190608 ธรรมสมังคีของโพธิปักขิยธรรม37-พ่อท่าน-ศาลีอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์123 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันที่ 8 มิถุนายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงธรรมแก่หมู่พวกเราณธรรมสถานสาลีอโศกนครสวรรค์ฉบับธรรมะบรรยายในภาคนี้พ่อท่านได้แสดงเกี่ยวกับเรื่องของโพธิปักขิยธรรม 30 ประการโดยสมาชิกและโดยพิสดารจะเป็นอย่างไรนั้นขอเชิญรับฟังได้ณบัดนี้อ้าววันนี้ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องโพธิสัตว์ปิยธรรมที่เป็นเรื่องยาวยาว หาสมบัติธรรมะที่เป็นหลักใหญ่ใจที่จะตรัสรู้พาให้ตรัสรู้ยุพาสู่ความบรรลุโพธิปักขิยธรรมขยะก็มาเป็นว่าโคตรช่อง 7 ถ้าอย่างคนที่เข้าใจแล้วจะจำกันง่ายๆโคตรชอบ หาได้เหมือนกันอ้าวโพชฌงค์ 7 นั้นมันก็มีหลักอยู่สติธรรมวิทยาสุริยะประจำพุทธมณฑล 700 เป็นหมู่ 3 3 ข้อนี้เป็นหมู่แรกเป็นหลักการทำงานทุกปีการหาเหตุหาผลการไตร่ตรองการใคร่ครวญการพิจารณา คำอธิบายมันเป็นอย่างนั้นมันถึงจะเกิดปัญญาถ้าเราไม่มีธรรมวิจยะไม่มีธรรมที่ใจฉันไม่มีการวิเคราะห์ไม่มีการไตร่ตรองไม่มีการคิดค้นในการตรวจการสอบสวนมันก็จะไม่เกิดปัญญาแล้วก็มีอันนี้และต้องมีวิริยะเสมอวิริยะนี่เป็นธรรมะสำคัญเหลือเกินคือความขยันความเพียรความตั้งใจกระทำให้มากเสมอๆต้องมีเสมอๆถ้าไม่มีอันนี้แล้วก็อะไรๆที่เด็กยาก สาธิตคำสอนเป็นสุภาษิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกว่าไว้เป็นนักบวชอยู่โดยบทหนึ่งว่าความสำเร็จจะร่วมได้เพราะความเพียรธนาคารสำเร็จเช่นใดจะบรรลุได้จนถึงที่สุดได้เพราะความเพียรเป็นเอกที่นี้ต่อไปจากกับหมู่ที่ 3 ข้อนี้มีสติสัมปชัญญะแล้วก็ 64 สุดท้าย สมาธิเก้าเบรคขามันจะเป็นคู่คู่เคียงหรือเป็นหมูกันอยู่แบบนี้ขี้เกียจเจ็บหลังฟิต 7 ข้อ adverb รัก 7 ข้อนี้จะมีการทำงานให้เราเกิดการบันทึกจริงๆโพชฌงค์โพธิญาณแปลว่าความอยากจะรู้ความเกิดปัญญาญาณเขาคิดๆภาษาอังกฤษ คำอธิบายของมันมันจะขยายกันมันจะคลี่ออกไปเป็นโพธิปักถึงจะทำโพธิปักขิยธรรม 37 ถึง 31 แล้วเ

อ่านต่อ

ราฟังง่ายๆจากโพดส่งดูซะก่อนแล้วข้อที่ 1 ก็มีสติอันนี้สำคัญมากควรจะปฏิบัติธรรมก็เป็นคนที่มีความรู้สึกเจ็บมีความรับรู้อยู่เต็มมีภาพรู้มันทำงานเต็มที่ไปทำงานเต็มที่แล้วก็ในขณะภาพ ทำงานอยู่เต็มที่เนี่ยไม่ต้องลักษณะจดจ่อนึกว่ามีลักษณะที่ตั้งใจตั้งมั่นอยู่ด้วยจดจ่ออยู่เขาจะเริ่มเผยแพร่เป็นยังไงก็ไม่รู้ไม่ใช่ก็มีลักษณะจดจ่อตั้งใจอยู่กับพนักงานราชการ ร่ำๆรวยๆไม่ดีไม่มีกำลังอยู่ในลักษณะที่เรียกว่ามันไม่ภาษาบาลีเรียกว่าไม่ขึ้นรับวิถีไม่ขึ้นครับเป็นจุดที่สุดเพราะวางอยู่อย่างนี้ก็ไม่เอาคือมันไม่เผลอไปขายไหนๆก็เพราะว่ามันหลับในรุ่นหลับนอกอะไรก็ตามแต่เรียกว่ารักในหรือหลักนอกเหมือนมันไม่เต็มที่ในระยะหนึ่ง มันไม่ทำงานเต็มที่หรือโรงเต็มที่เจอสีน้ำมิตรพระเธอเรียกว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะไม่รู้ไม่รับรู้ก็ไม่ใช่คุณได้รับรู้อยู่แต่ว่าจะรู้แล้วมันก็เหมือนกับคนไม่รู้มันด้วยมันก็รู้รู้อย่างนั้นแหละแต่มันก็ไม่ได้จากที่แจ้งอย่างงี้ก็ได้แต่ในวันนี้สัญญานะสัญญาถ้าคุณยังงี้เราไม่เอาอย่างเดียวว่าสัญญานั้นสัญญาที่ว่านี้คือว่าจะรู้ผมไม่ใช่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรือมันก็รู้อยู่ ไปเปิดเต็มที่ไม่รับรู้เป็นวิถีก็ไม่เอาน่ะเรียกว่าสีน้ำตาลเปิดเต็มที่รับซื้อเต็มที่เราจะรับรู้เต็มที่แล้วไปเจ็บต้องจองมีติดตั้งใจเต็มที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการด้วยลักษณะของสติมันจะเป็นอย่างนั้นเรียกว่าเต็มรอบสถ ประกอบไปด้วยความเป็นไปกับบวกกับประกอบด้วยความเป็นไปดำเนินไปอยู่อย่างแข็งแรงอย่างเต็มที่ซึ่งมันมีสติมีจิตเต็มที่อย่างนี้แล้วก็ให้หัดเขียนหัดจิตใจสิ่งที่เราสัมผัสมาหรือรับมาเหลือเกินใช้ภาษาอะไรก็ได้อีกเยอะต้องเข้าใจพยายามเข้าใจให้ได้เพราะทุกคนที่หมายความว่ายังไงเราจะทำยังไงกับตนพิจารณาและทำยังไงเรียกว่าพิจารณาไตร่ตรองแต่สอบสวนรวดเร็วไงสอบสวน ค้นหาสูตรหาผลยังไงดีกว่าคิดค้นหาเหตุผลมันมีลักษณะอันเดียวกันนั่นแหละที่พูดไปแล้วสาวๆหลายๆอย่างมีลักษณะเดียวกันถ้าจะทำอยู่เสมอๆอย่างนั้นจะเกิดโรคภัยอย่าปล่อยปละละเลย Runner ประมาท 2 ตัวหลงตนไม่รู้กับตัวเองยอดแล้วเก่งแล้วดูแล้วเข้าใจแล้วปัญญาหมดแล้วหมดปัญหาแล้วไม่ใช่อย่างนั้นมันเป็นสมาธิสำหรับคนพิการ อานิสงส์ขึ้นก็มีจิตใจอย่างนี้ต้องกระทำตนอยู่อย่างนี้หารับรู้ทางหูทางตาทางจมูกทางลิ้นทางกายก็ให้พยายามเพราะรับรู้เข้ามากระทบเข้ามาสัมผัสเข้ามาก็ให้สอบสวนให้ไก่จองให้พยายามคิดค้นหาเหตุหาผลว่าอะไรดีอะไรชั่วอะไรมันถูกอะไรมันผิดอะไรดีกว่าอะไรอะไรจะเจริญกว่าอะไรที่แท้จริงทบทวนอยู่เสมอแล้วก็ใส่ซองเสมออย่าปล่อยมันผ่านไปไม่ได้เรื่องได้ราวๆมันจะไม่เจริญขึ้นทำเพื่อประชาชนดังกล่าวนี้ก็พยายามคิดค้นหาเหตุหาค้นหาดีกว่าไปเรื่อยๆแล้วเราก็เลือกทำ คนเรามันจะไม่เป็นอย่างนี้หรอกมันจะปล่อยไปตามสบายๆมันไม่อยากทุกข์จากคนมันไม่อยากจะทำไอ้พวกนี้ให้แก่ตนหรอกถูกต้องมีวิริยะมีความพยายามตั้งใจเต็มที่เลยไม่ได้ขยันอยู่อุตสาหะเข้าไปพยายามพากเพียรอาจจะเรียกภาษาอะไรก็หมายความว่าคือเน้นในตัวเองกระทำขึ้นกระทำขึ้นมันไม่อยากจะทำเท่าไหร่แต่พยายามรู้ตัวให้ได้ว่าเราทำอยู่อย่างนี้เมื่อเราทำอย่างนี้อย่างนี้มันก็จะเกิดผลดีขึ้นก้าวหน้าขึ้นเรียกว่ามันจะมีผลดีขึ้น ไปถึงที่ดีขึ้นมีมันจะมีรู้มันจะมีความรู้เรียกว่ารู้ดีแต่ภาษาบาลีก็เรียกว่า City ก็ชนข้อต่อไปข้อที่ 7 Facebook มันจะเกิดการรู้การเห็นการแจ้งการเข้าใจขึ้นมาเข้าใจดีรู้ดีเห็นดีเข้าใจดีหรือเอาภาษามาด้วยกันว่ามันรู้มันเห็นมันยิงไอ้คำว่ารู้คำว่าเห็นคำว่ากินอะไรก็บอกให้รู้ว่ามันมันรับมาแล้วมันก็เข้าใจส่วนดีรับมาถ้ารับ ทางใจตรงๆท่านเรียกว่ารู้หรือเข้าใจรู้ดีหรือเข้าใจดีไม่ได้ว่าผิดๆเห็นดีเรียกว่ารักมาทางซ้ายหรือว่ารับมาทั้งลูกแต่ว่าเห็นดีกลับมาทางหูเขาเรียกว่ายินดีปิติคำนี้ทีนี้มาแปลกันว่ายินดีภาษาไทยคำว่ายินดีกับแปลว่าเชิงชอบฉันชอบใจเชิงรื่นเริงเชิงบันเทิงใจไม่เข้าใจว่าเป็นเชิงรุกไทยทุกท่านทุกวันแต่ความจริงมันหมายความว่าเข้าใจเข้าใจดีส่วนดีเห็นส่วนดีแท้ๆแล้ว สวัสดีหนูยินดีแท้ๆได้ยินหรือว่าเห็นหรือว่ารู้ว่ามันเป็นภาษาบอกให้เราเข้าใจแค่นั้นเองว่ามันได้รับทราบก็ได้เพราะเราได้มีสติเต็มมีตั้งใจเต็มอยู่เปิดการรับรู้ระลึกรู้กันอยู่ตลอดเวลาและก็แยกแยะหาเหตุหาผลคิดค้นสอบสวนพิจารณาอยู่ด้วยความเพียรมันจึงเกิดการได้รู้ส่วนดีที่พักมันต้องเจอการเข้าใจมันจนได้เห็น ดูเห็นส่วนที่ดีชัดเจนเห็นเลยเห็นหน้าเห็นมุมมันเลยทีเดียวว่าอันนี้ก็ดีอย่างนี้แล้วเรียกว่าดีเห็นเมียเห็นมุมมันชัดๆยินดีฉันได้ยินได้ยินส่วนที่เธอได้ยินอย่างนี้เรียกว่าชัดอย่างนี้เรียกว่าดีอย่างนี้เรียกว่าแจ้งด้วยว่าผิดๆเมื่อผู้ใดรู้ส่วนดีชัดเข้าใจส่วนดีครับนี่มันจะเกิดการลดความชั่วมันจะทำความดีขึ้นอย่างชัดเจนทั้งอย่างแข็งแรงเลยทั้งยังพอใจที่จะทำคือเงียบไปยินดียินดีเนี่ยคุณยินดีถ้ายินดีแล้วมันก็ลงมือทำแล้วมันก็เริ่มเป็นไปเป็น ส่วนที่ดีเพราะมันเข้าใจแจ้งเลยว่าไม่มีใครมันไม่อยากทำดีมนุษย์มึงมันอยากทำดีทุกคนแต่มันมันหลงๆอยู่มันหลงๆคร่าวๆมันเหมือนคนเมาๆอยู่ถึงเรียกว่าคนเมาเรียกว่าคนหลงโมหะนี่เรียกว่าคนเมาคนหลงหรือคนโง่มันยังไม่ฉลาดมันยังโง่ๆมันยังหลงๆมันยังเลอะเลอะอยู่มันยังไม่สะอาดแจ้งมันยังไม่กระจ่างใจชัดจึงเรียกว่ามันไม่ถึงขั้นปิติแกเมื่อมันได้ปิติแพ้ได้ทุกรุ่นในส่วนดีครับเข้าใจในส่วนดีครับหรือว่าเห็นกระจับกระจ่างแจ้งในส่วนดีส่วนดีชัดแจ้งแจ่มแจ๋วเลยแล้วถ้าใครได้อย่างนี้ มันก็จะทำดีนั้นมันจะไม่ทำชั่วนั้นรู้ว่านี่ชั่วมันจะละมันจะหลุดมันจะว่างลงจากชั่วมันก็ปล่อยมันจะคลายชั่วลงทุกอย่างงี้เราเรียกว่าจิตดีแท้รู้สึกอันเก่งๆขึ้นสูงสุดยอดขึ้นเครื่องขึ้นเกิดขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นสุดยอดเครื่องนี้แหละถ้าเกิดขึ้นไปเนี่ยแม้น้อยก็ตามแม้มากก็ตามมันคือมันขึ้นสูงขึ้นแล้ว ภาษาบาลีว่าปัดอัฐิที่มันดีขึ้นจุดที่มันเก่งขึ้นจุดที่ไม่เกิดขึ้นใหม่เกิดขึ้นใหม่เป็นจุดดีขึ้นกว่าเก่าทุกอย่างนี้เราเรียนในภาษาบาลีว่าปัจจัต สิทธิแปลว่าเก่งภาษาบาลีรวมรวมกันเข้าดีกว่าปัดๆที่รถเก่งที่แปลว่าดีขึ้นคนเรามันมีใจจิตที่มันไปฟุ้งซ่านเรื่องชั่วๆอยู่กับไอ้เรื่องชั่วนั้นมากเพราะไอ้ชั่วลดลงเข้าใจชั่วคราวชั่วหลุดออกไปเลิกออกไปมันก็ดีขึ้นมันก็สงบสงัดจากความชั่วอาจจะความชั่วแต่ละจุดตรงนี้เราเรียกว่าก็แปลง่ายๆแต่ก็อาจจะคิดไปหมดจากอะไร เพิ่งออกจากการดีดดิ้นเป็นโลภะสงบจากการดีดดิ้นเป็นโทรศัพท์เพิ่งออกจากกันสุดๆแท้ๆเป็นจุดมีกำลังและวันนี้อินทรีย์มีภาระเป็นกำลังของจิตเก่งขึ้นในเซเว่นก็ได้แต่ส่วนใหญ่ภาษาคำว่าตัดจากที่เรามาแปลเป็นจริงแต่ว่าสงบจิตสงบจิตสงบก็ถูกสะอาดขึ้นก็ถูกสว่างพระพุทธศาสนาไปด้วยความโลภความโกรธมันหลงมันหลงมันไม่รู้แจ้งเรียกว่าไม่สว่าง ทีนี้พอลดความโลภลงปัดความโลภออกล้างความโลภออกบ้างล้างความโกรธแต่ลดความโกรธซะบ้างก็เรียกว่ารถโทรศัพท์ลงไปมันก็อาจขึ้นคือมันเลอะๆมันมัวๆเมาๆอย่างที่ว่างคือโมหะมันงงๆเมาๆมันไม่เต็มที่มันไม่มีกำลังมันไม่รู้แจ้งมันไม่เห็นแจ้งมันไม่เข้าใจแจ้งหรือไม่รู้แจ้งมันไม่รู้ชัดขึ้นมันไม่เห็นชัดขึ้นมันไม่เข้าใจชัดขึ้นมันไม่ได้ยินชัดขึ้นเมียเราเรียกว่าจิตมันไม่สว่างทีนี้พอมันหลุดจริงๆมันก็สว่างมันก็จะสะอาดมันก็สงบสงบนี่แหละมันสงบ เมื่อไม่เอาไม่ควรจะเอามาเป็นเรื่องจะเรียกว่าคิดถึงแต่เรื่องจริงภายในระยะหนึ่งตัวจิตเก่งขึ้นจะได้ลักษณะเราทำให้ลักษณะจุดเด่นอย่างนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆหรือจิตสงบลิขิตมันดีขึ้นสะอาดสุขสว่างอะไรพวกนี้มันเกิดขึ้นอย่างนี้เรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆให้มากเข้ามากเข้าหรือว่าเด็ดเดี่ยวเข้าให้กินข้าวให้เป็นจิตอย่างนี้กระทำกับตนก็ขาดทุนเข้าวิเคราะห์วิจัยเข้าไปด้วยทำให้กระจ่างแจ้งชัดขึ้นด้วยรู้ในจุดดีชัดเจนขึ้นรู้ในจุดชั่วชัดเจนขึ้นเห็นในแง่มุมของไอ้นี่เรียกว่า ชัดขึ้นชัดขึ้นยิ่งขึ้นทำขึ้นให้มั่นคงอันนี้ชัดแล้วก็ย้ำซ้ำทำเข้าทวนเข้าซ้ำเข้าเรื่อยๆมันก็จะแน่นๆมันก็จะมันคงมันก็จะจริงจังเข้าไปแล้วกูจะเอานี่แหละมันจะเกิดความมั่นคงกันแน่วแน่ไม่แปรผันไม่สงสัยอย่างเดียวจ้างมันพูดอย่างนี้เราเรียกประชุมข้อต่อไปสมาชิกพยายามเปิดใจให้เต็มให้มีความรับรู้อยู่ เติมเต็มที่อยู่แล้วก็วิเคราะห์สอบสวนพิจารณาอะไรอย่างที่ว่าในพากเพียรก็ทำให้แก่ตนเรื่อยๆจนมันจุดเด่นขึ้นจนไม่คิดดีขึ้นรู้ดีขึ้นเห็นดีขึ้นได้ยินดีขึ้นรู้แง่ทุกมุมเข้าใจง่ายเข้าใจมุมขึ้นชัดเจนอย่างนี้ก็คือเพิ่มขึ้นแล้วก็มีแล้วก็มันก็เก่งมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆมันมีศูนย์ก็เรื่อยๆก็ทำให้มันแน่นอนตามดูทบทวนดูย้อนทวนดูไก่เลี้ยงดูมีส่วนลดอีกไหมมีส่วนละเอียดอีกไหมอย่างนี้ถูกต้องจริงหรือเปล่า เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยยังมั่นเลยทีเดียวคนที่เราจะมีแบบเดียวเลยเรียกว่าสมาธิหรืออธิษฐานจิตก็แปลว่ายื่นอยู่นั่นแหละจิตที่มันยิ่งขึ้นทีเดียวเรียกว่าสมาธิมันรู้ก็รู้ดีมันนิ่งก็นิ่งดูแล้วเรามีแนวโน้มของจิตไปในทางที่จะให้มันรู้แล้วแต่เฉยๆรู้แล้วก็เฉยๆแต่มีลักษณะเหมือนกันสู้แล้วแต่เธอไม่เดือดร้อนไม่มีทุกข์ไม่มีสุขว่างจากอาการทุกอย่างจากอาการตกเรียกว่าเฉยๆ อุเบกขาข้อสุดท้ายพยายามอ่านใจตัวเองให้รู้ว่าใจตนเองได้รู้และรู้ยังไม่มีรถว่าไม่มีรถว่าทุกข์รู้อย่างโพรงอย่างใสแกล้งอยู่เฉยๆไม่หวั่นไม่ไหวไม่เห็นเรียกว่าอุ้มเด็กหาหรืออาจทุกข์ ยึดไว้จะเอาไว้หนักเท่ากับจัดแรงจัดแล้วก็จะไม่ยอมปล่อยยอมปล่อยยอมใครถ้ายังพูดก็หมายความว่ายังจะผลักผลักมากผลักดันมากก็จะไม่อยู่ด้วยกันจะฆ่าจะแกงจะทำลายลงไปทีเดียวและเรียกว่าโทรศัพท์หรือแฟนเราจะไม่ให้มีอาการอย่างนั้นมันจะมีอาการรู้แจ้งเข้าใจจริงอยู่แต่ก็เฉยอยู่คุณไม่มีอาการไม่มีรถของศพของทุกๆคนอื่นดูขาแล้วต้องรู้ถึงตัวสุดท้ายของจริงๆเป็นอาการก็คือจริงๆเรียกว่าเวทนาเข้าใจในเวทนาในเวทนาในการของเวทนาในเวทนาเพื่อการกุศล เขาเรียกว่าทุกข์มันมีลักษณะอย่างนี้มีอาการอย่างนี้เรียกว่าสุขอย่างนี้เรียกว่าทุกข์เราจะไม่ให้มีให้มันจางคลายให้มันเฉยๆให้มันรู้แต่รู้รู้รู้อยู่เต็มๆเฉยๆก็คงสบายๆอย่างนี้เรียกว่าสบายที่สุดคำว่าสบายนี่ที่จริงมาจากภาษาบาลีว่าจะตายยากจะตายแล้วมันแปลว่าความเจริญโดยแท้จริงที่สุดจะตายอ่ะมันมาจากบาลีคุณละเอียดมาจากคำว่า อายะนี่หมายคำว่าตั้งลงในจิตเนี่ยเขาตั้งลงเริ่มลงหรือว่าหยั่งลงไปอายัดแปลว่าประโยชน์สบายนี่มันหมายความว่ามันประกอบที่ตั้งลงที่สุดตัวที่รู้ประโยชน์ครับสบายเนี่ยมันแปลว่าประโยชน์ประกอบด้วยวัดสบายรู้จักอายะความเจริญชัดเจนในโลกมนุษย์ใดที่มีความสบายมนุษย์กายที่มีความเป็นประโยชน์ตามภาษาบาลีที่แตกต่าง รู้สึกใจเจริญเจริญโดยที่ทำจิตใจให้รู้ได้ว่ามันเป็นหลงต้องมีรถมีชาติต้องมีสุขมีทุกข์ก็ไปยึดกระจกไม่รู้จนสุดท้ายจะเข้าใจว่าจิตมันก็คือธาตุรู้มันได้อยู่แล้วมันก็รู้อยู่ตรงนั้นแหละรู้อย่างนี้สอบสวนได้ด้วยแล้วก็ละชั่วเสียอย่าไปเกี่ยวข้องกับมันชั่วเราจะทำอะไรก็ทำมีกรรมอันที่เรียกว่าเป็นกุศลกรรมหรือเป็นกรรมอันดีเป็นการงานเอ็นดูอยู่กับส่วนดีแล้วเราก็เป็นไปเพราะว่าตัวคนมีเวลาเราไม่หยุด เราไม่นอนนอนไม่หลับเราไม่พักผ่อนถ้าเราก็ทำงานทำในส่วนที่ดีและที่สุดเราจะกำหนดจิตได้รู้จิตในจิตอยู่เหนือจิตมีความเก่งกับจิตของเราเองเราจะกำหนดให้ผิดของเรามันเป็นไปอย่างไรให้มันพักสนิทดับไปไม่ต้องทำงานอะไรตอนนี้ต้องการให้มันพักเพราะว่ามันทำงานมามากมันเมื่อยแล้วมันเหนื่อยแรงมาเพื่อให้มันพักมากๆเป็นเรียกว่าให้เก็บมันไม่รับรู้อะไรเลยแล้วก็สามารถควบคุมเราได้ทำก็ได้หรือจะให้มันทำงานเหมือนกันให้มันทำได้น้อยกลายไม่ต้องขยับไปเรื่อย ก็ไม่ต้องมีแล้วฝากไม่ต้องกลัวตายไม่ต้องทำงานหลับตาแล้วใครจีบมันทำงานเบาๆให้มันจ่ายจองหรือว่าให้มันคิดถึงมันค้นด้วยมันมีอะไรอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆก็ถามเอาเออประมาณนี้หรือไม่เรารู้ว่าประมาณนี้ก็เป็นการพักแล้วล่ะมีแต่ทำงานแต่ส่วนในเขตมีนิดหน่อยแต่ว่ารู้สึกเป็นสุขถึงป่านี้แล้วก็อยู่เหนือสุดในฝันทำได้ด้วยวันนี้ก็เก่งเยี่ยมหรือจะเปิดจุดเต็มที่มาโพรงให้มันทำงานแต่คราวนี้ทำงานนะตั้งใจทำงานก็โทรขึ้นมาเต็มมาทำงานเราก็สามารถรู้จุดในจุดให้จุดทำงานได้กันอย่างนี้เรียกว่าพูดถึงนิโรธหรือผู้สูงอายุ รู้ความเกิดหรือรู้ความกดส่งจะให้จดบันทึกโผล่ก็ได้จะให้จิตมันไม่โผล่ให้มันหยุดนิ่งๆเดี๋ยวก็ได้เรียกว่าตรงนั้นนิโรธารามก็ได้ให้มันดับหรือให้มันเกิดให้มันโผล่ขึ้นมานิโรธารามหมายความว่าให้มันทำหรือให้มันพักก็ได้อย่างที่เราเกิดเป็นมนุษย์เรากำหนดเอาหรือเรามั่นหมายเอาเราจะทำเอาทำได้จริงๆคุณเป็นผู้สูงสูงตอนนี้ต้องให้มันพักหน่อยมันเป็นประโยชน์เพราะว่าถ้าไม่พักแล้วมันก็เสื่อมทรามมากเกินไปเสื่อมโทรมมากเกินไปร่างกายจะแข็งแย่ สุขภาพทางกายก็จะไม่ดีจิตใจมันคิดมากเกินไปจนหัวสมองร้อนลุงมากเกินไปทำงานมากเกินไปจนอ่อนแปลไปแล้วประสาทข้างในหรือว่าพลังงานมันเดินสะพัดเดินทำงานอยู่นู่นมากไปแล้วข้าก็ให้มันพักซะบ้างดีเป็นประโยชน์ที่ควรกระทํา รู้เวทนาในเวทนาแยกแยะออกมานี่ดีเหมาะสมคือไม่ดีแล้วเสื่อมหรือว่าชั่วหรือว่าเลวแล้วแต่ว่าไม่เหมาะสมและแยกดีแยกชั่วออกเรียกว่ารู้สึกอิสระธัมมารู้อัปสราธัมมาแต่รู้สึกดีแท้รู้สึกไม่ดีแท้ชัดเจนเรียกว่าถึงธรรมในธรรมเกิดถึงธรรมในธรรมรู้จิตในจิตใจชัดๆมันจะมีแต่ปากได้กำหนดได้สั่งได้ทำงานกับจิตอยู่เลยและความรู้สึกว่าอย่างนี้มันเป็นอาการหรือว่าเป็นความรู้สึกหรือว่าเป็นรสชาติเป็นประเพณีอย่างนี้เรียกว่าสุขอย่างนี้เรียกว่าทุกข์และเราก็ไม่หลงไม่สุขไม่ วิปัสสนาไปจนกระทั่งถึงธรรมในธรรมถึงคิดถึงคิดถึงเวทนาในเวทนาละเอียดเหมือนเริ่มต้นเราก็ทำแต่ยังหมู่ใหญ่ๆหยาบๆเราเรียกว่ากายจิตใจไม่มีรสชาติที่โกรธชัดๆให้โกรธชัดๆๆจ๋าอยู่แต่ความเป็นจริงของจิตเลวคิดขึ้นเร็วมากๆก็ให้รู้ว่ามีความประชุมเร็วชัดๆอยู่ก็อ่านจิตใจจิตที่ชัดเจนที่เป็นกาโยที่เป็นหมู่ใหญ่ๆอย่างนี้เราก็ยังไม่รู้ก็เลิกกันไม่ได้เรื่องอะไรเมื่อก่อนอื่นเราก็ต้องรู้กายอยู่ด้วยความประชุมทุกอย่างทุกวัน เป็นสุขขเวทนาเป็นทุกขเวทนามันกลับไม่ถึง 10 ก็รู้อยากๆข้างนอกกายนอกเสร็จแล้วไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดไปเกี่ยวข้องกับการพนันอย่างที่กล่าวแล้วซ้ำซากอธิบายแล้วอธิบายอีกนั่นแหละเอามาเป็นชีวิตชีวาเอามาเป็นสุขเอามาเป็นทุกข์อยู่กับชีวิตและเป็นการพนันเกี่ยวข้องได้ไปประชุมร่วมอยู่กับวงการกำนันอยู่กับการละเล่นการพนันมีอาการอย่างนั้นก็เรียกว่าสุขนี้ก็ไม่รู้ร่วมกับสิ่งเสพติดเอาสิ่งเสพติด ไปสัมพันธ์อยู่ได้ร่วมอยู่ด้วยว่ากาโยหรือกายก็ยังไม่รู้อย่าจนกระทั่งถึงมีวัตถุเป็นก้อนเป็นแท่งข้างนอกข้างนอกติดนอกตัวกายตัวเองนอกตัวล่างเราเองนี่ด้วยซ้ำไปก็เอามันมาเอามารวมกันมาประชุมกันอยู่เราก็ต้องพยายามรู้นี่อยากอยากมากนะอยากใหญ่เรียกว่ามีแข่งมีก้อนชัดๆให้รู้และรู้จักเลิกซะบ้างสงบลงซะบ้างแล้วก็ตัดออกไปซะบ้างอย่าให้มันมาวิ่งกับเรามากนักแสดงว่าเป็นภาระมากนักลดลงลดลงให้มันสงัดให้มันสงบถ้ามันติดเก่งกล้ารู้ว่ามันไม่ดีมันเลิกไอ้สิ่งมีชีวิต ไม่มีโลภะรู้ว่ามันยังกลับบางอย่างก็ผลักเกินไปมุมนี้ไม่ชอบใจก็ผลักมึงไม่ชอบแต่จะดูดเอามารวมเอามาสะสมออกมาอยู่ก็ให้รู้ซะบ้างละเลิกบ้างเลิกผลักเลิกดูในส่วนที่ไม่ควรพลาดมันอยู่ในโลกปล่อยมันอยู่ตามโลกให้ดูดก็ไม่ต้องไปดูดอะไรมันมากปล่อยมันอยู่ในโลกปล่อยมันอยู่ตามโลกเมื่อชีวิตของเรามันไม่จำเป็นอะไรไม่ใช่ปัจจัยของชีวิตที่แพ้หนักไปหลงเอามันมามากนักใครรู้ทั้งภายนอกให้รู้ทั้งกายและกายโยมความประชุมรอบนอกถึงจะเรียกว่ารู้กายนอกกายรู้กายในกายด้วยความอยากใหญ่กลายเป็นหมายความว่าความอยากความอยากความประชุมที่เติบโตชัดๆเด่นๆเพราะท่านโกรธจ๋าโกรธ โรคชัดๆมันเป็นตัวจิตในโลกก็เป็นสิทธิ์โกรธก็เป็นจิตด้วยโทรศัพท์ก็ผิดหรือโมหะมันโง่ๆๆอยู่เนี่ยมันไม่ฉลาดกันเลยก็ให้มันรู้ชัดๆน่ะมันผิดที่เรามันเป็นอย่างนี้อยู่หลงรักไม่แจ้งไม่ชัดไม่จริงไม่มีเหตุมีผลไม่เข้าใจสว่างเพราะว่ามันชัดมากชัดเจนอย่างนี้ต้องทำให้มันเป็นเข้าใจสว่างให้จิตมันสะอาดขึ้นจากความชั่วสะอาดขึ้นจากความโลภความโกรธความหลงขึ้นเก่งขึ้นเป็นจุดแข็งทำอย่างนี้ให้ได้ไม่รู้จักกันมาที่อธิบาย ประเทศใดมีสติรู้รอบอยู่ระลึกรู้ตนอยู่อย่างนี้ท่านเรียกว่ามีสติปัฏฐานถ้าผู้ใดที่ทำอยู่อย่างที่อธิบายไปเมื่อกี้นี้ไปตั้งแต่เสพติดมีธรรมวิจยะมีวิริยะมีปิติมีตัวปิติเกิดจริงๆในใจมีปัจจัยที่เกิดจริงๆในใจมีสมาธิเกิดจริงๆในใจมีอุเบกขาเกิดเหตุใดอย่างนี้เรียกว่าจิตของผู้ที่ตรัสรู้เป็นผู้ที่เริ่มมีองค์ประกอบของความเจริญแท้เข้าไปสู่พุทธเข้าไปสู่อรหันต์คนเกิดขึ้นเรื่อยๆผู้ได้เริ่มทำลงผู้ใดเริ่มมีขึ้นผู้ใดจะทำให้มันเป็นรอบเป็นชั้นขึ้นมาเรื่อยๆเรื่อยๆเรียกว่าเกิดสติปัฏฐานคำว่า ก็อธิบายไปแล้วทีนี้คำว่าปัฏฐานแปลว่าหยั่งลงตั้งลงฐานบทประพันธ์เกิดขึ้นอย่างที่ว่าแล้วเริ่มตั้งขึ้นตั้งขึ้นที่จิตของเราจริงๆอะไรตั้งขึ้นก็อย่างที่เอากล่าวไปแล้วทั้งหมดนั่นแหละมันเริ่มก่อขึ้นตั้งขึ้นจะเริ่มน้อยเกิดก่อนน้อยตั้งขึ้นไม่น้อยเริ่มต่ำสุดเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นจะเรียกว่าเริ่มตั้งขึ้นมากๆเรียกว่าสติปัฏฐานอะไรเกิดล่ะสร้างอะไรบ้างอะไรก็ไม่ผิดก็มันรู้ว่ากายในกายหรือกายนอกกายคืออะไรมันรู้ว่าเวทนาเนี่ยมันเป็นยังไงเวทนาในเวทนาคือยังไงมันรู้สึกจริงๆ รู้จักนายสิบจริงๆอย่างที่กล่าวแล้วอธิบายไปแล้วมันรู้ในธรรมธรรมะที่เป็นกุสะลาธัมมาอะกุสะลาธัมมามันรู้ชัดๆว่าไอ้นี่มันดีแท้ๆไอ้นี่มันชั่วจริงๆชัดเจนขึ้นไปเรื่อยๆรู้ทำไงครับไอ้นี่เราสบายแล้วรู้ดีก็รู้ดีเราไม่ติดจริงๆรู้ชั่วก็รู้ชั่วคราวนี้เราไม่ติดให้ชั่วเราวางเป็นอุเบกขากันเข้าใจไปอัพก็อยากจะตามไม่เป็นดีเป็นชั่วคราว ถึงสิ่งปิดตานกปรัชญาเป็นพูดถึงซึ่งธรรมานุปัสสนานี่ก็เป็นประธานมันจะมีสิ่งที่เราจะเริ่มขึ้นมาขยายขึ้นมาเป็นโพธิปักขิยธรรมที่ 1 เราเรียกว่าสติปัฏฐานสติปัฏฐานแยกออกเป็น 4 แขนงอย่างที่ว่าแล้วมีการันต์วิปัสสนามีเวทนานุปัสสนามี 13 วิปัสสนามีธัมมานุปัสสนาภิกษุรักแยกเป็นกลุ่มแขนเป็นสีหลักเศรษฐกิจหลักฐานแล้วก็ขอบอกเป็นหลักใหญ่ๆของโพธิปักขิยธรรมซะก่อนมันมีอยู่ 7 หลักเหมือนกันกับพวกส่งหลักใหญ่ๆรักแรก สติปัฏฐานรักที่ 2 เรียกว่าสัมมัปปธานสติปัฏฐานมี 4 แขนงมีกี่ข้อสำหรับประธานก็มี 4 ข้อและมีกี่คะแนนแต่สติปัฏฐานสำหรับประธานประจำงานมันจะได้จำง่ายๆหลักๆสติปัฏฐานสำหรับประธาน 2 อันที่ 4 มีแขนงและก็เกิดและก็มีอิทธิบาทมีเป็นหลักสิบบาทอิทธิบาทนี้ก็มีแล้วก็อินทรีย์เทคโนโลยีเทคโนโลยี ปล่อยให้มีหลักต่อไปเป็นอินทรีย์สิ้นปีนี้มี 5 ก็จำตัวหลักข้างหน้าตัวอ่อนอิทธิบาทกับตัวออ รักที่ 5 พละหลักที่ 6 โพชฌงค์สะท้อนทองเหมือนกันพอผ่านพละก็พอพานโพชฌงค์ก็พอผ่านจำปาศรีษะจนสุดท้ายหรือมักหรือมม้าหรือมอมาแปะโพชฌงค์ 7 ไร่ สุดท้ายถ้าพูดอย่างนี้มันเป็นภาษาไทยออกเสียงเพราะๆมันดูแข็งๆเป็นภาษาบาลีเป็นสำเนียงบาลีเรียกว่าหัวใจของคนที่ปากีสถาน 7 ตัว 7 หลักสยาม วิริยะก็มาขยายเป็นอิทธิบาทแล้วมันก็จะเกิดผลเป็นปิติเป็นปกติเรียกว่าเป็นอินทรีย์เป็นภาระเกิดผลขึ้นมาเก่งขึ้นเรื่อยๆมันรู้ดีเห็นดีมันช่วยกันดีรู้ดีเป็นปัญญาก็เก่งๆขึ้นเลยว่าพละแต่ตัวพี่มดด้วยตัวเก่งตัวสงบด้วยตัวสว่างและตัวสะอาดเกี่ยวกับภาระมันก็เก่งเก่งมันมีกำลังพลกำลังอินทรีย์ก็หมายความว่ามันกว้างขวางขึ้นสักใหญ่โตขึ้นสู่อำนาจอะไรอำนาจแห่งปัญญา ถ้าตัวต่อไปมันก็เป็นโพชฌงค์ใช้คำว่ามันก็คู่กับโพชฌงค์ 7 ตัวสุดท้ายเป็นสมาธิเป็นอุเบกขามักสุดอันยิ่งตัวสุดท้ายอันยิ่งสุดท้ายมันยอดของจิตอันยิ่งมรรค 8 นี่มันก็มีสมาธิเป็นตัวปัญญาสัมมาสมาธิเป็นจุดสุดท้ายและสมาธิจนกระทั่งสิ่งสุดท้ายก็อุเบกขาการเป็นยอดสุดท้ายก็คือการเดินทางการกระทำการเป็นผลอะไรอยู่มีบทบาทแห่งการงาน อยู่เต็มที่โปรดจงหาเรียกในตัวของพวกตนเองเรียกว่าสมาธิหรือจิตอันยิ่งจิตที่มันเป็นประโยชน์ยิ่งที่อธิบายไปแล้วว่าเป็นโทรศัพท์ของป๋ายะหรือตัวสบายหรือตัวประโยชน์อันยิ่งมันดำเนินอยู่อย่างนั้นอันนี้ขยายให้ฟังด้วยแล้วก็ย่นย่อให้ฟังด้วยอยู่ในที่อธิบายให้ฟังก็พยายามอย่าเมายังงงกลับไปชัดๆขยายออกยอดเข้าให้เข้าใจง่ายๆขึ้นจะได้มีหลักฐานอธิบาย อาทิตย์นี้ก็จะขยายธุรกิจทำให้ครบทุกอันซึ่งสติปัฏฐาน 4 อิทธิบาทมี 4 4 4 3 4 จะเป็น 12 และอินทรีย์ 5 พละ 5 12 รวมอีก 52 50 ก็เป็น 22 และโพชฌงค์ 7 รวมไปเป็น 29 รวมเข้าไปอีกกับมรรค 8 ก็เป็น 37 แขนงชุด 31 ขยายแล้วแต่เป็นกายานุปัสสนาเวทนานุปัสสนาจิตตานุปัสสนาธัมมานุปัสสนาซึ่งกายนิกายโยก็อธิบายแล้วเวทนาก็อธิบายไปบ้างแล้วคิดก็อธิบายไปแล้วจะทำปฏิบัติเพราะเมื่อเรากระทำจิตใจของเราอยู่อย่างไรมีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะพากเพียรกับกระทำอยู่เสมอเราก็จะเกิดสติเกิดสมาธิเกิดอุเบกขารู้ละเอียดในใจของเรารู้ทั้งความรู้สึกที่มันเป็นเช่นอยู่กับไอ้หยาบๆใหญ่ๆลูกชายลูกชายอยู่ฉันรู้เวทนารู้ความดังจิต นี่มันดื้อด้านบนโลกเกิดชัดๆเลยนะนี่มันเกิดชัดๆเลยนะลดลงไม่ได้เรื่องรถก็ยิ่งเรียกว่าสงบหรือยิ่งลดได้ก็ยิ่งเก่งใครมีปัญญายอดรู้ดีรู้ชั่วรักชั่วเลิกชั่วเลิกก็เป็นหลงว่ามันเป็นดีที่จริงเราเป็นหลงว่าไอ้ชั่วนั่นแหละเป็นดีทั้งหมดในโลกนี้เกิดมาก็หลงว่าไอ้นี่ก็ได้ไอ้นี่ก็มีสารพัดดีไปหมดไปรับเป็นเศษไปยึดไปถือออกมาน่ะมันรู้ชัดชัดแบ่งแยกออกชัดเจนมีเหตุผลต้นปลายความเข้าใจอย่างดีรู้ตัวดีรู้ตัวไม่ดีชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆอย่างนี้เรียกว่าเข้าใจในกายเข้าใจในเวทนาก็จะมีสิทธิ์เข้าใจในธรรม เขาเรียกว่าผู้ใดมีความรู้มีความรู้แม้ละเอียดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับกายานุปัสสนารัตนานี่แปลว่าทำให้เกิดความรู้ทำให้เกิดตัวปะเนี่ยชีวิตของตัวปากมันตั้งขึ้นตั้งขึ้นเรื่อยๆในจิตวิปัสสนาวิปัสสะนะส่วนมากเป็นตัวขยายให้เริ่มรู้ขึ้นมาเรื่อยๆเรื่อยๆทีละน้อยก็ตามแต่ยิ่งได้มากก็ยังดีก็แปลเอาความหวังปรารถนา ผิดเต็มๆมีสติเต็มๆตามไปรู้ตัวอยู่เรื่อยๆถ้ามันไม่ตามรู้อย่างนี้ก็พยายามเพี้ยนเข้าให้มันรู้ไปเรื่อยๆเรียกว่าอนุปัสสนาถูกแล้ววันอนุปัสสนาแม้ในส่วนใหญ่ๆหยาบๆเป็นประกายและส่วนเป็นความรู้สึกและส่วนในจิตให้รู้ไม่รู้ในความรู้สึกของเราอย่างก็เป็นทุกข์เสมออย่าเผลอไปตามจิตเข้าไปให้ตามความรู้สึกเข้าไปทักษะทั้งนอกรู้กันไปถึงจุดรับพยายามตามรู้ถึงเรียกว่ากายถึงเรียกว่าเวทนาจึงเรียกว่าจิตแล้วก็แยกแยะให้มันรู้ว่าไอ้นี้ช่วยในชีวิตอย่างนี้ในวันดีเยี่ยมแล้วเป็นอุเบกขาหรือไม่ดีไม่ชั่วและเศรษฐกิจของเราว่างอยู่รู้ดีแล้วก็ทำส่วนดีเป็นเสมอยังกุศลให้ถึงพร้อมอยู่เรื่อยๆ แล้วถ้าจะทำด้วยอันนี้ดีถ้าไม่ทำก็เลิกเลยเว็บพักไม่เอาอันนี้ไม่ดีเมื่อไม่ดีแล้วเราควรจะพักแล้วด้วยสักพักก็คงจะพอแล้วก็พอควรจะตัดสินแล้วไม่เอาก็ไม่เอาให้มันเข้าใจงั้นแหละถามได้จริงๆส่วนที่จะไม่เอาก็ไม่เอาตัดสินแล้วไม่มีความคดโค้งมีแต่ความบริสุทธิ์ใจไม่มีการแดกดันไม่มีการประชดปร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน