สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ทานและศีลในสัมมาทิฏฐิ 10.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.97 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ทานและศีลในสัมมาทิฏฐิ 10 มาถึงวันนี้อาตมาก็ไม่เสียชาติเกิด มาทำสิ่งที่ดีให้แก่มวลมนุษยชาติ แม้แต่สมณะนี้ก็ตาม รู้สึกตัวไหมว่า ชาตินี้ดีนะไม่เสียชาติเกิด รู้สึกอย่างนั้นบ้างไหม จริงหรือเปล่า ที่พูดไปนี่เข้าใจไหม นี่ไม่ใช่ดูถูกนะ ใช่ไหม เฮ้อ เกิดมาบางคนก็ 40 50 60 อายุ ก็ดีนะเราไม่เสียชาติเกิด เรามาได้สิ่งที่ควรได้ในการเกิดมาเป็นมนุษย์ มนุษย์เกิดมาพบพระพุทธศาสนาก็เป็นกุศลอย่างยิ่งแหละ ยิ่งมาได้ศึกษายิ่งมาได้ธรรมะ ได้บรรลุมันก็ยิ่งกว่า โห สุดยอด ที่เกิดมาชาตินี้ไม่เสียชาติเกิดใช่ไหม ไม่โมฆะบุรุษ พวกเราเป็นฆราวาสก็ตาม ฆราวาสในชาวอโศกเป็นอาริยบุคคลเยอะ ไม่น้อย ไปศึกษากันให้ดีๆ ตั้งแต่คุณสมบัติระดับโสดาบัน สกิทาคามี แต่ตอนนี้เราก็พยายามช่วยกันที่จะขยายความให้เข้าใจว่าโสดาบัน มีคุณลักษณะอย่างไร มีทางนอกทางในตั้งแต่รูปธรรมภายนอก จนกระทั่งถึงญาณปัญญา ที่เป็นลักษณะของโสดาบันเป็นอย่างไร พยายามศึกษาติดตามดูให้ดีๆ อาตมาไม่สามารถที่จะระบุให้ว่าคนนี้เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อรหันต์ ได้หรอก มันไม่ดีหลายประการ ให้พวกเราศึกษากันเอง การรู้ตัวเองนี่แหละเป็นเครื่องยืนยันชัดเจน ต้องทำความรู้ให้สัมมาทิฏฐิ ก่อนจะจบ ในอีก 8 นาทีก็เข้าสู่ สัมมาทิฏฐิ 10 อย่างสำคัญ เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา)

1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ ทินนัง) 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมา

อ่านต่อ

ยถึง โลกโลกุตระ 7. มารดา มี (อัตถิ มาตา) 8. บิดา มี (อัตถิ ปิตา) 9. สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) 10. สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 257) พ่อครูว่า... ข้อที่ 1 ทาน ผู้ที่อธิบายทานอย่างมีอานิสงส์ เรียกว่าอัตถิทินนัง อธิบายทานอย่างถูกต้อง ทานที่ถูกต้องเรียกว่าอัตถิทินนัง ทานแล้วมีอานิสงส์มีผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร คือทานแล้วละกิเลส ลักษณะคำนี้คำเดียวก็ชี้ชัดเลยว่ามิจฉาทิฏฐิไปเกือบหมดศาสนาพุทธแล้ว เพราะว่าทานแล้วเขาไม่ได้ให้ เขาเอา ทานแล้วเขาเอา โดยใช้พยัญชนะว่าทานได้แล้วได้บุญ ทานแล้วได้กุศล อะไรก็แล้วแต่คือได้ ที่จริงทานแล้วก็คือไม่เอา ทานแล้วไม่ได้ ทานแล้วเอาออก เขาทำไม่ถูกเลย กายเขาเอาออกนะ เอาทรัพย์สินวัตถุให้ไป ปากเขาก็บอก ทานให้ อีกคำคือบริจาค แต่ตัวประธานตัวจิต เป็นการตีตลบกลับ สังกุปปัง การตีกลับ ตีกลับเป็นเอา แล้วสำทับ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือผู้นำทำทาน สอนทาน ก็บอกว่าเอาให้มาก เอามาเป็นวิมานหลอก จะได้บุญกุศลวิมาน สวรรค์ จะได้อะไรก็แล้วแต่มหาศาล นั่นแหละคุณทำทานไม่มีผลไม่มีประโยชน์ ไม่มีอะไรได้อะไรเลยในทาน ทานแต่ได้สิ่งที่ตีกลับ คุณทานแล้วคุณเอาก็ตีกลับ หากเรียกสวรรค์กับนรก ทานแล้วแทนที่จะได้สวรรค์ ได้นรก แล้วก็บอกว่าทานเถอะจะได้สวรรค์ พูดว่าจะได้สวรรค์ แต่จริงๆสัจจะนั้นได้นรก คุณได้กิเลส นี่ทานก็ว่าจะเอา จะได้มากกว่าเก่าในชาตินี้แหละเดี๋ยวก็ได้ ลงทุนไว้ก่อนเหมือนซื้อหวย แต่ส่วนมากถูกหวยกิน หวยคือพระ พระเป็นเจ้าของบริษัทหวย ไปทำทานกับพระวัดไหนก็แล้วแต่เป็นเจ้าของบริษัทหวย กินหมดไม่ถูกรางวัลอะไรเลย ข้อแรกเลยสัมมาทิฏฐิ ที่ทานแล้วก็ไม่มีผลในการลด กิเลสเกิด ข้อ 2 อัตถิยิฏฐัง ก็คือ ศีล เขาก็ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย อาตมาก็ยังรู้สึกไม่เก่งที่จะอธิบายศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญาให้พวกเราเข้าใจ พยายามตั้งหลักอยู่หลายทีก็ยังไม่ค่อยเข้าที งานนี้ก็ตั้งใจอธิบายมันก็ยังไม่เข้าที ไม่เก่งจริงๆ ทวนก็ได้ ตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 เรื่องของสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับข้าวของ คุณก็ต้องปฏิบัติศีลให้เกิดอธิจิต ให้เกิดจิต เกี่ยวกับสัตว์จะต้องเกิดจิตเมตตากรุณา มันเกิดอย่างนั้นจริงๆ เราไม่เป็นพิษภัยต่อสัตว์ทั้งปวง หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงแท้จริง ของ เราก็ไม่คิดจะเอาของของใคร นอกจากเราไม่เอาของเขาแล้ว เราจะต้องเป็นผู้ให้ อทินนาทาน เราไม่เอาของเขา แต่เราเป็นผู้ให้ด้วย ในการทาน ทรัพย์สินเงินทองข้าวของดินน้ำไฟลมอะไรก็แล้วแต่ แม้แต่ให้ความรู้ ให้กายกรรมวจีกรรมที่เป็นประโยชน์ แม้แต่ที่สุดความรู้ก็ให้ ไม่เอาของใคร แล้วก็ให้แก่ใครๆด้วย นี่คือสัจจะที่อาตมาว่า ถ้าเข้าใจแล้วปฏิบัติ ทั้งเข้าใจอย่างชัดเจน ทั้งปฏิบัติอย่างเข้าใจ ได้ผลที่จิต นั่นคือศีล จึงบรรลุศีลคือจิตเป็นปกติ ของในโลก ไม่ใช่สิทธิของเราก็อย่าไปคิดเอา ปัญญาเข้าใจอย่างนี้ จิตเป็นประธานสั่งให้กายวาจาทำจริง จิตมีสมาธิตั้งมั่นแข็งแรง ต้องทำอย่างนี้อย่างปกติ เรียกว่าผู้บรรลุศีล มีชีวิตไม่เอาของใครแล้ว สร้างให้คนอื่น ทาน พวกเราทำสำเร็จ ทั้งกาย วาจา ใจ กายก็ให้ วจีก็ให้ ไม่ได้ขี้เหนียว เกื้อกูลกัน แล้วอย่าให้จนเราไม่มีกินใช้ เราเก็บเอาไว้กินใช้ จริงๆ ไม่ได้หวง สุดท้ายพวกเราเจริญด้วยเศรษฐกิจ แม้ว่าคนนี้สร้างแล้วให้คนอื่น ของเราสร้างคนอื่นมาเอาไป ก็ยังเหลือ เราก็สร้างกันทุกคน ก็แบ่งกันกิน คนนี้จะเอาของเราไปก็เอาไปสิ ถ้าหากสังคมเป็นลักษณะนี้แล้วมันจะไปเดือดร้อนอะไร แหม อาตมาพูดแล้วก็ภูมิใจ เวลาหมดหมดเวลา สำหรับวันนี้ก็ฟังธรรมแล้วก็เอาไปทำ เจริญธรรม

610301_ธรรมะมาฆบูชา พุทธาภิเษกฯ ปฐมอโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน