สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน วรรณะ 9 อภิบาล อธิปไตยในนักการเมือง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน วรรณะ 9 อภิบาล อธิปไตยในนักการเมือง มาเข้าสู่พวกเรา ถ้าเข้าใจแล้วก็จะอยู่กับงานการเมือง เป็นกำลังของเมืองคือคนในสังคมประเทศไทยก็มีกำลังเท่านี้ กำลังอย่างนี้ กำลังแบบนี้ ได้เท่านี้ ได้แบบนี้ ซึ่งก็มีพวกเราร่วมอยู่ด้วยเต็มที่ เราก็ไม่ได้ขยักไว้ ให้คิมจองอึน โดนัลด์ ทรัมพ์ เราก็ให้แก่ประเทศไทยหมด มีเท่าไหร่เราก็รู้มาร่วมมือในนี้ ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นสัจจะที่เราเองต้องทำงานนี้ มันซ้อนว่าเราทำงานให้แก่ประเทศไทยแล้ว แล้วเราก็เป็นผู้รับใช้เป็นผู้สร้างสรร สร้างสรรอย่างผลหมากรากไม้อาหาร เราไม่ได้สร้างอาวุธ เราสร้างสรรได้มากได้พอเหลือกินเหลือใช้ เราก็ออกไปแจกจ่ายเกื้อกูล ให้แก่ผู้อื่นไป เท่าที่เราจะสามารถสร้างอะไรให้เป็นรูปธรรมนามธรรม เราก็สร้างขึ้น เราสร้างแต่สิ่งดีตามภูมิของเรา อะไรไม่ดีเราไม่สร้าง สร้างแล้วก็ไม่เอาไปค้าขายเอาเปรียบเอารัด เราทำการเผื่อแผ่เป็น ต้องการตอบแทนมาบ้าง หรือผู้ที่เขารู้ว่าเขาได้ ก็บอกว่าไม่ได้หรอกท่านต้องเอา ราคานี้แหละท่านต้องเอาไปเต็มราคาหรือให้เกินราคา เพราะว่าฉันมี ผมมีมาก ผมเต็มใจช่วยเหลือ มันก็ดูคนว่าใช่ เขาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมจริงใจเราก็รับ มันก็อย่างนี้แหละคือความจริงใจ ในสังคมโลกพอเป็นพอไปพอใช้

อาตมาว่าอาตมาสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าเก่า เพิ่มขึ้นกว่า ลึกซึ้งกว่าเก่า มีอะไรมากมายมาผสมส่วนได้ดีขึ้นมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าเราก็ยังมีพลังมีความสามารถทำได้อยู่ ก็ควรจะทำต่อไป ทำจนถึงอีกสัก 151 ปีก็น่าจะดีละ ก็พากเพียรไป

เพราะฉะนั้นในสิ่งที่อาตมาพูดวนไปวนมาซ้ำไปซ้ำมาอยู่นี่ ธรรมะบ้างการเมืองบ้าง มาถึงการเมือง ก็บอกให้ทราบเลยว่า ท่านที่จะทำงานการเมือง ท่านจะ

อ่านต่อ

ตั้งพรรคการเมือง ท่านไม่ต้องมาหาอาตมาหรอก เพราะอาตมานั้น อาตมา เอาเถอะ อยากจะมาหา ก็มาได้ ไม่ต้องมาเซ้าซี้อะไร เพราะอาตมาไม่มีอะไรมาก อาตมาไม่ได้มีพลัง ไม่ได้มีอะไรมากมาย จริงๆ มวลประชาชนของชาวอโศกก็ไม่มาก อิทธิพลก็ไม่มาก goodwill เขาก็ไม่ได้รับนับถืออะไรมากมาย มีทุนทางสังคมเท่านี้ ก็เอาเถอะ จะมาหวังพึ่งอาตมา เพื่อให้รู้หน้ารู้ตาว่า ผมจะตั้งพรรคการเมืองนะ ผมจะเข้าไปเท่านี้นะ อาตมาก็จะขอรับรู้ ไม่ปฏิเสธก็รับรู้ได้เท่านั้นแหละ คนสนิทกันบ้าง คนไม่สนิทก็จำได้น้อยหน่อย คนสนิทก็จำได้มากกว่า ส่วนจะช่วย อาตมาช่วยด้วยสัจธรรมทุกคนทุกพรรค ขอให้เป็นสัจธรรมขอเป็นเนื้อดีให้แก่มวลประชาชนให้แก่ประเทศชาติ อาตมาช่วยทุกพรรคทุกผู้ทุกนาม คุณไม่มาก็เท่ากับคุณมา คุณไม่มาแต่ทำการเมืองเพื่อประชาชนได้ดีจริง

อาตมากำลังอธิบายคำว่าอธิปไตยกับคำว่าอภิบาล แต่กวีนี้จะไม่อ่านตอนนี้จะไปอ่านตอนเย็น มาฆบูชา จะอธิบายการเมือง อาตมาก็ชัดเจน อาตมายืนอยู่ฐานการเมืองก็ต้องพูดธรรมะ อยู่ฐานธรรมะก็ต้องพูดการเมือง

ตอนนี้อธิบายธรรมะในการเมืองในความจริงของการเมือง คำว่าอภิบาล แปลว่าดูแล เลี้ยง ช่วยเหลือเกื้อกูลอภิบาล หรือบาลคำเดียวนี่แหละ ปาละ เป็นการช่วยเหลือเลี้ยงดู อุ้มชู ผู้อื่น มาก นักการเมืองคือผู้ที่ดูแลเลี้ยงดูพลเมืองประชากร โดยที่รับผิดชอบในประเทศในขอบเขตของเรา ก็จะช่วยเหลือเลี้ยงดูทำให้เจริญ ทำให้เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงหน้า เป็นคนที่มักน้อย เป็นผู้ที่พอ เป็นผู้ที่มีศีล เป็นผู้ที่ขัดเกลาตัวเอง ขัดเกลาส่วนที่ไม่ดีออกไปจากตัวเอง เป็นผู้ที่มีศีลเคร่งไปตามลำดับ มีกายกรรมวจีกรรมที่ใครเห็นก็เลื่อมใสเป็นผู้ที่น่ายกย่องนับถือ ปาสาทิโก จนกระทั่งกลายเป็นผู้ที่ไม่สะสม อปจยะ คุณสมบัติพวกนี้เป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของนักการเมือง เรียกว่า วรรณะ 9 ถ้าคุณเองจะเป็นผู้อภิบาลประชาชน เป็นนักการเมือง ทำงานธรรมาภิบาล ถ้าหากอภิบาลได้ เป็นคนทำเพื่อจะช่วยผู้อื่น เลี้ยงดูช่วยเหลือทำให้เขาอยู่เย็นเป็นสุข ทำให้เขาเจริญทำให้เขาได้หลุดพ้น ทำให้เขาได้ไม่เกิดกิเลส เลี้ยงดูเขาช่วยเหลือเขาให้ไม่เกิดกิเลสได้ สูงสุดแล้ว โดยเฉพาะสรุปให้เขามาได้วรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้าก็สุดยอด ให้คนมาได้วรรณะ 9 นี้ คือชั้นวรรณะ เป็นคนเจริญเป็นความจริง ไม่ใช่ชั้นวรรณะอย่างโลกีย์ เป็นพราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร ไม่ใช่ศักดินาแบบนั้น แต่เป็นชั้นของสัจธรรม เป็นคนมีคุณธรรมมีคุณสมบัติอย่างนี้ มีจริง มีจริงก็เป็นชั้นที่สูงขึ้น เป็นสัจธรรม ถ้าไล่สัจธรรม ยอดของคนก็คือขยัน แต่ถ้าขยันชั่วก็ได้กรรมชั่วสั่งสมมา ถ้าขยันดีก็ได้กรรมดี วิริยารัมภะ ถอยลงมาอีก อปจยะ คือไม่สะสม สำคัญนะ 9 คือวิริยารัมภะ 8 คืออปจยะ คนไม่สะสมนี้สุดยอด อย่างอาตมานี้ไม่สะสม แต่มันซับซ้อนดูเหมือนมี อาตมามีทั้งกองทัพธรรมนะ เป็นความซับซ้อนที่พูดยากเป็นสัจจะ เป็นคนไม่สะสม เป็นคนที่มีอาการ อาการของอาตมาบางคนก็เลื่อมใสบางคนก็ไม่เลื่อมใส แล้วแต่ปัญญาของใครจะตัดสินเองพิพากษาเอง คุณตัดสินเลือกแล้ว พิพากษาแล้วเอาก็เอา อาตมาไปบังคับไม่ได้ อยู่ที่ปฏิภาณปัญญาของคุณ ว่าอาตมามีสิ่งดีที่ควรจะต้องมาเอาด้วย จะมาเอาเท่าไหร่มามอบตนให้เท่าไหร่ มอบตนให้อย่างมาก อย่างกลาง อย่างนิดหน่อย หรือไม่มอบตนเลยก็ได้เป็นสิทธิเต็มที่ เป็นอิสระเสรีภาพสูงสุด อาตมาก็มีปาสาทิกะ อย่างแสดงออกท่าทีลีลา สุ้มเสียงสำเนียง ยอมรับว่าอาตมาพูดแรง ภาษาคำพูดก็แรง มายุคนี้อาตมามั่นใจว่าใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาละ แรงขนาดนี้ยังชำแรกหนังหนาได้เท่านี้เองเลย ไม่ง่าย ยุคหนังหนาขนาดไหน ถึงต้องใช้แรงขนาดนี้เพราะมันอลัชชีจริงๆ อาการของอาตมาขนาดนี้ จากอาการที่น่าเลื่อมใสลดลงมาอีกคือธูตะ ที่ไปหลงธุดงค์บ้าบอแท้จริงคือธูตะคือศีลเคร่ง แท้จริง มันสบายแล้วเป็นปกติสามัญประจำตัวเรา เป็นตถตา ไม่ฆ่าสัตว์เอง รู้ตัวไม่รู้ตัวมันก็ไม่ฆ่า ไม่เอาของคนอื่นรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ไม่เอาของคนอื่น สัมผัสรส ตาหูจมูกลิ้นกาย มันไม่ลิ้มเล็ม ก็จะเป็นกลางๆธรรมดาทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้แต่วาจาก็ไม่ทำทุจริตในวาจาเลย เป็นปกติไม่โกหกเป็นปกติ ไม่ส่อเสียด ไม่พูดเพื่อให้คนอื่นตีกัน อาตมาก็ปรามสื่อสารมวลชน ที่สัมภาษณ์คนนั้นคนนี้มาเปิดเผย คนนั้นทีคนนี้ที มันก็ตีกันสิ ก็ต้องพยายามกลั่นกรองให้ดีในการสื่อสาร มันเป็นวิบากบาปของคนทำให้คนทะเลาะกัน อาตมาพูดแรงอย่างนี้คนไม่มาทะเลาะกันน่ะ อาตมาว่าคนนี้คนนี้ เขาจะไม่ไปทะเลาะกันหรอก เพราะเขาจะมาทะเลาะกับอาตมา เพราะอาตมาไม่ได้ไปเสี้ยมให้คนทะเลาะกัน เป็นการทำงานสำคัญที่ไม่ให้เกิดสงคราม อาตมาไม่ได้เสี้ยมให้คนทะเลาะกันตีกัน อย่างเก่งคุณก็ชกกับอาตมาทะเลาะกับอาตมา คุณไม่ชอบใจก็ไม่ชอบใจ แล้วคุณไม่ชอบใจอาจจะไม่ชอบอย่างนั้น คุณก็ไม่ไปฆ่าเขาล่ะ อาตมาไม่ได้ให้น้ำหนักถึงคุณไปทำร้ายเขา อาตมามีแต่ว่า อย่าไปสนับสนุนส่งเสริม อย่าไปร่วมมือก็จบ เป็นการประมาณ มัตตัญญุตา สร้างกริยา กาย วาจา ใจ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ขนาดนี้ต้องประมาณให้ดีต้องมีสังกัปปะ 7 อย่างสำคัญ มีสัปปุริสธรรม 7 ประการ มีมหาปเทส 4 ใช้หมดเลยอาวุธพระพุทธเจ้าอาตมาเอามาใช้หมด เท่าที่อาตมารู้ เอาธรรมาวุธของพระพุทธเจ้ามาใช้ประกอบการทำงาน ในทุกขณะ

ตอนนี้ อีก 4 นาที ก็ขอส่งสัญญาณไป ว่าตอนนี้มันกำลังถึงวาระเวลา ต้องรีบเคลียร์พื้นที่จัดการ อะไรต่ออะไรเสียสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต่างๆ ทำให้ดี ไม่ว่าจะ ผบ.ตร. จัดการเรื่องราวให้ดีๆ เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้ตัดสินทำงานกับกรณี หรือเรื่องราวที่มันเป็นที่สนใจของประชาชน มันเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่มันทำไมมันเรื่องขี้ผง 1.เรื่องการขี้โกง 2. เรื่องหวย เป็นเรื่องชั่วๆด้วยซ้ำไป แต่มันก็สำคัญสำหรับสังคม มันเป็นที่สนใจ สังคมที่เขาสนใจต่อเรื่องราวชั่วดี ถ้าเราพูดเรื่องชั่วเรื่องดีสังคมก็ไม่สนใจเลยก็เหมือนไม่พูดเลย ใครก็ไม่สนใจ มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่เรื่องนี้เขาสนใจกันนะ ทำให้ดีแล้วคุณก็พลอยได้คะแนนไปด้วย ถ้าหากทำไม่ดีคุณก็พลอยเสียคะแนนไปด้วย เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นการหาเสียงเป็นการทำงาน คุณไม่ต้องหาเสียงแต่คุณอภิบาลคุณช่วยเหลือ คุณเลี้ยงดู คุณทำงาน ช่วยคนอื่น ทำให้ดีๆเท่านั้นแหละ คุณจะได้อธิปไตย คุณจะได้พลังงานประชาชนจะให้คุณเอง อธิปไตยคือแรงที่คุณจะได้จากมวลประชาชน เรียกว่าธรรมาธิปไตย อธิปไตยที่คุณจะได้ คุณไม่ใช่คนไปสร้าง ไปเบ่งข่มเอา มันเป็นพลังงานปลอมแรงปลอม แรงที่เป็นอธิปไตยเป็นพลังงานจริงนั้นประชาชนเขาจะให้ มันเป็นนามธรรมเขาเชื่อมือ เขานับถือจริงๆ ซื่อสัตย์จริงๆ ช่วยเหลือมนุษย์จริงๆ เสียสละจริงๆเลย คุณจะได้จากกรรมทั้งนั้น ขอให้ทำให้บริบูรณ์สมบูรณ์ คุณจะได้อธิปไตย ไม่ใช่คนไปจ้างไปซื้อ ไปข่มขู่ แสดงอำนาจบาตรใหญ่ แต่คุณรับใช้เขา คุณจะได้คุณรับใช้ให้จริงใจให้ดีๆให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างสุจริตจริง ซื่อสัตย์จริง ฉลาดจริง ตัดสินดีจริง แล้วคุณจะได้จากประชาชน เขาทุ่มเทให้ สรุปแล้วคุณจะได้อธิปไตย คุณจะได้อำนาจ คุณจะได้แรง ไม่ใช่ไปข่มเอาซื้อเอาโกงเอา ไม่ใช่ แต่คุณทำงานคุณอภิบาล คุณช่วยเหลือรับใช้ผู้อื่น เลี้ยงดูให้คนอื่นเจริญงอกงาม แล้วคุณจะได้แรงจะได้อธิปไตย ไม่ได้เกิดจากอำนาจโลกีย์ เกิดจากกรรมแท้ๆ คุณทำให้บริสุทธิ์สะอาดรับใช้เต็มที่แล้วคุณจะได้ เอวัง

610301_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน