สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อธิปไตยกับอภิบาล.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อธิปไตยกับอภิบาล มาเข้าสู่เรื่องของที่อาตมาเจตนาพูดคือ คำว่าอธิปไตยกับอภิบาล อธิปไตยนั้นเกิดไม่ได้ในคนใดๆก็แล้วแต่โดยตนเองสร้าง ในลัทธิประชาธิปไตยมันจะเกิดได้กับตัวเองอภิบาลประชาชน ทำงานกับประชาชน อาตมาทำงานกับประชาชน โดยไม่มียศไม่มีตำแหน่งไม่มีหน้าที่ที่ทางรัฐบาลตั้ง หรือเขารับรองด้วยซ้ำ อาตมาจะว่า คือคนแส่ หรือเสือกมาภิบาลประชาชน เสือกอภิบาลมนุษยชาติ เพราะมีมนุษยชาติให้อภิบาลให้ดูแลให้เลี้ยงดูรักษา ให้ปกครองให้พาทำ อย่างพวกคุณ เรียกว่าอภิบาลโดยธรรมเรียกธรรมาภิบาล อาตมาจึงเกิดได้อธิปไตยจากพวกคุณ พวกคุณก็ยก อธิปไตยให้อาตมา อาตมาอภิบาล ด้วยธรรมาธิปไตย หากอาตมาอภิบาลไม่เป็นธรรม คนก็ไม่ให้อธิปไตยที่เป็นธรรมาธิปไตยแก่อาตมา อธิปไตยจะเกิดไม่ได้เลยถ้าคนบริหารคนอภิบาลไม่เป็นธรรมาภิบาล ไม่ปกครองไม่เลี้ยงดูไม่รักษาไม่พยายามทำงานกับประชาชนให้เป็นธรรม อธิปไตยโดยเฉพาะธรรมาธิปไตยนั้นไม่เกิด อย่างไรก็ไม่เกิด ฟังเข้าใจชัดดีไหม นักรัฐศาสตร์ควรศึกษาอันนี้ให้ชัดเจน เป็นของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น อาตมาได้มานี้เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า ไม่ได้เรียนมาจากมหาวิทยาลัยไหนๆ อธิบายเป็นเนื้อหาที่คิดว่า ได้เนื้อหาสาระมากกว่าที่เขาเข้าใจกันทางรัฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ทางโลกเขา อาตมาไม่เก่งตามที่เขาเรียนกันและใช้การปฏิบัติ คิดกันมา แต่เก่งอย่างนี้อย่างโลกุตระ อย่างของพระพุทธเจ้าทำ เศรษฐกิจก็เป็นแบบโลกุตระ ทุกวันนี้อาตมาพาพวกเราปฏิบัติตามที่อาตมารู้ ที่ว่าศาสตร์อะไรที่ควรได้ควรเป็น ก็เอามาให้พวกเราฟัง พวกเราเห็นดีด้วยก็มาปฏิบัติจนได้ลงตัว จนสำเร็จจนเป็นผลได้ ก็เลยมีเศรษฐกิจตามศาสตร์ของพระพุทธเจ้า พวกเราก็มีเศรษฐกิจแบบนี้อยู่ในโลก ไม่เป็นภาระของประเทศ ช่วยประเทศด้วย พวก

อ่านต่อ

เรานี้มีเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจช่วยประเทศ พวกเราไม่ได้เป็นตัวถ่วง ไม่ได้เป็นตัวผลาญแย่ง เป็นประชากรที่มีเศรษฐกิจของตัวเองไม่แย่งกับสังคม มีแต่เป็นตัวสามารถเป็นประโยชน์ มี หิตประโยชน์ พหุชนหิตายะ ตามพระพุทธเจ้าสอน และเป็นจริงตามที่รัฐบาลหรือผู้บริหารต้องการด้วย สรุปแล้วอาตมามาทำงานแล้วอาตมาทำงานสำเร็จก่อนรัฐบาล เอ๊... ไปอุ๊บเอาความดีใส่ตัวเองมากไปไหม แล้วเขาอยู่เย็นเป็นสุขอย่างนี้ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ แต่นี่อยู่อย่างพี่อย่างน้อง ยิ่งกว่ายุคสุโขทัย จะบอกว่ายิ่งกว่ายุคสุโขทัยก็ได้ สำเร็จ โดยอาตมาเป็นพ่อเมือง เป็นพ่อขุนราม จริง พ่อขุนรามนี้ใครเดือดร้อนก็ไปเคาะระฆัง อาตมาเดี๋ยวคนนี้ก็มาเดี๋ยวคนนั้นก็มา นี่ก็เขียนมาจัง มาเคาะระฆัง อาตมา พูดไปก็เหมือนคุยตัว ตนเองพูดไปก็เหนียมตัวเองเหมือนกัน เอาแต่เรื่องดีๆมาพูดว่าตัวเองมีอะไรดีทำอะไรไม่ดี น่าหมั่นไส้ น่าอาเจียนระเบิด คนที่รับไม่ได้ก็จะรู้สึกอย่างนั้น แปลเป็นไทยว่ารากแตก (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ท่านถ่องแท้ท้วงว่า อาตมาพูดได้ก็อย่างจุลภาค คำว่าจุลแปลว่าลึกแปลว่ายอด เขาก็แปลว่าเล็ก ถ้าจะเล็กก็ละเอียดสุขุม จุลภาค ยอด ลึก ถ้าขั้นสูงก็ยอด ถ้าลงต่ำก็ลึก จุล นี้ครบ ถ้าจะนับอะไรก็ตาม ถ้าจะนับเนื้อละเอียดสุขุม จุล ถ้าจะแปลหลวมๆว่าส่วนน้อย อย่างท่านถ่องแท้หมายว่าอาตมาทำได้ส่วนน้อยของประเทศ ไม่ผิด แต่มันเนื้อแท้ มันยอด มันลึกละอียด เนื้อเนียนสวย สภาวะเป็นเช่นนั้น จึงเป็นจุลภาคที่เป็นตัวอย่าง ที่เขาน่าจะมีดวงตาเห็นว่า สังคมศิวิไลซ์เป็นอย่างนี้เองหรือ เขาน่าจะสะดุดตาสะดุดใจ ก็ไม่รู้ว่าเขาสะดุดตาสะดุดใจหรือเปล่าผู้บริหาร หรือแม้แต่คนทั่วไป แม้แต่นักวิชาการ เขาจะสะดุดตาสะดุดใจหรือเปล่า คนชนิดนี้อยู่ในสังคม ถ้าประเทศชาติมีคนอย่างชาวอโศกนี้ มีปริมาณมาก มีทั่วไป ถ้ารัฐบาลเห็นและรู้ว่าทำอย่างนี้ ให้ประชาชนเป็นแบบนี้ แต่ละหมู่บ้านๆๆ ในประเทศไทยนี้มี 80,000 กว่าหมู่บ้าน เป็นแบบนี้ เป็นไง เงียบเลยหรือ? เป็นมหภาคเลย จะเป็นยังไงประเทศจะเป็นยังไง เยี่ยมเลย จุลภาคเลย จุล แปลว่าเยี่ยมยอด สมณะถ่องแท้บอก…. พ่อครูว่า(ตาม)...อาจารย์ยักษ์ไปเยี่ยมที่ศีรษะอโศกก็บอกว่าชาวอโศกเอาศาสตร์พระราชามาทำได้อย่างชัดเจนที่สุด อาจารย์ยักษ์มีดวงตาเห็นเข้าใจ ที่จริงเราก็ไม่ได้ทำอย่างที่อวดอ้างอยากโชว์ แต่มันควรจะต้องรู้โดยเฉพาะเป็นนักบริหารเป็นนักอภิบาลบ้านเมือง น่าจะรู้จะเห็นจะเข้าใจ ว่าเอออย่างนี้ มันเข้าท่าและเข้าตา สำนวนไทยว่าเข้าตา ตรงเป๊ะเลย น่าจะรู้น่าจะเห็น ประเทศไทยอาภัพมาก อาตมานำความเป็นโลกุตระ ความเป็นโลกุตระเป็นอาริยะมารื้อฟื้นมาประกาศอธิบายมาสาธยาย มายืนยัน แต่เสร็จแล้วอาภัพ เพราะว่ากระแสหลักของศาสนาพุทธ กลับมองไม่ออก กลับหาว่าอาตมามาทำลาย มาบิดเบือนพุทธธรรมของพระพุทธเจ้า มหาเถรสมาคมและกระแสหลักเขามีอำนาจทางสังคม ต้นทุนทางสังคมชัดเจนประกาศว่าจะมาไม่ใช่ เขาก็ต้องเชื่อเพราะว่าเขาไม่มีความรู้เท่ามหาเถรสมาคม ไม่มีความเชื่อว่าศาสนาพุทธจะเป็นอย่างไรไม่มีความรู้ เขาก็ต้องเชื่อมหาเถรสมาคมเป็นหลัก มันเป็นความอาภัพอย่างนี้ ถ้าหากคณะรัฐบาล หรือนักวิชาการผู้รู้ที่แท้จริง แทนที่จะมา anti มาต้าน แต่กลับบอกว่าช่วยส่งเสริมสนับสนุนเผยแพร่ไป ให้ดำเนินไปได้ ด้วยดีให้ได้เร็วให้ได้กว้างขวาง แต่มันไม่ใช่มันไม่เป็นก็เลยอาภัพอย่างนี้ อาตมาที่พูดนี้ไม่ได้ท้อไม่ได้ต่อว่า แต่พูดเอาสัจจะ ความจริงเป็นปรากฏการณ์จริงมาพูด คำว่าข่าวจริง นี้ สปริงนิวส์เขาใช้เป็นม็อตโต้ นี่เป็นเรื่องปรากฏการณ์จริง ที่น่าแสดงน่าบอก ไม่มีจิตสาเฐยจิตอะไร ไม่ได้อยากอวดอะไร แต่เอาความจริงมายืนยัน อาตมาพูดจริงใจไม่ได้เล่นลิ้น พูดตามความจริงจากใจ เอามายืนยันเอามาประกาศ ย้ำให้เห็นให้รู้ว่าอย่างนี้ดีและควร อย่างนี้ประเสริฐ ย้ำอย่างนั้นจริงๆ อาตมาว่าถ้าอาตมาอายุยาวยืนไปถึง 100 120 130 140 ขึ้นมาจริงๆ อาตมาจะได้อธิปไตย จะได้สิ่งที่เป็นใหญ่ จะได้สิ่งที่เป็นอำนาจ เป็นสิ่งที่เรียกว่าพลังงานส่วนที่จะมาประเดประดังมาให้ เขาจะเอามาให้ ไม่ใช่แต่ในประเทศไทย ถ้าหากอาตมาอายุยืนถึงร้อยกว่าปี ทำงานต่อเนื่องไป คนจะมีดวงตา เขาจะเห็นจะเข้าใจ ว่าอย่างโพธิรักษ์พาทำนี้หรืออย่างนี้โลกเขาต้องการ อาตมากล้าพูดอย่างนี้ โลกเขาต้องการไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยเขาก็ต้องการ มันไม่ได้เป็นอย่างหลงตัวเองเหมือนอย่างสหรัฐ หรือว่าอย่าง เกาหลีเหนือ แม้แต่จีน รัสเซีย ยุโรป ส่วนอิสลามเขาเป็นตัวเอง อิสลามเขาแน่นในความเป็นศาสนา แน่นแข็ง ไม่เปลี่ยนแปลงง่าย เขามีศรัทธาสูง แล้วเขาก็พยายามที่จะสืบสานมาถึงทุกวันนี้ยังแข็งแรง เขาไปรอด คริสต์กับพุทธ ตีลังกาเละเทะไปเรื่อย ถ้าเผื่อว่าสัจธรรมมันถึงความจริง มันจะแข็งแรง มันจะแน่น มันอยู่คงทน มันจะเป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง(ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มีคุณภาพคุณสมบัติแบบนั้น มันจะเที่ยงแท้ยาวนาน ยั่งยืน ไปได้ตลอด ตลอดไปเลยเรียกว่า สัสตัง นิรันดร นิรันดร์กาล จะไม่เปลี่ยนแปลง คงทนไปได้ อวิปริณามธัมมัง แล้วจะไม่มีอะไรตีแตกได้ง่ายๆ อสังหิรังไม่เหลาะแหละไม่กลับกำเริบ ไม่กลับไปกลับมา ไม่เป็น มันจะครองสภาพสมสภาพ คงที่เที่ยงอย่างนี้ไปนาน รักษาสภาพไว้ได้นาน เพราะฉะนั้นอาตมาจึงยังไม่อยากตายง่ายๆ เพื่อที่จะทำความควบแน่นของสิ่งที่เราได้ ได้แล้วหยั่งลง จนอาตมาประกาศว่าประเทศไทยคือชมพูทวีป ชมพูทวีปหมายความว่า คนที่มีคุณลักษณะของพระพุทธเจ้า เป็นเนื้อแท้ของ DNA ของพระพุทธเจ้า มีจำนวนมาก มีความควบแน่น อย่างสำคัญ เพราะฉะนั้นในประเทศไทยพวกเราก็ทำลงไปแล้ว ในอินเดียไม่เหลือแล้ว เป็นชมพูทวีปไม่ได้ ไม่เหลือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธประเทศไทยเอากลับไปประกาศเผยแพร่ในอินเดียใหม่ มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ มันเป็นศาสนาปลอม เอาไปใส่คืน จริงๆแล้ว อินเดียเขาไม่รับเลย คนอินเดียเขาไม่ได้เคยแยแสศาสนาพุทธที่เมืองไทยเอาไปไว้ที่อินเดีย เขาไม่แยแส ประเด็นเดียวง่ายๆ ก็ว่า พระที่ไปที่นั่นไปกินเนื้อสัตว์ อินเดียเขาก็ไม่รับแล้ว เพราะเขารู้ว่าศาสนาพุทธไม่กินเนื้อสัตว์ คนอินเดียเขารู้ คนอินเดียนี่เขารู้ พระศาสนาพุทธไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะฉะนั้นพระเมืองไทยไปสร้างวัดวาไปสร้างเวียงวังในอินเดีย มีเงินก็ไปซื้อที่ มีเงินก็เอาคนไปอยู่ ไปสถาปนาลงไป พวกชาวบ้านชาวช่องเขา ไปถามเลย มีคนอินเดียเข้าไปในวัดพุทธไหม ไม่มี แม้แต่ชาวอินเดียที่เขาเป็นพุทธ ที่มีพวกนับถือศาสนาพุทธ ตั้งแต่เอ็มเบดการ์ แต่เอ็มเบดการ์เขาเป็นจัณฑาล คนก็เลยไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ ทั้งๆที่มีคนอินเดียเป็นพุทธ ก็มาประกาศตนเป็นพุทธตามเอ็มเบดการ์ก็ตาม พอสมควร แต่คนอินเดียเหล่านั้น ที่มีพระชาวไทยไปสร้างวัดป่าเขาก็ไม่เห็นตื่นเต้นอะไร เชื่อไหมว่า ถ้าชาวอโศกไปสร้างจะได้รับความยอมรับมากกว่า แต่เรา เอาเถอะ อยู่ในประเทศไทยก็เหลือหนักแล้ว ที่พูดนี้อธิบายให้มันพิสดารไปจากการขยายความเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าจะไปทำหรอก ไม่ได้คิดจะทำ ในประเทศไทยนี้ก็ทำเถอะ หนักพอแล้ว

610301_ธรรมะมาฆบูชา พุทธาภิเษกฯ ปฐมอโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน