สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยนิยมในยุคคสช_.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข15 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยนิยมในยุคคสช. ประเทศไทยขณะนี้มีคณะ คสช.บริหารอยู่โดยองค์รวมผลรวมที่เกิดขึ้นที่เป็นอยู่ ณบัดนี้ อาตมายังเห็นว่ายังดำเนินไปได้ด้วยดี จริง อาจจะมีอุปสรรคมีวิบากอยู่บ้าง แต่อาตมาก็เห็นว่ามันใช้ได้ ยังใช้ได้ ถือว่าดีกว่าคณะต่างๆโดยองค์รวม อาตมาเกิดมาปี 2477 ก็ถือว่าได้รู้เห็นประชาธิปไตยมา จนเป็นรูปร่างตั้งหลักมา ตั้งแต่พอรู้ความ จอมพลป.พิบูลสงคราม ไล่มาเรื่อยๆ จนกระทั่งแม้จะเป็นทหารก็ตาม จนกระทั่งมาถึงฆราวาส ที่ไม่ใช่ทหาร เป็นสามัญชนเต็มขั้นเป็นนายก ไม่ว่าจะเป็น สัญญา ธรรมศักดิ์ ชวน หลีกภัย อีกหลายคน อาตมาก็ยิ่งเห็นด้วยความรู้ของอาตมา ประมวลผลแล้วว่ามันเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นแบบไทยนิยม นิยมคือลัทธิ ism อาตมามี Concept ของอาตมาไม่เหมือนกับที่ท่านเรียนกันมาขอยืนยัน แต่มันเหมือนของพระพุทธเจ้า อาตมากำลังอ้างอิงว่าพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ในยุคของท่าน เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นยุคทาส ไม่รู้จักสิทธิกันเลย สิทธิในข้าวของสิทธิในการแสดงออกของชีวิต มนุษย์เป็นทาส ในยุคพระพุทธเจ้า แต่ท่านก็ประกาศแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยของท่านอย่างอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ สุญญภาพ สวยภาพ ขอใช้พยัญชนะแบบแสลง สวยงามเป็นภาษาไทย ใครจะหาว่าเอาภาษามาใช้อย่างผิดๆ ก็ขออภัยที่ต้องใช้ มันสื่อความเป็นแบบนั้นเนื้อหาแบบนั้นได้ดีในภาษาไทยคนไทย อาตมาเทียบเคียงตั้งแต่ยุคจอมพลป. มีอำนาจบาตรใหญ่เยอะเป็นทหาร มันเป็นพลังงานที่มีพลังแฝง เป็นพลังงานที่เป็นอำนาจแบบทหาร พอมาถึงในยุคนี้แม้จะเป็นทหารมาเปรียบเทียบกันไม่ว่าจะเป็นจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม จนกระทั่งมาถึงพลเอกประยุทธ์ เปรียบเทียบได้ อาตมาใช้ภูมิธรรมอาตมาเป็นเครื่องวัดมาตรวัด พล

อ่านต่อ

เอกประยุทธ์เคยใช้ภาษาว่าผมเคยเป็นทหารที่มาทำงานการเมือง แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้เป็นทหาร ผมเป็นนักการเมือง ที่เคยเป็นทหาร คนที่จะพูดคำนี้ออกมาก็ต้องชัดเจนในสภาวะจิตตัวเอง ว่าฉันจะทำตามนี้ ฉันแน่ใจว่าฉันทำตามนี้ เป็นนักการเมืองไม่ใช่การทหาร ก็ต้องเข้าใจ เป็นทหารมาแล้วก็ต้องเข้าใจพลังงานแบบทหารลักษณะแบบทหาร ว่ามีอำนาจแบบไหนอย่างไร concept ของพลเอกประยุทธ์ก็ย่อมรู้ดี ว่าฉันจะไม่เอาอำนาจแบบทหารมา จะต้องสะอาดแบบประชาธิปไตยแบบนักการเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ นี่คือคำพูดของพลเอกประยุทธ์ อาตมาก็เข้าใจชัดเจน แน่ คนที่เข้าใจพยัญชนะภาษาและเข้าใจสภาวะ เท่านี้ก็ต่างกันแล้ว คนไหนมีพยัญชนะมี อรรถะ ที่ใช้ลึกซึ้งแค่ไหน เท่านี้อาตมาก็ใช้เป็นเครื่องวัดของอาตมาได้ว่าพลเอกประยุทธ์นี้เข้าตาอาตมาจริงๆ ขออภัยพูดนี้ไม่ได้มาประจบประแจงพลเอกประยุทธ์ อาตมาว่า ได้พึ่งตัวเองรอดอยู่ไม่มีปัญหาอะไร พลเอกประยุทธ์ทำหน้าที่ของท่านไปเถอะ อาตมามั่นใจในท่าน เท่านั้นเอง ด้วยสัจจะที่เห็นสภาวะที่จริง เปรียบเทียบคณะทหารด้วยกันสิ จอมพลป. จอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม เทียบกันได้ จนกระทั่งมีทหารอะไรอีก พลเอกสุจินดา มันก็ชัดเจนทุกอย่างมาถึงพลเอกประยุทธ์เทียบไปเลย อาตมาว่าเป็นประชาธิปไตย ดังที่อาตมามี Concept ว่า ประชาธิปไตยต้องเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะประชาธิปไตยที่มี 2 ขา มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีทั้งรูปนามและจิตวิญญาณและสสาร ที่อาตมาว่าเหนือกว่าประชาธิปไตยขาเดียว ประชาธิปไตยขาเดียวของอเมริกาที่เกิดมาทีหลังด้วย เกิดมาตามหลังอังกฤษ แยกมาจากอังกฤษ แต่กระนั้นก็เถอะ ของไทยก็มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นประชาธิปไตย 2 ขา เพราะฉะนั้นเทียบเคียงกับสิ่งที่เกิดจริงเป็นจริงที่ยืนยันกันแบบ phenomenal ได้ ยิ่งจะไปเทียบเคียงกับทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ ยิ่งจะชัดเจนคนละฟากฟ้ากับก้นเหวเลย คณะใดๆก็ตาม 28 คณะที่ผ่านมาเท่าที่เราจะมีหลักฐานเปรียบเทียบได้ ทุกคนไม่มีความบริบูรณ์พร้อม ที่มีลักษณะโลกุตรธรรมได้ชัดเจนเหมือนกับ คสช. หลักโลกุตระของพระเจ้าอยู่หัว นี่ก็เป็นหลักฐาน Phenomenal ที่เป็นปรากฏการณ์จริงในยุคนี้ status quo ที่ยืนยันได้อยู่เป็นปัจจุบัน หลัดๆสัมผัสกันได้ ลักษณะความหมายโลกุตระนี้ ของพลเอกประยุทธ์เริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2557 เข้ามาทำงานเป็นต้นมา แล้วก็มีศาสตร์พระราชาของรัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่ 2489 มาจนถึงทุกวันนี้ ถึง 2559 ก็ 70 ปี มีหลักฐานอ้างอิงยืนยัน ไม่ใช่พูดอย่างไม่มีฟีโนมีนอน แต่นี่มันมีฟีโนมีนอน รับรอง พิสูจน์เทียบเคียงได้มันก็ชัดเจน จริงได้ตามภูมิธรรม ใครได้ศึกษาเปรียบเทียบดูก็จะเห็น ขณะนี้พลังงานบริหารที่คณะคสช.ทำอยู่นี้ และถ้าเผื่อว่าขณะนี้รีบไปเลือกตั้ง แม้จะอยู่ใน road map แต่อาตมาว่าไม่น่าไว้ใจที่จะเลือกตั้งเลย เป็นน้ำหนักของอาตมาที่จะออกเสียง มันอีกไม่กี่เดือนจะพฤศจิกายน อาตมายังไม่เชื่อว่าการพัฒนาก้าวหน้าของประเทศไทยในความเป็นการเมืองประชาธิปไตยแบบไทย ไปถึงเดือนพฤศจิกายนนี้จะพอที่จะปล่อยให้เลือกตั้ง โดยที่ไปประมาทอำนาจของพวกผีกระสือ หน้าเก่าๆ ที่กระเหี้ยนกระหือรือ อาตมายิ่งเห็นลายแสดงออกทางลีลาภาษาคำพูด ลักษณะต่างๆ เห็นอยู่นี้ ประมาณก็ได้ประมวลตามภูมิอาตมาตัดสินใจ ตามมิเตอร์ของอาตมา อาตมาก็เห็นว่าไม่น่าประมาท ไม่น่าจะต้องให้เลือกตั้ง อย่างน้อยดูไปถึงพ.ศ. 2562 อาตมาว่าสักกลางปี 2562 จะพอพูดได้ แต่พูดตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องไปดูสถานะสภาวะจริง ประเทศชาติจะเอาไปเล่นเป็นของเล่นได้อย่างไร และที่สำคัญก็คือ มันได้ดีขนาดนี้ ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แล้ว ต่อไปจะกลายเป็นบ้องกัญชา อาตมาเสียดายนะ ไม่เอานะ นี่เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่ที่สวยงามดีแล้ว ต่อไปก็ให้เป็นไม้ไผ่ที่เนื้อดียอดสวย แข็งแรง ทำเป็นเล่นไป มันมีพัฒนาการที่ดีแล้ว ต่างประเทศก็พยายามศึกษาเปรียบเทียบ เขาไม่ขบถต่อตัวเองหรอกประเทศแต่ละประเทศ ผู้ที่บริหารนักรู้ที่บริหารประเทศ เขาก็ไม่ขัดต่อความจริงของเขาหรอก เขาก็จะเห็นว่าประเทศไทยนี้เป็นได้เป็นตัวอย่างลักษณะที่ ในความหมายของคำว่าประชาธิปไตย ก็จะค่อยๆสังเคราะห์ตัวเป็นประชาธิปไตยในแบบลักษณะของประเทศ แต่ละประเทศที่เป็นประชาธิปไตยก็ต่างทำให้ประเทศของตัวเอง มีความเป็นประชาธิปไตยตาม Concept ของแต่ละคนในประเทศ สนามแม่เหล็กพลังงานประชาธิปไตยของประเทศไทย คนอื่นที่เมืองนอกเขาก็จะเข้ามาสัมผัส แต่ละคนเข้ามาสัมผัสในนี้ ก็เหมือนเขาเป็นโมเลกุลอันหนึ่งเข้ามาในสนามแม่เหล็กประชาธิปไตยของเมืองไทย เขาก็จะต้องถูกสนามแม่เหล็กเมืองไทย การเมืองประชาธิปไตยไทย จับเข้าไปสู่ขั้วของสนามแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กของเมืองไทย เขาก็ต้องมาถูกจับ แล้วก็สัมผัสดูแล้วว่าใช่ เขาจะเอาแบบนี้แหละไปที่ประเทศเขาไปทำแบบนี้บ้างก็เป็นจริง ดีไม่ดีเขาก็บอกว่ามาเป็นคนไทยดีกว่า มาช่วยกันบูรณะพัฒนาประชาธิปไตยไทยดีกว่า เขาก็เลิกจากเชื้อชาติ ของเขามาเป็นสัญชาติไทยก็แล้วกันก็เป็นได้ คอยดูไปในอนาคต แม้ว่าจะไม่เข้ามาเต็มตัว แต่เขาก็จะยกประชาธิปไตยไทยเป็นไอดอล เป็นตัวอย่างของเขา เขาก็จะทำของเขาบ้างที่บ้านของเขา หรือจะอพยพมาอยู่ประเทศไทยเลยจะมีไหม แต่ถึงอย่างไรก็ตามคุณสมบัติคุณธรรมแท้ๆของประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เรียกว่าไทยนิยมนี้ มันก็จะพัฒนาไปได้เรื่อยๆ อาตมาก็จะพยายามช่วยเท่าที่เราจะมีพลังงานช่วยได้ ทำให้คนเข้าใจแล้วมาเป็นประชาธิปไตยแบบนี้ ตามที่อาตมามีภูมิรู้ว่าได้มาจากพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเผยแพร่ประชาธิปไตย ในยุคของท่านเป็นเรื่องสุดยอดมหัศจรรย์ท่ามกลางระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาสในสมัยนั้น แต่ท่านสามารถเป็นอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ สุญญภาพ สวยภาพ ไม่มีอะไรกระทบกระเทือน แคว้นประเทศใหญ่ขนาดไหนก็ตาม ประเทศโกศล ประเทศมคธ อาณาเขตของเขาไม่น้อยกว่าในประเทศอื่นนะ นักรัฐศาสตร์ศึกษาให้ดี ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งตอนนี้จะเป็นอย่างไร เขาไม่ได้เพลานะ ไม่ใช่ว่าเราเห็นแก่ตัว เราเองถ่อมตนด้วยซ้ำว่าเราไม่ประมาท ที่จะปล่อยให้เขามาเลือกตั้งได้ก่อน ถ้าปล่อยให้เลือกตั้งได้ เสร็จแน่ อาตมาว่าอย่าไปประมาทเลย ขึ้นมาเป็นลำไม้ไผ่แล้วอย่าเหลาลงไปเป็นบ้องกัญชา ถ้าเขาจะเอาบ้องไม้ไผ่อาตมาเป็นบ้องกัญชาแล้ว อาตมาก็ว่าขอตายก่อนชาตินี้ เกิดมาชาติใหม่ค่อยมาทำต่อ แต่ว่าอาตมาคิดว่าพอจะลุ้นได้ ตราบใดที่ลุงตู่ยังไม่ท้อถอย อาตมาว่าอาตมามีพลังงานไม่น้อยกว่าพลเอกประยุทธ์ ตามบารมีของอาตมาที่จะทำอย่างบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้วัดได้โดยสัจจะ มีคนตะโกนโหวกเหวก กระเหี้ยนกระหือรืออยู่ ขนาดในปัจจุบันก็ยังมีขนาดนี้เราก็ไม่ประมาท ขนาดคนที่มีภูมิปัญญาในต่างประเทศก็ไม่ได้มีกระแสกดดันอะไรมากมายเลย ตัดสินได้ในค่ารวม ว่าพลเอกประยุทธ์ดำเนินไปได้เลย ต่างประเทศรับได้ยังส่งเสริมให้เป็นไป พิสูจน์ตั้งแต่หัวเรือใหญ่อเมริกา แต่ก่อนไม่รับ แต่เดี๋ยวนี้เขาก็ยอม แต่อย่างไร อัตตามานะเขาก็ใหญ่ ขณะนี้ประมาทไม่ได้ อย่างน้อยอาตมาคนหนึ่ง ยังไม่อยากให้มีเลือกตั้ง แล้วอาตมาก็ว่าส่วนใหญ่ของประเทศ อย่าเอาโพลที่มี bias นะ วัดดูก็ได้ เขาก็ตรวจสอบกันอยู่ ก็ยังมีการอยากให้เลื่อนการเลือกตั้ง ขณะนี้ ก็ยังราบรื่นเป็นไป ที่มาใส่ความเป็น fake News บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีประเทศไม่เรียบร้อย อย่างนั้นมันจะหาเศรษฐกิจแบบนี้ได้ที่ไหน การวัดค่าเศรษฐกิจ เอาอย่างนี้ อย่างที่ชุมชนชาวอโศกเป็น เศรษฐกิจของเรานี้สุดวิเศษประเสริฐ เป็นเศรษฐกิจที่คนไม่ต้องมีทรัพย์สินส่วนตัวเลย ใช้กองกลาง ซึ่งเป็นความรู้ร่วมกับสังคมแล้วทุกวันนี้ ในการบริหารประเทศเขาก็ต้องอาศัยกองกลาง แล้วก็ออกจากประชาชน โดยอิสระเสรีภาพ ไม่ใช่ไปบังคับกดขี่ในด้านภาษี อาชญาที่จะให้คนต้องมาเสีย เอาคนบังคับเป็นเชิงอาชญา command ก็ไม่ใช่ เขาเต็มใจเสียภาษีอย่างอิสระเสรี อย่างเช่นชาวอโศก เอาเข้ากองกลางร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างไม่เกี่ยงงอนเลย ซึ่งมันเป็นสภาพของสังคมที่มีพฤติกรรมสังคมที่เป็นเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี เป็นสุดยอดแล้ว ทุกคนมีลักษณะวรรณะ 9 เลี้ยงง่าย อยู่ง่ายกินง่ายไปง่ายทำงานง่าย พอเพียง พัฒนาขึ้นไปให้เจริญขึ้นไปกว่านี้อีก เป็นทิศทางที่เจริญ สุโปสะ ก็เจริญในทิศทางโลกุตระ เข้าใจตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาไปอย่างบริสุทธิ์ใจ แล้วก็มีน้อย อัปปิจฉะ ถึงขั้นไม่ต้องมีอะไรเป็นของส่วนตัวเลย อาศัยกินใช้อยู่อย่างนี้ อาตมาว่ามันเป็นตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่แล้วนะ คนจะเข้าใจได้เรื่อยๆ จะเข้าใจอย่างชาวอโศกเรา แม้แต่เศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์แบบนี้ คำว่าเศรษฐกิจคำเดียวก็มีความลึกซึ้งซับซ้อนมากมายไม่รู้กี่ชั้น และมันต้องมีใจพอ น้อยขนาดนี้ได้ขนาดนี้สบายแล้ว เบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลาย คนที่มีบารมีมีฐานะก็ยังมีบ้าง ก็บอกว่าไม่เป็นไร คนนี้สบายแล้ว ไม่ต้องมีส่วนตัวเลย มีอยู่ในหมู่ฝูงนี่แหละ ปัจจัย 4 ก็อุดมสมบูรณ์ไม่ขาดเลย บริขารประกอบเราก็พอใช้ ไม่ถึงขนาดขาดแคลนอะไร ไม่ใช่หนักหนาลำบากลำบนอะไรไม่ถึงขั้นนั้น อย่างไรก็พอเป็นพอไป ในระดับความสงบ จะมีกฎหมายมีวินัยมีหลักเกณฑ์อะไรก็ไม่ได้ยากลำบาก ได้โดยไม่ยากไม่ต้องลำบาก ในกฎเกณฑ์นี้ ไม่ต้องฝืนไม่ต้องฝืด ไม่ต้องอึดอัดกับเรื่องอะไรเกินไป ก็สบายดีพอสมควร จริง ต้องมีบังคับบ้าง อย่างเช่นพลเอกประยุทธ์ต้องใช้มาตรา 44 บ้าง ส่วนจอมพลสฤษดิ์ใช้มาตรา 17 ก็เป็นอันเดียวกันมีสิทธิพิเศษเท่ากัน แต่พลเอกประยุทธ์ใช้ได้งดงามกว่าเยอะเลย ให้แก่ประชาชน อะลุ่มอล่วย อนุโลมปฏิโลมได้ขนาดนี้จะหาได้ที่ไหน เพราะฉะนั้น หากเข้าใจวรรณะ 9 วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ศึกษาให้ดีเป็นสังคมสุดยอด the classes เป็นเรื่องของความไม่มีอคติ ไม่มีความลำเอียง ไม่มีความเห็นแก่อันนั้นอันนี้ บริสุทธิ์สะอาดเป็นหลักสูตร เป็นทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ท่านได้ใช้มา ซึ่งเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ไทยคืออิสระ อิสระแล้วก็มีความเป็นภราดรภาพ มีความเป็นพี่เป็นน้อง อยากให้มาดูความเป็นพี่น้องของชาวอโศก ตั้งแต่เด็กเล็ก คนเจ็บคนป่วย มันเป็นสังคมพี่น้อง สังคมกงสีสุดยอด แต่ดีกว่านี้ยังมีอีก พวกเราจะเข้าใจ สิ่งที่เราควรจะทำได้ดีกว่านี้ยังมีอีก มันมีความรู้นำทางที่เราจะเป็นได้ เจริญกว่านี้ยังมีอีก ซึ่งได้ขนาดนี้ อาตมาก็ว่าไม่ใช่หลงตัวหลงตน แต่พิสูจน์เองได้ เอหิปัสสิโก มีของจริงปรากฏให้พิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ ความสงบเรียบร้อย ความสงบแบบนี้มันมีฤทธิ์มีอำนาจมีพลัง ชาตินี้อาตมาได้เอาไปใช้เป็นธรรมาวุธ ความสงบสยบความรุนแรง ความสงบสยบความเลวร้าย ชนะมาหลายสนามรบแล้ว คนที่ไม่เข้าใจก็ยังไม่รู้ว่าใช้ตอนไหน กองทัพธรรมไปแสดงปาฏิหาริย์เอาความสงบสยบความรุนแรงสยบความเคลื่อนไหวมากี่ครั้งแล้วในการรบ มากกว่าสงครามโลก สงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งเอง นี่ของเรามากกว่า เรา 3 4 ครั้ง 5 รัฐบาลแล้ว แล้วพวกเราออกไปประท้วง แต่ละครั้ง ไม่เสร็จไม่กลับ อยู่ในสนามรบไม่เสร็จไม่กลับ มีหลักฐานเอามาตรวจสอบได้ ทุกวันนี้ถ้าหากพลเอกประยุทธ์ไปตรวจสอบ ลดสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่ลดทอนความยอมรับนับถือ ที่เป็นความแข็งแรงความมั่นคง สิ่งที่เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ คนข้างนอกเขาถือสา หาว่ามันจะซูเอี๋ยกันอยู่ดี อาตมาว่าต้องตัดใจบ้าง จะให้อันนี้มันออกไป มันมีความเป็นอยู่ได้สิ่งที่จะเอามาเสริมเติมทดแทนใช้งานช่วยงาน มันมี เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราปลดสิ่งถ่วงออกไปอีก มันก็จะมีพลังสูงขึ้นสบายขึ้น สะดวกขึ้นเบาขึ้น คล่องตัวขึ้น มีพลังมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องพยายามจัดการจุดบกพร่องจุดเสีย ต้องตัดใจทำบ้างเพื่อส่วนใหญ่ อย่างไรก็ต้องจำใจบ้าง สิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นขณะนี้สรุปแล้ว อาตมาว่า การเจริญของการบริหารขณะนี้ ยืนยันว่าไปเป็นทางที่ดี ตั้งแต่คณะนี้เริ่มบริหาร 2557 ภายหลังจากปฏิวัติที่เป็น best record ใช้ภาษาปฏิวัติไม่กี่ประโยค แต่ว่าประโยคเดียวก็ได้ ปฏิวัติด้วยคำพูดประโยคเดียว สุดสวยงดงามไม่ต้องอะไรมากเลย แล้วก็ได้อำนาจบริหารบ้านเมืองมา อย่าง Absolute อย่างเต็มและสมบูรณ์ ประชาชนก็ขานรับหมดเลย พลเอกประยุทธ์ปฏิวัติสวยงามมากยิ่งกว่าพลเอกสนธิบุญยรัตกลิน แค่นี้ก็เปรียบเทียบแล้วว่าสวยงามกว่า มองในมุมประชาชนที่สุกงอมมากกว่ามาก มองในสถานการณ์ที่ต้องกระทำ ก็สวยงามกว่า และเมื่อปฏิวัติแล้วก็มาทำงานต่อ จนกระทั่งมาถึงขณะนี้ เปรียบเทียบได้เลยว่าพลเอกสนธิสู้ไม่ได้ ขออภัยพลเอกสนธิ เรากำลังพูดวิชาการสัจธรรมกัน เราเห็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ของลุงตู่ ของผู้ร่วมทำงาน แม้แต่ความเป็นส่วนรวมเราก็เห็นได้ชัดขนาดนี้ ผู้ที่แสดงออกที่เป็นไปกันอยู่นี้ เพราะฉะนั้นอาตมาว่าตอนนี้อย่าเพิ่งรีบเปลี่ยนแปลง อย่าเพิ่งไปประมาท อย่างนั้นอย่างนี้ไปมากเลย ซึ่งความแข็งแรงแบบองค์รวมของคณะบริหาร อาตมาว่าก็ยังเป็นปึกแผ่น มีความ Error เป็นธรรมดา ข้อบกพร่อง แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถคั้นเอาองค์รวมมาได้แล้ว มันยังมีอัตราการก้าวหน้า ตามลักษณะการใช้ หรม.ครน. สิ่งที่ยังต้อง สิ่งที่จะต้องมีมากก็ยังมากอยู่ ต้องเอาออกสิ่งที่เอาออกได้ มันก็ยังเหลือมากอยู่ หรม. สิ่งที่จะเป็นพลังงานรวมสร้างสรรเรียกว่าพลังงานก้าวหน้า พลังคูณ มันก็ยังคูณได้อย่างพัฒนาไป มีสิ่งที่จะสูญเสียออกไปน้อย ครน.อาตมาไม่ได้พูดอย่างคณิตศาสตร์ แต่พูดอย่างสังคมศาสตร์ภาษาการเมืองเลย แม้แต่จะเอาไปใช้ทางเศรษฐศาสตร์ ครน หรม มีอัตราก้าวหน้าใช้ได้อยู่ สรุป เรื่องเศรษฐศาสตร์ ที่ในหลวงเอามาประกาศแบบคนจน แล้วเข้าใจว่าเราขาดทุนได้ คิดตามหลักสากลการขาดทุน ค่าโสหุ้ย ค่าแรงงานเราด้วย ต้นทุนต่างๆ สมมุติว่าได้ 100 ในนี้มีค่าตัวเรา 40 เราทำงานยิ่งใหญ่ค่าตัวเราก็พอสมควร แต่ไม่ใช่คิดเกินนะ คิดตามโลกเขาเลย สมมุติว่า เราได้รายได้องค์รวม 100 หรือ GDP รายได้ทั้งหมดรวมแล้ว (รวมค่าแรงเราด้วย) ค่าแรงเรา 40 เราก็ลดค่าตัวเราเหลือแต่ 10 ก็พอแล้ว อีก 30 เราก็ให้แก่สังคมประเทศชาติ กองกลาง 10 เราก็พอ เพราะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่กันเป็นกลุ่ม มันก็จะช่วยเฉลี่ยกันไป เกื้อกูลกัน มันพอใช้ ไม่ runshort ข้อสำคัญ หนึ่งไม่เป็นหนี้ เป็นเศรษฐกิจบทที่ 1 เลย หมดหนี้ คำว่าหนี้นี้ของอโศกมีคำว่าหนุน หนี้คือเสียดอกเบี้ยคืนต้นด้วย แต่หนุนนี่คืนแต่ต้น ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เกื้อกูลอุดหนุนกัน แม้จะนานถึงคืน ก็ไม่ชักดาบแต่บางทีเขาก็ให้เลยก็ได้ เจ้าของเขาเห็นความสำคัญก็เลยยกให้ นี่เป็นนัยของทางเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจที่เราทำเศรษฐศาสตร์ที่เราทำ มันเป็นเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจที่สูงส่งสุดยอด 1 อย่าไปเป็นหนี้ อย่างดีก็ยืมกันเท่านั้น ถ้าไม่ให้ยืมก็ให้เลย ชุมชนที่แข็งแรงที่สุดของเราคือชุมชนปฐมอโศก ทุกเดือนจะจ่ายให้ เป็นล้าน ต้นทุนเขาพอ ปฐมอโศกเป็นพี่ใหญ่ หรือที่อื่นก็มาให้เป็นส่วนตัวไปก็มี ขณะนี้ราชธานีอโศกใช้มากที่สุด เพราะกำลังสร้างให้เป็นโมเดลของประชาธิปไตยแบบไทยนิยมที่สมบูรณ์แบบ สร้างสิ่งแวดล้อมอะไรต่างๆ พูดไปก่อนไม่ได้ ก็ทำตามความเหมาะสมที่ควรจะเป็น ทั้งสถานที่ ทั้งเสนาสนะ ทั้งบุคคล อาหาร และธรรมะ ให้มันเจริญพัฒนาไปได้ ก่อนที่อาตมาจะตายก็ต้องทำให้เป็นรูปร่าง จะพยายามใช้ ไม่ใช่เจตนาจะชื่อราชธานีให้ดูยิ่งใหญ่ แต่มันมีเหตุปัจจัย อาตมาเอามาจากสร้อยของชื่อจังหวัดอุบลราชธานี คุณคำนูณก็ยังท้วงเลยว่าทำไมไม่เอาอุบล ก็ตอนเลือกนั้นไม่ได้มีเจตนา ทำไปแล้วเขาก็มาค่อยท้วงติงว่า หาว่ามักใหญ่ใฝ่สูง ตั้งใจให้เป็นราชธานี แต่นานแล้วเดี๋ยวนี้เขาจะเข้าใจมากขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาตมาก็พิสูจน์ตัวเองว่าทำเพื่อสังคมประเทศชาติไม่ได้เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่พวก แม้แต่ไม่ได้เห็นแก่ประเทศไทย อาตมาทำเพื่อสากล ประชาธิปไตยแบบสากล จริงในคำพูดมีไว้บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม แต่สภาวะจริงนั้น ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยเฉพาะเพื่อคนไทยเท่านั้น เช่น เศรษฐกิจนั้น อาตมาไม่พยายามให้พวกเราเอาเปรียบต่างประเทศ เอาผลผลิตขายต่างประเทศในราคาให้ต่ำกว่าทุน หากจะเชือดเนื้อเกินกว่าทุนก็เอาของคนไทย อย่าไปเอาของต่างประเทศเขา ให้หมุนเวียนอยู่ในนี้ เป็นลักษณะของศีลข้อที่ 2 อทินนาทาน เป็นความเข้าใจลึกซึ้ง เหมือนชาวอโศกอย่าไปเอาของข้างนอกของผู้อื่นมา เราเป็นผู้สละให้แก่ผู้อื่นทั้งสิ้น เป็นเสือ โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเองต้องอย่างนั้นสิ จะไปเบียดเบียนคนอื่นเขาทำไม เป็นนัยลึกซึ้ง

610212_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ญาณ 7 พระโสดาบัน และประชาธิปไตยไทยนิยม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน