สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี เมืองไทยเป็นศาสนาพุทธมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกมาจนถึงบัดนี้ ก็ควรจะตื่น เรามาศึกษาของดีของจริงของสุดยอด เมืองไทยนี้เป็นกุศลมีบารมีที่ดี มีพระเจ้าแผ่นดินที่ดีที่สุด มีเนื้อหาของศาสนาพุทธ แต่ข้าราชบริพารนักบริหาร เป็นพนักงานของรัฐ มาทำงาน เสนอตัวมาทำงานให้แก่ประชาชน ก็ไม่รู้ภูมิธรรมของพระเจ้าอยู่หัวไม่รู้จักศาสนาพุทธ ก็ไม่ได้ใช้พุทธศาสนาแก้ปัญหา เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ พระเจ้าอยู่หัวก็แก้ปัญหาแบบคนจน ให้บริหารแบบคนจน … “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ “แบบคนจน” เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่.. ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง ! ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง และถอยหลังอย่างน่ากลัว ! แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า “แบบคนจน” แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอยางมีสามัคคีนี่แหละ คือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป...”
พ่อครูว่า...คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โปรดฟังอาตมาสักนิด คุณจะเอาแต่ไปรวยนั้นคุณนับถือพระเจ้าอยู่หัวไหม อาตมาถามคุณสมคิด ถ้าหากนับถือก็เอาพระราชดำรัสมาเรียนมาศึกษามาทำ แล้วทำไมจะมาทำขัดแย้งกับพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไร ก็บอกว่าเคารพพระเจ้าอยู่หัวใช่ไหม และพระเจ้าอยู่หัวตรัสไปแล้ว คุณจะไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร เหมือนลบหลู่พระเจ้าอยู่หัวนะ แบบติดตำราเรียนจากนอกเป็นด็อกเตอร์ต่างประเทศ รบกวนมาเอาแบบพระเจ้าอยู่หัวแบบศาสตร์พระราชา ไปเอาศาสตร์พระลามกมาทำไม ทำไมไม่เอาศาสตร์พระราชา ทุกวันนี้สังคมประเทศไทยสงบจริงๆ สงบอย่า
อ่านต่อ
งไม่กดดัน สงบอย่างไม่กดข่มเหมือนเกาหลีเหนือ สงบอย่างไม่บ้าบอเหมือนอเมริกา สงบไม่กดข่มไว้แบบรัสเซีย จะว่าไปแล้วสงบเหมือนอินเดีย อิสระเสรีภาพ อยากจะนั่งขี้ตรงไหนก็ได้ อย่าไปขี้ใส่บ้านเขา แต่ขี้นอกบ้านตรงไหนก็ได้ ขี้ข้างบ้านเขาก็ได้ สมณะฟ้าไทว่า...ในเมืองมุมไบ คนรอขึ้นรถไฟแน่น แต่ไม่แก่งแย่งกันขึ้นไป พ่อครูว่า...เป็นเรื่องลึกซึ้ง อินเดียมีประชากรหลายพันล้านคน แต่ก็บริหารง่ายกว่าจีนมาก เพราะเขาบริหารแบบคนจน ส่วนจีนบริหารแบบคนรวยๆๆ จนไม่ได้จะต้องรวยจึงได้ยาก เรื่องมาก แต่อินเดียมีเรื่องน้อย สงบ เข้าใจ ที่อาตมาพูดนี้ยกตัวอย่างของจริง เป็นฟีโนมีนอนให้ศึกษา การเรียนรู้คนก็ตาม เรียนรู้สังคมก็ตาม ตามทฤษฎีพระพุทธเจ้าท่านรู้หมดครบแล้ว พูดเมื่อไหร่ก็ทันสมัยเมื่อนั้น พูดไปอีกห้าพันปีหมื่นปีก็ได้ คือมันทันสมัยใหม่เสมอตลอดของพระพุทธเจ้า ชาวอโศกเราเข้าใจ ทฤษฎีแบบคนจน เข้าใจความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสก็เลยปฏิบัติตามมาเป็นคนจนสำเร็จ แก้ปัญหาเศรษฐกิจเสร็จเลย นี่ชาวอโศกเป็นผู้จบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมืองและสังคมแล้ว ขออภัยที่อวดจังเลย อวดชาวอโศก คือเป็นของที่น่าอวดมาก แล้วไม่อวดอย่างนี้แล้วจะไปอวดอะไร เป็นเรื่องที่น่าแสดงน่าบอกให้รู้ให้มาศึกษาให้มาชม คนที่ไม่รังเกียจชาวอโศก จนขนาดที่ไม่มาเข้าใกล้ คนเหล่านั้นเขาไม่รู้เรื่อง ส่วนคนที่ไม่ได้รู้อะไร มาศึกษา เข้ามาในชุมชนชาวอโศก คนที่เขาเข้ามา ท่าทีจิตใจไม่มีความรังเกียจ แม้แต่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เข้ามาแล้วอุทานอย่างไร...สงบน่าอยู่ เหมือนอีกโลกหนึ่งจริงๆ เราไม่ได้พูดยกโคมลอยมาเฉยๆ แต่ของจริง ยกเรื่องจริงมาพูด เขาอุทานว่าไม่คิดว่าจะมีแบบนี้ในโลก พวกนักศึกษาก็ดี หรือใครเข้ามาก็ตามก็บอกว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอในโลก นี่ล่ะคนลับแลเมืองลับแล แต่คนไม่แล มันก็เลยแลลับ แลเลื่อนฟ้าหน่อยสิ แล แล้วเลื่อนมาสู่ที่สูงหน่อย ไปถาม ด.ญ.แลเลื่อนฟ้าสิ ว่าชื่อเขาแปลว่าอะไร แปลว่าเลื่อนไปสู่ที่สูง แต่ก่อนเขาท่องอยู่ พ่อเขาชื่อเลื่อนผา แม่ชื่อฟ้าแล อาตมาก็เลยเอาชื่อพ่อแม่ผนวกกันเป็น แลเลื่อนฟ้า อาตมามักตั้งชื่อเป็นภาษาไทยแท้ ตั้งแบบบาลีอาตมาไม่เก่ง อย่างคุณเสฐียรพงษ์ วรรณปก อาตมาเอาชื่อแบบไทยๆ ในสังคมประเทศไทยขณะนี้ อาตมาว่าเป็นสังคมที่ดีมาก ใครจะเข้าใจผิดเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่ ว่าเมืองไทยในขณะนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ขอยืนยันคำว่าเศรษฐกิจคนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เศรษฐกิจ อันดี คืออย่างไร เขาก็เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เขาไปมีความสุดโต่ง ว่าเศรษฐกิจดีคือเศรษฐกิจที่มีเงินมากๆมาหมุนเวียนสะพัดเยอะๆ แต่เปล่าเลย คำว่าเศรษฐกิจดี คือเศรษฐกิจที่มีความหมุนเวียน ใช้เงินน้อยที่สุดได้ยิ่งดี แต่พฤติกรรมของคนในสังคมอยู่กันอย่างมีความสามัคคี อยู่ร่วมกันแบ่งกันกินใช้ กินใช้ร่วมกัน นี่คือเศรษฐกิจดี ไม่ได้เอาตัวเงินเป็นหลักเลย ชาวอโศกเป็นคนจน แต่เงินใช้สำหรับภายนอก ข้างในเราแทบไม่พูดถึงเรื่องเงินกันเลย มีไม่มีก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ผู้ที่เกี่ยวกับการใช้เงิน ก็ว่ากันไปตามหน้าที่ ส่วนคนอยู่ในนี้ก็มีการงานมีเรื่องนั้นนี้อยู่ไป ขอยืนยันว่าสังคมชาวอโศกนี้มีเศรษฐกิจดีที่สุดในโลก ซึ่งคนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ นักเศรษฐศาสตร์จบดอกเตอร์ 3 ใบ 5 ใบ เป็นโพสดอกเตอร์ อะไรต่างๆก็จะเข้าใจชาวอโศกไม่ได้ง่ายๆว่านี่แหละคือเศรษฐกิจที่ดี ขั้นสาธารณโภคี หมายความว่า ทรัพย์สิน สังคมโลกสังคมทุกประเทศ เขาก็กันเงินส่วนกลางให้ได้มากๆ ชาวอโศกนี่ เงินหรือทรัพย์สินส่วนกลางไม่ได้รวมส่วนกลางมากๆแค่นั้น แต่รวมในส่วนกลางหมดเลย เราก็กินใช้ร่วมกับส่วนกลาง จะมีกระปริบกระปรอยเศษเล็กเศษน้อยอยู่ในกระเป๋าคนนั้นคนนี้บ้างก็มี คนไหนจะเอาไว้มาก ก็ให้เขาสะสมไว้ให้เข็ด บางคนตะกละมากก็เอาไว้มาก ชาวอโศกเป็นคนเข้าใจชีวิต เข้าใจองค์ประกอบเรื่องเงินทองข้าวของ เรื่องสัตว์เรื่องมนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย อยู่ร่วมกันอย่างไม่ต้องมาก เป็นคนชั้นสูงเรียกว่ามีวรรณะ คนชั้นสูงนี้มีวรรณ 9 เป็น The classes เป็นมนุษย์ที่มีชั้นวรรณะ ชั้นวรรณะของพระพุทธเจ้า เอาคุณสมบัติ 9 นี้มายืนยัน 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) คือคนเลี้ยงง่าย ยิ่งกว่าเลี้ยงหมู เอาอาหารใส่รางแล้วให้หมูกินแล้วก็ให้หมูนอน แต่นี่คนกินแล้วไปทำงานแล้วก็มากิน มาทำงานเลี้ยงง่ายกว่าหมูอีก อยู่ง่ายไปง่ายมาง่ายไม่เรื่องมาก สรุปทุกอย่างคือไม่เรื่องมาก เป็นคนเข้าใจง่าย มีปัญญา 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) เป็นคนที่พัฒนาสอนแนะนำให้เจริญก้าวหน้าง่าย เป็นคนบำรุงง่าย ก้าวหน้าโลกีย์และโลกุตระได้ โลกีย์ก็เจริญเป็นคนดี ไม่เป็นพิษภัยต่อสังคมโลก มีแต่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น นี่เป็นโลกีย์ โลกุตระรู้จักกิเลสทำกิเลสให้หมดไปจากจิตได้จริง เป็นสุโปสะ 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) เป็นคนอยู่กับของน้อยมีน้อย ยึดเป็นตัวตนน้อย น้อยจะเป็น 0 ใครจะมีสัก 1 ก็เยอะแล้ว เป็นคนเอาไว้น้อย กล้าจน กิเลสยิ่งไม่เอาไว้เลย ยินดีเต็มใจที่จะมีไว้น้อยๆ จึงยืนยันว่าในหลวงเป็นโพธิสัตว์ที่แท้จริง อาตมาไม่ได้พูดยกยอ หรือเพียงแกล้งเพราะท่านเป็นในหลวงนั้นไม่ใช่ มันเป็นเรื่องสัจจะ ท่านมีคุณสมบัติคุณธรรมนี้จริงๆ 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) มีความพอ แม้จะมีความเคลื่อนไหวอะไรมาเราก็มีความพอแค่นี้ได้ เราสร้างสรรค์ผลผลิตเป็นสิทธิของเรา แต่เราก็ไม่เอาไว้มาก ที่เหลือก็แจกจ่ายหรือขายในราคาต่ำกว่าทุนได้ ให้ฟรีก็ได้ เป็นคนพอ เป็นคนพัฒนาตัวเองด้วยการขัดเกลา 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) ที่ถูกต้องทางกายกรรมที่ไม่ดีไม่งาม วาจาไม่ดีงามไม่เหมาะสมก็ขัดเกลากัน จิตใจที่เป็นของสกปรกของไม่ดีก็เอาออก เป็นคนมีเนกขัมมะการขจัดออกตามลำดับสัลเลขของชีวิตมีศีลเป็นเครื่องกำหนด ในจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล หากใครเข้าใจการศึกษา 3 ของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตามลำดับ ให้เป็นพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไม่ลัดขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ศีล 5 จะรู้ก็เมื่อต้องมีการสัมผัสเกี่ยวข้อง ปกติสามัญมนุษย์ ศีลคือความปกติ ไม่ได้หนีจากความปกติ กำจัดกิเลสได้ก็เป็นอธิจิต มีอธิปัญญา รู้ความจริงตามความเป็นจริง แม้แต่พลังงานจิตที่ละเอียดเกิดขึ้นก็จัดการได้ในปัจจุบันทันทีทันใด เก่งสามารถกำจัดได้จริง จนสัมผัสสิ่งนั้นกิเลสก็ไม่เกิดอีกก็ ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน แล้วปฏิบัติได้ผลหรือไม่ พอได้เป็นโสดาบันไหม…(โยมตอบว่าได้) ข้างนอกเขาไม่กล้าปฏิญาณแบบนี้นะ พวกเราลดละได้จริงๆ หลายอย่างมันหมดลงไปแล้วนะ หลายอย่างแต่ก่อนมันเล่นงานเรา ตอนนี้มันก็หมดไป สบาย ...คุยกันเรื่องนี้ก็รู้เรื่องกันได้ไม่ไปไหนมาสามวาสองศอก ชาวอโศก พวกไปไหนมาไม่ใช่พวกสามวาสองศอก ซึ่งเป็นคนจำนวนน้อย คนทิศทางเดียวกัน อาตมาทำงานมาถึงจนวันนี้ ก็พยายามแพร่ขยายให้มันเกิดผล มันเหมือนจะมีแค่นี้ นอกนั้นมันก็จะไม่เพิ่มแล้ว อาตมาก็ชักจำนนๆ เราจะทำไปอีกต่อจะได้อีกไหม ชักจะรู้สึกเหมือนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก ว่าจะต่ออีกหรือมันมีแต่กิเลสเต็มหูเต็มหัวไปหมด คิดขวนขวายน้อย อาตมาก็ชักจะมีอาการอารมณ์ ขวนขวายน้อยลง สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูกวาดมาเกือบหมดแล้วครับ พระโพธิสัตว์ทนไม่ได้ต่อความกรุณา พ่อครูว่า..1.อาตมาก็ยังมีกำลังเรี่ยวแรงทำงาน 2.อาตมาก็คิดเวทนาสงสารมวลมนุษยชาติ 3.อาตมาต่ออายุได้ แหมพูดเสียเท่เลยนะ พยายามศึกษา Coefficient Coefficient เป็นพลังงานที่จะต้องสร้างขึ้นมาในตัวเอง เพื่อให้ตัวเองมีพลังงานจะต่อเชื้อ ต่อแรงไปได้อีก อาตมาว่า อาตมามีความรู้อันนี้นะ แล้วก็พยายามสอนพวกเราให้เอาไปใช้บ้าง แล้วก็จะได้ทำให้ชีวิตยืนยาวไปด้วย ไม่รู้ว่าพอจะได้ไปกันไหม เราเป็นคนไม่อวดดีแล้ว เราก็ถ่อมตนไว้ แต่เข้าใจ สมณะฟ้าไทว่า...ก็เรียนรู้จากพ่อครู ทำใจก่อนแล้วทำรูปธรรม พ่อครูว่า...อาตมาค้นหายาอายุวัฒนะที่ได้ก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาพยายามหายาอายุวัฒนะ เขามีอำนาจมากนะในยุคโน้น นี่ละ ยาอายุวัฒนะก็คือ Coefficiency ต้องทำเอง ทำให้ได้ อาตมาพูดนี้ พิสูจน์ตนเองอยู่ จะต่ออายุให้ได้อีกหลายกัปป์ จนเกินที่มนุษย์สามัญจะเป็นไปได้ เช่น ในยุคพระพุทธเจ้า ท่านก็อาจจะได้ถึง120 ปี แต่อาตมาจะดันทุรังถึง 151 ปี ถึง 120 ปีแล้วก็ได้ 10 นักษัตร ถ้า 132 ปีก็อีกหนึ่ง นักษัตร จากนั้น ฝืนต่อไปเป็น 144 ก็เป็นการพิสูจน์ว่าต่อพลังงานจะได้อีกหลายนักษัตร ยังไม่พอแถมอีก 7 ปี ถ้าถึง 144 นี้ Coefficient ของอาตมาจะแข็งแรงมาก ประสิทธิภาพสัมประสิทธิ์แข็งแรงมาก ที่เหลืออีก 7 ปี จะตายก็ได้ แต่อยู่อีก 7 ปีมันคงหนุ่มน่าดูนะ มันจะกลับตาลปัตร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ถ้าจะตายก็บอกว่าไปแล้วนะลูกหลานเอ้ย คหกรรมได้โลกทั้งโลกจะต้องขึ้นป้ายเลยว่าเป็นยอดมนุษย์ สมณะฟ้าไทว่า...คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อหรอกว่าอยู่ได้ แต่ผมว่า พ่อครูว่า...ยิ่งกว่าสิ่งมหัศจรรย์ที่เขาขึ้นทะเบียนไว้ในโลก จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย เป็นเรื่องที่ท้าพิสูจน์มากเลย อะไรมันไม่ท้าพิสูจน์เท่าอันนี้หรอก สุดยอดเลย ได้เท่าไหร่ก็เอา พยายามทำสถิติไป มันจะ best record เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยต้อง beat record เก่าๆได้แต่เขาก็ไม่มีวิชาการเท่าไหร่ว่าทำไมอายุยืน อันนี้มันรวมนามธรรมด้วย ไม่ใช่แค่กินอาหารอย่างนี้พักผ่อนอย่างนี้แต่นามธรรมด้วย การทำจิตวิญญาณให้รู้พักรู้เพียรอย่างไรด้วย มันมีประสิทธิภาพมีความวิเศษ ถ้าทำได้อันนี้เป็นโลกุตระอาริยะที่แท้ คนหนึ่งทำได้ 2 คนทำได้ 3 คนทำได้ 100 คนหมื่นคนพันคนแสนคน ก็จะมีสิ่งที่ทำให้คนต้องมาศึกษาทางด้านเศรษฐกิจ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มีความวิเศษเยี่ยมยอดอย่างไร มันรวมความเป็นมนุษย์และสังคมมนุษย์เอาไว้ รวมไว้หมดแล้ว นี่คือวิชาการทางพุทธศาสนา อาตมาถึงบอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธแล้ว ความรู้ทางพุทธก็มี เอาล่ะอาจารย์ต่างๆอธิบายของท่านไป อาตมาก็ไม่เรียกว่าอาจารย์ก็ได้ เป็นคนไทยคนหนึ่งมาอธิบาย พุทธศาสนาอีกแบบ ก็ควรมาศึกษาบ้าง อาตมาเอาพุทธศาสนามาเผยแพร่ให้คนพิสูจน์ให้คนปฏิบัติด้วยนะ และคนที่มาปฏิบัติได้ผลด้วยนะ ผลที่ได้นั้นพิสูจน์ทั้งทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทางรัฐศาสตร์ ทางสังคมศาสตร์ ต่างคนต่างอยู่กันอย่างอะลุ่มอล่วยสงบ อย่าง อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ สุญญภาพ แล้วจะมีภาพอะไรอีก สวยภาพ อีกสุดท้าย อยู่กันอย่างสวยงาม สุขสำราญเบิกบานใจจริงๆ ไม่มีใครยกยออโศก โพธิรักษ์มายกย่องเอง มาถึงตอนนี้แล้ว อาตมาตรวจตัวเอง มาทำงานกับสังคมมนุษยชาติได้ผลไหม ได้ ในขณะนี้เป็นอย่างไร โอ้โห อาตมาพอใจมาก ว่า อาตมาเกิดมาในชาตินี้ไม่เสียหลาย ได้ทำงานช่วยให้มนุษย์เข้าใจ แล้วมามีชีวิตเป็นแบบนี้ ใครคิดจะเลิกราไปจากชาวอโศกบ้างยกมือ (บางคนอาจจะอยากออกแต่ไม่กล้ายกมือออกทีวีด้วย) เป็นอิสระเสรีภาพต่างคนต่างมาต่างก็รู้หน้าที่ กายกรรมวจีกรรมที่ดีงามกว่านี้ยังมีอีก อยู่ในสังคมนี้ไปวันแล้ววันเล่า สบายมากธรรมดาปกติหายห่วงจริงๆ (สบมธมดปกตหหจจ) เป็นคนสำเร็จแล้วจริงๆ อาตมาตายวันตายพรุ่งก็ได้ ที่ได้ทำงานมามีผลสำเร็จพอสมควร ยังจะต้องช่วยกันทำต่อไปต่างคนต่างมีภูมิธรรมความสามารถเรี่ยวแรงอุตสาหะวิริยะก็อยู่กันไป ด้วย 7 ภาพนี้แหละ อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ สุญญภาพ สวยภาพ สวยแบบเราๆ เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดบ้างก็ปะบ้าง ไปเลือกหาได้ที่สขจ. มันสมบูรณ์แบบเลย เข้าใจแล้วเราก็ไม่ติดใจ เราได้เสื้อจากสขจ. ผ้านุ่งผ้าห่ม อาหารก็ไม่มีปัญหา เสื้อผ้าก็ไม่มีปัญหา ที่อยู่อาศัยก็ไม่มีปัญหา ธรรมะก็ไม่มีปัญหา มีแต่ปัญญาก็สมบูรณ์แบบแล้ว
1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) ตามกรอบของศีลที่มากขึ้นสูงขึ้น มันไม่ถึง 26 ข้อก็เป็นพระอรหันต์แล้ว ขอให้ปฏิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิ 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) ศีล 5 ได้ก็เอาศีล 8 ได้อีกก็เอาศีล 10 ถ้าเก่งศีล 5 ก็เป็นพระอรหันต์ได้ สมณะฟ้าไทว่า..มีพระในอดีตที่จำอะไรไม่ค่อยได้ แค่ศีลก็ไม่ได้ แต่ว่า พอบอกว่าให้ถือศีล 3 ข้อคือกายวาจาใจ แค่นี้ก็บรรลุได้แล้ว 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) พ่อครูว่า...เมื่อศีลเคร่งได้แล้วก็จะมีอาการน่าเลื่อมใส 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 พ่อครูว่า...ไม่ต้องสะสมทั้งข้าวของและกิเลส หยาบ กลาง ละเอียด เราขจัดออกจากจิตไป ไม่สะสมทั้งวัตถุและกองกิเลส 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนขยันอยู่ตลอดเวลา รู้พักรู้เพียร คือคนข้ามโอฆะสงสารได้แล้ว อัปปติฏฐัง อนายูหัง เป็นคนข้ามโอฆะสงสารได้แล้ว สมบูรณ์แบบ เอาหลักฐานธรรมะพระพุทธเจ้ามาอ้างอิงยืนยันได้ เราอยู่กันอย่างธรรมดา (ธรรมตา) คำว่าตา เป็นอุปสรรค ขยายคำว่าธรรม แปลว่า ความเป็นธรรม เป็นภาษาไทยก็คือความปกติธรรมดา เป็นสิ่งสามัญ สามัญคือผู้สงบ หรือจริงๆก็ลงถึงตัวสมณะคือผู้สงบ สามัญญะ เป็นวิธีการปฏิบัติอย่างในสามัญผลสูตร พรหมชาลสูตรบอกไว้ชัด การปฏิบัติธรรมที่ไม่มีปัญญานี้ผิดหมด ในทิฏฐิ 62 ผิดหมด ต้องปฏิบัติอย่างในสามัญญผลสูตร ต้องทำความเข้าใจสามัญญผลสูตรให้ดี ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติธรรมอย่างมีศีลอันเป็นอริยะ สํารวมอินทรีย์อันเป็นอริยะ มีสติสัมปชัญญะอันเป็นอริยะ แล้วก็มีผลเป็นสันโดษอันเป็นอริยะ เกิดฌาน เกิดวิมุติ มีวิชชา ชัดเจน นี่คือคำสอนพระพุทธเจ้า คือวิชชาที่ทำให้เกิดเป็นสมณะ เป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นสมณะ 4 เหล่าได้จริงๆ พรหมชาลสูตรคือเจโตสมาธิ นั่งหลับตาทำสมาธิได้ ทิฏฐิอดีต 18 อนาคต 44 พอมาอัมพัฏฐสูตร ฟังให้รู้เรื่องการปฏิบัติวิชชาและจรณะที่ถูก อย่างอัมพัฏฐมานพคุยกับอาจารย์ตนเอง พระพุทธเจ้าบอกว่า พวกนี้เสื่อมจากวิชชาและจรณะไปแล้ว เสื่อมคือเอาหลักฐานยืนยันได้เสื่อม 4 ประการคือ 1 ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ 2 ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า 3 สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ 4 สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว พำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม 9 ข้อ 163) พ่อครูว่า...ไม่ออกป่าก็อยู่ในเมืองมีเรือนไฟ ในประเทศไทยมีวัดไหนที่ไม่มีโบสถ์วิหารที่จุดธูปเทียนบูชาไฟ นั่นแหละคือความเสื่อมทั้งหมดแล้วจริงๆ นี่แหละคือความเสื่อมจากวิชชาและจรณะในอัมพัฏฐสูตร ต่อมาโสณทัณฑสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้ายืนยันว่าต้องมีศีล อันยั่งยืน และคนต้องมีศีลก่อนแล้วถึงมีปัญญา ถ้าคนไม่มีศีลไม่มีปัญญา ศีลอยู่ที่ใดปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาอยู่ที่ใดศีลอยู่ที่นั้น ไม่แยกออกจากกันเหมือนเหรียญสองด้าน คนไหนไม่เอาศีลจะเอาแต่ปัญญา อย่างนั้นไม่ได้ ไม่ใช่มีปัญญาก่อนจะมีศีล หรือนั่งสะกดจิตแล้วจะเกิดปัญญา ศีลก็บริสุทธิ์เอง เละเทะไปหมด วิธีปฏิบัติในกูฏทัณตสูตร กรรมฐานก็คือศีล สมาธิ ปัญญา
610211_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี