สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โพธิสัตว์นั้นสูงกว่าอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข14 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โพธิสัตว์นั้นสูงกว่าอรหันต์ _พระโย ปฐมธรรม : คำว่าพีชะ ที่ท่านอ. อ่านอยู่นั้น คือ การร่วมความเห็นในข้อที่เห็นด้วยกับที่ท่านอ.ได้อธิบายใว้ในคลิปเก่าครับท่านอ. ไม่ได้ค้าน แต่เห็นด้วยครับ ข้อว่า กิเลสอยู่ภายนอก คือ นอกจากจิต จิตกับกิเลสคนละตัวกันครับ แต่กิเลสนั้นปรุงแต่งอยู่ร่วมกันกับตัวจิตครับ ข้อนี้จะว่ามีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่ หมายความว่า เรากับกิเลสเหมือนอยู่คนละโลกตามที่อ.แสดงใว้ ผมใช้คำไม่คล่องแคล่วครับ ขอบคุณครับ โยมพ่อที่ช่วยให้ความหมายกับ พ่อท่าน แม้กิเลสก็มีอาหาร ถูกต้องครับพ่อ แปลเก่งจัง เอ้ โยมพ่อ ผมรบกวนเวลาพ่อท่านหรือเปล่า ไม่นึกเลยว่าพ่อท่านจะสนใจอ่านน่ะครับ ขอบคุณพ่อท่าน พ่อท่าน ผมขอถามครับ ทำไมบางครั้งพ่อท่านบอกว่าเป็นพระอรหันต์แต่บางครั้งบอกเป็นพระโพธิสัตว์ครับ อันนี้ผมไม่ได้มีจิตติเตียนอะไรพ่อท่านเพราะ หากทุกๆคนสำเร็จได้ โลกนี้มีแต่ความสุข ไม่มีใครเป็นทุกข์หรอกครับ ขออภัยครับพ่อท่านที่ถามตรงๆ พ่อครูว่า…ก็มันเป็นลำดับอยู่ คำว่าอรหันต์กับคำว่าโพธิสัตว์ โพธิสัตว์นั้นสูงกว่าอรหันต์ ให้ชัดเจน พระอรหันต์คือผู้ที่มีความรู้ที่เป็นโพธิ เริ่มต้นมีความรู้และลดกิเลสได้ ยังไม่ถึงอรหันต์ก็เป็นอรหัตตผลตามลำดับ อรหันต์แปลว่าความไม่ลึกลับ ผู้ที่ถึงความไม่ลึกลับแล้วรู้แจ้งแทงตลอดกิเลสเป็นเช่นนี้ วิธีดับกิเลสเป็นเช่นนี้ กิเลสมันลดลงไปเรื่อยๆเป็นอรหัตตผล ผู้ปฏิบัติเองจะรู้ได้ด้วยตนเป็นปัจจุบันว่าเป็นอย่างนี้ ผู้รู้แล้วดับกิเลสได้หมดสิ้นคือพระอรหันต์ อันตะ คือสูงสุด คือสิ่งที่ไม่ลึกลับทีละตัวๆ สูงสุดหมดตัวเลยเรียกว่าอรหันต์ แม้เริ่มต้นไม่เป็นอรหันต์ด้วยความเป็นโพธิสัตว์ เป็นพระโสดาบันเป็นพระโพธิสัตว์ระดับหนึ่ง ก็ลดกิเลสได้ในขั้นแรกเร

อ่านต่อ

ียกว่าพระโสดาบัน เขาเรียกว่ามีอรหัตตผล ถ้ากิเลสมันดับไปหมดเลยตัวนี้ ก็เป็นอรหันต์สำหรับกิเลสตัวนั้น เช่นกิเลสสูบบุหรี่หมดสิ้นเกลี้ยงเลยไม่มีกิเลส เห็นบุหรี่ก็ไม่มีปัญหา หรือการติดหมาก เห็นเขากินหมากก็ไม่เกิดรสชาติอะไรไม่เกิดสุขเกิดทุกข์เลย โพธิสัตว์คือผู้ที่ได้ผลแล้ว เรียกว่ามีโพธิ ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้าสอน เป็นผู้ที่มีมรรคผล คือโพธิ แปลว่าความตรัสรู้ โพธิสัตว์ไม่ได้หมายถึงสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ แบบนั้นมันคือปุถุชนไม่ได้มีโพธิอะไร แต่อันนี้มีโพธิ ผู้ที่เป็นอรหันต์ตามลำดับก็เป็นโพธิสัตว์ที่สูงไปเป็นลำดับ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อรหันต์คือผู้ทำจิตตนให้เป็นอุตุธาตุได้ ให้เป็นพีชธาตุได้ อยู่ในฐานะที่ทำจิตตนให้เป็นพีชธาตุได้ก็เป็นอรหันต์ได้ตอนเป็นๆไม่ตาย ไม่สุขไม่ทุกข์ได้ อาศัยพีชธาตุ มีชีวิตอยู่ แต่ถ้าตายลงไปแยกธาตุไม่ตั้งจิตต่อ ก็แยกธาตุจิตตนเองให้เป็นอุตุเลย ไม่ใช่แค่พีชะ ถ้าเป็นพีชะก็เป็นพระโพธิสัตว์ต่อไปได้เรื่อยๆ อรหันต์ที่สามารถทำจิตตนให้เป็นพีชะได้คือโพธิสัตว์ ถ้าตายแล้วไม่ตั้งจิตต่อ แยกจิตเป็นอุตุนิยามไปหมดเลย ผู้ทำตายเป็นปริโยสานเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตไม่ตั้งจิตต่ออีกเลย ไม่เหลือชีวะจับตัวเป็นพีชะหรือจิตนิยามอีกเลย จึงเป็นผู้สำเร็จกิจปรินิพพานเป็นปริโยสาน เมื่อกายสเภทา สิ้นลมหายใจในชาตินี้แล้วไม่ตั้งจิตต่อ คนนี้ก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานตายอย่างไม่หมุนเวียนอีกเลย คุณต้องรู้อาการจิต จับตัวอาการจิตให้ถูกต้องทำให้เป็นอุตุได้ ทำให้เป็นพีชะได้ถูกต้อง ก็อยู่กับโลกเขากระทบสัมผัสแต่เห็นจิตคุณไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นกลางเป็นอุเบกขา มันไม่มีอาการสุขไม่มีอาการทุกข์ คุณเป็นคนทำได้ แล้วก็รู้อาการนั้นได้ จิตไม่ทุกข์ไม่สุขมีได้ 2 นัย นัยโลกีย์เป็นเคหสิตอุเบกขา ทำให้จิตกลางได้แต่ด้วยวิธีกดข่ม แล้วจิตคุณก็ทนได้เฉยได้ เพราะการข่มมีประสิทธิภาพมีผล แต่ไม่ได้ดับเหตุ ตัวอุปาทาน ตัณหา อุปาทานรู้ได้ยากกว่า มันอยู่ในสภาพ Static ตัวนิ่งสมถะ เรียกว่าเจโตก็ได้ศรัทธาก็เรียก เป็นธาตุไม่ระลึกรู้อยู่นิ่งเฉย ส่วนธาตุตัวเคลื่อนไหว มันเป็นธาตุคู่ของเทวะ ทางวิทยาศาสตร์เป็นพลังงานที่จับตัวกันอยู่ไม่แยกจากการเป็นธาตุ + ธาตุ - ธาตุจิตที่จับตัวแน่นแข็งเรียกว่าเจโตหรือศรัทธา ส่วนพลังงานที่เคลื่อนไหวอยู่คือพลังงานลบ ส่วนพลังงานกระแสบวกคือตัวเจโตหรือศรัทธา พอมาเป็นพืชก็มีชีวะมีบวกลบ แต่ไม่รู้ถึงขั้นจิตก็ควบคุมบวกลบแต่ไม่มีบาปเวรอะไร ไม่สามารถเอามาปรุงแต่งตัวเองได้ก็สูญพันธุ์ อาตมาเดินตามพระพุทธเจ้ามาก็เอามาขยายความให้ฟัง บรรยายมาจนถึงวันนี้ได้รายละเอียดมากขึ้น ต้องแยกเวทนา ว่าเป็นอาการอย่างไร อาการเนกขัมสิตเวทนากับเคหสิตเวทนา อาการสงบแบบโลกีย์กดข่ม แต่เมื่อเราล้างเหตุมันออกได้ ทำให้กิเลสลดได้เบาบางจนมันดับหมด ก็จะรู้ความเป็นจริงอย่างนี้ ส่วนพวกที่เป็นสมถะโลกีย์ดับๆๆแยกไม่ออกหรอก แยกว่าตัวนี้เป็นอาการตัณหา แล้วมีวิธีการพิจารณากับกดข่ม กดข่มพุทธใช้ด้วยเป็นธรรมดาสามัญ ไม่มีใครจะปล่อยกิเลสออกมาหมดหรอก มันเป็นสัญชาตญาณที่จะต้องเก็บไว้บ้าง กดข่มตามมารยาทสังคม แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งมาเป็นคน นอกจากกิเลสมันแรงจนมันไม่อายก็จะทำตามกิเลสเป็นไป แต่เป็นสัญชาตญาณของคนมีหิริโอตตัปปะมากกว่า จะมีสัทธรรม รู้จักความละอายรู้จักทำให้กิเลสลดหมด จนกระทั่งไม่ละอายเพราะว่ากิเลสหมดแล้ว แสดงออกก็มีแต่สิ่งที่ไม่ใช่กิเลส แม้เราจะพูดเหมือนเชิงอยากให้คนอื่นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เหมือนมีความอยาก แต่คนไปอ่านตามอาการว่าเรามีความอยาก ถ้าเราอยากให้คุณดีเราก็ไม่ได้มีตัวตนไม่ได้อยากเพื่อตัวเอง แต่อยากให้คุณได้ พูดโดยไม่มีตัวตนให้คุณหมดตัวตนแต่เราไม่มีตัวตน แต่ถ้าเกิดอยากได้แล้วหยิบมาไม่ได้ก็จองเวรจองกรรมก็มีกิเลสไปยึดเกินไป คนนี้จะเอาให้ได้ คนนี้เรารักเราชอบจะเอา คนอื่นไม่เกี่ยว ก็ลงทุนลงแรงกับคนนี้เท่านั้นก็เป็นรายละเอียด ต้องทำตามควร คนนี้ลูก คนนี้เราชอบ ก็ไม่ใช่ คนไหนมีภูมิธรรมควรได้ควรเป็นควรมี นั่นแหละก็ควรให้เขาอย่างยิ่ง ไม่ลำเอียงแม้มิตรสหายญาติก็ไม่ได้แยก แต่โดยสัจจะ มันก็มีความควรและไม่ควร คนที่อยู่ใกล้มีประโยชน์มีบุญคุณแก่กันก็ควรจะให้ก่อน มันก็มีเป็นลำดับเหมือนกัน ผู้มีแต่ภัยโทษแก่เรา เราก็ควรให้คนที่มีบุญคุณก่อน คนที่เป็นภัยเป็นโทษก็เอาไว้ก่อน พูดกันไม่รู้เรื่อง คนที่มีบุญคุณ ก็อาจพูดรู้เรื่องกว่า แม้แต่คนนี้มีบุญคุณมากกว่าคนนี้ แต่คนคนนี้พูดแล้วได้ประโยชน์ คนที่มีบุญคุณมากพูดแล้วไม่ได้ประโยชน์ก็เอาไว้ก่อน เอาไว้ช่วยกันทีหลัง ก็ไปตามลำดับ ก็ว่ากันไป นัยละเอียดมีเยอะมาก สรุป โพธิสัตว์สูงกว่าอรหันต์ เพราะโพธิสัตว์มีการบรรลุธรรมเป็นลำดับอรหัตตผลจนเป็นพระอรหันต์ เต็มสูงสุดคือหัน อันตะ แปลว่าที่สุด โพธิสัตว์ระดับต้นไม่ค่อยเก่งสอนคนอื่นไม่เก่ง แต่โพธิสัตว์สามารถสั่งสมภูมิที่ไปสั่งสอนคนได้ดีมากยิ่งขึ้น มีมากจนเป็นของตัวเองเลย ถึงขั้นสยัง หมายความว่าแม้เกิดยุคนี้ไม่มีโพธิสัตว์ไม่มีสัตบุรุษอื่นเลย คุณก็ทำของคุณเองได้ในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิด ไม่มีโพธิสัตว์ที่เป็นพี่มาเกิด คุณก็เป็นผู้พี่เลย แสดงออกได้ แม้ไม่เป็นโพธิสัตว์ผู้พี่ แต่มีสยังอภิญญา มีของตนเองเลย ยุคนี้อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ก็เปิดเผยไปแล้ว โพธิสัตว์ผู้พี่ก็ควรแสดงตัวถ้ามี แต่โพธิสัตว์ที่ไม่สอนใครอยู่ส่วนตัว ก็น่าจะมาบอกอาตมาก็ไม่เห็นปรากฏตัว มีคนเข้าใจว่าสูงกว่าอาตมาแต่ไม่กล้าปรากฏตัว แต่เขาเชื่อว่าเขาสูงกว่าแต่ไม่กล้าบอกกล้าสอน หรือว่าเขากลัวน้องเสียใจเลยไม่ปรากฏตัว แต่เขาก็มีคนเชื่อคนคิดเอาเองนึกว่าตัวเองถูกแต่ไม่มีคนอื่นช่วยตัดสิน สรุปโพธิสัตว์สูงกว่าอรหันต์621009_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โพธิสัตว์นั้นสูงกว่าอรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน