สื่อธรรมะพ่อครู(กาย) ตอน กิเลสมีอยู่แต่ในกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กาย) ตอน กิเลสมีอยู่แต่ในกาย _ พระโย ปฐมธรรม : อ.ท่านนี้ จำเดิมที ตั้งแต่ท่าน ส่งจิตไปกล่าวหาหลวงตามหาบัว และอยู่ๆก็ประกาศอรหันต์ ผมไม่ค่อยสนใจ แต่อันนี้ท่านอธิบายถูก ขออนุโมทนาด้วยครับ กิเลสมีแต่ภายนอก ถ้าเข้าถึง พีชะ กิเลสเข้าไม่ถึง.. จะว่ามีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่ เหมือนกับว่า เราอยู่คนละโลกกันแล้ว เหมือนการแก้ใถ้ จากอาหาร กิเลสเป็นพืชหรือไม่ แม้กิเลส ก็มีอาหาร ลำเลียงมาเหมือน การเจริญเติบโตของพืชแต่กิเลสกับพืช หรือต้นไม้คนละอัน แต่อาศัยพืช อุปมาได้ เช่น ตัณหาเกิดขึ้นได้ เพราะ อาศัย สเน่หา ความรู้จึงเจริญเติบโต ไม่ดับไปสักที พ่อครูว่า...อาตมาไม่ได้กล่าวหาแต่พูดความจริงอย่างจริงใจ แต่จะว่ามีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่ อันนี้ก็เนวสัญญาฯ แต่กิเลสมันไม่ใช่ภายนอกมันคือภายใน มันคือจิต ไม่ใช่กายแต่เพียงภายนอก แต่คำว่ากายนี้ควบคุมเกี่ยวข้องกับภายนอกด้วย ถ้ามันไม่ใช่กาย ที่เราแยกเล็บ ผม ขน ฟัน หนัง เล็บส่วนที่ตัดออกไปไม่ใช่กายของเรา แต่แม้มันติดที่ตัวเราไม่ได้ตัดออก คำว่ากายไม่ใช่หมายถึงไม่ใช่เรา อย่างหยาบ แม้ลึกเข้าถึงชีวะ ในระดับพีชะ เล็บที่ยังไม่ขาดยาวออกมามันพ้นจากประสาทที่จิตเราจะไปรับรู้ พีชะจึงไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณเป็นสังขารกับสัญญา อย่างเล็บที่ตัดออกไปก็ไม่ใช่กายของเราแล้ว อย่าไปหวงแหนเลย แม้เป็นเราก็ไม่ให้หวงแหน ที่ตัดขาดออกไปจากตัวเองเป็นอุตุธาตุแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า หลังกายแตกตายก็สามารถแตกสลายอัตภาพไปได้เลยนั่นคือพระอรหันต์ ก็รวมตัวมาเป็นจิตไม่ได้อีก จิตก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ฟังไปแล้วจะตรวจดูกันว่าทำได้ไหม หรือบางคนทำได้ ตั้งแต่สิ่งหยาบ เราไม่ได้มีความทุกข์ความสุขกับมันอีกแล้วก็เป็นพระอรหันต์ เป็นแต่เพียงว่าจะรับมาก
อ่านต่อ
็จำเป็นก็รับมาเหมือนพืช จิตผู้รู้ควรก็เอาแต่สิ่งที่ควร ผู้รู้แล้วก็ทำจิตเราให้เป็นพีชธาตุ อาศัย แล้วมีพลังงานยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ พระอรหันต์จึงอาศัยฐานจิตที่เป็นพีชธาตุ แต่มีพลังงานจิตพีชนิยามที่เอาไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกเยอะ แต่ฐานของตัวเองไม่มีความทุกข์ความสุขไม่มีบาปไม่มีบุญ สู่แดนธรรมว่า...คนนี้เขาอธิบายว่ากิเลสเหมือนพืชเพราะพืชต้องการอาหารมาเลี้ยงตัวเอง พ่อครูว่า...พืชต้องการอาหารมาเลี้ยงตัวเองเท่านั้น ไม่ไปทำร้ายคนอื่นไม่มีพิษมีภัย มีสัญญากำหนดรู้ เอาสิ่งที่จำเป็นมาสังเคราะห์ ให้เป็นพืชพันธุ์ชนิดของมัน ผสมปรุงแต่งหน้าเป็นพืชพันธุ์เช่นฟักข้าว หมากเม่า เป็นต้น มันก็มีสัญญาของมัน ซื่อสัตย์ต่อการกําหนดหมายเป็นพืชพันธุ์ของมัน แล้วมันได้ก็ได้ ได้มาน้อยมันก็ไม่เต็ม หรือมันไม่ได้มันก็เหี่ยวเฉาตายไป มันไม่รบกวนใครสำหรับพืช นี่เป็นคุณสมบัติของอุตุธาตุ พีชธาตุ จิตธาตุ ที่เป็นความตรัสรู้คือพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์จึงเข้าใจสิ่งเหล่านี้ นิยาม 5 มี แต่ไม่เคยเห็นใครอธิบายอย่างที่อาตมาพูดนี้ให้ได้ละเอียด พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้วเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้วผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต. อาตมาพูดไปนี้ไม่ได้พูดแบบมหาบัวที่หลงผิดมีปีติ และยังมีถัมภะ สารัมภะ มายา สาเฐยะ เขาเป็นดำแล้วมั่นใจว่าตัวเองขาว แล้วไปหลอกคนอื่นว่าขาวอีก คนไปหลงนับถือผิดอาตมาก็ต้องแก้ไข 621007_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 74