170329 อนัตตา-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์227 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ข่าววันนี้ตั้งใจจะพูดกันอีกเรื่องนึงคือเรื่องอนัตตาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องอนัตตาสู่กันฟังพระศาสนาพุทธของเราเนี่ยท่านให้เรียนรู้ในสิ่งที่คนเราเนี่ยจริงๆที่จริงน่ะคนเรารู้แต่ว่าคนเราไม่รู้ที่จริงคนเราเกี่ยวข้องแต่คนเราเองไม่ได้ใช้ปัญญาไปมองเอาก็เลยมองมาอยู่ที่ตัวที่มันดูง่ายดูที่มันตัวหยุดแล้วตัวที่ตัวสิ่งอะไรก็ตามแต่ที่ตัวเองไปเกาะไว้ หาไปเกาะไว้ไปผูกไว้ไปยึดไว้ไปหยุดไว้แล้วเราก็ไปมองที่ตัวหยุดที่เราเองมองออกไปนอกตัวเพราะออกไปนอกตัวแล้วเราก็เลยไปรู้สิ่งเหล่านั้นชัดไม่รู้สิ่งเหล่านั้นชัดแล้วยังไม่พอเราจะเอามาเป็นของตัวของตนอีกจะเอามาจะโลภมาทางใดเนี่ยเราเองเรารับแล้วเรายินดีแล้วเราคิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ควรจะสะสมรักชอบหวงแหนขึ้นมาแล้วเราก็จะไปเอาสิ่งนั้นเข้ามาอีกโดยไม่รู้ตนรู้ตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่เริ่มสะสมที่จริงน่ะทุกสิ่งทุกอย่าง นี่มันเกิดขึ้นมาเป็นแต่เพียงการขัดสีแล้วก็ตกตะกอนขัดสีกันเป็นการขัดสีเป็นการกระทบสัมผัสเพราะกระทบสัมผัสแล้วเนี่ยมันก็จะเกิดอะไรอันหนึ่งขึ้นมาเราเรียกว่าแรงงานหรือปฏิกิริยาผลกระทบขัดสีรถยนต์เกิดแรงงานหรือปฏิกิริยาแรงงานนั้นมันก็จะแสดงผลในทางโลกเขาเรียกว่าพวกเป็นพวกความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้าอะไรพวกนี้มันเป็นการแสดงผลของมันออกเฉยๆแล้วแต่ก่อนของพวกความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้าอะไรพวกนี้แต่ก่อนเขาสิ่งพวกนี้มันตกลงมาแล้วเขาก็ไปบางคนก็ไปยึดเอาไอ้ตัวนั้นเป็นของตัวพอเริ่มต้นเป็นตัวนั้นแล้วก็เริ่มมีอายุเริ่มมีอัตราเริ่มมีตัวตน เพราะเรามีตัวตนตามที่ว่าตัวเองจะเริ่มมีแล้วจะรู้ว่าตัวเองมีตัวตนไม่อ่ะตัวเองมีตัวตนแต่ว่าไม่รู้ตัวเองมีตัวตนทีนี้ก็เอาตัวตนของตัวเองเนี่ยไปมองสิ่งอื่นที่อยากจะให้มันได้มากกว่าเก่าสะสมมาตั้งแต่รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั่นแหละเราเรียกว่าค

อ่านต่อ

วามร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้ารูปรถเป็นเสียงสัมผัสไฟฟ้าอันเดียวกันมันเป็นเรื่องเดียวกันเลยแต่ว่าพวกเราไม่เข้าใจพวกเราไม่ได้ไปพิจารณาให้มันถี่ถ้วนฟังภาษาด้วยความที่เข้าไปผูกไปยึดว่าวาทะที่บอกอัตราแต่ละอย่างอัตราแต่ละอย่างแต่ก่อนถึงความร้อนหรือรูปร่างของความร้อน เราก็ไม่รู้อัตราของแสงหรือว่าตัวตนของแสงแล้วก็ไม่รู้เสียงเราก็ไม่รู้แม่เหล็กไฟฟ้าเราก็ไม่รู้ไม่รู้ชัดในสิ่งเหล่านั้นที่จริงทุกวันนี้เราสะสมกับเราสะสมกับความร้อนเอาแสงเอาเสียงเอาแม่เหล็กเอาไฟฟ้าใส่ตนและสะสมพวกนี้ก็ใส่ตนทุกวันนี้คำว่าความร้อนนี่ก็คือพวกเตโชธาตุแต่โชว์ธาตุไอ้เตยโชว์ธาตุเนี่ยมันไม่ได้หมายความว่าร้อนอย่างเดียวนะเย็นที่สุดมันก็คือเตโชธาตุนะความเย็นอุณหภูมิร้อนจี๋ก็เรียกว่าเตชะอุณหภูมิเย็นเจี๊ยบก็เรียกว่าได้โชว์ธาตุเพราะฉะนั้นคำ ความร้อนมันก็ไม่ได้หมายความว่าที่จริงความร้อนต่ำกว่าน้ำแข็ง 0 องศาไปหาเท่าไหร่เท่าไหร่ก็เรียนความร้อนวิชาความร้อนเราเรียนไปแค่ความร้อนขึ้นไปที่ไหนนักเรียนได้ต่ำกว่า 0 ลงไปหาจุดลบไปอีกตั้งเท่าใดๆแล้วก็เรียนคำนวณกันออกมาแหยงๆอ่ะคนเรียนวิทยาศาสตร์เรื่องความร้อนเนี่ยเรื่องแสงก็ทรงตัวก็คือรูปซึ่งแสงก็คือเรื่องราวตรงตัวนะเป็นความร้อนก็คือการกระทบสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งนี่แหละด้วยความร้อนเรื่องเสียงก็ทรงตัวเรื่องเสียงก็ตรงตัวเรื่องแสงคือรูปเครื่องเสียงก็คือเสียงเรื่องแม่เหล็กและไฟฟ้าในรวมหมดคือแรงดูดและแรง แม่เหล็กก็มีแรงดูดแรงผลักในตัวที่จริงแต่ว่าไฟฟ้าเนี่ยมันเป็นการทำงานซ้อนเข้าไปอีกในทางวิทยาศาสตร์เขาเห็นแต่แค่เป็นความร้อนแสงเสียงแค่เนี้ยเป็นใหญ่แล้วแค่นี้ก็ได้แค่นี้เป็นยายแล้วทางเอ่อศาสนาพุทธเราน่ะไปถึงจนกระทั่งกลิ่นรสที่สำคัญในทางลิ้นอีกทีนึงแล้วเราไปยึดติดในเรื่องรถเขาอีกทีนึงซึ่งเราศึกษาเข้ามาหากายเข้ามาหาตัวตนเข้ามาหาชีวิตส่วนวิทยาศาสตร์นั้นเรียนออกไปหาวัตถุนอกตัวเลยนอกตัวเราจึงไปเห็นแต่ความร้อนแสงเสียงไอ้ความร้อนมันก็อยู่นอกกายเราได้เพราะว่าใกล้ตัวเราก็เห็นมีความร้อนได้ สัมผัสไม่ใกล้ตัวเรามามันก็ร้อนที่ผิวหนังเราเนี่ยมันก็เลยเขาก็เลยรู้ได้เพราะมันใหญ่มันใหญ่กลิ่นเขาไม่ได้อันนั้นเท่าไหร่กลิ่นก็กลิ่นกับรสในลิ้นเนี่ยเขาไม่ได้เป็นลึกถึงขนาดนั้นแต่เขาก็ไปมีจุดเป็นปฏิวัติอยู่ที่ตรงแม่เหล็กกับไฟฟ้าแม่เหล็กก็ไฟฟ้านี่มันคู่กันตรงที่ว่าแม่เหล็กนั่นน่ะมันมีผลประโยชน์เท่านั้นแหละในโลกนี้ไม่ชอบกระชังมีปลากระโดดทีนี้เมื่อมีผลประโยชน์แล้วมันก็ยังมีสังขารสังขารคือการปรุงอยู่เรียกว่าไฟฟ้าอาการของการปรุงอยู่ที่ทำปฏิกิริยาไฟฟ้านี่คือปฏิกิริยาของสิ่งที่มันก็ทำงานอยู่แล้วมันเกิดปฏิกิริยามีผลไฟฟ้าเนี่ย มีหมวกกันน็อคมันมีบวกกับลบเสมอถ้าไอ้บวกกับลบนี่ไม่มีทำงานเลยไม่มีตัวไม่มีตัวไม่มีแรงฤทธิ์เลยนะมันเป็นนิวตรอนว่างั้นนะคือมันเป็นกลางมันเฉยๆไม่มีฤทธิ์ไปทางลบไม่มีที่ไปทางบวกมันจะตีกันแตะกันยังไงมันไม่ทำแล้วมันอยู่เฉยมันเลยมันอยู่ตอนมันก็ไม่มีเรื่องของไฟฟ้าคำว่าไฟฟ้าก็ไม่เกิดขึ้นและคำว่าปฏิกิริยาก็ไม่เกิดขึ้นนั่นแหละคือคำว่าสังขารคือคำว่าสังขารเพราะฉะนั้นคำว่าสังขารจึงคือไฟฟ้าคำว่านามรูปจึงคือแม่เหล็กถ้าว่าสังขารจึงคือไฟฟ้าคำว่านามรูปจึงคือแม่เหล็กถ้าลองนึกไปนึกไปดูที่ปฏิบัติ ปฏิจจสมุปบาทเนี่ยเริ่มต้นด้วยอวิชชาคือความไม่รู้ไม่เข้าใจไม่มีปัญญาเมื่อไม่มีปัญญาไม่เข้าใจไม่รู้เรื่องอะไรก็มีสังขารปัญหาคือมีความฉลาดมีปฏิกิริยามีบวกลบทำงานไงพอทำงานจะเป็นปฏิกิริยาเป็นผลของสังขารเป็นการปรุงแต่งเป็นการอะไรก็ตามแต่เนี่ยพอสังขารแล้วก็ถึงจะมีนามรูปแล้วก็เป็นแม่เหล็กพอไฟฟ้ากับแม่เหล็กแม่เหล็กแล้วก็จะเกิดผลอื่นๆต่อไปเพราะเกิดถึงนามรูปในนามรูปแล้วก็เป็นวิญญาณวิญญาณเหล่านั้นแหละก็เป็นเรื่องของความร้อนแสงเสียงเป็นวิญญาณเป็นโสภิญญาเป็น ชิวหาวิญญาณเป็นจากสถานะวิญญาณเป็นราชินีหาวิญญาณเป็นกายะวิญญาณโสตะและก็อะไรจะคุวิญญาณโสตะจากคณะชิวหากายะวิญญาณจนกระทั่งถึงมโนวิญญาณของพุทธนี้ละเอียดกว่าเป็นแค่ไหนๆๆของทางวิทยาศาสตร์มีพ่อแม่เหล็กไฟฟ้ามาแล้วก็มาออกเป็นความร้อนแสงเสียงเป็นความร้อนแสงเสียงแค่นั้นเองเป็นอัตราเป็นสภาวะที่เขารู้ผลความร้อนแสงเสียงเข้าไปเรียนเอานอกตัวเขาไปเรียนเอาผลของที่มันเกิดอยู่ในโลกแล้วมันก็มีวงเวียนอยู่แค่นั้นแหละแต่ของในตัว เราเนี่ยมันมีทวารที่มันรู้ได้ละเอียดกว่าลึกกว่าเกิดมะเร็งก็เลยมากกว่าก็เลยรู้ละเอียดกว่าทั้งโลกขนาดแสงเราออกเป็นหยาบแล้วทางผู้โดยสารสนามแสงเนี่ยหรือว่ารูปที่เห็นเด็กตาแล้วเนี่ยเราถือว่ารูปที่เห็นในตาข้างนอกนี่เข้ามาเนี่ยเป็นรูปแล้วจิตของเราซึ่งประกอบไปด้วยนามธรรมและประกอบไปด้วยสิ่งที่รับรู้เนี่ยมันก็ต้องสัมผัสแล้วเกิดเป็นอะไรก็ได้รู้รูปต่างๆข้างนอกที่รับสัมผัสอย่างเป็นอีกอันหนึ่งภายนอกภายในเป็นรับรู้รูปข้างนอกแล้วก็ ข้างในมีรับซื้อสืบต่อมาอีกละเอียดกว่ากันอีกเป็นกองเป็นกายแค่เรื่องรับรู้จากการกระทบสัมผัสตัวเรากับของข้างนอกเท่านั้นความเป็นจริงมีอยู่เท่านี้และเท่านี้เลยในโลกมันก็มีบทบาทมีตัวตนอะไรต่ออะไรจะเป็นนั่งเธอได้เรียนรู้ถึงฟิสิกส์เรียนรู้ถึงไอ้เคมีเรียนรู้ดาราศาสตร์เรียนรู้ถึงนอกตัวนอกตัวนั้นมันใหญ่ออกนอกตัวโดยเฉพาะทางออกนอกโลกไปจนกระทั่งประเทศที่เราเรียนรู้อะไรก็ได้ไกลไกลต่างๆนานาก็รู้แล้วแต่เหมือนกันหมดเลยและไม่มีอะไรละเอียดเท่าตัวคนเราจะไปเรียนรู้ดาราพวกดวงดาวต่างๆถ้าจนกระทั่งไปถึงโลกต่างๆจนกระทั่งถึงสุริยะจักรวาลต่างๆ Galaxy ต่างๆจนกระทั่งไปถึงเอกภพต่างๆเยอะแยะไปหมดเลยที่เว้นเวิ้งว้างอันใหญ่โตอยู่ขนาดนั้นมันก็เป็นโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงเล็กลงเล็กลงในรูปรอยเดียวกันคนเกิดจากการย่อส่วนของเอกภพมาไว้คนเนี่ยคือสิ่งที่เกิดจากการย่อส่วนของเอกภพซึ่งรวมมาทั้งดวงดาวพระอาทิตย์หมู่แต่เมฆหมู่น้ำหมู่ไฟหมู่อากาศหมู่ดินหมู่ลมหมู่สลาตันหมูอะไรก็ได้ต่างๆเลยวุ่นวายอยู่ในเอกภพนั่นน่ะย่อส่วนเหล่านั้นเข้ามาไว้ในนี้มาไว้ที่ร่างของคนเนี่ยคนคือสิ่งนั้นเพราะฉะนั้นถ้าเราเรียนรู้ตัวคนเราตัวเดียวเนี่ยที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า เรียนรู้โลกจะไปเรียนรู้อื่นเราเรื่องย่อโลกแล้วย่นย่อทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอเดินไปถึงไหนก็ไม่ถึงในโลหิตโลหิตอสูตรน่ะหรือในใจว่าตัดสูตรจำไม่ได้อยู่ในใจว่าจะสูตรหาแต่เดี๋ยวมันจะโลดให้เธอเดินเดินเดินเดินเดินเดินเดินเดินเดินไปถึงไหนเธอจะมีเวลาเท่าไหร่ที่เราเดินไปตายเปล่าจะไม่รู้ทะลุโลกได้ด้วยการเดินมันขาดมีเรื่องมีแรงเดินเท่าไหร่ก็ไม่มีการรู้โลกได้ทะลุโลกเพราะฉะนั้นจะเรียนรู้โลกได้เราไม่กล่าวบริจาคจะบอกว่าเราไม่กล่าวคือเราไม่สอนมันเองเราไม่เอาไอ้สอนวิธีนั้นมันไม่มีทางจบเราย้อนโรคมาไว้ที่กายยาววาหนาคืบกว้างศอกและสัญญากับใจนี่แหละตอนนี้ เรียนรู้ตอนนี้ท่านบอกเรียนรู้เท่านี้เรียนรู้ตอนนี้แล้วหมดจบไม่ต้องไปโดนไม่ต้องไปหานี่แหละเราจะจบอยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าอาตมาเพิ่งกล่าวไม่ใช่ว่าจะมาพึ่งโดนๆเอกภพทั้งหมดเอาไว้ที่นี่พระพุทธเจ้าท่านย่อมยอมมาแล้วนี่เราภาษาเดียวกันแต่ถ้าไม่พูดเหมือนเราผมภาษาสมัยนั้นยังไม่มีคำว่าเอกภพยังไม่มีคำว่าโลกนอกโลกเขาก็ยังมาร่วมด้วยนะสมัยนั้นก็ยังไม่วุ่นในโลกนอกโลกไม่ใช่สมัยนี้สมัยนี้มันบ้ามันพากันออกไปนอกโลกแล้วก็เลยอยากจะรู้นอกโลกนอกเลิกแล้วมีเรื่องมาให้เรียนกันเยอะแต่เดิมมีเรื่องให้พูดเยอะซะด้วยเนี่ยเรื่องที่ต้องพูดมากๆก็เพราะเหตุนี้เพราะมีภาษายายมีบัญญัติญาติแม่เรื่องเพิ่มไปนอกเป็นใบไม้ทั้งป่าไปแล้วพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเหมือนกันนั่นแหละใบไม้บนต้นกับใบไม้ในกำมือเนี่ยเป็นใบไม้อย่างเดียวกันหรือเปล่าใช่ไหม ใบไม้ในกำมือของเราก็ไม่มาตั้งต้นเหมือนกันแม้ใบไม้ในกำมือเราก็ใบไม้ทั้งต้นเนี่ยถั่วต้นเต็มต้นนี้ดูก็มากๆก็ใบไม้กำมือเดียวเนี่ยใบไม้อันเดียวกันเรียนรู้ใบไม้กำมือเดียวนี่ที่เราจับอยู่ที่เราถืออยู่ที่เรามีอยู่ที่เราไม่ต้องเป็นเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่เราจะไม่ต้องไปวนมาจากฟุ้งเฟ้อไม่ต้องยากลำบากอะไรเท่านี้ก่อนเรียนรู้ตอนนี้แล้วเสร็จใบไม้ในกำมือนะเราก็จะเอ้ยใบไม้ทั้งต้นเราก็จะรู้นอกจากเราจะรู้แล้วเราก็จะเข้าใจไปได้อีกลึกซึ้งอีกว่าอ๋อแท้จริงมันก็มีไม่มีอะไรมากไปกว่ากันเลยใบไม้ทั้งต้นกับใบไม้กำมือเดียวนี่เมื่อใบไม้กำมือเดียวเป็นสูตรเป็นสิ่ง เราเรียนรู้หลักของมันแล้วหลักเกณฑ์ของมันเป็นทฤษฎีหรือว่าเป็นโครงสร้างหรือว่าเป็นอะไรก็ตามแต่สักอันหนึ่งแล้วแล้วก็ย่อมจะไปจับเรียนรู้ใบไม้ทั้งต้นได้สะดวกแต่ถ้าใครไปเพ้อแบบไม้ชั้นต้นโอ๊ยใบนี้ก็ไม่เหมือนใบนี้ใบนี้ก็ไม่เหมือนใบนี้ใบนี้ก็ยังอยู่อย่างนี้อย่างนี้ไม่มีใบไม้ใบไหนเหมือนกันเลยนี่ก็ไม่รู้แต่ถ้าตอนนี้เหมือนกันหรอกไม่มีไม่มีใบหน้าใบไม้ใบไหนเหมือนกันผมก็จะต้องเอามาเรียนรู้ความแปลกทำไมใบนี้มันงอทำไมใบนี้มันถึงได้แบ่งตรงนี้ทำไมใบนี้มันถึงสีอ่อนกับใบนี้ทำไมใบนี้ถึงเล็กกว่าใบนี้ทำไมใบนี้ถึงโตกว่าใบนี้ทำไมเส้นของใบนี้เนี่ยมันโครงมันเดินมาถึงเบี้ยวไปกว่าใบนี้ทำไมมันไม่เท่ากันใบนี้ใบนี้ใกล้เคียงกันแล้วทำไมมันก็ยังไม่ตรงกันอยู่นั่นเองทำไมไม่มีใบไม้ใบ ต้นไม้แต่ละต้นเหมือนกันเหมือนกับไม่มีอะไรผิดแปลกก็เลยไม่มีแม้แต่คนก็ไม่มีการเกิดมาเหมือนกันหมดเลยแต่มันก็เหมือนกันนั่นแหละคนไม่มีคนคนไหนเกิดมาเหมือนกันเป๊ะทุกอย่างทุกสิ่งไม่มีแต่มันก็เหมือนกันนั่นแหละคนมันก็มีโครงสร้างอันเดียวกันเหมือนกันฉันใดเราอย่าไปวุ่นวายเลยจะไปเรียนอะไรมากมายอย่าไปรู้อะไรเกินขอบเขตจะเป็นพยายามไม่ลงแล้วเราก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดรู้สิ่งที่เราก็ได้รู้ในจำนวนหนึ่งสิ่งหนึ่งเรียกว่าเอกภพหาเรื่องว่าดวงดาวหรือว่าเรียกว่าเป็นเอกภาพนึงเป็นหน่วยเป็นยูนิตที่มีโครงสร้างเหมือนๆการดำเนินบทบาทหมุนเวียนอยู่ในโลกเราเรียน ดูร่างกายหัวใจที่บอกให้เรียนรู้ร่างกายแล้วก็มีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกายนี้ก็คือพลังงานของมันใบไม้ใบหนึ่งก็มีพลังงานที่ประกอบมาดวงดาวดวงหนึ่งก็มีพลังงานที่ประกอบกับดวงดาวดวงนั้นพลังงานทั้งหลายแหล่ที่กับดวงดาวดวงนั้นที่มันทำงานอยู่นั่นแหละมันจะทำให้เกิดแสงแสงที่เราดูดูดวงดาวไปอยู่ข้างนอกเนี่ยแสงแล้วมันก็มีเสียงแต่เสียงเหล่านั้นไปเป็นเสียงที่เราเองเราเอามาใช้งานของเรายังไม่ได้แต่เราก็เกี่ยวข้องกับมันนะที่จริงเราเกี่ยวข้องกับมันมีแสงมันมีเสียงจริงๆมันก็มีกลิ่นแต่มันใหญ่ซะจนเราเอาอะไรกับมันละเอียดอ่อนกว่านั้นเราก็ไม่รู้จะเอามาทำไมเพราะดูมันไกลเพราะงั้นเราดูดาวดวงดาวฤดูอะไรเราเห็น แค่เพียงแสงเป็นเด่นที่สุดแสงเสียงก็ไม่ได้เห็นอะไรนะเพราะมันไกลเสียงเรียกเข้าไปถึงพระพุทธเสียงมันวิ่งมาถึงหูเรานะโอ้โหหวานเลยถ้ามันใกล้เข้ามานะดวงดาวดวงไหนก็มีความร้อนแล้วก็มีเสียงแต่ถ้าไม่ได้ยินมันกระจายอยู่นอกมีความร้อนด้วยไม่ใช่ไม่มีความร้อนความร้อนก็มีเสียงก็มีแต่มันไกลเหลือเกินมันก็เลยมีแสงเป็นเอดส์เห็นแต่แสงแต่จริงๆมันมีทั้งความร้อนแล้วก็มีทั้งเสียงและแม่เหล็กและไฟฟ้าอยู่ในนั้นเสร็จหมดเหมือนกันแต่โครงสร้างไอ้ที่มันดูดมันยึดของตัวมันเองแล้วเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นคนเราก็เหมือนกันคนเราก็เป็นเยอะและ อุดรแสงเสียงอะไรพวกนี้มายึดเอามาแล้วก็มาเป็นอัตตา 2 อันถึงจะต้องเรียนรู้อัตราอันนี้ตัวตนอันนี้เมื่อเราเรียนรู้อัตราตัวนี้แล้วได้กายรู้ว่าสิ่งที่มาประกอบเป็นอันหนูของกายเป็นเนื้อหนังมังสาเป็นอะไรต่ออะไรต่ออะไรต่างๆนานาพวกนี้นะถ้าใครมีแว่นขยายที่มีกำลังขยายที่ขยายมากขยายได้อย่างเก่งที่สุดสักอันนึงมาขยายดูผิวหนังของเราเนี่ยมีแรงขยายการเข้ามีแรงขยายสักล้านเท่าแล้วมาขยายดูผิวหนังขยายเข้าไปเลย 2 ตรงไหนก็ได้คุณจะเห็นเหมือนคุณมองออกไปนอกอวกาศ เห็นหลุมเป็นบ่อกว้างเห็นที่ว่างมากที่สุดเลยเห็นช่องว่างมากที่สุดเลยเนี่ยมาฟังดูผิวหนังนี้ก็ได้จะเห็นความมึงวางเป็นช่องว่างมากที่สุดเลยแล้วก็มีเยื่อใยที่ติดต่อกันอยู่แต่ละอันแต่ละอันข้างๆๆๆถ้าเผื่อว่าอำนาจของแรงขยายของกระจกอันนั้นมันขยายได้เป็นชั้นจะเห็นเป็นชั้นๆเหมือนจะมีเกาะกลางน้ำมีเกาะกลางน้ำเนี่ยเต็มพื้นไปหมดเลยที่เราเห็นนี่อำนาจตาของเราลวงเราแล้วมันกลับกันกับเรามองไปเห็นท้องท้องฟ้าเห็นดวงดาวเป็นดวงๆๆๆกลับก็มาเราเห็นความ เมื่อวานนั่นแหละเป็นแผ่นพืชแล้วก็เห็นจุดเป็นหลุมเป็นเกาะเท่านั้นเองคล้ายๆกับลุงกับเกาะจุดนิดๆแล้วเราก็ไปเห็นความเวิ้งว้างเป็นพืชแต่เรามองออกไปข้างนอกโลกเห็นความเวิ้งว้างเป็นพืชและเห็นแสงดวงดาวที่ถือว่าเป็นก้อนเป็นอะไรแต่นิดๆๆจากการคิดดีๆนะเราเห็นดวงดาวเป็นนิดๆแต่เราเห็นความรู้ว่าเป็นพืชเมื่อเรามองผิวหนังของเราถ้ามึงมาเป็นเพื่อนน่ะเหมือนมันหนาแน่นเลยแต่เรากลับกลายเป็นว่าเป็นรูไม่ใช่ความเวิ้งว้างรู้นี่คือช่องช่องใช่ไหมคือช่องที่มันมีอวกาศหรือมีอะไรแต่ลายนี้เรากลับกลายอย่างนั้นแต่ไม่รับถ้าคุณมีกระจกขยายอย่างที่อาตมาว่ามาส่งดูหนังนี้ มันไม่เหมือนดวงดาวมันจะกลายเป็นเหมือนเกาะแก่งอะไรเท่านั้นเองนี่ขณะนี้เรามองเห็นอยู่กับใครอย่างนั้นน่ะไม่เชื่อก็ไม่เชื่อหรอกก็ไม่เชื่อง่ายๆจริงๆคุณจะเรียกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงเนี่ยเป็นไปจริงๆมันเป็นไปจริงๆมันเป็นจริงๆเพราะอำนาจความขยายความขยายได้ไม่มีที่สิ้นสุดการดูให้ดีนะความ ดูหนังตลกกันเนี่ยพอเอากล้องขยายขยายมันขยายออกแล้วนี่นะไอ้ตัวผิวหนังจะไม่เป็นไม่เห็นผิวหนังเพราะงั้นผิวหนังส่วนไหนที่หนาที่สุดมันจึงจะเหลืออยู่เป็นเนื้อมวลเป็นมวลมันถึงจะเหลืออยู่เป็นมวลผิวหนังที่เกิดได้ที่หนาแต่ไอ้ตรงนั้นที่เป็นรูตรงนี้นะนี่ก็ย้ายออกก็ยิ่งมีกระดูกมีแต่ความว่างเลยไปดูตรงไหนก็ไม่รู้ไปหมดเลยมีแต่รูทั้งนั้นเลยดูก็เป็นความว่าไปหมดเลยเพราะไอ้ที่เป็นผิวหนังเนี่ยผิวหนังที่มันบางอยู่แล้วมันก็จะค่อยๆหมดแรงที่จะเห็นว่ามันมีอะไรมันก็จะเป็นบางทีถ้ามันโปร่งไปเลยจะไม่เห็นอะไรเลยว่าด้วยหรือว่าจุดที่เนื้อที่หนาที่สุดที่เป็นมวยที่หนาที่สุดนะจะเกาะกันอยู่เป็นจุดๆนิดๆหน่อยๆนิดๆหน่อยๆที่มันมีความเท่ากันเพราะฉะนั้นก็ไม่เท่ากันไอ้ตัวที่หนาที่สุดนั่นแหละถึงจะกลายเป็นจุดเป็นเกาะๆๆอะไรอยู่นิดๆๆส่วนไอ้พวกรูต่างๆพวกนี้ กลายเป็นความเวิ้งว้างไปหมดเลยเป็นเมื่อวานหมดเลยเพราะมึงว่างแล้วยิ่งขยายสัญญาณเท่านั้นไม่มีอะไรให้เห็นน่ะมันก็มีอะไรเลยมันจะมีไอ้เนี่ยมึงไม่เห็นข้างหน้าหรอกถ้ามีกล้องขยายเป็นล้านๆเท่ามาเจาะมาขยายมาขยายดูผิวหนังจะเห็นอย่างนั้นจริงๆไอ้นี่ก็จริงๆเจนอย่างงั้นจริงๆเลยตลกหนังกับแผลถึงจะเห็นความบางชันเพราะว่าถ้าเกิดเราสองที่นี่มันจะไม่เห็นความชัดเพราะว่ามัน 2 อย่างนี้มันจะเป็นเนื้อหนังอยู่ข้างในเป็นอีกชั้นหนึ่งต่อมันไม่เห็นรูแท้นี่เราเอาผิวหนังถลกผิวหนังเฉพาะชัดๆเลยนะเอาแผลออกไปแล้วก็เอากล่องดูแพงไปให้มันมีรูก็เห็นไม่รู้ว่างๆเลยจริงๆเลยนะดูคนดูอะไรเป็นอะไรให้มันมีปูเป็นอย่างนั้นเลยแล้วส่องดูจริงๆเลยเหมือนกันไม่มีสิทธิ์ มันๆๆมาดูกันว่าเวลาย่นย่อเขาเคยไม่เห็นมีเลยดูน้อยมีรูมีอะไรน้อยๆน้อยๆน้อยๆนะแต่ว่ามีผังผืดหรือมีพืชที่ติดต่อกันซะมากมันกลับกันในโลกนี้ก็มีแต่มีแต่ความว่ากับมวยที่มันเกี่ยวข้องกันอยู่เท่านั้นเองเพราะเมื่อเรามารู้ตัวเราเองว่าไอ้นี่มันก็เหมือนกันกับไอ้พวกนั้นเพราะฉะนั้นไอ้นี่ก็เหมือนกันนะเหมือนกับต้นไม้ก็เหมือนกันต้นไม้ก็มีช่องอากาศช่องอากาศช่องว่างนั่นแหละเราเรียกว่าอากาศหรืออวกาศหรืออะไรก็ตามแต่เกี่ยวข้องกับมวลเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระเป็นทาสที่มาก่อตัวก่อตัวตามแต่ว่าร่างกายหรือว่าตามแต่ว่าไอ้แท่งไหนที่มันจะรวมตัวของมันเป็นอะไรต้นไม้มันก็รวมของมันไปแต่ละอย่างแต่ละอันแต่ละพืชแต่ละพันธุ์นี้ไม่เหมือนกันเลยคนก็มีโครง มีลักษณะเหมือนเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันผิวพรรณก็ไม่เท่ากันแดงดำอะไรก็ไม่เหมือนกันบางโซนบางแห่งบางที่ที่มีอากาศไม่เหมือนกันกับลุงไม่เหมือนกันแต่มันก็มีโครงสร้างคล้ายกันก็เหมือนต้นไม้ต่างๆไม่เหมือนกันต้นไม้มันก็มีโครงสร้างผู้ใดสร้างเป็นพืชขึ้นมาเหมือนๆกันอย่างนี้นี่แหละเราเรียกกันอัตราแค่นี้แค่นี้เองมีเรื่องของลูกนะเพราะฉะนั้นถ้าใครทำลายรูปพวกนี้ได้เห็นให้ได้ว่ามันไม่ใช่ตัวตนอะไรมันไม่ใช่ก้อนรูปต่างๆที่มันก่อกันอยู่เนี่ยแต่ที่ว่าเนี่ยมันไม่ใช่ๆแต่ก่อนของใครมันไม่ใช่ไม่ใช่ตั้งแต่ก่อนของใครถ้าต้นไม้ต้นนี้เล็กๆแล้วก็ลองไปดูเล็กๆแล้วมันก็ค่อยๆโตขึ้นโตขึ้นใครเป็นเจ้าของของมันมัน มีเจ้าของมันไม่เคยโวยวายเลยไปตัดทิ้งแล้วก็วางไปแล้วมันก็เน่าเปื่อยไปแล้วมันก็ไม่เคยไปร้องไห้อะไรไม่เคยโวยวายอะไรก็เหมือนกันแค่นี้ถ้าใครฆ่าทิ้งซะตัดคอทิ้งมึงก็ไอ้หน้าควยแข็งแรงอยู่เท่านั้นเบื้องล่างอยู่แค่นั้นไม่มีของเราของใครไม่มีเนี่ยแล้วลูกขันก็เป็นอยู่แค่นี้รูปพรรณเพราะฉะนั้นมันไม่เที่ยงไม่แท้มันไม่ใช่ตัวใช่ตนอัดนับตาอะนะบวกอัตราไม่ใช่อัตราอะนะแปลว่าไม่อัตราก็คือตัวตนที่เป็นนึกว่าเป็นแท่งเป็นก้อนของข้าของกูของเราอะไรเงี้ยแล้วก็เราก็ไปยืนหวงแหนปรุงแต่งโอ้ยอะไรหล่นไปนิดนึงขนหลุดไปนิดนึงก็โอ้ยเสียดายแล้วอ่ารวมไปนิดนึงก็ขนร่วงต้องไปหายามาทาว่าอย่าให้ขนร่วงผมร่วงก็หายาทาว่าอย่าให้ผมร่วงผมเปลี่ยนสีก็ไป เมื่อคืนนะเว้ยหน้าเหี่ยวหน้ายกกับดึงให้มันตึงเอาไว้โอ้มันเหี่ยวหมดแล้วมันทรุดโทรมไปแล้วตกสะเก็ดตกแพ้ตกอะไรก็ทำประคบประหงมมันเหลือขนาดไอ้เนี่ยไม่ต้องขนาดอะไรหรอกมันเป็นไปตามเรื่องของมันเนี่ยเราเอามีดไปฟันต้นไม้ชัดๆไม่เคยเอาใครไปเอายาไปให้ใส่ให้มันสักทีไม่เคยมีใครอยากให้มันสักทีฟันจังเลยในบัญชีฟันเลยบางทีมันโอดโอยร้องไห้น้ำตาตกเรื่อยๆมันไหลตกๆแต่ว่าเลือดมันมีสีแดงทั้งนั้นน่ะยางเยิงมันไหลออกมาเฉยไม่เคยมีใครเอาตาดูหูแล้วเอายาเอาอยู่ก็เลยเอาผ้าไปปิดที่มันไม่เห็นไปทำให้มันนี่แล้วมันก็ไม่เห็นว่าอะไรมันก็เฉยๆมันก็ไม่เห็นจะเดือดเดือดร้อนอะไรถ้าฟันมันแรงๆมันขาดแล้วมันต่อเซลล์ไม่ได้มันตายมัน ไปต่ออะไรไม่ได้มันก็หยุดเหมือนกันฉันใดฉันนั้นรูปขันนี้ก็อนัตตาไม่ใช่ตัวตนอะไรนักหนาของเราของเขาไม่ใช่ไม่ใช่จริงจริงไม่ใช่ไม่ใช่ของเราของเขาอะไรนักหนาไอ้ตัวกระจายจริงๆมันก็ไม่มีความรู้สึกนึกคิดไอ้ที่ว่านี้หรอกนะที่มันปรุงแต่งมาเป็นเหมือนก็ยังดวงดาวมันก็ยังอวสานเรื่องท้องน้ำหรือธาตุอะไรก็ได้ต่างๆนานารวมด้วยเป็นความร้อนแสงเสียงอะไรต่างๆนานาที่ว่าเนี่ยไอ้ตัวตายเองมันก็ไม่มีความคิดไม่มีความลึกอะไรหรอกไอ้ตัวสำคัญที่สุดที่ร้ายที่สุดคือไอ้ตัวจิตไอ้ตัวนี้มันคู่กันเหลือเกินคู่กรณีไอ้ต้นไม้มันก็มีจิตมันมีพลังงานที่ทำงานในปรุงแต่งให้มันมีใบมีดอก มีน้ำยางมีอะไรเลี้ยงกายมีน้ำมีอะไรจะได้อยู่ในตัวต้นไม้ของมันเองอ่ะนะมีดอกมีมันมีอะไรต่อใดมีทางนะมีทางลมทางเดินอะไรก็ได้แล้วก็ปรุงตรงนั้นตรงนี้มีความร้อนความเย็นอะไรในตัวของมันมันก็มีเหมือนกันมีเหมือนกันพลังงานอยู่ที่เดิมอยู่ในต้นไม้นั่นน่ะไอ้ตรงนี้แดดน้อยไอ้ตรงนี้แดดมากไงมาปลูกอยู่ในร่มต้นแดดน้อยความร้อนไม่พอความร้อนไม่พอมันก็จะเริ่มจะไม่ได้วิ่งไปหาอย่างแดกเอาต้นไม้มันก็สูงปรี๊ดๆไปแย่งแดดถ้าเผื่อว่ามันมาอยู่ฝั่งนี้มันร่มมากๆไม่เอาแล้วเอียงๆๆเข้ามาหาแดกแล้วมันก็เอียงๆมาหาแดกเพื่อที่จะเอาแดดให้เพียงพอก็ร่างกายเพื่อที่จะปรุงอะไรใส่ รถพลังงานมันบอกให้เป็นอย่างนั้นพลังงานมันบอกให้มันทำอย่างนั้นน่ะมันก็มีอำนาจของแม่เหล็กและไฟฟ้าแต่ว่ามันดูดกันจะแดกก็ว่าได้แต่ว่ามันดูดกันแสดงว่ามันดูดเป็นกระแสก็ว่าได้เอาภาษามาใช้ได้อย่างงั้นก็ว่าได้ว่ามันรู้มันรู้นะแต่ว่าต้นไม้มันรู้มันรู้ว่าแสงอยู่ทางไหนก็ไปหาแสงก็ได้ไอ้ท่าที่ว่ามันรู้มันรู้มันเตรียมไปหาฉันหรือมันดูดกระแสนั่นแหละคือพลังงานคือวิญญาณคือจิตที่นี่ 7 ไอ้พวกนี้เวลามันปรุงมันก็มามันก็มีอิสระขึ้นมาเรื่อยๆๆจัดไปเร็วขึ้นไอ้อย่างเป็นต้นไม้บางอย่างได้ช้ากว่าจะเอนเอียงไปค่อยๆเองหาเสียงค่อยๆเดินไปช้านานเพราะพลังงานเข้า ทำของมันตูมขึ้นมาสร้างพลังงานขึ้นมาให้เก่งที่สุดได้แค่นั้นไอ้ที่มันเก่งพับทีนี้รับความรู้สึกได้เร็วยิ่งกว่าเอนไปหาแสงมันมีอายตนะหรือมีการกระทบได้เร็วอย่างพวกไอ้ต้นไม้ดอกบางอย่างต้นไอ้พวกอ่าไปจากทานตะวันทานตะวันไม่พบอ๋อดอกบัวดอกทานตะวันอะไรพวกนี้แต่มันก็ยังเป็นวันกว่าจะถูกกว่าชาวบ้านหันหาช่างไมยราบต้นที่ในป่ามันแรงเข้าไปปั๊ปก็ปรุงเป็นอาหารกินใส่ตัวมันเองไปกินไปตั้ง ข้างนอกนี่ก็กินข้างล่างก็กินไอ้พวกนี้ก็เป็นเรื่องของเหมือนกันเลยแต่ว่ามันรู้มันรู้นะถ้ามันไม่รู้มันไม่ถูกนะอ้าวคิดกันดีๆทำไมไม่รู้มันไม่หุบนะมันจะได้ไม่ถูกจับมันมันก็รู้แล้วว่ามันก็คงต้นก้ามปูต้นอะไรงี้เพราะแสงมาพอคืนมาก็เหี่ยว 5 ใบและต้นแขนต้นขาพรุ่งนี้ก็เถอะต้นแค่ใบแค่ไอ้ใบก้ามปูอะไรพวกเนี้ยพอเย็นพอแดดพอแสงหมดแล้วพอแสงอะไรมาสบายขึ้นรับเป็นอะไรอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้เราจะบอกว่าอะไรบอกว่ามันถูกปากถูกดันว่ามันดูดหรือมันผลักก็ใช่ว่ามันรักหรือมันชอบก็ใช่ก็ใช่ ว่าไงเมื่อมันมีดูดมีผลักมีรักมีชอบมีต้องการไม่ต้องการต้องการแสงมันจะพุ่งขึ้นไปหาแสงข้างบนหรือว่าไปหาแสงแล้วมันถูกมันก็พอเวลายังไม่ได้ไปถูกเพราะว่ามันมีอำนาจแปลว่ามันอะไรมันไม่ชอบซะแล้วมันพังมันกลัวถ้าไม่กลัวไม่ถูกมันถูกถูกหมดเลยไม่ได้อ่าพอจะช้านานๆพอหายไปแล้วมันออกใหม่ค่อยๆเคลียร์ออกมาก็ถูกอีกล่ะอะไรอ่ะก็มีแต่อำนาจของการดูดข้าวผักออกดูดเข้าผักออกพวกนี้แหละเรามาเรียกมันว่าเป็นจิตมันเรียกเป็นวิญญาณเป็นเรื่องความรู้สึกว่าเอาแล้วไม่เอาทำอย่างนั้นกลับไม่ทำอย่างนั้นทำอย่างนั้นก็ทำอีกอย่างนึงทำอีก มึงก็มาคำว่าทิ้งไปถ้าทำอย่างนั้นก็หมายความว่าไอ้นี่ยึดว่าจะทำอย่างนั้นเพราะฉะนั้นไมยราพไปแตะมันทับมันถูกมันจะไมยราพชาติไหนก็จะผูกไม่ว่าต้นไหนปลูกไว้ที่ไหนก็หุบไปถูกเข้าปั๊บ 6 คืออะไรมันไม่รู้ว่าที่ในป่าเขาเคยมีที่เคยมาเข้ามาแกล้งเล่นดักสัตว์มีไอ้แมงไปพักไอ้พวกนี้อะไรพวกเนี้ยธรรมชาติอะไรพวกนั้นมันชื่อเซลล์หรือว่าไอ้ที่การปรุงแต่งมีต้นตอมีเชื้อมีอะไรต่ออะไรแบบนี้นะออกมาเกิดมาอย่างนี้นะมันก็จะมีความรู้เท่านี้เท่านี้เท่านี้เท่านี้ๆจนกระทั่งมันปรุงขึ้นมาแต่ความเจริญออกมาจากสิ่งที่เป็นเซลล์น้อยๆน้อยๆอยู่แค่ต้นไม้พุ่งไปได้สูงสุดรอบแค่นี้ เกินกว่านี้อีกหน่อยอีกรูปนึงที่ออกมาเป็นเซนอิสระไม่ยังอยู่ได้แค่นั้นพลังงานเหล่านี้ก็มาเกิดขึ้นมาการที่ดึงเอาไว้ตามที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่นตามความรู้สึกว่าอะไรถูกหรือผิดทำอะไรมาถูกคุกกินเลยหวานก็เป็นการเลี้ยงตัวเองของมันอย่างนึงเมื่อเข้าหม้อแกงลิงอะไรพวกนี้ก็ไอ้ต้นไมยราบไมยราบไปสู่ระบบอย่างเงี้ยมันก็จะเป็นความเคยชินด้วยความยึดถือของมันแต่ละสัตว์แต่ละพืชพืชก็ตามสัตว์ก็ตามเพราะฉะนั้นสัตว์เมื่อเวลามาปรุงแต่งยึดถือแล้วก็มีพลังงานแล้วก็มีเซลล์ของตัวเองเข้ามาแสดงรูปร่างแล้วก็ทำงานตามที่ตัวเองยึดถือสัตว์เหล่านั้นก็จะมีการรู้ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็บอกว่าอะไรมาถูกอันไหนกินได้กินกินไม่ได้ก็ไม่รู้เร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

170329 อนัตตา-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt | สารานุกรมชาวอโศก