรพากเพียรฟังฟังแล้วก็จับเนื้อหาสาระเมื่อจับเนื้อหาสาระก็รู้ในการขยายเข้าขยายออกมาให้ได้ทบทวนแล้วทบทวนเล่าอีกเราเรียกว่ามีคาถามีอุทานมีอิทธิวัฒนะคาถาก็คือไอ้ที่เรารวมยอดแล้วรวบรวมไว้ด้วยดีหรือว่าเราทำความเข้าใจไว้ให้ดีว่า

อ่านต่อ

เป็นเนื้อหาสาระแค่นี้นั่นแหละเอาออกมาใช้แล้วเราก็ฟังอีกเราอาศัยอันนั้นเป็นฐานให้สิ่งที่เราเข้าใจแล้วเป็นเบื้องต้นเป็นฐานพอฟังต่อไปมันก็จะมีอะไรใหม่ๆมีอะไรเข้าใจเพิ่มเติมได้อีกเราเรียกอุทานเราเรียกว่าอุทานมีรายได้ใหม่ๆเพิ่มเติมให้ เสร็จแล้วมันก็มีแต่ของเก่าแล้วก็ย่นย่อเข้าไปหาหลักเก่าให้ได้ไม่พลาดกันไม่ทิ้งกันในหลักเก่าแต่ก็มีความใหม่ที่ขยายความอยู่เราเรียกว่าเรารู้ซ้ำๆซากๆเรารู้ของใหม่ของเก่ามันก็เป็นของเก่านั่นแหละแล้วก็ขยายความร้อยกรองร้อยเรียงกันออกไปเรื่อยๆเราเรียกว่ากิตติคุณจริงๆมันก็ของเก่าซ้ำๆนั่นแหละแต่ว่ามันขยายความกันไปเรื่อยสิ่งเหล่านี้เราร่ำเรียนอยู่ไปมันยาวความเข้ามันก็ถูกร้อยกันเข้าไปเป็นเรื่องเป็นราวเป็นบทเป็นบาปเป็นหมู่เป็นหมวดเราเรียกมันว่าชาดกหรือฌานต่างๆภาษาบาลีก็ไม่มีตัวเด็กชาดกหรือทานตกนี่แหละช้าง เห็นไม่รู้ใหม่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ถ้าไม่ใหม่หรือว่าเราจำได้ก็เป็นเรื่องเก่าๆอยู่นั่นแหละแต่ว่าเรื่องเก่าหรือเรื่องใหม่ก็ตามเรารู้เท่าทันเรื่องเก่าเรื่องใหม่รู้เนื้อหาสาระแท้ๆแล้วก็รู้คำขยายรู้เรื่องใหม่ที่ขยายความอยู่เข้าใจโดยลึกซึ้งแล้วก็ไม่หลงทั้งของเก่าไม่หลงทั้งของใหม่ไม่หลงตีความถอดตัวถอดตนออกเห็นไตรลักษณ์ให้ชัดเห็นความที่มันเกิดขึ้นความที่มันตั้งอยู่ความที่มันเป็นไปแล้วมันก็สูญมันก็ดับ เพลงไม่ชัดมันมีแต่การเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมีการเกี่ยวข้องกันได้ของ 2 สิ่งเราจะเรียกว่าลูกกับนามหรือว่าจะเรียกว่าของสองสิ่งเราเรียกว่าบวกกับลบเขาเรียกว่าหญิงกับชายเรียกว่าอิฐหินดินพระกับคุณลิงคะอะไรก็ได้แล้วแต่ว่าเราจะเรียกเป็นสภาพธรรมของสิ่งมันก็จะดำเนินบทบาทของมันอยู่อย่างนั้นแหละไปเรื่อยไปเรื่อยไปถ้าเรารู้เท่ารู้ทันเรียกว่าเป็นธรรมะที่ฉลาดหรือเป็นอัจฉริยะที่เราได้รู้ขึ้นหรือเป็นอริยะเป็นความรู้ที่จริงเป็นความรู้ที่เข้าใจเพิ่มขึ้นสูงขึ้นเรียกว่ากูจะทำแล้วสั่งสมการกระทำแบบนี้ตั้งแต่ฟังมาแล้วก็ย่นย่อเอาให้เป็นขยายความก่อนก็ได้รวบ เป็นบทเป็นข้อสรุปอะไรเนี่ยที่ภาษาย่อๆของพระพุทธเจ้าเรียกว่าตั้งแต่ชุดอธิบายมาเมื่อกี้เนี่ยมีสุตะเคยยาสรณะคาถาอุทานกิตติวุฒิจนกระทั่ง 8 ลักษณะเนี้ยลองทำอยู่อย่างนี้เวียนวนอยู่แล้วเราแล้วเราก็เป็นความรู้แท้เป็นความรู้สูงเรียกว่าธรรมะแท้ธรรมะสูงหรือเรียกว่ายอดแห่งความรู้เธอเรียกว่าอธิษฐานภาษาบาลีท่านเรียกเวทะรวมยอดลงไปเป็นเวรผลัดหรือเป็นยอดธรรมหรือเรียกว่าอภิธรรมหรือเรียกว่าความหรือว่าเรียกว่าธรรมะอันแท้ธรรมะอันสูงความรู้อันยอดก็ตามใจจะแปลเป็นภาษายังไงก็ได้ถ้าเราเข้าใจสภา มันแล้วคำสอนพระพุทธเจ้าที่สอนมนุษย์เทวดาพรหมมารทั้งหมดนั้นเราเรียกว่านวังคสัตถุศาสน์ก็คือคำสอนตั้งแต่จุดต่างๆนะคาถาอุทานกิตติมณฑลแล้วก็ท่านถึงฌานบอกกูจะทำแล้วก็เวทัลละนี่แหละเจ้าอันนี้แหละนวแปลว่า 96 องค์พระก็เป็นองค์ 9 จัดถูกแล้วก็อาวุธศาสตราแปลว่าความรู้มีความรู้ที่เป็นอาวุธอย่างเฉียบขาดยอดที่เป็นยอดสิ่งที่ควรได้ควรเป็นคือความรู้มีองค์ 9 หรือว่ามี มีหมู่ก็แบ่งเขาก็เป็นหมวดเป็นหมู่ 9 ทำงานร่วมกันทั้ง 9 เป็นสมาธิคำสอนพระพุทธเจ้ารวมลงแล้วทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ก็คือคำสอนระหว่างกษัตริย์อันนี้แหละอย่างนี้เพราะคุณมาฟังธรรมะเนี่ยอาตมาเองก็ดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้าสอนเหมือนอย่างท่านพูดเหมือนอย่างท่านแล้วก็เข้าใจพูดไปแล้วไม่ทิ้งกันพูดไปยังไงยังไงก็ไม่ทิ้งกันจะขยายยืดยาวออกไปยังไงยังไงก็ต้องไม่ทิ้งกันเตือนเตือนพวกคุณเสมอกลับมาหาแก่นมาหาเนื้อไม่ใช่พูดแล้วทิ้งพูดก็ทิ้งพูดแล้วทิ้งเลยขาดลอยพูดแล้วก็ช่างยกตัวอย่างไปหาสัตว์ตัวตนบุคคลไม่ได้ ไม่ต้องพูดแล้วย้อนกลับไปกลับมาไม่ทิ้งกันต้นกลางปลายต้องให้มันกินหัวกินหางรอบอยู่ถ้าไม่กินหัวกินหางแล้วขาดลอยแล้วหลงทางเสร็จแล้วเราก็ตัดขาดทิ้งไปเรื่อยแบบนั้นก็เสียหายธรรมะเป็นอย่างนั้นถ้าวันนี้หัวข้อจะยึดจะยึดถือไปทำไมเราจะพูดกันให้เข้าใจมุมเหลี่ยมที่ควรจะได้เข้าใจตามหัวข้ออีกคำว่าจะยึดถือไปทำไมเป็นเชิงคำถามเป็นเชิงคำถามก็ดีเราถามกันซะก่อนว่าเราจะยึดถือไปทำไม เราจะถามคนอื่นก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากเราควรถามตัวเราว่าจะยึดถือไปทำไมคำว่ายึดถือก็คงจะเข้าใจความอยู่แล้วว่าเราไม่วางมันเองเรายังแบกยังถามยังเกี่ยวยังข้องยังเกี่ยวยังข้องมันอยู่ที่นี่เราจะยังเกี่ยวข้องมันอยู่หรือยังวุ่นวายกับมันอยู่ไม่ปล่อยไม่วางไม่เลิกไม่ลากับมันไปนั้นน่ะทำไมเพราะอะไรถามตัวเองถ้าผู้ใดถามตัวเองในสิ่งใดที่เราเห็นว่าเรายังยึดถือเรายังเกี่ยวข้อง ยังวุ่นวายกับมันอยู่แล้วเราก็วิจัยวิจัยสิ่งที่เรายึดถือนั้นที่เราเกี่ยวข้องนั้นว่าไอ้สิ่งที่เราเกี่ยวข้องเรายึดถืออยู่เรายังไม่ปล่อยไม่ว่าไม่ทิ้งมันเนี่ยทำไมมีประโยชน์อะไรทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นอย่างไรหรือไม่หรือว่ายึดถือไว้เพราะทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้นอีกเท่าไหร่หรือไม่เราต้องพิจารณาถ้าเรียกว่าธรรมวิทยาคือวิจารณ์วิจัยดูให้ดีให้แท้ทีเดียวถ้าชีวิตของเรายังทิ้งมันไม่ได้แล้วมันจำเป็นกับสิ่งนี้ไม่ต้องเกี่ยว นี้ได้นะไม่ต้องยึดเอาไว้ไม่ต้องถือเอาไว้นี่นะอันนี้ปล่อยได้แล้ววางได้แล้วหลุดพ้นไปจากเราได้แล้วอันนี้อันนี้ไม่ควรจะอยู่กับเราแล้วถ้าเราเห็นได้ไงก็รีบรีบหาทางปล่อยทั้งๆที่รู้ว่าไอ้นี่ควรปล่อยนะเราไม่ควรยึดถือไว้เราไม่ควรจะคลุกคลีเกี่ยวข้องไว้แล้วนะอันนี้ทั้งๆที่บางทีคุณเห็นคุณเข้าใจได้ว่าถ้าเอาไว้ก็รังแต่จะขอให้เราทุกข์ก็ให้เราเหน็ดเหนื่อยเป็นภาระบางทีทำให้เราเสื่อมเสียด้วยเห็นชัดๆแต่ก็ยังวางไม่ลงปล่อยไม่ได้ยังวางไม่ลงยังปล่อยไม่ได้ก็ยังมี ไม่ต้องไปถามใครถามตัวเรานี่ถามชัดๆค้นหาให้ชัดเลยไอ้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราไม่ต้องเอามาคิดน่ะของคนอื่นเขาช่างเขาตัวเราเองเนี่ยของเรานี่แหละเราคิดว่ามันทุกข์อยู่ที่เรามันจะเจริญแล้วมันจะเสื่อมก็อยู่ที่เราเอาของเรานี่มันติดมันยึดอะไรเอามาคิดที่เราเพราะคนอื่นอย่าไปเอาเขามาคนละส่วนใหญ่ไม่ชอบไปมองคนอื่นแต่เห็นคนอื่นได้ใจดีซะด้วยนะจะไปทำให้แต่คนอื่นใจดีซะด้วยจะไปทำให้แต่คนอื่นไอ้ตัวเราเองไม่ทำไม่ให้ก็ไม่ทำให้แก่ตัวเองหรอกไม่พยายามมาคิดค้นดูว่าเรายึดถืออะไรแล้วแบกถามอะไรแล้วทุกปีเกี่ยวข้องอะไรอยู่นักหนาเป็นภาระอันมากมาย อะไรอยู่นักหนาไปก่อไปสร้างไปต่อไปเติมไปทำอะไรต่ออะไรให้มันเกินมันเพ้ออะไรอยู่นักหนาเราไม่เคยคิดอ่านเมื่อไม่คิดอ่านเราก็ไม่เห็นเมื่อไม่เห็นก็ไม่เคยถามตัวเองว่าจะยึดถือไปทำไมไม่เคยถามเพราะฉะนั้นผู้ใดเริ่มต้นเอาข้อนี้ไปถามถามตัวเองจะยึดถือไปทำไมจะยึดถือไปทำไมเอาไปถามตัวเองครับพยายามคิดอ่านดูให้แท้ๆเลยว่าชีวิตของเราประกอบไปด้วยอะไรชีวิตเราประกอบไปด้วยอะไรถ้าเรารู้แล้วว่าชีวิตของเราประกอบไปด้วยสิ่งนี้ล่ะสิ่งนี้แหละแล้วก็ถามต่อว่าเมื่อมันประกอบไปด้วยสิ่งนี้เราเอง ยึดถือมันอยู่เราเองก็ต้องใช้มันอยู่เราเองก็ต้องมีมันอยู่เมื่อมีมันอยู่แล้วมันหนักหนาแค่ใดมันให้อะไรแก่เราบ้างจะวางมันจะเลิกมันจะไม่ยึดถือมันล่ะจะไม่เกี่ยวข้องมันรักจะได้หรือยังไอ้เนี่ยอาตมาพูดโคลงเสียก่อนนะพูดตรงใหญ่ๆไว้ก่อนเดี๋ยวอาตมาจะย่นเข้าไปหาว่าอะไรบ้างเพราะจะมาพูดกลางๆหลายคนมีเยอะแยะก็ต้องพูดกลางๆนะแล้วก็คิดเอาเองฟังธรรมเนี่ยเราฟังแล้วก็เทียบเคียงของตนเองฟังแล้วก็คิดเทียบกับของตนเองอย่าไปคิดคนอื่นถ้าคิดคนอื่นแล้วเราจะไม่จบเพราะว่ามันจำเป็นไปหมดแล้วทุกอย่างในโลกแล้วเราไปคิดเทียบกับคนอื่นแล้วเราไปเห็นแต่คนอื่นเขา เราไปเที่ยวให้คนอื่นเขาด้วยมันก็เลยไม่ได้ทำงานเพราะทุกอย่างมันจำเป็นหมดแม้แต่ฝิ่นก็จำเป็นก็จะเป็นเฮโรอีนก็จำเป็นเพราะคนมันติดจริงๆแม่มากินตายนะแม้แต่ตำรวจเองจับคนติดปีกมาแล้วยังต้องมีสิ่งให้เราอิ่มไว้สำหรับไอ้คนนี้มันกำลังจะลงแดงแย่แล้วต้องเติมให้มันหน่อยไม่เติมให้มันนิดนึงมันตายแน่ตายจริงๆด้วยตายจริงๆด้วยเพราะฉะนั้นต้องให้มันนิดนึงท่านเรียกว่าเปรตคือภาษาของพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าเศษ 4 คือการต้องเสียสละบ้างพอดีหมายความว่าต้องเสียสละต้องให้มันบ้างต้องให้มันบ้างแม้เราจะรู้ว่าเราเลี้ยงเปรตไว้แม้เราจะรู้ว่าเราเลี้ยงเป็ดไว้ก็เราก็ต้องอนุเคราะห์มันบ้างเล็กน้อยสำหรับ 8 ปี ขอบเขตที่มันจะลงแดงแล้วเนี่ยต้องให้มันเอาไว้ก่อนอย่าพึ่งแล้วค่อยๆลดน้อยลงนกน้อยลงค่อยๆหาวิธีช่วยกันรักษากันอย่างเดียวก็ค่อยๆทยอยๆอนุโลมให้นิดๆหน่อยๆแต่ไม่ใช่เราตามใจจะเรียกว่าเราจะไม่ให้เขารู้ว่าที่จริงอ่ะเราไม่ได้เต็มใจให้เขานะที่จริงแล้วเราจะขัดเราไม่ใช่ว่าของดิบของดีที่จะส่งเสริมนะให้เขาได้รับปริญญาอันนี้เพราะการให้เป็นปีซึ่งหมายความว่าอย่างนี้อย่าไปเข้าใจว่าเศษ 4 ก็คืออะไรก็ไม่รู้ลอยลมเอาข้าวไปถวายลมเอาไปวางไว้บนโต๊ะที่ไหนหรือบริการต่างๆ ไม่ใช่หรือมาทำการกรวดน้ำกรวดน้ำอะไรเนี่ยเปตานังอุปกิตอะไรเนี่ยสวดไปให้เปรตอย่างนี้นะไม่ใช่เปรตไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นดอกไม้ความว่าผู้ตายแล้วซึ่งผู้ตายแล้วจากความดีคือเปรตพูดตายแล้วจากความดีเปตานังคือผู้ตายแล้วจากความดีอย่าไปเข้าใจว่าผู้ตายแล้วจัดร่างกายนี้แล้วก็ไปเป็นเปรตไอ้นั่นมันไม่ได้เรื่องเปรตคือผู้ที่ต่ำเพลงไม่ได้หมายความว่าคนดีไม่ได้หมายความว่าวิญญาณหรือผิดหรือปัญญาอันดีไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นปลูกหมายถึงจิตหมายถึงปัญญาอันเสื่อมตามจิตวิญญาณหรือปัญญาอันเสื่อมตามมันตายแล้วจากจิต วิญญาณหรือปัญญาอันดีมันตายไปจากอันนั้นเพราะงั้นพวกที่ไปปฏิบัติไปประพฤติหรือไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งต่ำเราจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณเลวเป็นผู้ที่มีปัญญาเสื่อมอยู่ในคนโสดอยู่ในคนเปรตไม่ได้ไปอยู่ที่ไหนไหนหรอกเปรตอยู่ในตัวบุคคลนี่แหละเป็นผู้ที่ล้นร้านยิ่งลดเดือดร้อนอยากเสพยาไปทุกทีอย่าไปเกี่ยวข้องไปยึดถือไอ้สิ่งที่มันเลวๆเอาไว้เปรมศักดิ์พร้อมและส่วนใหญ่จะเป็นวิริยะสัตว์คือเป็นสัตว์นรก หาทุกข์ทรมานและเป็นอสุรกายอยู่ในตัวด้วยเปรตเนี่ยเพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจให้ได้ว่าจิตวิญญาณใดที่มันอยู่ในร่างคนนี่แหละไม่ต้องไปเอาอยู่ในร่างสัตว์ที่ไหนหรือว่าออกนอกร่างไปแล้วแล้วก็ไปพิสูจน์กันที่สุดเป็นแบบนั้นป่วยการใช้เวลาคนที่จะเห็นเปรตเห็นผีเห็นสัตว์ในนรกภูมิเห็นสัตว์ในเทวดาภูมิเห็นสัตว์ในภูมิที่มีตาทิพย์เห็นนั่นน่ะเห็นตลกไปหมดอยู่ในคนนี่แหละอยู่ในคนนี่แหละเห็นชัดแล้วก็สอนคน สอนคนให้ขึ้นมาเป็นเทวดาและไม่ยึดเทวดาเทวดามีอีกสอนเทวดาในร่างของคนนี่แหละจิตวิญญาณในร่างของคนไข้สูงขึ้นไปอีกเป็นพรมสุดท้ายสอนให้วางความเป็นคนทิ้งจิตวิญญาณที่เป็นพรหมอีกจึงจะเป็นพระอรหันต์ทิ้งวิญญาณที่เป็นพรหมแล้วก็เป็นพระอรหันต์เนี่ยเป็นระดับๆอย่างนี้จริงๆอย่าไปเข้าใจว่าพระพรหมก็คือลอยละล่องหนนะครับอยู่บนสวรรค์ไหนก็ไม่รู้ไม่พระพรหมก็คือคนจิตวิญญาณที่อยู่ในคนเทวดาก็คือจิตวิญญาณที่อยู่ในคนสัตว์นรกก็คือจิตวิญญาณที่อยู่ในคน อันนี้เป็นปรมัตถ์พระอธิบายลอยอยู่นอกตัวแล้วเป็นสมมุติบัญญัติไม่ใช่ปรมัตถ์เห็นให้เป็นปัจจุบันเดี๋ยวนี้เห็นที่เรายิ่งใครเห็นที่เราเมื่อกี้นี้ได้เน้นเข้าไปแล้วว่าการที่เราพิจารณาที่เราเรายึดถืออะไรไว้เห็นที่เราผู้ใดเห็นที่เราเมื่อใดนั่นแหละผู้หลักผู้นั้นรู้จักกายอยากรู้อัตราผู้เห็นที่เราเมื่อใดผู้นั้นรู้จักกายะหรือรู้อัตตาตัวตนของเรารู้กายรู้จิตของเราถ้าเราไม่รู้กายไม่รู้จิตของเราไม่เป็นปรมัตถ์ไม่เป็นสติปัฏฐานไม่เป็นก็ไม่ได้นั่งมีความรู้ไปรู้นั่นแหละตาที่ไปมองเห็นอยู่ข้างนอก ผู้ปฏิบัติธรรมที่จะบรรลุนิพพานได้ต้องเป็นปรมัตถ์ก็เป็นปัจจุบันน่ะทำต้องเห็นที่ตัวตนเป็นสติปัฏฐานแท้เป็นสติปัฏฐานมันจึงจะพ้นมันจึงจะบรรลุเป็นพระอริยบุคคลแล้วก็เป็นนิพพานได้ไอ้นี่เป็นจุดแท้ๆในการทำนะเพราะฉะนั้นถ้าพูดได้ยังยึดถืออะไรก็ให้ถามตัวเองเข้ามากๆรวมพลตรวจตัวเองรู้ตัวของตัวหรือรู้ตนพระอริยะต้องมีจิตที่เรียกว่าสติและจิตที่เรียกว่าระลึกรู้สำหรับตนเองอยู่เสมอมีสติเป็นอาวุธอย่างเจ้ากล้า ภาษาบาลีท่านเรียกว่ามีชะตาธิปไตยมีชะตาธิปไตยคือมีจิตเป็นอำนาจจิตหรือมีสติเป็นอำนาจจิตตัวนี้เราย่อมๆมาเป็นตัวสติมีการระลึกรู้ตัวอยู่เสมอเสมอเป็นอำนาจเรียกว่าสติอันเดียวกันคือจิตที่มันระลึกรู้บวกกับอธิปไตยหรืออธิปไตยนี่แหละที่เราก็พูดกันอยู่เดี๋ยวนี้กำลังอธิปไตยกันเต็มที่เลยในประเทศไทยเดี๋ยวนี้กำลังเก่งเก่งอธิปไตยกันอันเดียวกันนี่แหละต้องมีสัตว์ป่าคือมีสติ อำนาจเมื่อผู้ใดมีสติเป็นอำนาจแล้วก็ค่อยตรวจตนตรวจดูตนเสมอเสมอโปรดดูฐานของเราอย่าไปนู่นคนอื่นกายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมกับสัญญากับใจของเราในตัวเราให้มากตรวจแล้วก็จะเกิดปัญญาเกิดรู้รู้ว่าเราไปยึดถืออะไรรู้ว่าเราไปยุ่งกับอะไรมากและสิ่งที่ไปยึดถือไปยุ่งอยู่นั้นอ่านมันทุกอันรู้มันทุกอันแต่เช้าขึ้นมาจดเย็นจนกระทั่งถึงนอนตื่นขึ้นมาอีกทีผ่านไปทุกวันผ่านไปทุกอาทิตย์ผ่านไปทุกเดือนอาจจะทุกชั่วโมงผ่านไปด้วยตรวจไปเรื่อยๆเรามีอะไรที่เรายึดเอาไว้ที่มันเกิน แบบฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยบ้านฟุ่มเฟือยมากไปแล้วมันไม่เข้ายาอันใดที่เป็นเรื่องของคนโง่ถ้าเรียกว่าอันนั้นของชาวนรกเราไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าเราเองเราไปหลงสิ่งที่ชาวนรกเขาหลงอยู่พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าอบายมุขอบายมุขมุกดาแปลว่าใหญ่หรือแปลว่าปากไปว่าหน้าเนี่ยเห็นชัดๆปากหน้าเนี่ยแต่ว่ายายอันนั้นแหละของชาวนรกคือผู้ที่โง่ไปยึดถือไปทุกทีเกี่ยวข้องพูดออกไปเดี๋ยวนี้ก็อายพูดไปเดี๋ยวนี้ก็อายเรียกว่าเรารู้อยู่ถึงยังไงยังไงสามัญสำนึกก็รู้ว่าไอ้นี่ชาวนรกเขาเกี่ยวข้อง อันนี้ที่ตัวเองต้องหาทางปลดปล่อยอย่ายึดถือเอาไว้อยากเกี่ยวข้องอย่างนี้ที่ตนอยากมีที่ตนอบายมุขใดๆก็ตามแต่อาตมาพูดแล้วก็ทิ้งหลักไม่ได้บอกแล้วว่าทิ้งหลักไม่ได้เพราะงั้นเราต้องตรวจจริงๆอบายมุขไม่อยากไปคิดว่าไม่ได้ช่างมันเถอะเล็กๆน้อยๆพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนใครว่าไม่เป็นไรหรอกโทษภัยนิดหน่อยเธอทำเฉยๆก็ช่างมันเถอะไม่มีพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนสาวกของท่านอย่างนั้นไม่เคยสอนพุทธบริษัทจากนั้นพระพุทธเจ้า สมานน้อยอย่าประมาทแม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยพระพุทธเจ้ามีแต่สอนอย่างนี้ไม่เคยสอนว่าช่างมันเถอะเล็กๆน้อยๆช่างมันเถอะไม่เคยสอนเพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ตัวว่าอย่างนี้จัดเข้าเป็นอบายมุขแน่แล้วเลิกยึดถือจะยึดถือมันไปทำไมจะเกี่ยวข้องมันไปทำไมบ้านเมืองก็ตามสังคมก็ตามคุณเองก็ตามจะเจริญได้เพราะคุณเลิกสบายจะลุกมาก่อนอันนี้ขอยืนยันเลยขอยืนยันว่าคุณไปถามใครก็ได้ คำสอนพระพุทธเจ้าสอนมาแล้ว 2,000 กว่าปีท่านก็ชี้ชัดชี้เด่นก็ไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้เรื่องการพนันทั้งหลายแหล่เนี่ยถ้าเรายังยุ่งกับการพนันก็พูดทีไรก็อายตัวเองถ้าเรายังติดการพนันยังยึดถือการพนันยังเกี่ยวข้องกับการพนันผู้ที่ไรก็ยังอายตัวเองอยู่นั่นแหละนี่มันรู้ชัดชัดเพื่อเป็นอบายมุขแท้ๆก็จะไปยึดถือมันทำไมหาทางระงับการเจริญก้าวหน้าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามีมรรคคือมักกะวิธีคือมีศีลสมาธิปัญญาคุณก็ไม่เข้าใจเนื้อหาสาระมันหมายความว่าอะไรศีลก็คือ กฎข้อที่คุณจะเอามาทำเสมอๆมายึดแทนเสมอๆคืออาตมาทานสมาทานภาษาบาลีนี่แปลว่ามันยึดถือไว้เสมอๆฉวยเอาไว้เสมอเสมอมาจากคำว่าธรรมะบอกอาทานอาทานแปลว่ายึดเอาไว้ฉวยเอาไว้สำหรับแปลว่าติดต่อกันเนืองๆหรือเสมอๆเราเอาอันนั้นมายึดแทนแต่ก่อนเราเคยเดินเข้าสนามม้าเสมอๆเดี๋ยวนี้แหละตั้งศีลให้กับตัวเองใหม่หรอกต่อไปนี้เราจะไม่เดินเข้าสนามมาเสมอๆฟังให้ดีนะฟังให้ออกพม่าของพระพุทธเจ้าฟังง่ายและเข้าใจได้เราอย่าไปติดพรรษา ไพ่เสมอๆเดี๋ยวนี้เราตั้งกฎให้ตัวเองใหม่คือตั้งศีลให้ตัวเองเสียหรือตั้งข้อสมาทานให้ตัวเองสิยึดเอาข้ออันนี้มาทำเสมอๆว่าไม่เดินเข้าบ่อนไพ่ให้ได้เสมอๆให้ได้ติดต่อคนเนืองๆแต่ก่อนนี้เดินเข้าไปบ่อยๆเดี๋ยวนี้ไม่เดินอย่างนี้ถึงเรียกว่าตั้งศีลขึ้นมามีสมาทานมีข้อมีหลักเกณฑ์ที่เราจะเอามาประพฤติประพฤติจริงๆจนกระทั่งให้เข้าถึงจิตเราเรียกว่าสมาธิเราเรียกว่าอาทิตย์จิตถ้าปฏิบัติยังไม่เข้าถึงจิตไม่มีปฏิบัติปฏิบัติอยู่ข้างนอกก็ได้แค่สีมันมีนัดไว้ศีลมันมีรับไว้มันมีแต่แค่สีทำให้เราบริสุทธิ์ไม่ดีเราไม่เดินเข้าสนามม้าเราไม่เดินไป เราไม่เดินไปวงเหล้าเราไม่เดินไปวงเหล้าแล้วก็เอาวงเหล้ามาตั้งไว้ในบ้านก็ไม่เอานะหรือว่าไม่เดินเข้าสนามมาเอาสนามม้าไปตั้งไว้ในบ้านเดี๋ยวนี้ก็มีสนามม้าเขามีสนามมาเป็นใบๆก็มีมาแทงกันในบ้านเลยเป็นกระดาษเป็นสนามม้าเขาเรียกอะไรเค้าเรียกม้าอะไรเล่นม้าไปๆก็มีเดี๋ยวนี้สารพัดที่เขาจะทำหรอกคนได้คนมันบอกว่าเราไม่เอาเราเลิกกันมาพวกนี้อย่างแท้จริงตั้งศีลให้ตัวเองทำจนกระทั่งถึงจิตมันไม่เคยในการที่จะไปเสพมันก็จะค่อยๆห่างมานอกจากไม่เคยแล้วความเจ็บคุณน้อยลงไปแล้วรถออก เราก็ทำปัญญาเข้าไปถอนอาสวะซะด้วยทำปัญญาก็ไปถอนอาสวะคือภรรยาพิจารณาอ่านคนคิดให้เห็นว่าเรานี่โง่ๆๆคนอื่นเขามีความเจริญด้วยสิ่งที่ดีแต่เราทำไมยังจะต้องไปมัวเมายึดถือติดอยู่กับความชั่วที่ท่านพูดอยู่ว่าอบายมุขหรือเป็นเรื่องของคนโง่เป็นเรื่องนรกอบายมันแปลว่านรกทำไมเราจะไปติดมันอยู่ทำไมเราจะต้องไปวุ่นวายมันอยู่อ่านไม่เห็นอ่านในแชทมันปัญญาถ้าเราไม่มีสิ่งนี้เราจะตายไหมบังคับตัวเองเข้าตั้งแต่จะเข้ามีธรรมะมีขันติสัจจะก็คือเอาจริงเอาจังเข้าธรรมะก็คือ ชงข้าวขันติก็คืออดทนก็จริงๆจึงจะเกิดจาคะจึงจะเกิดการเสียสละออกไปได้ปลดปล่อยไปได้หลุดออกไปได้เมื่อปัญญาต้องเราเข้าใจแจ้งแทงเห็นแล้วก็กดโทรไอ้นี่เป็นอกุศลจริงหนอโธ่เราโง่อยู่ได้ตั้งนานก็ชีวิตไม่ต้องเกี่ยวข้องกับอกุศลธรรมแบบนี้มันก็อยู่ได้นี่นะเมื่อปัญญาของผู้ใดเห็นอย่างนี้แจ้งสว่างขึ้นมาเมื่อนั้นล่ะก็ผู้นั้นจะไม่ยึดถือสิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องถ้าไม่เกี่ยวข้องสิ่งนี้ไม่คลุกคลีสิ่งนี้จะปลดปล่อยจากวิมุติจะทำให้หลุดพ้นออกไปจริงๆคนผู้นั้นก็จะเป็นผู้มีวิ มีความหลุดพ้นวิมุตอย่างนี้แหละเราเรียกว่าเป็นการกระทำที่เรียกว่าปฏิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่าไปฟังเพ้อลอยลมอยู่ที่ไหนเป็นอันขาดปัญญาเท่านั้นจะเข้าไปตัดอนุสัยจะเข้าไปตัดจิตตัวที่เราไปยึดถือตัวที่เราไปเกี่ยวข้องไปทุกทีปล่อยวางไม่ได้ปัญญามันจะเห็นว่าไอ้นี่ชั่วแท้ไอ้นี่เป็นอกุศลธรรมแท้เป็นอกุสลาธัมมาผู้ใดอ่านออกก็ถูกชราธัมมาคือการไม่เกี่ยวใจของจิตมองเห็นแล้วว่าเรายึดถือสิ่งนั้นไม่ถูกแล้วเราก็ล้างออก แล้วเราก็พยายามพากเพียรทำให้เกิดแก่ตนจนถึงจิตจิตสูงขึ้นวิญญาณเปลี่ยนแล้วแต่ก่อนเรายังเป็นเปรตแต่ก่อนเรายังเป็นเดรัจฉานแต่ก่อนเรายังเป็นสัตว์มีระยะภูมิเป็นสัตว์นรกแต่ก่อนเรายังเป็นอสุรกายเพราะเราไม่เข้าใจมันเพราะเราไปหลงหลงยึดถือมันเพราะเราไปติดมันเพราะฉะนั้นเมื่อเราไปติดมันไปยึดถือมันก็จะไปเกี่ยวข้องทุกทีอยู่จิตของเราก็ไม่ดีขึ้นใจเข้าใจได้แท้เห็นถึงจิตปฏิบัติจนกระทั่งจิตร่อนจิตมันวางจิตมันปล่อยจิตมันไม่ยึดถือจิตสบายไม่ต้องเสพ ไม่ต้องคลุกคลีสิ่งนี้เพราะจิตไม่ยึดถืออันนี้แล้วปล่อยปลดออกไปจากตนแล้วแม้แต่ที่อาตมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเรื่องอบายมุขเห็นได้จริงนะคุณไปรับทำความเข้าใจให้ชัดนะที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้นี่ท่านไม่ได้หลอกคุณนะอะไรการวันนั้นเอ่ยสิ่งเสพติดไปยิ่งสิ่งเสพติดให้หยาบๆใครๆจนถึงไอ้ยาเสพติดเฮโรอีนผงขาวอะไรนะยิ่งร้ายกาจเพราะคุณเสพติดแม้แต่เหล้าสุราแม้แต่เบียร์แม้แต่ไอ้ที่เป็นทำให้จิตของเราสติมันตกเนี่ยคุณก็เห็นให้ได้อย่าไปเสพติดบุหรี่รู้เลยไอ้ยาดมยาหอมยานัดยาถุงอะไรก็ตามแต่คุณเถอะมันรู้แล้วแต่มันเปลือง ติดตรงนี้ของผู้ชายเนี่ยชอบจะไปลองอะไรที่มันจะกัดบุหรี่เหล้าสุราของทุนๆอะไรที่มันจะกัดถ้าชอบรถข้างในเสร็จก็ไปข้างในส่วนผู้หญิงนั้นสิ่งเสพติดจะชี้ให้สิ่งเสพติดคือของสวยของงามไอ้เรื่องขุนนายไม่เอาอ่ะคุณกับนายทุนเข้าไปข้างในไม่ค่อยเสพติดเท่าไหร่ผู้หญิงแต่ผู้หญิงเสพติดของพวกนอกของพวกนอกเครื่องบริโภคนอกพระพุทธเจ้าท่านแบ่งบริโภคนอกไงก็คือเอาเข้าไปข้างในส่วนบริโภคข้างนอกก็คือฉากพ่อไว้ข้างนอกผู้หญิงติดอันนี้รวมกับผู้ชายผู้ชายติดเหล้าเปลือง แล้วจะทำอะไรให้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยได้เยอะผู้หญิงติดการแต่งตัวเปลืองเท่ากันเท่ากันถ้าใช้มากก็มากไปด้วยกันทั้งคู่แหละใครหนักฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเป็นด้วยเรื่องวิตถารก็ไปด้วยกันทั้งคู่อ่ะลากจูงกันไปหมดฟังให้ดีนะสมัยนี้แหละชัดๆเลยเพราะสมัยนี้ก็บอกที่จะตัดผมให้เป็นมงคลตื่นข่าวมันมากจะบอกที่มันทำให้คนเราเห็นเป็นมงคลตื่นข่าวก็คือภาษาไทยเราเรียกเดี๋ยวนี้ว่าประชาสำคัญหรือโฆษณาอย่างนี้เป็นแฟชั่นอย่างนี้สวยอย่างนี้งานอย่างนี้ ปีใหม่อย่างนี้แคตตาล็อกใหม่อ่ะเดี๋ยวนี้เขาแก้ตรงนี้ก็เปิดข้างหน้าตอนนี้ก็เปิดข้างหลังแล้วเดี๋ยวนี้ก็เปิดบนแล้วเดี๋ยวนี้ก็เปิดล่างแล้วเดี๋ยวนี้เขาเว้าเหมือนเขาเว้าล่างแล้วสารพัดๆซึ่งเป็นสิ่งล้วนแล้วแต่ประชาสำคัญคนที่ไม่เข้าใจความจริงเท่านั้นที่เป็นหลงสิ่งเหล่านี้อยู่มากมายคนที่รู้สัจจะแล้วไม่มีหลงในเรื่องรูปแบบไม่หลงในรูปในรถในกลิ่นมีเสียงในสัมผัสไม่หลงในรูปรูปจะยัดรักษาเป็นเบี้ยวเป็นแหล่งเป็นเว้าเป็นซีทรูเป็นผีเปรตแหกออกมาเป็นแท็บเล็ตเป็นอะไรไม่เกี่ยวอ่ะคนที่เข้าใจแล้วไม่เกี่ยวสัจธรรมวันนี้คนที่ไม่เข้าใจเท่านั้นที่เกี่ยวเพราะฉะนั้น ต้องเข้าใจให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการโทรประกันได้หรือเป็นมงคลตื่นข่าวเข้าใจคำว่ามงคลตื่นข่าวภาษาของพระพุทธเจ้าให้ได้นะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเข้าใจหลงเชื่อตามมงคลตื่นข่าวคำว่าเชื่อตามมงคลตื่นข่าวก็คือคำเชื่อตามประชาสัมพันธ์หรือเชื่อตามพระพุทธศาสนาเดี๋ยวนี้เยอะเดี๋ยวนี้รุ่งเรืองมากวิชาการมงคลตื่นข่าววิชาการบางคนตื่นข่าวเดี๋ยวนี้รุ่งเรืองมากรุ่งเรืองจริงๆแล้วก็ชี้ชวนชักจูงให้ตื่นข่าวกันโดยไม่รู้โมหะมืดมัวเมาเมากันมากเพราะงั้นแม้แต่การแต่งตัวในคุณอย่าหลงอย่าหลงเรื่องเรื่องเรื่อง คุณดีนอกไม่เข้าท่าอะไรหรอกดีเพราะสวยได้เปรียบฉาบพ่อเอาไว้ไม่เข้าท่าต้องดีในดีพระจิตใจมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาไม่โลภไม่ขี้โกรธและมีปัญญารุ่งเรืองอยู่ในใจด้วยรู้สัจจะรู้ความดีแท้ดีอย่างนี้ที่ยอดคดีได้หลงเปลือกงามงานหน้างานกับผิวงามเชฟงามเดินดีโลกสวยบ่มีการไม่มีอะไรหรอกลูกสวยก็ไม่มีอะไรมีแต่รังต่อให้ทุกข์และก็ยุ่ง เป็นกระบอกเสียงแห่งการชักจูงในการเร่งเร้ากามารมณ์ประกวดผู้หญิงเพราะประกวดผู้หญิงก็ประกวดผู้ชายประกวดกันไปจนกระทั่งดูหน้าดูตาดูหัวดูก้นดูกันหมดไม่พอเปลือยกายดูมันเลยก็เข้าเมืองนอกมันเปลือยกายประกวดกันแล้วและเป็นเรื่องจริงด้วยมันไม่มีเรื่องอะไรเป้าหมายก็มีแต่เร่งเร้าตามอารมณ์ได้สุดยอดมันจะไปเข้าเปลือยเหรอมึงก็เคยส่งให้นั่นถึงจุดสุดยอดแห่งความลามกที่สุดแล้วหรือจุดสุดยอดแห่งการเร่งเร้าที่สุดแล้วในการที่จะโชว์ความงามมันไม่ มันก็มีแต่แค่นั้นแหละแต่งไปสิผู้หญิงก็แต่งให้เต็มเหนี่ยวเลยแต่ไม่ควรยกย่องสรรเสริญชูเชิดผู้ชายหนุ่มจะได้มองดูตาเป็นมันแปลกๆเสร็จแล้วผัวในที่สุดในที่สุดคุณคิดตามแก้ออกหมดถอดออกหมดใช่ไหมคิดดูที่ส่วนใหญ่ที่สุดไม่ได้เกี่ยวข้องเลยนะพ่อขี้หน้าพ่อกี่ตัวพ่อที่ท่าเรือไม่เกี่ยวที่สุดใ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน