170829 ปฏิวัติตนเองตามหลักพุทธศาสนา-พ่อท่าน-ม.ธรรมศาสตร์.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์166 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปท่านจะได้ฟังปาฐกถาธรรมเรื่องปฏิวัติตนเองตามหลักพุทธศาสนาที่นักบรรยายโดยท่านพระครูที่รักณห้องเอที 77 บาทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และในวันนี้ ตามหลักของพุทธศาสนาในเรื่องนี้เป็นประโยชน์มากตามที่นักศึกษาเลือกตั้งครั้งแรกมาให้อาตมาเพราะว่าส่วนใหญ่เรามักจะไม่ใส่ใจคิดปฏิวัติตนเองส่วนใหญ่เป็นธรรมชาติ มันจะไปเจออะไรต่ออะไรที่อยู่นอกตัวอยู่ข้างนอกคนของเราแล้วเราก็ไปเห็นข้อบกพร่องไปเห็นข้อดีข้อเสียต่างๆนานาอยู่ข้างนอกตัวนะส่วนใหญ่เป็นตัวเราเองจะสม่ำเสมอจะสกปรกเลอะเทอะจะเสียหายจะเป็นอย่างไรนั้นเรามักจะไม่ค่อยจะเห็นดังนั้นว่าปฏิวัติตนเองปฏิวัติตนเองจึงเป็นหัวข้อที่ดีทีเดียวแม้จะไม่ใช้คำว่าพุทธศาสนา เข้ามาตามหลังคำว่าปฏิวัติตนเองก็ยังดีก็ยังดีเพราะว่าคำว่าปฏิวัตินั้นนั่นหมายความว่าเราจะทำให้ดีขึ้นเราจะทำให้ดีขึ้นการปฏิวัติทุกอย่างทุกสิ่งเป็นการพยายามที่จะทำให้ดีขึ้นโดยความหมายทั่วๆไปทีนี้เมื่อผู้ใดจะปฏิวัติตนเองและก็มีคำว่าพุทธศาสนาเข้ามาร่วม จึงเป็นสิ่งที่ดียิ่งขึ้นยิ่งกว่าบางคนก็ฟังนี้ก็จะรู้สึกว่าอาตมาก็เริ่มต้นจะยกย่องพุทธศาสนาว่าดีซะแล้วแต่ผู้ใดไม่มีอคติจนเกินไปมาฟังคำว่าพุทธศาสนาสนใจในธรรมะผู้มีศาสนาใดก็ใช้ศาสนานั้นของตนเองเป็นสิ่งที่ปฏิวัติตนเองขึ้นมาหลักการแบบพิธีความรู้ต่างๆที่จะให้เรามาประพฤติ อุบัติในทุกๆศาสนาย่อมมีหลักเกณฑ์ย่อมมีสิ่งที่จะเอามาประพฤติปฏิบัติได้ทุกๆศาสนาส่วนผู้ที่มีศาสนาที่เรียกว่าพุทธหลังจากอาตมาเป็นต้นหรือประชาชนคนไทยส่วนใหญ่คงจะยอมรับว่าดีแน่ถ้าเกิดว่าเราจะปฏิวัติตนเองโดยมีคำว่าศาสนาเมื่อผู้ซื้อศาสนาพุทธพระพุทธศาสนาเอาหลักเกณฑ์ธรรมวิธีเอาอะไรต่ออะไรหลายๆอย่างที่จะได้จากศาสนานั้นเอามาทำให้ตนเองได้ดีขึ้นสูงขึ้นปฏิวัติก้าวหน้าขึ้นเจริญขึ้นพัฒนาขึ้น นิยามลง

อ่านต่อ

ไปชัดเจนว่าการปฏิวัติตนเองนั้นจะใช้หลักของพุทธศาสนาอาตมาก็จะเน้นเข้ามาหาหลักของพุทธศาสนาโดยตรงจะทำให้เราเข้าใจศาสนายิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกหลักการว่าจะปฏิวัติศาสนาอย่างไรถ้าปฏิวัติตนเองตามหลักของศาสนาอย่างไรอาตมาก็อยากจะเป็นคำว่าพุทธศาสนาหรือศาสนาแล้วจึงจะบอกหรือว่าจะชี้แจงแจกแจง ในมรรควิถีที่เราจะนำไปใช้จริงๆนำไปปฏิบัติจริงๆจะเกิดผลทำให้ตนเองดีขึ้นได้สูงขึ้นได้ตามหลักการที่อาตมาได้มีความรู้พระพุทธศาสนาเป็นอย่างนี้และมีมรรคและวิธีอย่างนี้พึงเอานำไปปฏิบัติได้อย่างนี้จะทำได้แค่ใดหรือไม่เมื่อคุณฟังแล้วเอาไปกินปลาเอาไปประเมินหรือออกไปทบทวนดูว่าเราจะเอามาใช้ได้ผลแค่ใดคุณก็เอาไปทำเอาก่อนจะได้อธิบายถึงเรื่องพระพุทธศาสนานั้นเป็นอย่างไรรวมความพอแค่ไหนก็ขอบอก กล่าวไว้ก่อนว่าอาตมาจะบรรยายไปประมาณสักชั่วโมงกว่าๆใช้เวลาสักประมาณชั่วโมงกว่าๆอย่างมากก็จะ 2 ชั่วโมงหลังจากนั้นอาตมาจะเปิดโอกาสให้ถามเตรียมไมโครโฟนไว้แล้วใครจะถามโดยตั้งหัวข้อเขียนมาหรือจะออกมาถามตรงเลยเพื่อที่จะเก็บทรัพย์ได้ไล่ลิงกันไปทันทีก็เตรียมตัวไว้ได้หรือใครจะคิดว่ามีปัญหาอะไรที่ยังข้องใจอยู่ในใจเรื่องราวอะไรต่างๆเนื่องจากว่าข้องใจด้วยความอาตมาบรรยายไปแล้วพอดีก็ขอให้เตรียมเอาไว้ก่อนละกัน ที่คำว่าพุทธศาสนาไอ้ที่อาตมาอยากจะชี้แจงมากที่สุดในเรื่องของพุทธศาสนาก็คือว่าพุทธศาสนานั้นขณะนี้แม้แต่พุทธศาสนิกชนของเราเองอย่าว่าแต่นอกทุกข์เลยอย่าว่าจะพูดที่ไม่ใช่พุทธมามกะก็ได้เข้าใจศาสนาเข้าใจศาสนาพุทธเพี้ยน ช่วยข้าเคยทานไม่ทำงานและทำให้ไม่พัฒนาเพราะเข้าใจว่าศาสนานี้ทำให้คนเยอะทำงานไม่ทำอะไรถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนั้นก็ขอให้ตั้งใจฟังดีๆและก็ขอตอบทันทีว่าถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนั้นอยู่แล้วใช้ผู้นั้นกำลังเข้าใจศาสนาพุทธอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ยางหน้ามือเป็นหลังมือศาสนามีมากลัทธิที่คล้ายกับพุทธศาสนาก็มีมากโดยเฉพาะศาสนาในสมัยนี้มีกลอุบายและมีที่สุดของแต่ละศาสนาโดยเฉพาะศาสนาหนึ่งที่เรียกว่าศาสนาของพระมหาวีระเรียกว่าคู่แข่งหรือคู่เคียงของศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีปฏิปทาคล้ายคลึงกันมากกลายเป็นจำนวนมากถ้าใครศึกษา ศาสนาของพระมหาวีระหรือศาสนานิพนธ์วิปัสสนาชนะดีๆจะเข้าใจทีเดียวว่าศาสนานี้ควรหรือศาสนาพระมหาวีระเนี่ยเป็นศาสนาที่มีหลักแม้แต่ศีลอันเดียวกันกับของคุณนิพพานก็ไปเอาที่จิตเป็นการหลุดพ้นเหมือนกันแต่ว่าหลุดพ้นของศาสนาทุกคนรู้ศาสนาเชนศาสนาพุทธนั้นอยู่ตรงกลางพอดี ระวางไม่ติดวัตถุและก็ไม่ติดกิจนิยมด้วยก่อนอื่นต้องขอชี้แจงคำว่าทศนิยมกับจิตนิยมซะก่อนอย่าถือว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเลยอาจจะไม่ใช่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนด้วยอาจจะกลายเป็นเอามะพร้าวเน่ามาขายสวนกระดาษเพราะอาตมาไม่ได้ติดสามารถทุนนิยมจิตนิยมอะไรที่เขากำลังฮือฮากันขณะนี้แต่แม้จะไม่ได้ติดสามารถอาตมาก็เข้าใจคิดว่าตัวเองเข้าใจสิ่งเหล่านี้ดีพอคิดว่านะครับตามปัญญาของอาตมาคิดว่าปัจจัยดีพอเพราะฉะนั้นใครจะเข้าใจผิดเพี้ยนจะอาตมาไปก็เรียกว่า มันยังไม่ลงกันหรือไม่ตรงกันเท่านั้นเองอย่างที่อาตมาจะอธิบายต่อไปนี้จะมีเหตุมีผลหรือใช้ได้ก็หมายถึงสภาวะของ 2 อย่างอย่างนึงหมายถึงสภาวะคือสภาวะรับรู้สึกรับรู้สึกจิตที่ไม่ได้มีอะไรมากความหมายของมันคือสภาวะรับรู้สึกรับรู้เท่านั้นเองถ้าผู้ใดมีคำว่านิยมตามสบายเรียกว่าวัตถุนิยมหรือจิตนิยม น้องแอนนาเข้าไปในด้านใดก็ตามแต่ที่เราเอาคำว่านิยมตามเข้าไปถ้าไม่พบสิ่งที่นิยมผู้ใดมีจิตโน้มน้าวโน้มเอนไปทางวัตถุนิยมก็หมายความว่าผู้นั้นเป็นผู้ที่หนักไปในถ้ำวัตถุจะสร้างก็จะสร้างแต่วัตถุให้มากหลงก็หลงแต่ถ้าถูกมากยึดก็ยึดวัตถุมากเป็นสิ่งที่สำคัญโดยกำหนด ชีวิตให้วัตถุกำเนิดชีวิตส่วนผู้ใดน้อมเองไปในภาพข้างฝ่ายจิตหรือข้างฝ่ายความรู้สึกแล้วก็รับอารมณ์ในจิต กิจนิยมให้จิตเป็นนายหรือเป็นทาสติดหรือเป็นธาตุจิตให้จิตกำหนดชีวิตและจิตคำนี้ยังมีข้อแม้อีกนี่ขอพักไว้นิดนึงแต่ละจุดไม่มีข้อแม้ใดเป็นธาตุวัตถุโดยไม่มีข้อแม้ส่วนบุคคลมีความสุขโดยให้จิตกำหนดชีวิตจิตที่ว่านี้ที่ว่ามีข้อแม้ จิตนั้นต้องมีอารมณ์สุขมีอารมณ์สุขมีอารมณ์เสพมีอารมณ์อร่อยมีอารมณ์ชื่นชมยินดีมีอารมณ์ปรีเปรมมีอารมณ์อย่างเรียกว่าใช้ภาษาของใช้ภาษาบาลีนิดนึงว่าเป็นโลกิยะรสโลกียะครับคือมีรถที่ปรุงแต่งมีรสชาติของโลกถือว่าเป็นสุขเช่นยกตัวอย่างเราชอบใจสีแดงเราเห็นสีแดงชื่นใจไม่เห็นสีแดงชื่นใจเท่านั้นแหละพวกนั้นก็คือพูด จิตผู้นั้นมีจิตนิยมและให้จิตกำหนดชีวิตเพราะฉะนั้นก็จะใฝ่หาสีแดงมีอะไรก็จะเอาสีแดงมาเป็นสิ่งที่จะกำหนดลงไปแล้วเราก็จะมีสีแดงมาร่วมกับชีวิตเพราะติดสีแดงชอบสีแดงให้สีแดงเป็นสิ่งกำหนดชีวิตมีเป็นต้นหรือตัวอย่างข้อต่อไปถ้าพูดได้ยังหลงรักแต่สีแดงเช่นเป็นหลงการพนันเป็นหลงการเล่นไพ่เล่นการเล่นบิลเลียดเล่นโบว์ลิ่งเล่น อะไรก็ตามแต่เล่นสิ่งที่เป็นการพนันต่างๆนานาสิ่งเหล่านั้นกำหนดจิตของเราขึ้นมาเพราะว่าเราเสพมันเป็นสุขชอบกำหนดชีวิตไม่ใช่กำหนดจิตกำหนดชีวิตผู้ที่มีวัตถุที่เรียกว่าการพนันและเมื่อเราได้ไปเสพติดการพนันได้ไปเล่นการพนันได้ไปร่วมวงได้ไปทำงานหรือว่าได้ไปทำความสัมพันธ์กับสิ่งที่เราติดเรายึดเราวัดนั้นเสร็จแล้วเราเองก็เกิดความสุขเกิดความชอบเกิด สิ่งนั้นเราเรียกว่ามีทั้งวัตถุเป็นปัจจัยและมีทั้งจิตที่เราหลงอยู่ในตัวเรายินดีเราชอบเขานิยมอย่างนั้นก็ชอบอย่างนั้นแล้วเราก็ไปเสพสุขมีอารมณ์ที่เป็นสุขอย่างนั้นโดยประกอบไปด้วยวัตถุอย่างที่ยกตัวอย่างแล้วไปเล่นโบว์ลิ่งและเร่งรีบเราก็มีวัตถุคือมีโบว์ลิ่งมีบิลเลียดและวัตถุพร้อมกันนั้นเราก็มีจิตเข้าไปผสมอยู่ด้วยอย่างนี้ก็เรียกว่าจิตนิยมสืบต่ออยู่กับวัตถุโดยตรงส่วนจิตที่มีพ่อแม่นั้น ก็คือจิตบริสุทธิ์ตอนนี้ขอรับรองไปซะก่อนว่าจิตบริสุทธิ์คำว่าจิตบริสุทธิ์นั้นก็คือจิตที่ไม่มีนิยมไม่นิยมทั้งอารมณ์ที่เป็นความสุขความชอบความรุ่งเรืองความเป็นรสชาติที่เรียกว่าโลกียะดังกล่าวแล้วไม่มีและวัตถุต่างๆก็ไม่เกี่ยววัตถุต่างๆก็สักแต่ว่าเป็นวัตถุที่จะเอามาสักพันกับชีวิตก็เท่านั้นเท่านั้นเท่าที่มันจะยังมีชีวิตที่ตั้งอยู่ได้เท่านั้นเองถ้าสิ่งใดไม่เป็น ใจไม่เป็นประโยชน์ก็จะไม่มาเอามาสักพันกับชีวิตให้มันยุ่งยากมากมายอะไรและผู้ใดที่มีจิตที่บริสุทธิ์ผู้ใดที่มีจิตบริสุทธิ์มีจิตที่ไม่ปรุงไม่ชอบไม่ใช่เราไม่ชอบคือเฉยๆแต่ใช้คำว่าไม่ชอบก็เดี๋ยวจะฟังเป็นอย่างหนึ่งเหมือนกันแล้วเขาก็ไม่ชอบทางด้านฝ่ายโทรศัพท์ถ้าชอบเป็นกิเลสทางฝ่ายโรงพักเพราะมันไม่มีทั้งไม่ชอบหรือไม่มีทั้งชอบจิตที่ไม่หลงเป็นสิ่งที่นิยมและไม่หลงทางวัตถุเป็นมิตรวัตถุนิยมแต่รู้ว่าชีวิตจะต้องใช้ทั้งวัตถุและใช้ ตนเองนั้นจิตมีแต่ความรู้มีแต่สภาพรู้รู้เฉยๆและรู้ตามที่โลกกันว่าอย่างนี้ต่ำอย่างนี้สูงอย่างนี้มากอย่างนี้น้อยอย่างนี้ดีอย่างนี้ชั่วเช่นนี้ผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์เป็นปัญญาอันชัดเจนเป็นปัญญาชัดเจนทีเดียวด้วยประชาชน ประโยชน์ให้แก่โลกได้อย่างถูกต้องที่สุดเพราะตนเองไม่ชอบอะไรไม่ทันอะไรไม่ชอบอะไรไม่ทำอะไรแล้วผู้นั้นก็ไม่ใฝ่ที่จะเอาอะไรมาให้เป็นและไม่มีจิตที่จะผลักอะไรออกไปจนเกินขอบเขตอยู่ระหว่างกลางๆเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดที่เราจะร่วมทำงานด้วยถ้าเผื่อว่าเห็นเขาเดินขอบเขตไปคือท่อบางสิ่งบางอย่างมากไปหรือทางบางสิ่งบางอย่างมากไปผู้รู้นั้นหรือผู้มีจิตบริสุทธิ์นั้น ก็จะช่วยหาอุบายหรือช่วยแนะนำช่วยตักเตือนหรือช่วยอะไรก็ได้ด้วยอุบายวิธีที่ท่านสามารถจะทำให้เขาไม่ปิดไม่ชอบจนเกินไปและไม่ทันสิ่งนั้นประโยชน์ก็จะเกิดแก่ผู้ที่ได้รับนั้นสิ่งเหล่านี้มาแล้วพอสมควรหลายคนคงจะบอกว่าไม่รู้เรื่องหลายคนคงจะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่รู้พูดว่าอะไรแต่อาตมาก็เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงจะรู้เรื่องไม่เข้าใจดีทีเดียวเพราะว่าเขาจะตอบสนองนั้นไม่เป็นภาพวัตถุนิยม ไม่เป็นทาสกิจนิยมดังที่เข้าใจกันจะเข้าใจผิดกันอยู่และพุทธศาสนาก็ไม่ใช่ว่ามีเป้าหมายที่อาตมายกแต่ต้นแล้วว่าเป้าหมายเพี้ยนที่สำคัญคือเข้าไปหยุดไปสงบจนกระทั่งขี้เกียจขี้คร้านเฉื่อยชาและก็ไม่ช่วยสังคมไม่ช่วยใครเลยเอาตัวรอดเห็นแก่ตัวอย่างนั้นไม่ใช่ไม่ใช่เด็ดขาดเพราะว่าศาสนานั้นหมดความยึดถือในจิตมีแต่ความรู้สึกก็คือสภาวะธรรมอย่างหนึ่งเท่านั้นเองและสภาพรู้รู้เรื่องรู้ราวตัวเองก็คือจริงๆหนึ่งที่ประกอบไปด้วยจิตกับกายกายก็คือวัตถุ จิตก็คือพลังงานที่ทำงานอยู่กับกายนี้ผู้นั้นปลดปล่อยจิตอย่างแท้จริงไม่ใช่ปากพูดคือจิตของท่านร่อนจากกิเลสตัณหาร่อนไปจนกระทั่งแม้ในอนุสัยอาสวะคือในจิตส่วนลึกในบทจิตสำนึกจิตใต้สำนึกอันลึกลึกแม้แต่ในจิตใต้สำนึกอันลึกๆที่ฝังไว้เป็นสัญชาตญาณใดๆที่หลงชอบหลงทางอยู่ไม่เหลือไม่เหลือหรอกเพราะไม่เหลือหล่อแล้วพวกนี้ไม่มีชอบไม่มีทางไม่มีโกรธไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ไม่มีสุขก็ทำงานกับโลกได้โดยมีปัญญารู้ว่าคนนี้คือเครื่องกลหรือถ้าจะเรียกเป็นภาษาสมัย เป็นคอมพิวเตอร์และเป็นคอมพิวเตอร์ชั้นสูงสุดที่สามารถจะรู้อะไรได้เกินกว่าที่คอมพิวเตอร์ธรรมดาก็คิดได้ในปัจจุบันนี้ยิ่งกว่านั้นจริงๆเพราะฉะนั้นคนผู้นั้นจึงจะมาทำงานให้แก่โลกตามสมรรถภาพที่ตัวเองมีจนกว่าจะตายจนกว่าจะตายนี่โดยแท้จริงขณะนี้คนมากเป็นส่วนมากโดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนของเราเองด้วย คิดว่าศาสนาพุทธที่สอนให้คนเห็นแก่ตัวไม่ทำงานหยุดไม่พัฒนาอะไรเฉยชาเกียจคร้านเอาเปรียบจึงมีผู้ที่เพ่งวัตถุจับมองผิดแล้วจะโจมตีพระโจมตีผู้ที่บวชในศาสนาพุทธว่าเป็นผู้ที่เอาเปรียบโลกไม่ทำงานถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนั้นก็ขอชี้แจงเพิ่มเติมให้ฟังว่าเพราะฉะนั้นทำงานถ้าเป็นนักศึกษาพระนี่เหมือนนักศึกษานักศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถ้าผู้ใดบวชมาแล้วไม่ศึกษาเอาแต่กิน แต่คือหนอนบ่อนไส้พระคือเลือกที่เกาะพุทธศาสนาอยู่คือสิ่งที่พรชัยตัวเนื้อร้ายเนื้องอกที่ต้องผ่าออกนี่แหละที่ชอนชัยศาสนาอยู่เอาแต่กินแต่นอนไม่ศึกษาไม่ได้ผิดผิดนิดเดียวผิด 100% เป็นประตูเป็นประตูเลยถ้าไม่ศึกษาเข้ามาอาศัยผ้าเหลืองแล้วก็กินแล้วก็นอนอยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นจึงขอทำความเข้าใจกับทุกๆท่านโดยเฉพาะท่านนักศึกษาเข้าใจให้ได้ด้วยเพราะเหมือนชีวิตของท่านคือถ้าคุณนักศึกษา ไม่ผิดนักศึกษาเองไม่ได้ทำงานอะไรเลยเล่นเงินพ่อแม่ฉันใดพระก็เหมือนกันมีลักษณะคล้ายคลึงกันก็กำลังศึกษาอยู่แต่ว่าพ่อแม่นั้นไม่ใช่พ่อแม่ 2 คนคือญาติโยมทุกคนเป็นพ่อแม่เลี้ยงไว้ให้ข้าวให้น้ำให้สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญเลี้ยงไว้แล้วให้ศึกษาเมื่อศึกษาไปได้แล้วก็จะพาตัวรอดเมื่อรอดแล้วก็ช่วยสังคมกลับมาช่วยพ่อแม่พ่อแม่ไม่ใช่พ่อแม่สองคนด้วยพ่อแม่ก็คือบอกแล้วว่าญาติโยมทุกคน พระก็จะออกมาช่วยตามฐานะผู้ใดจบปริญญาตรีเรียกว่าพระโสดาบันผู้ใดจบปริญญาโทเรียกว่าพระสังฆทานผู้ได้จบปริญญาเอกเรียกว่าปริญญาเรียกว่าพระอนาคามีผู้ใดจะพระอรหันต์เรียกว่ามหาดุษฎีบัณฑิตฟังให้ดีนะผู้ใดส่งพระอรหันต์ดุษฎีบัณฑิตคือไม่มีตำแหน่งมีในโลกในโลกก็ยังมีไม่ถึงแต่ตำแหน่งนี้สูงที่สุดเป็นประโยชน์ยอดที่สุดเรียกว่ามหาบุรุษพรรษาแต่เป็นอย่างนั้นจริงๆและจะมาสอนโลก ตามฐานะช่วยพ่อแม่ได้ตามฐานะผู้จบปริญญาตรีผู้ได้รับประทานมีก็ช่วยพ่อแม่ได้ตามฐานะปริญญาโทผู้ใดช่วยถ้าผู้ใดได้ปริญญาเอกและช่วยพ่อแม่ได้ในฐานะตามที่ได้ปริญญาเอกคือพระอนาคามีผู้ใดได้พระอรหันต์จบมหิดลบัณฑิตและช่วยพ่อแม่ได้ตามฐานะนั้นโดยจริงอันนี้เป็นความจริงแท้ที่เขาศาสนาพุทธเราเป็นระยะแบ่งกำหนดออกไปอย่างนั้นจริงๆทีนี้ก็ขอนึกขึ้นไปอีกนิดนึงว่าศึกษานั้นศึกษาอะไร ก่อนที่จะบอกว่าปฏิวัติตนเองก็ขอบอกว่าพระที่พระคุณเจ้าหลายองค์อยู่ในนี้มานั่งฟังก็ขอให้รู้ตนเองก่อนขอบอกด้วยว่าไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกันในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนคุณจะหัวดำอยู่เป็นคฤหัสถ์อยู่หรือใครจะโกนหัวไปไม่รุ่งเรืองก็ตามใจนะว่าทำให้หัวขาวก็หัวหงอกก็ตามใจคุณก็ไม่ละเว้นในข้อที่อธิบายต่อไปนี้ควรศึกษาอย่างนี้ด้วยเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะปฏิวัติตนเองในข้อ 13 นี้ได้ด้วยคือศึกษาที่ว่านั้นจงมีศีลศึกษามีจิตศึกษา มีปัญญาศึกษาตามข้อนี้สำคัญมากนี่ของพระโดยตรงส่วนของคฤหัสถ์เพราะเธอไม่อีก 13 นิทานศึกษาจาคะศึกษาหรือการศึกษาเพราะวันพฤหัสนะทำให้ศึกษาคำนี้ในภาษาบาลีเรียกว่าสิกขาที่บอกว่าเด็กๆออกมานี่ก็คือตัวเดียวกันนี่แหละคือตัวจริงราคาการศึกษาออกมาจากพระไม่ศึกษาแล้วอย่างพระจะมาศึกษาอย่างโลกศาสนาพุทธมีการศึกษา คือการศึกษาตั้งแต่คฤหัสถ์ไปก็มีตั้งแต่ทานหรือจาคะศึกษาแล้วก็ศีลศึกษาปัญญาศึกษาที่บอกว่าไม่ต้องมีทางศึกษานั้นตอนนี้ผมขอร่วมรับสักหน่อยจะอึดอัดเกินไปอาตมาไม่อยากจะพูดอันนี้หนักนักเพราะว่ามันจะมันจะยาวมันจะมันจะลำบากอยากจะพูดถึงเรื่องเข้าไปหาตัวว่าจะปฏิวัติตนเองอย่างไรมากกว่าสำหรับพระนั้นทำไมไม่เน้นในเรื่องการศึกษาหรือการศึกษาเพราะว่าก่อนจะมาบวชถ้ามาปฏิญาณตนมีอุปชาพาเข้าบวชพระพุทธเจ้า เพราะว่าไม่มีสมบัติหนี้สินก็ไม่มีปฏิกิริยาแล้วแต่ถ้าใครจะโกหกไม่รู้ด้วยนะอาตมาไม่รู้ด้วยแต่ถ้าใครเข้ามาบวชเลยจริงแล้วปฏิญาณต่อหน้าหมู่และทุกคนไม่มีสมบัติจะมีแค่บริหารบริหารหมายความว่าเครื่องประกอบที่ใช้เพื่อประกอบที่ใช้สำคัญซึ่งมี 8 หรือเดี๋ยวนี้จะมากกว่า 8 บ้านหมายถึงตู้เย็นหมายถึงโทรทัศน์หรือหมายถึงรถเก๋งหรือหมายถึงอะไรก็ตามแต่มากเกินกว่านั้นแม้แต่กุฏิก็ไม่ใช่สมบัติของเราคือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อให้แก่ ทุกองค์ใช้ได้ถ้าใครนึกว่ามีกุฏิของข้าใครขึ้นมาไม่ได้ใครจะมานอนมานั่งไม่ได้คนนั้นผิดแล้วยึดบริขารผิดแล้วไม่ได้ถามไม่ได้มีนักเรียนศึกษานักธรรมโทเอกศึกษามาบริหารมีไหมว่านี่อาตมาที่ผมถามพระนะผมไม่ได้ถามคนหรอกผมไม่ได้ถามคฤหัสถ์มีไหมไม่มีสติไม่ได้บอกไว้ในบริหารแน่นอนเพราะฉะนั้นใครจะบอกว่าจะติดหรือกุฏินี่เองเป็นของข้าผิดผิดแล้วปฏิญาณตนมาเป็นผู้ชนะคือเป็นผู้ที่ ไม่ยึดสมบัติอะไรแล้วเพราะฉะนั้นจึงไม่จึงไม่ต้องผ่านถือว่าไม่มีสมบัติถือว่าไม่มีวัตถุประสงค์แล้วจึงไม่ต้องผ่านมีแต่เครื่องใช้โดยผ่านไปแล้วเครื่องใช้ประกอบส่วนตนจึงไม่ต้องทำทานเพราะฉะนั้นแม้แต่เงินทองที่จะต้องมีพอไปทานให้คนนั้นคนนี้ก็ไม่มีไม่มีพระองค์ใดรับเงินออกจากกระเป๋าไปทำบุญ 100,000 บาทพระองค์นั้นไม่ใช่พระไม่ใช่นอกจากว่าญาติโยมก็เอามาทำบุญกับเราแล้วเราก็ทำเป็นนามสกุลงอกทรัพย์ออกไปเอาไปทำประโยชน์ในโลกไม่เอาไว้ก็เอาไว้แล้วมันเสียเศรษฐกิจมันไม่มีการสัมผัสไม่มีการเสียหายเพราะ จะต้องไม่มีแม้แต่สมบัติจึงไม่มีการศึกษาที่ไม่มีจาคะศึกษาเป็นนาบุญของโลกใครเอาอะไรมาถูกโกงกันไปมาทำเป็นพรรคที่เหลือทานคือมาทานให้แก่พระพระก็จะใช้อันนั้นยังชีวิตไว้เป็นปัจจัยมีค่าพอฉันก็ฉันข้าวแล้วไม่เจ็บด้วยคว่ำบาตรมีเสื้อผ้าจีวรอ้าวไม่ใช่เสื้อผ้าก็เหมือนกัน มีการซื้อขายในตัวอาบัติแล้วไม่ได้เรื่องแล้วเพราะฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ทำถ้าเรามีมากเราจึงแจกจ่ายแก่เพื่อนสหธรรมิกหรือไม่แจกจ่ายกับสหธรรมิกก็คือไปอย่าว่าแต่แค่คืนเลยนะที่จริงมีจีวรเกินชุดนี่ก็จะต้องรีบกลับกันไม่รู้กี่เท่าไหร่เท่าไหร่แต่พี่กลับกันหรือเปล่าอันเนี้ยผมสงสัยเฉยๆคือเรื่องของเรื่องเนี่ยถ้าเข้าใจตามคุณสมบัติที่ท่านสอนท่านบัญญัติแล้วตกใจหลายๆอย่างที่เป็นของที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้องลงตัวให้มาก พอแล้วเรื่องนี้จะไม่พูดมากไม่พูดกับพระแต่ว่าจริงๆแล้วผมอยากพูดกับพระอยู่ในฐานะที่ผมจะพูดด้วยกันได้แต่ถ้าไม่ค่อยมาจะมีมานี่แหมวันนี้หรือจะเป็นฤกษ์ดีเหลือเกินที่มีพระมาฟังผมมากที่สุดเท่าที่ในชีวิตที่เคยมีมาตั้งแต่ผมบวชมาแล้วก็ได้บรรยายวันนี้มีพระมากที่สุดโดยปกติแล้วพระไม่ค่อยฟังผมพูดชอบไปฟังคนอื่นเขาด่าแล้วก็ชอบใจชอบใจไปตามค้นหาบางคนหลงไปเลยพฤหัสบดีสอนธรรมะไม่งานด้วยเหตุผลประการใดพระพุทธเจ้า พฤหัสบดีหรือผู้ที่ยังคลุกคลีอยู่ด้วยเมถุนธรรมท่านใช้คำว่าผู้ที่ยังทุบฟรีอยู่ด้วยเมถุนธรรมนั้นแสดงธรรมไม่บริสุทธิ์ไม่งามพร้อมและให้คำว่าแมงบริสุทธิ์ไม่งามพร้อมนั้นมี 2 ประการคือไม่บริสุทธิ์แม้จะปริยัติธรรมและไม่บริสุทธิ์ไม่งามพร้อมทั้งปฏิบัติธรรมมีทักษะประชาชนมันก็ไม่งามพร้อมเท่าไหร่เพราะมันไม่ลงตัวก็พูดยังไงก็ได้ครับต้องมีขอบเขตและความจริงลำบากกว่านะเพราะว่าเราก็จะต้องรู้หน้าที่ตามที่พระมีแต่ก็ไม่เป็นพระต้องเข้าใจไม่ได้หรอกถ้าจะต้องอยู่ในฐานะอย่างไรถ้าวันนี้จะออกนอกเรื่องมากไปก็ขอกลับเข้ามาอีกว่าไม่มีทางศึกษาแต่มีศีล 13 เดี๋ยวนี้ศูนย์ศึกษาพระไม่ศึกษาแล้วศึกษาแต่เพียงวินัย 227 แล้วเหมาหมู่ว่าศีลมีแค่ 27 ถ้ามีการสอบไล่ถ้าผมเป็นครูเป็นอาจารย์ที่จะให้คะแนนถ้าใครตอบว่าศิลป์มีเท่าไหร่ของพระท่านใดได้ 27 ผมให้คะแนนผมให้ 5 เพราะวินัยไม่ใช่ศีลวินัยนั้นเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังจากศาสนาพุทธไปตั้งแล้วส่วนสีนั้นเพิ่มสินนั้นคือข้อกำหนดที่พระพุทธเจ้า ทำให้ตัวเองสูงขึ้นทำให้ตัวเองขาดจากความต่ำหลุดพ้นจากความต่ำได้เรียกว่าศีลมีมากมายที่ท่านแยกหมู่ไว้ชัดเจนที่สุดก็เรียกว่าจุลศีลบ้างมัชฌิมาสีมั่งมาหาศีลบ้างถ้ารู้หมดแล้วเรียกว่าโอวาทปาฏิโมกข์ศีลส่วนที่เอามาท่องๆกันในวันหนึ่งเราเรียกว่ากฎหมายเป็นรั้วกั้นไม่ปรารถนาทำงานอย่าปล่อยศีลอย่าตัดสินผู้ใดปฏิบัติผิดในวินัย 227 แต่เราไม่สูงขึ้นไม่มีคุณธรรม เพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นถ้าใครเรียนศีลก็จะเข้าใจว่าศีลมีอย่างไรบ้างศีลธรรมไว้เป็นต้นว่าพ่อไม่ให้ฆ่าสัตว์ก็ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งหมดส่วนวินัยนั้นต้องมาแยกหมู่อีกกำหนดแยกออกเป็นอย่างๆอย่างละเอียดซึ่งเป็นเรื่องหย่าไปอีกแล้วเช่นว่าถ้าข้าเป็นตายสมาชิกถ้าฆ่าสัตว์ตาย 80 ปีและแดงมี 2 อย่างแล้วแต่สีที่แสดงว่าอย่าฆ่าสัตว์ทุกอย่างถ้าใครบริสุทธิ์ในในศีลก็ไม่ต้องเป็นห่วงสุขภาพ ตัวเองก็ยิ่งไม่ได้เรื่องใหญ่เพราะว่าถ้าสีไม่บริสุทธิ์แม้แต่รู้สึกที่มีสีก็ไม่มีจิตวิสุทธิยิ่งไม่มีใหญ่จิตวิทยามันสูงกว่าสิ่งที่สุทธิเพราะฉะนั้นการศึกษาศีลจึงเป็นเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดและต่อไปคือทำจิตของเราให้เป็นจุดที่ให้ได้จึงเรียกว่าสูงขึ้นมาตัดสินใจที่สุดคือไม่ใช่จิตไปนั่งหลับตาเข้าแล้วก็ทำผิดจุดได้อย่างเดียวอย่างนั้นก็เป็นอันนี้ผมเหมือนกันเป็นผลได้แต่ไม่ได้หมายความว่าไปนั่งหลับตาแล้วแล้วก็ไปนั่งหยุดจิตใต้แบบนั่งหลับตาแต่คนลืม ไม่เข้าใจว่าอะไรกิเลสอะไรตัณหาอะไรอุปาทานอะไรสิ่งที่เราหลงเราเดือดร้อนเราทำให้เราเป็นภาระทำให้เราหนักหนาไม่เข้าใจมันไม่เข้าใจผู้นั้นไม่มีไม่มีทางลัดไม่มีทางตัดไม่มีตังค์ค่ากินเลยยิ่งปัญญาคำว่าปัญญานั้นคือความรู้ที่เข้าไปรู้ว่าอะไรเป็นกิเลสอะไรเป็นปัญหาอะไรเป็นอุปทานผู้ใดละกิเลสได้ปัญญาก็เป็นตัวรู้ผู้ได้รับปัญหาได้วางปัญหาได้บ้างและปัญหาตัวเองลงได้บ้างก็เป็นปัญญารู้และอุปทานของตัวเองได้ถ้าเป็นตัวปัญญาที่จะไปรู้สิ่งที่ชอบไปรู้สิ่งนี้โดยเฉพาะเรียกว่าปัญญาทางพุทธศาสนาท่านใช้เรียกว่าอธิปัญญาหรือญาณ ที่เป็นความรู้อะไรก็ได้ที่เรียกว่าวิชาทั้งหลายแหล่ในโลกที่เป็นโลกิยะวิชาหรือภาษาอีสานเรียกว่าเดรัจฉานวิชาคือวิชาเลี้ยงตนเองอยู่ในโลกเท่านั้นเองได้ใช้วิชาทั้งนั้นอย่าทำผิดแต่เดี๋ยวจะหาว่าเราเรียนหนังสืออยู่เนี่ยจะหาว่าอาตมาว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเดรัจฉานคำนี้แปลว่าสิ่งที่ยังวนเวียนอยู่ในทางสามแพร่งมาจากคำว่าแต่สถานที่ทางสามแพร่งคือทางหนึ่งไปสู่นรกอีกทางไปสู่สวรรค์อีกทางนึงวนเวียนมาตรงกลางมาหาความเป็นมนุษย์ตรงกลางธรรมดาคนเดียวอย่างนี้ไม่รู้จักจบ พระจะมาศึกษาอย่างนี้ศึกษาเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นพระจริงได้เป็นโสดาบันเป็นสัตว์ที่ทาคามีได้เป็นอรหันต์ได้เป็นที่สุดอาทิตย์นี้ก็ขอจบในเรื่องที่เน้นลงไปให้รู้ว่าพระต้องมาศึกษาสิ่งนี้ส่วนใครจะศึกษาผมไม่รู้ด้วยนะสำหรับพระใครไม่ปรึกษาผมบอกแล้วว่าจะมานอนกินตีกรุงแล้วไม่ใช่พระมานอนไม่ศึกษาแล้วก็เป็นหนอนบ่อนไส้เป็นผู้ที่ทำลายศาสนา อังกฤษไปเรียนภาษาไทยที่เป็นอะไรต่ออะไรต่างๆนานาโดยเฉพาะเสร็จแล้วก็ไปสอบเอาไปปักเบอร์ 3 พ.ศ 5 ไปสอบเอาวิชาทั้งโลกอะไรทั้งนั้นขอรับรองว่าสิ่งนั้นเป็นโดยเด็ดขาดวิชาสิ่งนั้นเป็นเดรัจฉานวิชาอย่างที่ผมได้กล่าวแล้วไม่ขอพูดกับพระอย่างที่อาตมาได้กล่าวแล้วขอพูดไปไม่ใช่นะที่เรานั้นไม่ใช่วิชาพระพุทธเจ้าศึกษาไม่มีอังกฤษศึกษาไม่มีภาษาอังกฤษ 13 ไม่มีหรือวิชาเทคโนโลยี ไม่ได้ดอกเตอร์มาจากประเทศนอกแล้วก็วิชาจิตวิทยาบ้างวิชาปรัชญาบ้างหรือวิชาภาษาอังกฤษภาษาอะไรก็ได้บ้างไม่มีแม้ที่สุดเรียนภาษาบาลีจบภาษาบาลีเป็นปริญญาปริญญาตรีปริญญาโทปริญญาเอกจะมีหรือเปล่าไม่เข้าใจนะว่าทางภาษาบาลีเนี่ยถ้าเขาจะมีด้วยก็ว่าไปเถอะก็ขอยืนยันว่าไม่ใช่ไม่ใช่สินค้าของพระพุทธเจ้านั่นมันได้แค่ภาษาได้แค่นี้รู้สึกมันไม่ใช่ศีรษะไม่ใช่สิ่งที่ขาไม่ใช่ปัญญาสิกขาศีลหมายความว่าหลักเกณฑ์ที่จะเอามาประพฤติปฏิบัติตนเองอย่างไร ทั้งของคฤหัสถ์เราจะปฏิวัติตนเองก็คือต้องตรวจตนเองเสียก่อนมีเป็นหลักตายเลยเป็นหลักยืนพื้นถ้าเราจะปฏิวัติตนเองแล้วไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไรจะเป็นปฏิวัติเพราะอะไรปฏิวัติก็ต้องรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรขึ้นมาจะทำสิ่งที่ชั่วตรงไหนมันชั่วแล้วจะมีเป้าหมายอย่างไรที่จะทำให้มันดีขึ้นจะทำให้เป็นไปอย่างนั้นอย่างนั้นเรียกว่าเป้าหมายถ้าเราไม่มีเป้าหมายที่จะปฏิวัติให้แก่ตนเองไม่มีค่าไม่มีอะไรเลยที่จะกระทำการปฏิวัติได้ โอ๊ยคำว่าปฏิวัติตนเองในหลักการข้อที่ 1 ก็คือต้องตรวจตนเองขอไล่มาตั้งแต่พฤหัสบดีจะปฏิวัติตนเองก็ต้องตรวจว่าตนเองนั้นมีอะไรชั่วมีอะไรต่ำมีอะไรที่เลวที่สุดอยู่ในตนเองตั้งใจเป็นธรรมดาชาวโลกเขาก็ยอมรับด้วยกันเลยไม่ใช่เฉพาะแต่เราไม่มีเราก็เกิดตนเองเข้าถ้าใครไม่รู้ก็ขอเอาความเร็วความต่ำที่สุดของพระพุทธเจ้า ได้เลยทีเดียวได้เลยทีเดียวไม่ต้องมีปัญหาอบายมุขแปลว่านรกขุนใหญ่มีแปลอย่างชั้นกลางถ้าแปลอย่าเอากลับที่แท้จริงโดยตรงเปรี้ยงแล้วอบายมุขแปลว่าความเร็วอย่างหยาบที่สุดความเลวอย่างหยาบที่สุดของโลกอย่างที่ 1 อย่างที่ 1 อบายมุขข้อที่ 1 คือความเกียจคร้านศาสนาพุทธไม่สอนให้ใครเขตทางไม่ว่าคฤหัสถ์หรือไม่ว่ากันไม่ว่าผู้ที่จะถือบวชแล้วความเกียจคร้านเป็นความเร็วชนิดหยาบที่สุดชนิดต่ำที่สุดในคนถ้าผู้ใดมีความเจ็บช้ำผู้นั้นต้องปรับปรุงก่อนเพื่อนขอบคุณทีเดียวทันใดวินัยใดที่สอนเป็นไปเพื่อความเจ็บช้ำคำนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเรามีอยู่ในคอไม่มีทำอะไรวินัยใดของพระพุทธเจ้าสอนให้คนเกลียดการเพราะฉะนั้น สอนไม่ให้ทำงานใครจะมาพูดให้ยากเลยหลักการของพระพุทธเจ้ามีแผ่นทองแต่เธอไม่เข้าใจแต่นั่นแหละผู้ที่ไปทำแนวโน้มไปทำค่านิยมเอาไว้ให้คนเห็นไม่พยายามศึกษาอย่างแท้จริงและไม่ศึกษาผิดๆไม่เข้าร่างกายมันก็ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดได้เหมือนกันเพราะศาสนาพุทธจึงเบี้ยวและเอเชียไปในฝ่ายที่คนไม่เข้าใจพูดจริงๆเขาจะถูกแล้วคือมันไม่ถูกศาสนา ออกมาบิณฑบาตของค่ายชาวบ้านเขากินแล้วก็เอาแต่นอนพอจะไปหาหน่อยเพราะฉันเช้าแล้วเสร็จจะไปหาหน่อยบอกว่ามีธุระท่านจำวัดอ้าวรอแล้วเพลินขอเชิญก่อนเพราะฉันเสร็จแล้วจำวัดอีกแล้วเผลอๆจำอีกแล้วบ๊ายบายหน่อยเย็นๆหน่อยลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน