Road map อโศก ฆ่าด้วยเกสรดอกไม้ ฆ่าด้วยหยาดน้ำผึ้ง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์118 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

Road map อโศก ฆ่าด้วยเกสรดอกไม้ ฆ่าด้วยหยาดน้ำผึ้ง นี่พูดถึงแพทเทิร์นสามเหลี่ยม อาตมาเองบอกลึกๆ มันจะมีรูปสามเหลี่ยมอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ อาตมาก็คิดถามตัวเองอะไรนะ?..นี่ขนาดของตัวเอง ดูตามมืออาตมาคงเข้าใจนะสามเหลี่ยมคางหมู มันไม่ใช่สามเหลี่ยมด้านเท่า แต่เป็นสามเหลี่ยมคางหมู มันจะกี่องศาไม่รู้ ชันขึ้นไปต่อเส้นตรงที่ตั้ง 90 องศาเส้นตรงกลับฐานก็จะมีเส้นนี้ที่ชัน โดยเฉพาะเส้นชันนี้ขึ้นไปถึงยอดสุดมันรวมเวลาถึง 500 ปี

การทำงานมา 500 ปีนี้ แล้วจะได้ผลงานขึ้นสู่สูงสุด ผลงานนั้นก็จะเป็นชรตาทำให้เนื้อโลกุตรธรรมนี้ ให้ประชาชนได้อาศัยใช้ไปยืดถึง 2500 ปี สุดจบ เพราะฉะนั้นเวลา 500 ปีนี้อาตมาใช้เวลามาตั้งแต่เกิด อาตมาเกิดมา 36 ปี ไปลิงลมอมข้าวพองอยู่ทางโลกีย์ เป็นธรรมดาธรรมชาติที่อาตมาอธิบายแล้ว แม้แต่พระพุทธเจ้าสมณโคดมก็มีหลักฐานยืนยันเป็นลิงลมเข้าพองอยู่ในทางโลกีย์อยู่ โลกีย์แท้ๆของท่านก็ 29 ปี พอมาเป็นเหมือนนักบวชก็อีก 6 ปีรวมแล้วเป็น 35 ปี จึงได้ประกาศเต็มที่ แล้วก็ประกาศโลกุตรธรรมเมื่อพระชนม์ชีพ 75 ปี สำหรับอาตมาก็ 36 ปีก็ออกมาทำงาน จะบอกว่าประกาศทันที ก็ยังไม่เชิง ออกมาบวช 2513 ก็ค่อยๆอธิบายไป ตอนแรกๆก็อีโหลกโขลกเขลก ถูกเขาเล่นงาน มีวิบาก จนกระทั่ง พ.ศ 2540 ค่อยเป็นไทแก่ตัว จากนั้นมาก็ทำงาน ทางโน้นก็ไม่ได้มาทำอะไร เราก็สงบไปได้ จนวันนี้ 2564 ก็สามารถทำอะไรขึ้นมาได้เรื่อยๆ แล้วพวกผู้แสวงหา พวกคนหรือพวกที่ยังไม่เข้ามาก็ตามก็มี คนที่ได้รับความรู้ความจริงเข้าใจได้มากขึ้น เข้าใจเข้าถึงบรรลุได้มาเรื่อยๆซึ่งไม่ใช่เรื่องสามัญเป็นเรื่องวิสามัญเป็นเรื่องยาก เนื้อหาโลกุตรธรรมที่ฐานบอกว่า 500 ปี ก็เป็นระยะทางการเดินทาง ที่จะใช้เวลามาตลอด อาตมาก็ไล่มาตั้งแต่ อาตมารับช่วงที่จะอาสา

อ่านต่อ

แล้วอาตมาก็เกิดมา จากตั้งแต่อาสาจากพระพุทธเจ้ามา ก็เกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นอะไรต่ออะไรผ่านมาจนถึงป่านนี้ อาตมาไล่เรียงไม่ได้ ระลึกไม่ออก ระลึกออกบ้างว่า อาตมาเคยเกิดเป็นใครมาบ้าง เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่ในประเทศไทยกี่ครั้ง เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่ในประเทศอื่น อยู่ในประเทศไทยกี่ครั้ง พอรู้ แต่ไม่อยากพูด เพราะอาตมาเองพูดไปแล้ว เขาก็จะค้นประวัติศาสตร์มาแย้ง แล้วประวัติศาสตร์มันเที่ยงที่ไหน ประวัติศาสตร์ของแต่ละคนเขียนคนละฉบับ เพราะฉะนั้นไม่อยากทำให้มันเกิดเรื่อง ใครจะเข้าใจ ใครจะพอเชื่อถือก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เอาสัจจะเนื้อๆเลย ไม่ต้องไปเอารายละเอียดขององค์ประกอบพวกนี้นัก พวกเรารู้พวกเราเข้าใจก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคนที่มีปัญหาพอได้เหตุปัจจัยเหล่านั้นก็มาหาเรื่องเล่นงานเรา มันก็ไม่สงบไม่สนุก มันไม่ดีก็เลยไม่ทำ เพราะฉะนั้นก็ทำเอาเนื้อสัจธรรมไปเลย อาตมาก็เลยเดินแต่เรื่องสัจธรรมไปเรื่อยๆ จะไปเอาประวัติศาสตร์รื้อฟื้นว่าอาตมาเกิดเป็นคนนี้คนนี้ เกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์นี้ แม้แต่ในประเทศไทยก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินมาหลายช่วง แต่ไม่ต้องพูดต่อนะ แค่นี้ก็พอ ไม่ต้องไปรื้อฟื้น จนกระทั่งมาถึงขนาดนี้ฝั่งนี้จะต้องมาเน้นโลกุตรธรรม มาเป็นโพธิรักษ์มีสัมภาระวิบากอย่างนี้แหละ เหน็ดเหนื่อยจริงๆ ต้องต่อสู้อย่างไม่มีอะไรประกอบนะ สิบตรีก็ไม่ได้ปริญญาตรีจัตวาก็ยังไม่ได้ อย่าพูดถึงปริญญาตรี เห็นไหม สิบตรีก็ไม่ได้ ชั้น ซี1 ซี2 ก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรทั้งนั้นเลย ไม่มี รับเงินเดือนจากรัฐบาลสักบาทก็ไม่มี อายุเลย 60 ปีเขาให้เดือนละเท่าไหร่ ตอนนี้ 80 กว่าก็ได้ 800 แล้ว ก็ไม่เคยไปเอาสักที ก็ให้รัฐบาลนั่นแหละเอาไปใช้ต่อหรือใครจะมุบมิบก็บาปใครบาปมัน ซึ่งมันก็เป็นกุศลของเรานะ ไม่ได้เสียหายอะไร อาตมาก็เห็นรายละเอียดพวกนี้ จนอาตมาต้องทำให้เต็มที่ ให้คุณธรรมระดับโลกุตระให้ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นอาตมาก็ยังไม่รู้ว่า อาตมาทำงานไปนี้ ถ้าอาตมาไม่ต้องเกิดมาอีก ต่อจากปางนี้ตายชาตินี้แล้วไม่ต้องเกิดมาอีก ไม่ต้องมาสืบต่อนำพากันอีก โดยที่พวกเรานำพาไปรอดหรือไม่รอดก็ไม่รู้ ก็ยังไม่รู้มันคืออะไรแค่ไหน อาตมามีความรู้ของอาตมาว่า อาตมาทำเต็มที่ ไม่หย่อนมือ ไม่หย่อนข้อ ทำเต็มที่ ด้วยความรู้ที่มีการประมาณเหมาะสมที่สุด สมควรที่สุด สมดุลที่สุด ปโหติที่สุด ทุกโอกาสของปัจจุบันชาติ อาตมามีความรู้พวกนี้ เพราะมันไม่เที่ยง ปัจจุบันนี่ ห่างกันเป็นชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงก็มีความต่างกัน แล้วมันไม่เที่ยงตามองค์ประกอบ หยิบเอามาอธิบายไม่หวาดไม่ไหว แต่ถ้าเรามีอำนาจเหนือสิ่งเหล่านั้นมันจะไม่เที่ยงมันจะเป็นกลาง จะมีฤทธิ์อะไรถ้าเรามีอำนาจครอบงำได้ มันก็ไม่มีปัญหาก็คือควบคุมได้ มันก็สามารถมีพลังงานที่จะดูแล บริหารบริบาลได้ อาตมาทำแบบโลกุตระ ไม่ได้ทำอย่างโลกียะ โลกียะต้องใช้แรงอำนาจบาตรใหญ่ต้องใช้วัตถุ แต่ของเรานี่ยิ่งไม่มีวัตถุยิ่งมีแต่คุณธรรมนามธรรมที่เบา ลหุตา มากขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ใช้ประสิทธิภาพสูงสุด มุทุตา คือพลังงานนิวเคลียส พลังงานบวกลบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บวกกับลบของแต่ละคนมี มุทุภูตธาตุ ที่สูงสุดของแต่ละคน มีพลังงานที่ร่วมกันเป็นระเบิดใหญ่ที่แรงสูงสุด เป็นพลังงานสูงสุดของบวกลบจับตัวกันแล้วแสดงประสิทธิภาพ ออกไปทำงาน จะเป็นการสร้างสรรหรือเป็นการทำลายก็แล้วแต่ มีประสิทธิภาพทั้ง 2 ด้าน ประสิทธิภาพทั้งการทำลายหรือสร้างสรร แต่ทำลายที่ว่าเป็นภาษาสิริมหามายา ฆ่าคุณด้วยเกสรดอกไม้ ประหารคุณด้วยหยดน้ำผึ้ง ฟังออกไหม นี่ภาษาสิริมหามายา ประหารด้วยสิ่งที่คนชอบด้วย ประหารด้วยเกสรดอกไม้ อาวุธชั้นสูง เพราะฉะนั้นกามเทพเขาถึงใช้ดอกไม้เป็นลูกศร มันซ้อน อันนั้นเป็นทางเลวนะ ทำให้คนหลง ลูกศรเสียบอกทำให้คนเจ็บ แล้วแต่เป็นลูกศรเกสรดอกไม้อันนี้ก็นัยยะคล้ายกัน อาตมาก็ประหารด้วยเกสรดอกไม้ ด้วยหยดน้ำผึ้งอย่างนี้เป็นต้น ก็ดูหวานชื่นชอบดี เหมือนพวกมาโซคิส ยิ่งทำรุนแรงกับเราเท่าไหร่เรายิ่งชอบ นี่เป็นลักษณะสัจธรรมทั้งนั้น ในระยะนี้อาตมาก็ยิ่งเห็นอัตราการก้าวหน้า คุณภาพของโลกุตรธรรม พยายามจะเก่ง พวกคุณก็ฉลาดช่วยอาตมา เข้าใจได้ เข้าใจไดี หรือบางคนที่เขาเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ถึงวาระที่บางคนเขาจะเข้ามา มันต้องมารวมเป็น 1 สุดท้ายแล้วน้ำก็ไหลไปหาน้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมัน เพื่อจะรังสรรค์สิ่งที่เจริญ อาตมาจึงต้องอดทน ให้มันเป็นไป อาตมามีหน้าที่ทำสิ่งดีงามพวกคุณก็มีทิฏฐิสามัญญตา มีความเป็นความเข้าใจเดินทางเดียวกัน ไม่แตกแยกไปทางอื่น พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก ปี 2564

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน