สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ชาวอโศกสำเร็จแล้วในความเป็นประชาธิปไตยไทยนิยม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ชาวอโศกสำเร็จแล้วในความเป็นประชาธิปไตยไทยนิยม อาตมาไม่หวังในบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งนักบวชและฆราวาส ที่สนใจศาสนาพุทธอยู่ อาตมาไม่หวังว่า คนเหล่านั้นจะมาเห็นดีเห็นงามถึงครึ่งหนึ่ง สมมุติว่า ชาวพุทธมี 95% แล้วฟังอาตมาจะฟังเข้าใจได้ถึง 47.5 % ไม่หวังหรอก ว่าจะมาเห็นดีมาเปลี่ยนเป็นแบบนี้ครึ่งหนึ่ง แต่สัก 25% ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำให้ได้ไหม ชาวอโศกนี้ไม่ถึง 25% ของพุทธศาสนิกชนไทย ได้สัก 2% ไหม ถ้าคนไทยมีปัญญามีความรู้มีพฤติกรรมในการประพฤติปฏิบัติ ตามธรรมะพระพุทธเจ้าตามศาสนา ซึ่งเรานับถือศาสนาพุทธก็ปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ แล้วเราก็มีสัมมาทิฏฐิแล้วก็ปฏิบัติสัมมาปฏิบัติ คนไทยจำนวนหนึ่ง ยกตัวอย่างชาวอโศก เข้าใจเรื่องของธรรมะพระพุทธเจ้า ว่าสัมมาทิฏฐิเป็นเช่นนี้ มาปฏิบัติเช่นนี้ถูกต้อง เมื่อปฏิบัติแล้วก็เลยเกิดผล อย่างที่ชาวอโศกเป็น ชาวอโศกเป็นทั้งนักธรรมะนักการเมืองนักเศรษฐกิจนักการสังคมศาสตร์ เป็นทุกอย่าง แล้วก็มาปฏิบัติตามที่ตัวเองมีธรรมะ มีความรู้ทางธรรมะ มีความรู้ทางการเมือง มีความรู้ทางการสังคม เข้าใจว่าอย่างนี้มันดีถูกต้องตามคําสอนพระพุทธเจ้า จึงได้ปฏิบัติตนว่าเศรษฐกิจอย่างนี้ดี การเมืองอย่างนี้ดี สังคมอย่างนี้ดี ก็จะปฏิบัติอย่างนี้ รวมแล้วเป็นเนื้อแท้ตรงกันทั้งการเมือง ที่พระพุทธเจ้าหมายความว่า การเมืองของพระพุทธเจ้านี้ อาตมาพูดไปแล้วไม่รู้กี่ที การเมืองของพระพุทธเจ้าเป็นการเมืองนำสมัยตั้งแต่ยุคพระพุทธเจ้า เป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ที่มีอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ อย่างสมบูรณ์แบบเลยในคน เมื่อคนของท่านในสังคมของท่านมีความเป็นอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ ในตัวเองจนเต็ม พระพุทธเจ้าพาคนของท่านไปที
อ่านต่อ
่ไหนๆ ท่านก็มีธรรมนูญของท่าน เป็นพระธรรมวินัย ก็มีศีล ของท่าน มีจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเป็นต้น วินัยก็เป็นกฎหมายลูกที่มันผิดแล้วบัญญัติมาตามหลัง จนทุกวันนี้มี 227 ข้อ วินัยก็อย่างหนึ่ง ศีลก็อย่างหนึ่ง พระวินัยมีบทลงโทษ เป็นกฎหมายอาญา แต่ศีลไม่มีบทลงโทษ เป็นหลักเกณฑ์ใหญ่ของสังคมเหมือนกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ทุกวันนี้ไม่มีเรื่องของศีลแล้ว เขาไปหลงแต่พระธรรมวินัย ในยุคพระพุทธเจ้าเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นยุคของทาส คนไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน นายทาสก็ไม่รู้เรื่องนี้ ก็อยู่กันอย่างนั้น แต่พระพุทธเจ้าท่านเองท่านได้บรรลุ หลุดพ้นความเป็นทาส แม้แต่วรรณะท่านก็ปลดหมด เป็นความเสมอภาคกันหมด เศรษฐกิจของท่านก็สมบูรณ์แบบ อุดมสมบูรณ์ทำอยู่ทำกินเลี้ยงดูกันเหมือนพี่น้อง เหมือนชาวอโศกเป็นได้ ทำมาหากินแบ่งกันกินกันใช้ไม่ได้ขาดแคลนไม่ได้เดือดร้อนอะไร เป็นเศรษฐกิจชั้นสูงสุด เป็นสังคมที่อยู่กันอย่างเกิดแก่เจ็บตายร่วมกัน พึ่งเกิดพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้ อบอุ่น เป็นสังคมที่สุดยอด อาตมาพูดตรงๆ อาตมาเกิดมาในชาตินี้ภาคภูมิใจที่ได้เอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาประกาศ มาอธิบายขยายความให้คนในยุคนี้อย่างพวกคุณ คนอื่นเขาไม่เชื่อถือก็ไม่มา พวกคุณเข้าใจเชื่อถือก็มา อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็สำเร็จเป็นหมู่มนุษย์ จนกระทั่งเกิดเป็นหมู่บ้าน มีทั้งแบบที่เป็นนิตินัยและไม่เป็นนิตินัย บางทีเราก็ไม่อยากรับ เราเป็นหมู่บ้านของเราก็ดีแล้ว มีวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคม สรุปแล้วคนเข้าใจได้ประพฤติได้เป็นจริง ก็มีผลตามที่เราเชื่อถือตามที่เราเข้าใจ ก็เลยเอาไปใช้กับชีวิตของเรา เห็นได้ชัดๆ เห็นแล้วก็ยังงงว่าท่านผู้รู้ที่เรียนมาศึกษามามากมาย เป็นผู้บริหารจัดการในสังคม มีทั้งบริหารปกครอง ท่านมองไม่ออกหรือไง ว่าชาวอโศก นี่แหละคือผู้ที่มีการศึกษา ศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ได้เรียบร้อยแล้ว เสร็จแล้วก็ มีสังคมที่อยู่ดีกินดีสบายดี เพราะปฏิบัติบรรลุผล ทางด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์แล้ว แล้วรู้สึกว่าเขาก็เฉยเมย ทั้งๆที่มีให้เห็นอยู่ในประเทศไทย แล้วไม่ผิดกฎหมายด้วย วัฒนธรรมก็ไม่ผิด มีแต่ความดีงาม แต่ทำไมคนไทยไม่ยอมรับรอง เขาไม่กล้ารับรองไม่ยอมรับรอง ทำไมต้องไปนับถือการรับรองของลัทธิอื่น ที่ไม่ใช่ลัทธิของพุทธ เป็นลัทธิของชาวต่างประเทศเป็นลัทธิอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ของพระพุทธเจ้าเป็นลัทธิวิเศษแล้ว ของพระพุทธเจ้า เท่านั้นก็ไม่พอ ประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัวมีพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 เป็นผู้ที่ทรงพระจริยวัตรตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป๊ะเลย รัฐศาสตร์ก็อย่างนี้ เศรษฐศาสตร์ก็อย่างนี้สังคมศาสตร์ก็แบบนี้ แล้วท่านก็ทรงพระจริยวัตรของพระองค์ 70 ปี ก็ไม่เข้าใจกัน ท่านก็ได้ตรัสไว้ว่าให้ประพฤติอย่างไร บริหารอย่างไร ก็ให้ประพฤติแบบคนจน บริหารแบบคนจน มาเป็นคนหัดเสียเปรียบขาดทุน เสียเปรียบนั่นแหละดี เราเสียนั่นแหละเราได้ ก็ไม่กระดิกหูเลยผู้บริหาร เดี๋ยวเราจะพยายามพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้คนรวยให้หมด พูดอย่างนี้ไม่เกรงพระทัยพระเจ้าอยู่หัวเลย พระเจ้าอยู่หัวบอกว่าเอาแบบคนจน ก็ช่างพระเจ้าอยู่หัว เราจะพาประชาชนไปเป็นคนรวยจะทำไม อาตมาฟังแล้วมันเป็นแบบนี้นะ ผู้ที่บริหารประเทศทางด้านเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ก็ฟังไม่ขึ้นไม่เข้าใจ ในหลวงเป็นผู้ที่คนเคารพนับถือ แต่ได้แต่เคารพ แต่ไม่รู้ว่าในหลวงมีภูมิรู้อย่างไร เชื่อในหลวงแต่ไม่รู้ว่าเชื่ออะไร พวกที่ถูกครอบงำจากต่างประเทศเขาไม่เชื่อหรอก จริงๆแล้วประเทศทุกประเทศมุ่งจะไปรวยทั้งนั้น มีกษัตริย์ประเทศเดียวในโลก ที่พูดว่าให้ขาดทุนคือกำไร ไปทำอย่างนั้นมันจะถอยหลังเข้าคลอง ให้มาอยู่แบบคนจนแบบนี้ บริหารประเทศแบบคนจนแบบนี้ ไม่มีประเทศไหนที่จะมีพระเจ้าแผ่นดินหรือเบอร์ 1 ของประเทศพูดแบบนี้ ตรัสแบบนี้ มีแต่ในประเทศไทยนี่แหละ ซึ่งสุดยอดประเสริฐสุดเลย อาตมาภูมิใจเกิดมาในเมืองไทย เมื่อไหร่จะเข้าใจซาบซึ้งกัน ฟังอาจสะดุด ปฏิภาณน่าจะดี แต่จิตไม่เปลี่ยน ไม่ถนัดไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจซาบซึ้ง จิตยังไม่เข้ากระแสไปทางโลกุตระ โลกุตระต้องมาเป็นอย่างนี้ ต้องมาจน ต้องมาเป็นผู้ไม่เบียดเบียนใครไม่เอาเปรียบใคร มีแต่เสียสละช่วยคนอื่นสิ นี่คือคนประเสริฐ คนจะไปได้เบียดเบียนคนอื่น เอาเปรียบเอารัดกอบโกยขี้เหนียว ตระหนี่ แล้วก็เอาเงินส่วนที่เรามีไปออกดอกออกผล ไปโลภ กอบโกยอีก และมีทฤษฎีวิธีการสารพัดที่พวกทุนนิยมสร้างขึ้น จะเอาเปรียบเอารัดให้ได้มากไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นมันไปไม่รอด ไม่มีจุดหมายไม่มีทางปฏิบัติ ไม่มีทฤษฎีสำคัญที่จะเอามาใช้ ให้มนุษย์ของเราที่เราดูแลบริหารปกครองหรือให้ความรู้กันอยู่ นำพากันอยู่ อาตมาก็ภาคภูมิใจที่อาตมาไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีอำนาจหน้าที่ไม่มียศตำแหน่งอะไรเลย แต่อาตมามาพูดบรรยายความจริง ที่บรรยายความจริง เป็นธรรมะเป็นคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ประเสริฐดีงาม ถ้าหากมาเข้าใจมาประพฤติปฏิบัติแบบนี้จะดี ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งเข้าใจเชื่อถือ ทั้งที่อาตมาถูกกระแสหลักที่ถือว่าเป็นเจ้าของธรรมะ คือเถรสมาคม ตีทิ้งอาตมาแหลกราญ ตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีต พวกไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังมีอิสระเสรีภาพของคนอย่างพวกคุณ มีอิสระเสรีภาพมาฟังมาเข้าใจก็มา เขาจะว่าไม่ถูก เราก็เข้าใจว่าถูกหรอกก็มา จะถือว่าเป็นพวกขัดขืนเป็นพวกกบฏก็ได้ กบฏสังคม กบฏจากสังคมส่วนใหญ่ พวกที่ทำอย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ก็ออกไปแสดงความจริงความถูกต้องให้กับสังคม โดยไปต่อต้านผู้บริหาร สังคมที่เรียกว่าคณะรัฐบาลแต่ละรัฐบาล บริหารไม่เป็นไปตามคำสอนพระพุทธเจ้าเราก็ไปต่อต้าน พวกเราไปประท้วงถูกต้องตามกฎหมาย คือว่าเราไปประท้วงอย่างสงบสันติ ไม่มีอาวุธ ไม่ไปทำร้ายอะไร มีแต่ไปกล่าวว่าอันนั้นถูกอันนั้นผิด ตามที่ผู้รู้ก็ออกสื่อสารไปทั่ว เอาผู้รู้มาพูดบอกว่าอย่างนี้ถูกหรือผิด ให้เข้าใจ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ไปแสดงความจริงความถูกต้อง ไปกินไปนอนกลางถนน มีความร้อนความลำบากอะไร เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจความถูกต้อง อย่าไปหลงกับความผิดงมงายเลย เราก็ทำกันมาอย่างถูกกฎหมาย ประท้วงด้วยความสงบสันติ ไม่มีอาวุธไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายผิดกฎหมายอะไร อาจจะอนุโลมไปใช้ถนนขวางทางจราจรเล็กๆน้อยๆเท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไร เราก็ไม่ได้ขวางหมดก็ให้ไปอยู่ แต่เราไปทำสิ่งที่สำคัญกว่ากฎหมายจราจร ที่เราทำเป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ รัฐศาสตร์ของประเทศชาติ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าเราก็ไปทำ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตว่าเราไม่ได้นอกรีตอะไร แล้วหาว่าพวกเราไปเล่นการเมือง พวกเราก็ไม่ต้องไปเถียงอะไรเขา หากว่าเขาเข้าใจไม่ได้ เราก็ทำตามที่เราเห็นสมควรก็ได้ทำมาตลอดเวลา ยังเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ถ้าหากรัฐบาลชุดนี้เหมือนทักษิณ เหมือนสมชาย เหมือนยิ่งลักษณ์ เราก็จะออกไปประท้วงเหมือนกัน.. ไปไหม?? ไป รัฐบาลชุดนี้เราอนุโมทนาสาธุว่าทำได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้บอกว่า เราจะทำประชาธิปไตยอย่างไทยนิยม ไชโย ถูกต้องแล้ว ทำไมอาตมาว่า ประชาธิปไตยไทยนิยม คำว่านิยมภาษาไทยก็พอเข้าใจชัดเจนก็ว่านิยมแปลว่าลัทธิ นิยมหรือ ism แปลว่าความพอใจอย่างนี้ ความเชื่อถืออย่างนี้ความยอมรับอย่างนี้ ทฤษฎีนี้ นิยมอย่างไทย คำว่าไทยนี่คืออิสระเสรีภาพเป็นหลัก คำว่าไทยหมายถึงชาติไทย DNA ถึงไทย ไทยเรามีศาสนาพุทธมีการปกครองแบบนี้มาตั้งแต่ต้น แม้แต่ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ตาม ก็ยังมีศาสนานี้เป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าคนเข้าใจรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ในยุคของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยที่บริบูรณ์ที่สูงสุด สูงสุดเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ได้เพื่อตัวตน เพื่อหมู่กลุ่ม จะทำเพื่อส่วนรวม จะบริบูรณ์สูงสุดเลย แล้วก็มีพฤติกรรมจริงประพฤติตามนี้อยู่ ตั้งแต่ในยุคพระพุทธเจ้าก็ได้ประกาศประชาธิปไตยของท่าน มีธรรมฤทธิ์สูงส่ง จนกระทั่งประเทศต่างๆ รัฐต่างๆ ที่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นยุคทาส พระพุทธเจ้าก็ไปปลดความเป็นทาส อิสระเสรีภาพมีความประพฤติปฏิบัติเป็นคนดี พระเจ้าแผ่นดินในแต่ละประเทศในแต่ละแคว้นของในยุคนั้น ก็ยอมให้ท่านได้ไปประกาศไปสอน ประชากรของประเทศแต่ละประเทศจะมาเอาทฤษฎีมาเอาธรรมะของพระพุทธเจ้า ให้ พระเจ้าแผ่นดินแต่ละแคว้นก็ยอมให้หมด แม้ว่าประชากรของแต่ละประเทศนั้น เมื่อเข้าใจแล้วจะติดตามพระพุทธเจ้าไปด้วย พระเจ้าแผ่นดินก็ยอมให้อีก เพราะว่าคนของท่านเองได้รับคุณอันประเสริฐเป็นคนดีได้ สรุปเข้าเป้าก็คือ คนที่ได้มาเข้าใจธรรมะ หรือข้อปฏิบัติทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้ว แล้วปฏิบัติจนบรรลุผลในทฤษฎีนั้นเสร็จ ก็เป็นคนที่บรรลุธรรม เป็นผู้ประสบผลสำเร็จในชีวิตเหมือนอย่างชาวอโศก แต่คนทุกวันนี้ไม่รู้ค่าของโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า พูดไปเขาก็หาว่าอวดดี ก็เลยไม่มาเอา สมณะฟ้าไทว่า...เหมือนพระพุทธเจ้าเอาถาดทองคำลงในน้ำแล้วไปถูกหัวของพญานาค ตื่นได้ว่ามีพระพุทธเจ้าอุบัติแล้วอีกองค์แล้วก็หลับต่อไป พ่อครูว่า...น่าสังเวชใจนะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วก็เห็นว่า อาตมาทำงานมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ก็ได้ผลอยู่ส่วนหนึ่ง ที่มันพิสูจน์ความได้ผลอย่างสำเร็จก็คือว่า ทุกวันนี้อาตมาประกาศ จะบอกว่าประกาศลัทธิ ประกาศความเป็นประชาธิปไตย ประกาศความเป็นธรรมะก็ได้ ประกาศความเป็นเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ก็ได้ ประกาศความเป็นทฤษฎีของสังคมก็ได้ อาตมาประกาศได้อิสระเสรีภาพ ทุกวันนี้ถือว่าอาตมาประสบความสำเร็จแล้ว
610128_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ได้โปรดหยุดสวดแบบร้องเพลงกันเสียทีนะชาวพุทธ