สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน จรณะ 15 พาสลายจิตธาตุ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.26 KB
วันที่แก้ไข14 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน จรณะ 15 พาสลายจิตธาตุ _ในสังคมชาวอโศก ปัญหาที่เรื้อรังมานานคือการหลงผิดว่าความฉลาดเฉโก นั้นแหละคือปัญญา ทำให้ผู้หลงผิดดังกล่าวพุ่งเพ่งกับการทำความเข้าใจพยัญชนะกับภาษา ที่เพียงแต่เกี่ยวโยงกับธรรมะเท่านั้น ไม่มีอุปการะ ต่อการเกิดสภาวะธรรมของจิตเลย พฤติกรรมดังกล่าว เป็นพฤติกรรมที่ ลัดขั้นตอน เพื่อไขว่คว้าเอาตัวปัญญามาครอบครองให้ได้เร็วที่สุด ผลลัพธ์ดังกล่าวคือการเจริญขึ้นของอุปกิเลส 4 ตัวคือ มายา สาเฐยยะ ถัมภะ สารัมภะ หาได้เกิดปัญญาขึ้นภายในจิตของคนนั้นไม่ เพราะพฤติกรรมไม่ได้เกี่ยวโยงกับจรณะ 15 เหมือนขั้นบันไดที่พาให้เป็นปัญญาตามวิถีทางของพุทธศาสนาเลย พ่อครูว่า..คนที่พูดมาพูดถูก ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติตามจรณะ 15 เหตุปัจจัยหนึ่ง เกี่ยวกับสัตว์ ศีล 1 ศีล 2 เกี่ยวกับของ มีวัตถุกับพืช ไม่ใช่สัตว์ ผู้แยกสภาวะของพืชกับสภาวะของสัตว์ไม่ได้ คนนั้นไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ถ้าคนนี้แยกสภาวะ จิต พืช อุตุ ไม่ได้ก็ตายปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่ได้ ขออภัยอย่างมหาบัวไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้ แยกกาย แยกจิตเจตสิกเหล่านี้ออกไม่ได้จริงแล้วจะทำใจตนเองได้อย่างไร เป็นๆแยกไม่ได้ตายจะไปแยกได้อย่างไร ต้องแยกก่อนตาย เพราะฉะนั้นจึงตายด้วย ฌาน 4 ฌาน 4 เป็นกลางเป็น 0 ทำจิตเป็น 0 อุเบกขา ฌาน 4 คือจิตแยกไม่มีบวก หรือลบ นิวตรอน 0 การสะกดจิตให้ 0 ไม่ได้แยกเลย แต่ผู้แยกธาตุจริง รู้จัก กาย เวทนา จิต ธรรมทุกอย่างแม้แต่จิตที่เป็นฐานร่วม มุทุธาตุ มีทังเจโตและปัญญา ปัญญาก็แยกธาตุเจโตแยกจิตเจตสิก แยกให้เป็นอาการจิตที่ไม่เป็นธาตุรู้สึกเลย ไม่เป็นธาตุรู้เลย ธาตุรู้สึกคือเวทนา ธาตุรู้ครบคือวิญญาณ วิญญาณจะมี เวทนา สัญญา สังขารร่วมด้วย เวทนากับวิญญาณนี้ต่างกัน อาตมาอ่านพุทธธรรมของ

อ่านต่อ

ท่านปยุต ท่านก็กำหนดเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณต่างกันกับเขา แล้วท่านจะแยกธาตุอุตุได้หรือไม่นะ อาตมาแยกธาตุอุตุได้นะ ไปอ่านที่ท่านบรรยายเอาไว้ถึงอุตุ พีชะ ไม่มี ก็อธิบายไว้นิดเดียว (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท...กำลังอธิบายถึงสภาวะอุตุ พีช พ่อครูว่า...ก็ต้องขอคารวะท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ ไปกล่าวพาดพิงถึงท่านก็ขออภัยที่เอามาใช้อ้างอิงโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่ท่านคงจะอนุญาตเพราะท่านเป็นคนซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อวิชาการทางการศึกษา อาตมาเห็นความตรงของท่านจึงได้ยอมรับ ท่านเข้าใจอย่างนี้ก็ว่าอย่างนี้ หากท่านเห็นใหม่ก็เปลี่ยน ยกตัวอย่างท่านยังเห็นดีเห็นงามในการครองผ้าสีเหลืองสีแสด

อุตุ ท่านแปลว่า กฏธรรมชาติเกี่ยวกับอุณหภูมิหรือปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะดินน้ำฤดูกาลอากาศสำหรับมนุษย์ พ่อครูว่า...แท้จริงมันเป็นทุกอย่าง ความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า ถ้ายังแยกไม่ออก ว่าอุตุคือธาตุระดับไหน พีชะคือธาตุระดับไหน พีชะ คือ กฎธรรมชาติที่มีการสืบพันธุ์เช่นพันธุกรรมเป็นต้น พ่อครูว่า...ก็ไม่ผิด พืชนี่ต้องมีการสืบพันธุ์มีพันธุกรรม แต่มันมีเยอะกว่านี้ จิตนิยาม...แปลว่า กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงานของจิต พ่อครูว่า...กำปั้นทุบดินท่านพูดไม่ผิดเลย กรรมนิยาม...แต่ว่ากฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ ธรรมนิยาม กฎธรรมชาติที่ว่าด้วยที่เป็นผลการกระทำต่อการแห่งสิ่งทั้งหลาย พ่อครูว่า...ก็ได้ท่านเข้าไปใจไปตามลำดับ แต่ถ้าจริงมีความสำคัญมากเลยเรื่องนิยาม 5 แม้แต่เรื่องโยนิโสมนสิการ ท่านก็สัญญาคนละอย่างกับอาตมา ท่านแปลว่า เพียงความพินิจพิจารณาแยกแยะต่างๆ เป็นการวิจัยวิจารณ์เท่านั้น ทำไม่ได้ลงไปถึงมนสิการ คือทำที่ใจในใจเป็นแกนแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่โยนิโสฯ คือแยกแยะพินิจพิจารณาอย่างถ่องแท้แยบคาย หยั่งไปลงไปถึงที่เกิดที่ดับ เรียกว่าโยนิโสฯ แต่มนสิการคือ ทำจิตให้เป็นอย่างที่เรารู้เป็นเชิงฉลาดเชิงปัญญา ส่วนมนสิการคือเจโตหรือใจ ท่านไม่ได้พูดลงไปถึงใจ ท่านมีแต่เหตุผล เพราะฉะนั้นจึงไปเห็นได้ว่าท่านไม่ได้ลงไปถึงจิตเจตสิก ท่านอยู่ถึงแค่เรื่องเหตุผลตรรกะความรู้ ขออภัยและขอบคุณที่พาดพิงถึงท่านเอามาอธิบาย อาตมาเคารพท่านจริงๆในส่วนที่ท่านเป็นภันเต แม้ท่านอายุน้อยกว่าแต่ท่านบวชก่อน แต่ท่านได้รับการยอมรับนับถือทางโลกมากกว่าอาตมาเยอะแยะ โยนิโสมนสิการ ท่านแปลว่า คือการทำใจในใจโดยแยบคาย มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณาสืบค้น ถึงต้นเค้า สาวหาเหตุผลจนตลอดสายแยกแยะออกวิเคราะห์ด้วยปัญญา 621009_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โพธิสัตว์นั้นสูงกว่าอรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน