ปฏิบัติเวทนาให้ถึงลหุตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติเวทนาให้ถึงลหุตา อาตมาเกิดมาชาตินี้ก็มาทำงานสืบทอดศาสนาพระพุทธเจ้า ประกาศตนเอง ยืนยันตนเอง คนเขาก็ไม่เชื่อถือเขาก็ตลก เขาเข้าใจว่าคนที่เป็นอรหันต์ผู้ที่เป็นยอดอาจารย์ยอดฉลาดไม่ว่าจะเป็นพระป่าพระบ้าน ไปเชื่อถืออย่างนั้น อย่างโพธิรักษ์ ไม่ใช่หรอก ก็น่าสงสารนะไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็งมอยู่กับที่เขาเชื่อ แต่ก็ยังมีคนตาดีอย่างพวกคุณนี้มาทำ อาตมาพูดไปว่าพวกเรานี้มีอรหันต์ในนี้ แม้แต่ละคนพวกคุณ หลายคนตรวจดูฐานอนาคามี อนาคามีมันเต็มแล้วหรือยัง มันเต็มจนกระทั่งมันเป็นอรหันต์ อรหัตตมรรค คุณก็ยังงมงายอยู่กับมรรคอยู่กับอผลที่มันซ้ำซาก แล้วก็ไม่รู้จักตัดสินไม่รู้จักอ่านจิตอ่านใจของตัวเอง ถ้าใครยัง หยาบอยู่ ยังมีกามรูปธรรมจัด คุณก็ยังเกิดอยู่ คุณก็ได้ฐานนั้น แต่ฐานที่เป็นอนาคามีขึ้นไปสู่อรหันต์ในอโศกมีเยอะ ไปตรวจอ่านจิตเจตสิก อ่านเวทนา 108 ทุกปัจจุบันที่สัมผัส นั่นแหละคือฐานปฏิบัติ ฐานปฏิบัติอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) นี่คือหัวใจศาสนาพุทธ ปฏิบัติที่เวทนา แจกเวทนาเป็น 2 ตรวจอ่านตรงนี้แล้วทำ 2 ให้เป็น 1 อาตมาก็อธิบายสาธยายแยกแล้วแยกให้ออก สัมผัสเมื่อใด สัมผัสต่างๆทางตาหูจมูกลิ้นกาย มันเกิดสองรส เลิกรสที่มันปลอม รสเก๊ มันจำนนตรงที่เรายังเป็นชีวิต มันก็ต้องมีรสตามจริง รูปก็เป็นอย่างนี้เป็นรสของรูป จะเป็นสีเป็นแสงอะไรก็แล้วแต่ เสียงมันเป็นอย่างนี้ก็เป็นรสของเสียง มันดังมันค่อยยังไรอย่างไรก็แล้วแต่ ก็เป็นของเสียง แล้วก็รู้ว่าเสียงอย่างนั้นเป็นเสียงจริงๆของมันคืออะไร เสียงที่ 2 คือเสียงปลอมเสียงเก๊คืออะไร ก็ไม่ต้องให้มีเสียงสอง คนที่มีโสตทิพย์ในวิชชา 8 ข้อที่ 4 โสตทิพย์ก็จ
อ่านต่อ
ะรู้จักเสียง 2 แล้วก็เลิกเสียง 2 ในโสตทิพย์นั้นท่านตรัสว่า แม้แต่ได้ยินเสียงกลอง เสียงเปิงมาง เสียงอะไรก็แล้วแต่ได้ยินอย่างไกลๆอย่างแว่วๆ ก็ได้แยกแยะเสียงนี้ออก ว่าเสียงนี้เป็นเสียงกลอง เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน เป็นต้น เพราะจิตมีตัวแยกความต่างกันของสองสิ่ง ละเอียด ท่านเทียบเป็นรูปธรรม เสียงกลอง เสียงตะโพน เสียงบัณเฑาะว์ อยู่ไกลๆก็ยังแยกได้ ได้ยินแว่วๆเบาๆก้ตามที่ไกลก็ยังแยกได้ แสดงว่าคุณมีโสตทิพย์ มีความสามารถพิเศษมากยิ่งขึ้น เหมือนกับกิเลสของคุณ จะเล็กจะน้อย จะละเอียดเบาบางอย่างไร คุณก็แยกแยะได้ จนคุณสามารถอยู่เหนือความเบา คือ วิการรูป 5 วิการรูปสำคัญคือ 3 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา วิการ ก็คือพิการ ต้องทำความพิการให้ปกติ ให้จบ ให้เบา ลหุตา หมายความว่าอย่างไร หมายความว่ามันสำเร็จลงไม่มีความหนัก ไม่มีความยาก ไม่มีความลำบากอีกแล้ว เบา สบาย กระทบอะไรก็จะแรงอย่างไรก็ลหุ มุทุตา เร็วไว มุทุท่านแปลเป็นพยัญนะว่าอ่อน เร็วไว ทั้งจิตทั้งปัญญาสองธาตุในนี้ มุทุภูตธาตุ แยกได้เร็ว ปรับได้ไว ทำให้เป็นสิ่งที่ 1 เอกกัคตา 1 ได้เสมอ เอกสโมสรณา ทำให้สำเร็จได้ทุกทีไป เมื่อคุณได้ทำสำเร็จ มุทุตา เป็นประสิทธิภาพอันยิ่งใหญ่ของจิต ของความสามารถของเรา ทำได้เป็นอันเสร็จ คุณก็สมบูรณ์แบบ จิตของคุณก็ยิ่งใหญ่ จะทำกรรมการงานอะไรก็ดีทั้งนั้น กัมมัญญา ทำการงานอะไร ก็มี สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 จัดการได้อย่างพอเหมาะพอดี เช่น อาตมาพูดอย่างเร็วทำท่าทางกายกรรม ในวิการรูป ก็มี กายวิญญัติ วจีวิญญัติอีก 2 ตัว ก็คือการเคลื่อนไหวของร่างกายกับภาษาคำพูด จัดการได้เร็ว ได้ไว ได้ทันทีทันการ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นพระอรหันต์ยิ่งคล่องแคล่วรวดเร็วว่องไวเหมือนอาตมานี้ ลิงยังสู้ไม่ได้เลย ก็ยังหาว่าอรหันต์อะไร ยิ่งกว่าลิง ไม่สงบเลย เป็นความสงบตื้นๆ สงบของเขานั้นต้องเอาอย่างไม่กระดุกกระดิกไม่กระพริบตาไม่คิดไม่นึกไม่พูด ก็เหมือนคนตายเราดีๆ ต้องทำคนมีชีวิตให้ดีทำความคล่องแคล่วรวดเร็วว่องไวสามารถสร้างสรรค์ ทำอะไรได้ยิ่งกว่าพระเจ้า ทำอะไรให้แก่สังคมสร้างสรรค์อะไรให้แก่สังคมยิ่งกว่าพระเจ้า นี่ต่างหากคือพระอรหันต์ แต่ถ้าพระอรหันต์เหมือนคนตาย ซื่อบื้อ นั่งนิ่ง ใครจะเคาะอะไรก็เฉยๆ นั่นมันอรเหว ไม่ใช่อรหันต์ ขออภัยใช้ภาษาแสลงฟังดูไป แต่ก็สื่อความหมายให้รู้พอสมควรว่ามันไม่ใช่ อรหะ แปลว่าไม่ลึกลับ รหะ แปลว่าลึกลับ อรหะ แปลว่าไม่ลึกลับ อรหันต์แปลว่า ไม่ลึกลับเป็นที่สุดเลย ทุกอย่างสว่างแจ้ง รู้แจ้งรู้จริงสัจฉิกตา รู้หมด รู้จบ 640609_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก 2564 ผู้พ้นอสุรกายจึงได้ไปอยู่โลกหน้า