สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจและ GDP โลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจและ GDP โลกุตระ มาพูดถึงเศรษฐกิจบ้าง เศรษฐกิจของศาสนาพุทธจะเป็นอย่างไร ถ้ามันถูกต้องตามธรรมพระพุทธเจ้า เศรษฐกิจศาสนาพุทธจะเป็นเหมือนในหลวงเรากล่าวว่า มาเป็นคนจนทำแบบคนจน มาเป็นคนจนที่มีประสิทธิภาพ เป็นคนจนที่เป็นประโยชน์ของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อต่างประเทศด้วย ถ้าจะเรียกโดยศัพท์ว่ามี GDP เป็นอีกชนิดหนึ่ง เป็น GDP โลกุตระ หมายความว่า เป็นรายได้องค์รวมของกลุ่มนี้ เรียกว่า Domestic มีวิธีการทำ Product สร้างสรรอย่างชาวอโศก มีรายได้มวลรวมมีผลผลิตมวลรวมของกลุ่มชาวอโศก domestic ชาวอโศก มีวิธีการ มี products มีการจัดการทำได้เสร็จ แล้วเป็นอย่างไร ตัวเองพอกินพอใช้ ผลิตมาเลี้ยงตนได้ ไม่ขาดแคลนพึ่งพาตนเองก็ได้ ไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร แถมเหลือมีผลผลิตเกินแรงงาน ถ้าจะว่าแล้วความรู้เกินด้วย เอาไปเผื่อแผ่แก่คนอื่น นี่คือเศรษฐกิจที่ประสบผลสำเร็จ เพราะฉะนั้นถ้าขยายประเทศไทย ถ้าประเทศไทยมีเศรษฐกิจโลกุตระอย่างชาวอโศก ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พออยู่พอกินตามในหลวงตรัส และเป็นการเจริญที่ไม่มีใครเหมือน มีการสร้างสรรเหลือ เกิน แล้วเผื่อแผ่ไปต่างประเทศ ขายก็ขายให้ถูก หรือแจกคนที่ควรแจกประเทศที่ควรได้ นี่คือเศรษฐกิจเจริญ แต่เศรษฐกิจทุกวันนี้เป็นเศรษฐกิจทุนนิยม ถูกครอบงำทางทฤษฎีทุนนิยม มีผลผลิตเหลือ หรือมีผลผลิตที่ประเทศไทยกินใช้พอแล้ว ก็จะมีคนที่โกยเอาผลผลิต เอาส่วนเกินนี้ไปขายต่างประเทศ ให้เป็นสินค้าออก แล้วไปตั้งราคาให้สูงแข่งกับที่อื่นเขา ไม่อยู่ในระบบไม่ได้อยู่ในสารบบของพระพุทธเจ้าเลย เศรษฐกิจไม่ได้เจริญอะไรเลย เสื่อม เศรษฐกิจคนหน้าเลือด เศรษฐกิจทุนนิยม เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเทศที่ไม่เจริญจริง ถ้าประเทศที่เจริญจริง คุณจะต้องพอกินพอใช้เหลือเผื่อ
อ่านต่อ
มีของกินของใช้มีสิ่งอาศัยให้ประชาชนใช้สอยได้กินได้อยู่ สมบูรณ์ เสร็จแล้วก็มีส่วนเหลือเกิน เป็น export ขายในราคาต่ำกว่าทุน มีนักการทูตไปดูว่าประเทศไหนจะมีสิ่งที่เราจะเผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจานจำแนกให้เขาได้ ให้แก่ประชาชนเขานะ เพราะว่าประเทศไทยมีเหลือเฟือ เป็นสินค้าส่งออก ทูตก็ไปอยู่ไปดูว่า จะขายให้เขาอย่างถูก อย่าไปขายแพง มันก็อยู่ในการขายถูก ประเทศเราเหลือแล้วเป็นของส่วนเกินของประเทศ ขายให้ต่ำกว่าราคาทุนก็ได้ ไม่ต้องแข่งกับราคาตลาด ถ้าประเทศไทยมีพฤติกรรมอย่างนี้เป็นเศรษฐกิจเจริญ ตามภูมิอาตมา คือรัฐศาสตร์เจริญ ไม่เหมือนที่เขาเรียนกันมา หากทำสังคมให้เป็นคนจนมหัศจรรย์คนจนประเสริฐไม่ได้ คนจนที่สร้างสรรสิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่ไร้สาระไม่ควรสร้างไม่ควรเสียแรงงานไม่ควรเสียเวลาไม่ควรทำและยิ่งถ้าเป็นเรื่องอบายมุขประโลมโลกไม่ทำ แต่ต้องสร้างสิ่งที่เป็นสาระเป็นสิ่งที่ไร้พิษไร้ความมอมเมา ก็สร้าง เสร็จแล้วก็มีสินค้ามีผลผลิต กินใช้พอ แล้วก็เผื่อแผ่ให้แก่ประเทศอื่นเขา นั่นแหละคือประเทศที่เจริญสูงสุด นี่คือความรู้ของพระพุทธเจ้า เศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าเป็นแบบนี้ ประเทศไทยมีคนจำนวนหนึ่งคือชาวอโศกเราประพฤติอย่างนี้ทำอย่างนี้ จะได้น้อยได้มากก็ตาม ก็ทำจริงอยู่ในโลกนี้ เพราะฉะนั้นเราก็มีผลผลิตมีแรงงานมีความรู้ทำผลิตอยู่ทุกวันนี้ เราก็กินใช้พอ สะพัดออกไปสู่ข้างนอก แล้วก็ชาวอโศกนี้เสียนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง สร้างแล้วไม่ค่อยสะพัด แค่ปลูกแล้วให้ไปเก็บก็ยังไม่ค่อยเก็บ เก็บแล้วเอาไปเผื่อแผ่จำแนกแจกจ่าย อาตมาสร้างอาคารเป็นตลาดขึ้นมาจะให้ไปเปิดให้ไปขายเผื่อแผ่ มาขายไม่หมดก็แจก ทุกวันนี้ชาวอโศกทำได้สำเร็จพอกินพอใช้ ดำเนินตามพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินตามพระพุทธเจ้าสำเร็จ สรุปแล้วชาวอโศกแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้สำเร็จ อยากให้ดร.สมคิดได้ยิน หมู่บ้านนี้ชุมชนนี้ชาวอโศก สังคมใดที่เป็นสังคมหนึ่ง ข้อที่ 1. ไม่เป็นหนี้ 2. มีผลผลิต สร้างผลผลิตขึ้นมาพอกินพอใช้ 3. เหลือมีส่วนเหลือส่วนเกิน 4. แจกจ่าย จำแนกแจกจ่ายเผื่อแผ่คนอื่นไป อย่างไม่ได้เจตนาจะไปค้าขายเอาเปรียบเอารัดอะไรเอาเงินเอาทองอะไร เป็นแต่เพียงเพื่อจำแนกแจกจ่ายให้ถึงมือคนอื่นบ้าง จะเอาแต่ให้อย่างเดียวมันก็รู้สึกว่าคนอยู่ใกล้คนตะกละก็เอาไปเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ขายบ้าง อย่างพอควรตามหลักเกณฑ์ของเรา ขายต่ำกว่าราคาตลาด ขายเท่าทุน ขายต่ำกว่าทุน จนสุดท้ายก็แจกฟรี สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้พูดเปล่า ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น นี่เราทำอย่างไรเราก็พูดอย่างนั้น ไม่ได้พูดเพ้อเจ้อไม่ได้พูดปากเปล่า เราทำจริงก็พูดอย่างที่ทำ เราประพฤติตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนท่านตรัสทุกอย่าง และก็เป็นไปได้ดีเป็นไปได้จริง วาระนี้อาตมาก็ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคนด้วยความจริงใจ ขอบคุณที่พวกเรามีปัญญาเข้าใจว่าความรู้อย่างนี้มันน่ามีความรู้ แล้วพวกเราก็เข้ามาศึกษา มาประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ จนได้จริงเป็นจริง เกิดพฤติกรรมสังคม ต่างคนต่างก็เข้าใจและก็ทำ จนชีวิตก็เอามา มีชีวิตแบบนี้ แนวทางอย่างนี้แหละ อย่างที่เป็น ซึ่งมันเป็นโลกุตรธรรม เป็นอาริยะที่แท้จริง อาริยชนอาริยบุคคลที่แท้จริง ตามความหมายพระพุทธเจ้าตรัส มันไม่ใช่ปุถุชน ทุนนิยมเป็นปุถุชนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่บุญนิยมไม่ใช่อย่างทุนนิยมหรอก เราก็นำเสนอและอธิบาย และก็พยายามชักชวนกันเผยแพร่กันอยู่ ถ้าทำความเข้าใจให้ได้มาทำ ให้ได้มาประพฤติมาเป็นแบบนี้ ที่อาตมาเองเอารายได้เอาส่วนเกิน ไปสร้าง ภูเขา น้ำตก สร้างลำธาร สร้าง Landscape ที่มีอะไรตกแต่งประดับประดา ที่จริงไม่ได้ประดับแบบโลก แต่สร้างอย่างให้เป็นธรรมชาติ แนวคิดของอาตมาไม่ได้ไปแข่งกับโลก ทำอย่างเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีน้ำ มีลม มีต้นไม้ มีดิน มีหิน มีอะไรต่างๆนานา ตามธรรมชาติเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ได้ไปสร้างอย่างโลกเขาเลย คิดถึงความหรูหรา ออกแบบวิจิตรประหลาด อาตมาก็ออกแบบรูปธรรมแบบธรรมชาติ ซึ่งถ้าเข้าใจลึกๆ เข้าใจรายละเอียดแล้วมันไม่เหมือนแบบของโลกที่เขาเป็นกัน ที่เขาแข่งกัน เราไม่ไปแข่งกับโลก เราจึงไม่มีศัตรูอะไร แม้แต่ที่เราทำ เขาก็หาว่าบ้าบอ ทำไปเปลืองเปล่า เขาก็ว่าอย่างนั้น ถ้าถิ่นใดก็แล้วแต่ ครบดินน้ำไฟลมสะพัดหมุนเวียนที่ดี ก็เป็นสถานที่บริบูรณ์สมบูรณ์ อาตมาเริ่มต้นสร้างชุมชนแรกขึ้นที่นี่ ปฐมอโศก อาตมาก็พาสร้างภูเขา สร้างลำธาร ปลูกต้นไม้ สร้างบรรยากาศขึ้นมา จนเกิดปฐมอโศก ที่ไหนๆก็เหมือนกัน แม้แต่ในกรุงเทพอาตมาก็สร้างลำธาร สร้างภูเขา สร้างน้ำตก ในที่แคบๆอย่างนั้น ปลูกต้นหมากรากไม้จนกระทั่งทุกวันนี้คนแถวๆนั้น ที่ไม่เคยเดินเข้าไปในนั้น เผลอเดินเข้าไปก็บอกว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ ทั้งที่บ้านอยู่ข้างๆนั่นเอง มีด้วยหรือไม่เคยเข้ามา หลายคนนะอุทานอย่างนี้ เขาไม่เคยเข้าไป เป็นอย่างนั้นจริงๆ และก็ไม่รู้สึกว่ามันเสียหาย กลับรู้สึกว่าดีด้วยซ้ำไป ที่ไหนเขาก็รู้สึกว่าดีทั้งนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ ถ้าจะบอกว่าค่านิยม คนมาสัมผัสแล้วก็คิดอย่างนี้ควรจะทำแบบนี้ทั้งนั้น แต่เราคิดอย่างนี้เราทำอย่างนี้ขึ้นมา คนเขามาสัมผัสก็บอกว่า คิดทำได้ยังไง ที่จริงไม่น่าจะคิดยาก ไม่น่าจะลึกลับอะไร น่าจะรู้ว่าทำอย่างนี้ดี ถ้าคนมีแนวคิดที่ดีจะไม่ไปสร้างอย่างธรรมกาย มีลูกโลกมโหฬาร สร้างอาคารใหญ่โตพิลึกพิสดาร แนวคิดของโลกจะไปอย่างนั้นเป็นแบบนั้น มันไม่มีความคิดมาทางด้านที่ควรจะเป็น อาตมาว่างั้นนะ เขาว่าแบบนี้กระจอก อย่างนั้นนะคือไฮโซ ก็ว่ากันไป
610301_ธรรมะมาฆบูชา พุทธาภิเษกฯ ปฐมอโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์