อรหันต์สองรูปยังเห็นต่างกันได้ตรงไหน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.03 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

อรหันต์สองรูปยังเห็นต่างกันได้ตรงไหน สัจจะลงสู่รายละเอียดอีกนิดนึง อันตร สัญญา ย นิจจานิ เว้นแต่ว่า สัจจะมี 1 เดียวเท่านั้น เว้นแต่ว่า สัญญา ย นิจจานิ คำว่า สัญญา ย นิจจานิ จึงเข้าใจได้ยาก สัญญาแปลว่ากำหนดรู้ นิจจา แปลว่าเที่ยง คำว่าเที่ยงของสัญญา มันก็มี 2 นัยยะ นัยยะ ของมิจฉาทิฏฐิเขาก็เที่ยง นัยยะ ของสัมมาทิฏฐิก็เที่ยง แต่เที่ยงคนละนัย คำว่า เที่ยง สองนัย นี่แหละ เที่ยงนัยที่เป็นสัมมาทิฏฐิมีนิพพานเดียวกันเป็นต้น นิพพานเดียวกัน ที่เป็นสัจธรรมหนึ่งเดียวกันเลยไม่มี 2 มันก็มีหนึ่งเดียว แต่ถ้าใครเห็นว่านิพพานยังมีแตกต่างกันไปคุณก็เป็นสอง ใช่ไหม ยิ่งเห็นคนละอย่างเลย สัญญา สัญญาของมิจฉาทิฏฐิกับสัญญาของสัมมาทิฏฐิก็คนละขั้ว เที่ยงของเขาเหมือนกันนะ อย่างเที่ยงมหาบัวกับเที่ยงโพธิรักษ์ก็คนละเที่ยง อย่างนี้เป็นต้น หรือเที่ยงของธัมมชโยก็ตาม ของธัมมชโยเที่ยงอย่างอภัสรา เที่ยงของมหาบัวก็เป็นเที่ยงอย่างสุภกิณหา เพราะฉะนั้น สัญญา ย นิจจานิ จึงมีนัยยะละเอียดลึกซึ้ง จึงไม่ใช่ง่ายที่จะเข้าใจ อาตมาอธิบาย สัญญา ย นิจจานิ มาตั้งนาน ดร.รินธรรม เขาจบปริญญาโททางสันสกฤต จบทางบาลีด้วย เขามีปริญญาทั้งหมด 6 ใบ ดร.รินธรรม เขาก็ฟังอาตมาอธิบายสัจจะ เขาก็เข้าใจของเขา สัญญา ย นิจจานิ อาตมาก็พยายามอธิบายมาจนป่านนี้ เขาจะเข้าใจแค่ไหน ยังจะแย้งหรือไม่ ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของผู้ที่ไม่เห็นตรงกัน พระอรหันต์ก็ยังเห็นแย้งกัน ฟังอีกที พระอรหันต์มีหนึ่งเดียวที่ตรงกันคือนิพพาน แต่สมมติสัจจะของพระอรหันต์ก็เห็นต่าง พระอรหันต์ของมหายานของมหานิกาย เขาก็บอกว่าเป็นอรหันต์ แต่ความเห็นของสมมุติมันต่าง ก็เถียงกันกับพวกเถรวาท มหานิกาย แย้งกัน ก็มีธรรมะของพระพุทธเจ้าต่างคนต่างนานาสังวาสก็ไม่เป็นไรก็สงบ ถ้าเข้าใ

อ่านต่อ

จนานาสังวาสว่าคืออะไร ความเห็นของเธอกับความเห็นของเราคนละอย่าง คุณก็ยึดถือตามทางโน้น คุณมีจุดจบหรือจุดสูงของคุณเท่าไหร่ก็ยึดกันไป ฝ่ายนี้ก็ยึดของเขาไป ต่างคนต่างประพฤติไปสิ ที่สุดแห่งที่สุดก็มีลงสูงสุดอันเดียวกัน หนึ่งเดียวกัน ก็เป็น สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีสอง เอกัง หิ สัจจัง นะ ทุติยะมัตถิ เท่านั้นเองหนึ่งเดียว ทั้งรูปทั้งนาม ทั้งความต่าง ทั้งสมมติและปรมัตถ์ เป็นหนึ่งเดียวเลยสมมุติก็ไม่มี ปรมัตถ์ก็ไม่มี มีแต่ 0 หรือ 1 1 คือความมี 0 คือความไม่มี ก็เท่านั้นเอง ก็เหลือสภาพที่มีชีวะก็ต้องมี 2 อย่างน้อยก็ต้องเป็น 0 กับ 1 หรือไม่ 1 กับ 2 หรือ 2 กับ 3 4 กับ 5 เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่กันและกันเป็นคู่ๆไป ถ้ามันทิ้งช่วงห่างกันก็ทะเลาะกันแรง 1 เป็นคู่กับ 5 ก็ทะเลาะกันแรงหน่อย 1 ไปคู่กับ 2 ก็ไปด้วยกันได้นาน หรือ 1 กับ 3 ก็ยังชักจะมีอะไรแย้งกัน 1 กับ 4 ก็ต่างกันมาก 1 กับ 5 ก็ต่างกันมากขึ้นอีก 1 กับ 10 , 1 กับ 20 ทีนี้ก็จะพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องล่ะ อย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติถ้าเข้าใจแล้ว ไอ้ที่ต่างกันที่เราไม่สามารถพูดกันได้ ไอ้ที่พูดกันได้ก็พูดกัน หรือเป็นหนึ่งเดียวกันก็ไม่ต้องพูดกัน ตรงกันจบ พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก ปี 2564

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน