จิตอยากอวดหรือเพียงแสดงความจริง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.12 KB
วันที่แก้ไข27 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

จิตอยากอวดหรือเพียงแสดงความจริง พ่อครูว่า... มันต้องดู ความจริงในจิตของเราอย่างที่อาตมาพูดไปแล้วจิตไม่มี สาเฐยจิต คือจิตอยากอวดอ้างอวดโอ่ อาการของจิตอยากอวดมันเป็นอาการอย่างไร เราต้องอ่านอาการนั้นของจิตของเราให้เห็น เราไม่มี อาตมาไม่มี พูดถึงหลายทีพูดถึงบ่อยอยู่นะ ว่าจิตอาตมาไม่ได้มีจิตอยากอวดอยากโอ่เลย มันน่าอวดไหมน่าอวดสิ คำว่าของดีๆมันน่าเอามาแสดงเอามาโชว์ มันของดี แต่อยาก มันมีลักษณะอยาก ต้องการโชว์ เพื่อบำเรออารมณ์ตนเอง ต้องการโชว์เพื่อบำเรออารมณ์ตัวเอง ต้องอย่างนี้นะ ถ้าต้องการโชว์ แต่โชว์โดยไม่มีจิตอีกตัวหนึ่งคืออยากบำเรออารมณ์ตนเอง จิตสะอาดแล้ว ถ้ามีจิตอยาก บำเรอตนเอง อย่าง หยาบ กลาง ละเอียด ก็เท่านั้นแหละเป็นตัวที่ยังมีอุปกิเลส ยังมีตัวกิเลสที่เหลือ ก็ต้องให้ศึกษาอาการนั้นจริงๆซึ่งมันไม่ง่าย แต่มันเป็นจริง ศึกษาแล้วจะได้ความจริง ถ้ามัวแต่กังวลว่า โชว์แล้วเขาก็ว่าอยากอวด อันนี้ ต้องไปอ่านรายละเอียดใน โลหิจจสูตร คนที่บรรลุแล้วมีจิตอยากอวดแต่พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ใช่แต่มันควรเป็นประโยชน์ เพื่อที่จะให้มนุษย์ได้รับสิ่งดีอันนี้ โดยไม่มีอะไรอยาก พระพุทธเจ้าถึงสรุปอีกทีหนึ่งว่า ผู้ใดที่คิด มีแต่เพ่งโทษเพ่งร้ายว่า ถ้าผู้บรรลุแล้ว แสดงธรรมต่อ ผู้ที่ได้อันนี้แล้ว แล้วจะเอาสิ่งที่ได้ของตัวเองกระจายออกไป แจกให้ผู้อื่นต่อ ผู้นั้นต้องอยาก ผู้นั้นต้องแสดงความอยากเห็นอีก คุณได้แล้วก็จบสิ อย่าไปแสดงบอกกับผู้อื่น ถ้ายังแสดงบอกกับผู้อื่นอีก แสดงว่า มีความอยาก พระพุทธเจ้าก็ตีหัวเข้าบ้าน ผู้ใดที่คิดอย่างนี้เพ่งโทษอย่างนี้มีคติ 2 อย่าง เป็นสัตว์นรกหรือเป็นสัตว์เดรัจฉาน พระพุทธเจ้าสรุปเลย ละเอียดลออมากเรื่องนี้ ไปอ่านดีๆในโลหิจจสูตร โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่

อ่านต่อ

พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ ๒ คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๕๘)

จบเลยสุดยอด อย่างอาตมาบอกบ่อยๆว่า อาตมาไม่ได้มีใจอยากอวดโอ่อะไร เอาปัจจุบันก็ได้เมื่อกี้นี้ อาตมาอยากจะพัก อยากจะนอนต่อ คนก็เห็นก็บอกว่าไม่ต้องไปต่อหรอกให้นอนเถอะไม่ต้องไปแสดงธรรม ให้รีรันก็ได้ แต่อาตมาก็ว่า มันก็ไม่ได้ไปถึงขนาดนั้น ไม่มีกำลังไปก็ฝืน เดี๋ยวก็จะตายกลางเวที มันก็ไม่ใช่ไม่ถึงอย่างนั้น มันทำได้อยู่ ทำได้ ก็มา มาแสดงธรรม ก็ทำไปเรื่อยๆ โดยที่จิตไม่ได้อยาก สรุปจบ จิตไม่ได้อยาก แต่ทำเพราะเห็นควร มีเวลา มีโอกาส มีสิ่งที่พร้อม คนอื่นเขาพร้อม คนอื่นก็รอรับ มีคนรอรับอยู่บ้าง แม้จะไม่มีแฟนเท่ากับ พส. เป็นล้านวิว อาตมาก็ว่าอาตมาไม่ได้สงสัย ไม่ได้น้อยอกน้อยใจ ไม่ได้เสียใจเลย เราว่าก็มีคนดูน้อย มีคนรับน้อย ก็ทำไป แม้จะถึงขั้นใครจะบอกว่า ดันถูลู่ถูกังไป มีคนดูสักกี่คนวะ มีคนดูมากกว่า 5 คนก็ทำเสมอ อาตมาว่า ถ้าต่ำกว่า 5 คนจะหยุด ถ้าไม่ต่ำกว่า 5 คนก็ทำ นี่ นั่งอยู่ข้างหน้านี่ คนเต็มใจ มากกว่า 5 คนแน่นอนว่าฟังอาตมา ที่ฟังทางบ้านก็มากกว่า 5 คน อาตมาก็ไม่ได้ยิ่งได้ใหญ่อะไรหรอก มากกว่า 5 คนก็คุ้มกับการลงทุนแล้ว อาตมาก็ไม่ได้ติดใจว่า อาตมายิ่งใหญ่ ของเรามีค่านะไม่คุ้มกับการลงทุน คนรับน้อยเกินไปไม่เอา ก็ไม่ได้หลงตัวหลงตนอย่างนั้นเลย ก็ทำตามที่ควร ที่เห็นว่าดี แล้วอาตมารู้กาละด้วยว่า ควรจะทำอย่างอาตมา ก็ถามหาอยู่ว่าไก่ตัวพี่มีอีกไหม ก็มีบ้างไก่ตัวน้อง ก็ยังไม่มีใครจะแสดงตัวว่าเป็นไก่ตัวพี่กว่าอาตมาอีก จะได้มาช่วยๆอาตมาบ้าง แต่ไก่ตัวน้องก็แสดงตัวบ้างไม่แสดงตัวบ้าง ก็ช่วยกันไป เห็นว่า สิ่งนี้มันควรที่จะทำอยู่ในโลก บางคนนึกว่าตัวเองเป็นไก่ตัวเก่ง แต่ที่จริงเป็น มันไม่ใช่ไก่แต่ปลอมตัวเป็นไก่ แต่ที่จริงไม่ใช่ มันมาทำลายด้วย ปลอมตัวเข้ามาเหมือนงู ปลอมตัวมาบวชเป็นนาค เป็นลักษณะนั้นอยู่ก็มี ก็ใช้ไม่ได้ แต่ว่า มันห้ามไม่ได้หรอกในโลก มันจะต้องมีอยู่ แม้แต่เรื่องงูเรื่องนาค เดี๋ยวจะเอามาอธิบายต่อ คุณว่ามีไหม ก็มีทั้งมี มีทั้งไม่มี นี่ก็เป็นลักษณะที่สมบูรณ์แบบเพราะในโลกนี้อาศัยสิ่งที่มีและไม่มี อันนี้เป็นภาษาพระพุทธเจ้าเลยในบันไดควรจะต้องไปช่วยกันมีคนช่วยกันไม่มีทำงานจนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสานยังไม่ตายพระไตรปิฎกเล่มที่ 6 ข้อ 43 สูงสุดเลย มีสิ่งมีกับสิ่งไม่มี แล้วคนที่รู้ว่าสิ่งที่มีและสิ่งไม่มีก็ไม่ติดใจในข้างไหน อันใดควรจะไปช่วยด้านมีก็มี อันใดควรจะช่วยด้านไม่มีก็ไปช่วยด้านไม่มี ก็ทำอย่างนั้นจนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ยังไม่ตาย ทำกายแตก จนเลือกที่จะเวียนวนทำงานในวัฏสงสารอีก ก็ทำไปตามควรสิ่งที่ควร สิ่งที่ควรจบอยู่สิ่งที่ควร สิ่งที่ไม่ควรก็หยุด สิ่งที่ควรก็ทำก็จบตรงนั้น 641227 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 22 ยุคนี้สมาธิชาวอโศกเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน