180000-A สู่บรรพชิตเพศของท่านชาตวโร ตอน1-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2518 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์32 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

[ไม่สามารถถอดข้อความได้] ก้าวใหม่ของชีวิตที่เริ่มเข้าสู่ธรรมได้พบแสงสว่างอันมีอยู่ในหมู่อโศกธรรมะบทแรกที่พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้มอบไว้นั้นคือการที่ได้มาร่วมวงยาตราหรือยาติดคอเทวดาติดถ้ำที่ได้มวลคือได้หน่วยได้เอกภาพขนาดนี้ได้ขนาดนี้มีกี่หน่วยก็ตามอาจจะเกษียณกระแสอยู่ที่อื่นมีแต่เพียงเฉพาะนามธรรมตัวรูป มาอยู่ที่นี่ก็ตามก็นั่นคืออโศกที่เรากำลังพยายามปั้นไม่เร่งเกินไปแต่ไม่อึดอัดแน่นอนเป็นไปตามแรงฤทธิ์ที่เราสามารถจะผลักจะดันจะช่วยให้เดินอย่างสุดสามารถเป็นไปอย่างนั้นจริงๆเราจะทำงานทุกวันทุกเวลาเท่าที่เราสามารถพักให้พออยู่สุขเพียรเท่าที่สามารถทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากไปทำเป็นอยู่ไปจนกว่ามันจะตายมันตายแล้วก็ว่ากันไปพูดจบก็ ไม่จบก็ไม่จบเป็นอีกวาระหนึ่งไม่มีปัญหาสำหรับผู้เข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจก็มีปัญหามันก็เป็นจริงมันก็เรื่องของเรื่องเป็นอย่างนั้นเราก็ขอกำชับผู้อยู่อีกว่าให้พยายามอย่าปล่อยปละละเลยเดี๋ยวผมจะเขียนกระดานเอาไว้ให้อันนึงไปเตือนแล้วก็ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ได้เป็นเครื่องมืออีกอันนึงแต่เพียงกระดานเอาไว้ก่อนจะเขียนก็จะขออ่านให้ฟังอันนี้เกิดไม่เกิดเป็นปัจจุบันก็เป็นปัจจุบัน แล้วก็ได้อย่างสิทธิคำสอนคำนี้หรือว่าประโยคอุปกรณ์อันนี้เอาไว้ใช้นี้คือชาตรีเรียนรู้ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถคำว่าชาตรีผู้ที่มีความสามารถผู้มีศิลปะเอาสมุดมาให้เขียนก็เลยนึกถึงพวกเราทั้งหมดก็ควรจะมีสภาวะธรรมทั้งหมดหรือตัวผมเองทั้งหมดนั่นแหละอันเดียวกันเพราะคุณทุกคนก็คือผมผมก็คือพวกคุณ คิดอันนี้ออกมาโดยรูปก็เกิดก่อนที่สมุดที่ชาตรีเอามาให้เขียนก็เขียนให้ชาตรีไปด้วยผมก็เอาอันนี้มาออกมาด้วยเพื่อที่จะมาให้ทุกคนเอาไว้นะอ่านให้ฟังก่อนจะเขียนว่าที่นี่แหละไม่ต้องจดตามก็ได้หรือจะจดทีหลังหรือจะจดตามไปจดทันก็เอาคือให้

อ่านต่อ

พยายามใช้การประพฤติหรือใช้การเป็นอยู่อย่างนี้อย่าเผลอใจอย่าห่างไกลเมื่อทักษะเกิดจะต้องรู้ให้ทันความเกิดนั้นที่ใจถ้าความไม่สบาย ใจความไม่สบายใจวงเล็บโทรศัพท์มูลนิธิทุกขนาดถ้าความไม่สบายใจอุบัติจะต้องจัดการไม่ให้มีก่อนอื่นไม่ว่ากรณีใดๆแม้ความสบายใจทุกขนาดแม้ความสบายใจอุบาทก็อย่าหลงเมาติดยึดมันเป็นอันขาดรู้ใจว่ามีโลภะมีโท หรือไม่ขณะใดคือเมื่อนั้นผลโมหะผู้ใดรู้ใจว่ามีลมพัดโทสะหรือไม่ขณะใดคือเมื่อนั้นคนโมหะทำใจให้พ้นโทสะพ้นโลภะในขณะรู้รู้เสมอทำใจให้พ้นโทสะพ้นโลภะในขณะรู้รู้เสมอนั่นคือผู้เดินจงรักเข้าสู่นิพพานด้วยทางเอกเส้นเดียวที่สร้างไว้โดยคนที่ชื่อว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดี๋ยวจะเขียนไว้ให้เน้นตรงไหนตรงไหนก็จะเขียนขีดอะไรต่ออะไรไว้ให้อันนี้อ่านถูกฟังอันนี้เหมือนโสร่งเหมือนโสกที่จะเอาไว้ใช้เพื่อที่จะได้เกิดผลในการที่จะประพฤติปฏิบัติเป็นเพียงทำให้ตนเพิ่มระดับผู้ที่จะเดินทางไปจาริกก็เอาใช้ไม่ใช่ว่าใช้เฉพาะผู้อยู่ผู้อยู่ก็จะต้องใช้พูดไปก็จะต้องใช้สรุปวันนี้หรือแกนหรือปริยัติอันนี้นั้นเป็น โลกแห่งอานาปานสติที่ย่อความลงมาได้เป็นภาษาไทยง่ายๆได้เท่านี้โฉลกนี้คือโฉลกก็อานาปานสติเป็นระดับของการจัดสรรธนาคารขึ้นสู่ระดับอรหันต์เป็น slow หรือเป็นระดับของรู้สึกอุปกรณ์นั่นเองเป็นเครื่องมือที่จะใช้ปราบพญาพิจิตรหรือทำงานร่วมกับธนาคารวิจิตรเพื่อสู่ความเป็นอรหันต์ถ้าผู้ใดยังจับใจไม่ถึงใจ ไม่เป็นจับจิตไม่ถูกยังไม่มีสภาพได้ฝึกสติปัฏฐานมาจนรู้จิตในจิตเข้าใจเวทนาในเวทนาแล้วหรือคือผู้นั้นยังรู้ธรรมารมณ์ไม่ชัดไม่รู้อารมณ์ของจิตจิตเป็นอย่างนี้ตัวนี้อย่างนี้แหละสภาวะอย่างนี้แหละคือจิตไม่รู้อ่านไม่ออกผู้นั้นยังไม่ใช่อุปาทิกษัตริย์ยังไม่ใช่พระอนาคามีถ้าผู้ได้จับจิตตัวเองออกขณะใดขณะนั้นเราเป็นอนาคามีแม้ว่าเดี๋ยวนิดเดียวก็ตามก็เป็นอนาคามีน้อยๆเท่าที่นิดๆนั่นแหละจับได้มาจับได้แม่นจับได้นานก็เป็นอนาคต แกเป็นอนาคามีงานจำได้เสมอๆก็เป็นอนาคามีใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นชัดเจนทุกขณะจิตเราไม่เผลอใจเราไม่ห่างใจเรารู้ใจรู้ธรรมารมณ์รู้อารมณ์ของจิตจิตมีอารมณ์อย่างนี้ก็รู้กำลังมีความกระทบแล้วก็รู้ขึ้นมาไหวขึ้นมารู้อย่างนี้จนเกินรู้เหลือเกินและมีเครื่องผสมมีอะไรมีแขกจรเข้ามาผสมแล้วว่าไม่กลายเป็นอำนาจของความเพ่งเพ่งเล็งเป็นอภิชาวิศวะโลภะเกิดขึ้นมาแล้วมีเนื้อหาของโลหะผสมร่วมกันมาแล้วบ้างก็รู้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแหละเรียกว่าธนาคารมีบุคคลหรือโอปปาติกะสัตว์ธนาคารมีบุคคลรู้อย่างนั้นหรือจะรู้ว่ามันเป็นไปในทางอิจฉาไว้จอนและจิตหรืออังอาการถาวรกิจเป็นจิตที่โน้มน้าวออกไปแล้วในส่วนดีเรียกว่าอากาศขาวไว้ก่อนหรือจิตที่เกิดน้องเอนไปในทางที่ชักจะไม่ค่อยดีแล้วเรียกว่าอิจฉาว่าจอเป็นจิตก็ตามอาการอาการขาหรืออิจฉามันเป็นจิตปรารถนาทั้งนั้นในความปรารถนาคิดหรือลักษณะจิตอย่างนั้น ลักษณะของจิตที่ปรารถนาอันนึงปรารถนาแล้วจะไปสู่เป้าหมายออกผลมาเป็นไม่ดีเรียกว่าอิจฉาวจรอันใดที่มีเป้าหมายไปในทางดีออกผลมาจะเป็นดีระหว่างกันขุยยะลากังขาอาการขาไว้จอนจิตมันจะเป็นอย่างนั้นผู้ใดรู้แม้ขณะจิตละเอียดถึงขนาดนี้ก็จะปล่อยให้จิตถ้าจิตเป็นอาการขาไว้ก่อนจะให้มันเกิดเราก็ให้มันเกิดได้เพราะว่าต่อไปมันจะเป็นกุศลมีอนันตาสยามนำคือมีปัญญาคำนวณนำร่องไปนิดว่าเออเป็นไปสู่ดีแล้วก็ทำแต่ ที่พูดได้รู้อยู่เป็นอิจฉาว่าจรจิตรมีอนันตยานำเหมือนกันรู้ว่านี่ออกผลประโยชน์จะเลวหน่อยนะจะร้ายหน่อยนะทั้งๆที่รู้อยู่อย่างนั้นคนนั้นก็คือมีจิตโทสะมูรติทำงานเต็มรูปโดยเจตนาร้ายกาจมากนอกจากมันไม่รู้มันไม่ได้เจตนามันไม่เข้าใจว่าจิตตัวนี้เป็นอิจฉาว่าจรและจิตอาณาจักรไทยไม่ให้ใครอดทนได้อดทนได้เพราะเขายังหลงอยู่เขายังไม่รู้เขาเข้าใจจิตตัวสักสังขารตัวนี้ไม่ได้เขาเข้าใจเนื้อจิตเชื้อจิตที่มันดุนดันผลักดันให้เป็นตัวนี้ไม่ได้เขาอ่าน เขาอ่านไม่ออกว่ามันเป็นอิจฉาประจรหรือเปล่าเขานึกว่ามันเป็นขยะหรืออังคารก็เข้าใจว่ามันเป็นกิจการโรงงานเมื่อผู้ที่ไม่รู้เรียกว่าโมหะหรือยังหลงแล้วจะไปลงโทษคนไม่รู้ลงโทษคนโง่คนยังหลงคนยังไม่เข้าใจเต็มไม่ได้เราลงโทษไม่ได้ลงโทษไม่ได้เราไปลงโทษได้ยังไงถ้าเขารู้เขาย่อมไม่ทำแต่ถ้าเขารู้ทั้งๆที่รู้และทำนี่สิลงเลยตอนนี้ลงโทษทั้งๆที่รู้เนี่ยมันไม่ควรนี่น่ารู้ว่าเลวรู้ว่าอกุศลแล้วยังอุตส่าห์ดันทุรังทำไงมันกวนตีนคนเครียดถ้าตีเครียดใช้ไม่ได้แล้วก็เลิก กรมทัณฑ์วางมือปล่อยเราไม่มีค่าแกงในทางธรรมจะตั้งศาสนาไม่มีค่าแกงปล่อยเขาไปตายเองเพราะว่าไปข้างนอกมีจะฆ่าเขาเองเราไม่ต้องฆ่าเขาหรอกให้มันเป็นบาปเป็นภัยกันจึงเรียกว่าการลงโทษของพระพุทธเจ้าจึงใช้ปล่อยวางเฉยหมดกรมธรรม์สูงสุดเป็นพันพระหรือเป็นการลงทันลงโทษที่สูงที่สุดแล้วสำหรับศาสนาสำหรับพระพุทธเจ้าพระธรรมคือปล่อยวางเฉยไม่เอาธุระกันแล้วสูงสุดเป็นการลงโทษที่บริบูรณ์ไม่มีการร้ายกว่านั้นอย่างมากก็แค่ 4 ปีกรมนี้ก็ไม่ใช่ขวดด้วยไม้ด้วย ศาสนานี้ไม่ได้ตีหัวด้วยไม้ด้วยตีกระแทกแค่กายกรรมกิริยาแค่แกววจีกรรมกริยาแค่นั้นแหละดีแค่นั้นก็เหลือแสบหรือเจ็บหรือปวดถึงขั้นหัวด้วยไม้โหดด้วยไรวะไม่มีพบศาสนานี้เราต้องวางพันทะวางศาสตราวางอาวุธวางหมดแล้วท่อนไม้เท่าไหร่เครื่องที่จะมากระทบตีกันด้วยอะไรเนี่ยพวกนั้นเราตีแล้วถึงขนาดนั้นผู้ที่รู้ได้ก็จะเห็นวัชรปราณีเทพเห็นอาวุธของเขาก็จะเห็นจากปราณีเทพเห็นอาวุธของเขามันโหดเราหัวจะแตกเก็บเสียงเจ็บปวดที่จิตรู้ความเจ็บความปวดจริงเป็น รู้เองสำหรับจิตที่บางเบาสำหรับผู้ที่เป็นโอปปาติกะสัตว์จะรู้จะเข้าใจเองเพราะว่าวัชรปราณีเทพรู้จักกับปราณีเทพนั้นผู้เข้าใจชัดแท้ก็จะรู้ได้ตามบุคลิกฐานหรือชื่อบัญญัติที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้ในพระไตรปิฎกจะรู้จะเข้าใจไม่ใช่บุคลิกฐานตัวลอยเฝ้าลอยฟ้าถือตะบองอะไรมาหรอกเพราะว่าไม่มีโดยทำแล้วเราไม่มีกระบองไม่มีแต่ไม่มีแต่ลุงพุกไม่มีอะไรทั้งนั้นจักรพันธ์เทพถือตะลุมพุกมีหนามอะไรก็ตามแต่ที่บรรยายไว้ในพระไตรปิฎกวัชรปราณีเทพถือกระบองถืออะไรก็ตามแต่ปัจจุบัน ก็เป็นเพียงบุคลาธิษฐานถ้าใครเข้าใจถึงธรรมอธิษฐานได้แล้วก็จะรู้จักหน้าตารูปร่างนิมิตอาการของจักรพันธ์นิเทศหรือวัชรปราณีเทศน์เองอยู่ในสูตรศีลธรรมจะกล่าวอยู่ในส่วนที่ 2 และสูตรอะไรครับผมก็จำไม่ได้ที่ไหนพวกเราก็จะเคยอ่านผ่านกันหรอกถ้าใครอ่านแต่วัชรพล พระพุทธมนต์ตอนที่ 3 พระพุทธเจ้าถามเอาพนักงานนพตอนนั้นให้ตอบถึงเรื่องการหักโคตรนะจิตของพระธรรมนพตอนนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นอุปปาติกะสัตว์ที่เข้าใจและมองเห็นอย่างนี้เขาถูกบีบคั้นมันจะแตก 7 เสี่ยงพระพุทธเจ้าไม่ได้ตีด้วยก็มองแต่พระพุทธเจ้าใช้จักรกับปราณีเทพีท่านตั้งว่าจะกลับปราณีเทพขึ้นมาวัชรปราณีเทพขึ้นมาเพราะเหตุใดมันก็จะตีจริงๆอันนี้เป็นฤทธิ์เป็นเด็กอันนี้เป็นความสามารถผู้ใดสามารถใช้ก็จะใช้ได้ ผู้ใดไม่มีความสามารถใช้ก็ใช้ไม่เป็นไม่ต้องไปใช้ล้อไม้มีดมือไอ้วัตถุอย่างนั้นฟันอย่างนั้นน่ะมันไปสร้างจรวดสร้างอำนาจอย่างวัฒนธรรมโลกมันไม่ใช่ของเก่งอย่างนี้ที่ของเก่งไม่มีใครเห็นว่าเราทารุณที่จริงเราปั้นตะบองที่มีหนามตะลุมพุกที่มีหนามของวัชรปราณีเทพพบหัวของพระธรรมพระพุทธเจ้าทำนะไม่ใช่ผมทำแต่ว่าผมก็พยายามทำผมก็จะพยายามเป็นเหมือนท่านแหละเหมือนพระพุทธเจ้าพยายามใช้อย่างนี้เหมือนกันเพราะผมรู้ผมเข้าใจที่อธิบายให้ฟังนี่ก็อธิบายด้วยว่ารู้มาแล้วนั่นแหละเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านทำจะลงทุกข์ทำให้กับปราณีเทพตีตะลุมพุกที่มีหนามไปถ้ำมานพเนี่ยให้เห็นใครรู้ว่าจักรพันธ์เทพตีหัว มนุษย์ทนไม่ได้ต้องยอมรับมีใครเห็นไม่มีใครเห็นเลยพระพุทธเจ้าไม่ให้ดูใครเลยแล้วก็เป็นจริงด้วยพระพุทธเจ้าไม่ได้ทารุณจากโลกโลกแต่พระพุทธเจ้าต้องการความจริงเท่านั้นเองมีอำนาจใช้อำนาจอะไรอันนึงมีบังคับให้จำยอมจำทนไม่ได้ต้องสู้ต้องบอกต้องกล่าวต้องทำอย่างนั้นตามที่พระพุทธเจ้าท่านสามารถมีผลครับและอำนาจจะไปอำนาจโดยธรรมไม่ได้ทารุณไม่มีใครเห็นว่าทารุณเพราะไม่มีใครรู้ใครเห็นไม่มีใครเข้าใจจึงเรียกว่าเป็นยอดที่เป็นยอดอภิญญายอดความเก่งแต่มีเป็นต้นเพราะเรื่องพวกนี้ที่อธิบายไปสู่กันฟังเราจะเห็นได้ถึงความลึกซึ้ง ความลึกซ้อนเป็นไปด้วยบริสุทธิ์สะอาดสิ่งที่เขาเองไม่รู้ใครอื่นไม่รู้นั้นผู้รู้ย่อมรู้แล้วก็ไม่ใช่การทารุณจนเกินคนทุกอย่างก็เป็นไปอย่างนั้นพระพุทธเจ้าทำก็ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าจะทารุณคนคนนั้นหรือเหตุหวังร้ายแก่คนนั้นก็เปล่าพระพุทธเจ้าทำเพื่อให้ดีขึ้นให้เขารู้สึกตัวให้เขาได้แก้ไขให้เขายอมรับในสิ่งที่ควรยอมรับถ้าไม่ยอมรับในสิ่งที่ควรยอมรับและดื้อด้านไปเรื่อยๆก็ตัวเองนั่นแหละติดยึดติดยึดด้วยตัวเองก็สั่งสมสิ่งที่ไม่ควรสั่งสมกลายเป็นคนที่ดื้อรั้นพยายาม หรือมีการขัดเกลาไม่สิ้นก็ดีสมาธิก็ดีปัญญาก็ดีที่เป็นแกนสั้นๆง่ายๆที่พูดกันมาชัดเจนแม้จะขยายออกไปให้ยาวกว่านั้นเป็นจังหวะที่สูงกว่านั้นโดยการขัดเกลาก็ต้องใช้ศีลใช้กรรมฐานใช้วิปัสสนาให้เกิดสุญญตาตามที่เราได้เรียนกันมาแล้วในชั้นเรียนการสอนไม่ใช่สาเหตุของเราด้วยสิ่งเหล่านี้ The mask ที่สุดจะขยายมาให้มากอย่างสังเวชสูตรขยายจนกระทั่งกล่าวตั้งแต่ศีลปาณาติปาตาเวระมะณีมาเลยเจอตั้ง LINE ไปจนกระทั่งถึงจิตรากเหง้าของตัวโทสระมรกตไม่มีจับจบถึงขนาดในกล่าวยาวถ้าอ่านจริงๆจะยาวที่ผมเอามาที่บ้านผมไม่ได้อ่านให้ฟังหมดเพราะอันไหนที่ซ้ำผมไม่อ่านซ้ำถ้าอ่านตามหลักฐานก็เป็นหลายชั่วโมงจะแยกแยะให้ละเอียดมาถึงอย่างนั้นก็ได้หรือละเอียดยิ่งกว่านั้นอธิบายปานากันอีก 3 ชั่วโมงอาทิตย์หน้าอธิบายอีก 3 ชั่วโมงอธิบายธุรกิจไล่เข้าไปอีกไม่ได้ 3 ชั่วโมงเอากันเป็นร้อยชั่วโมง ก็ได้จะขยายอย่างนั้นก็ได้หลักเกณฑ์ก็คือเรียนรู้จิตให้มันถึงจิตแล้วก็ดูหมู่กลุ่มของสภาวะธรรมแต่ละหมู่กลุ่มขนาดไหนเรียกว่าโตขนาดไหนเรียกว่าอยากขนาดไหนเรียกว่าเล็กเรียกว่าละเอียดเรียกว่าบางเบาเป็นระดับขนาดกลางทะลุกลางขนาดเล็กกว่ารูเล็กแล้วเราจะใช้ขนาดไหนโดยจริงเราก็ใช้ขนาดกลางเล็กเกินไปฟังคำว่าใช้ให้ดีนะเราใช้นะเราใช้เราจะใช้กลางเสมอจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดใหญ่ไปก็ไม่ได้ผลมันจะกลายเป็นทำลายก็ได้เล็กไปก็ไม่ได้ผลกลายเป็นไม่มีอำนาจ เพราะถ้าเราจะใช้จะใช้กลางเสมอถ้าใช้นะส่วนสงบระงับนั้นเราใช้เล็กเราใช้ละเอียดเบาบางสงบเป็นสัตหีหาญสงบระงับลงไปเมื่อเราจะใช้เราจะใช้ประโยชน์ส่วนตนมันก็ไม่เบายังไงไม่สบายมากยิ่งนักศึกษาพูดกันเป็นภาษาอธิบายไปเรื่อยๆไอ้ที่อัดไว้ตั้งแต่วันนู้นมา 2 วัน 3 วันที่บอกไว้เผื่อไว้สักต้น พรุ่งนี้เอามาไว้ใช้พยายามมาฟังทบทวนดูด้วยของเก่าอื่นๆก็ฟังไปมีเวลาพรุ่งนี้ด้วยฟังไปและพิจารณาตามภาษาพวกนี้ก็ยังจะเข้าใจทันทีทีเดียวไปทั้งหมดทุกคนไม่ได้หรอกบางคนอย่างรู้ได้บ้างได้มากได้น้อยก็ตามแต่กำลังภูมิของแต่ละผู้ที่สามารถเข้าใจถึงบัญญัติแทงทะลุถึงสภาวะจริงก็เป็นไปตามภูมิจริงๆนี่ก็ไม่ใช่ดูถูกเป็นไปตามสภาวะธรรมย่อมไม่มีใครเลี้ยงมาในที่นี้ภูมิฐานไม่ได้เท่ากันหรอกเพราะว่าเขาเป็นไปตามจริงแต่เราค่อยๆพากเพียรเข้าให้รู้ให้เกียรติเจนลงไปอันนี้ก็เป็นจุดที่ได้ พูดรอหลายๆอย่างให้มันถึงกันโดยเฉพาะโยงใยมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ค่อยๆอธิบายอะไรให้มันกลมกลืนเข้าไปจนกระทั่งให้ปริยัติไปพร้อมให้รายละเอียดไปพร้อมรายละเอียดก็คือปริยัติที่จะพึงพอเอาไปคิดเป็นหลักการเพื่อจะรู้ปริยัติก็คือหลักการที่จะเอาไปกระทำมีอะไรที่เราควรทำอย่างนั้นควรทำอย่างนี้เขาบอกความเห็นไม่ให้เพราะมันก็เป็นเรื่องสำคัญเอาตามแต่ผู้ใดไม่เห็นดีเห็นว่าเหมาะสมกับตัวเราแล้วล่ะแล้วเราก็ทำเข้าไปทำออกจากศูนย์สำหรับผู้ที่มาใหม่เพราะฉะนั้นก็ขอวกไปถึงผู้ที่มาใหม่ พวกเรามีมากขึ้นตอนนี้มีอาคารสูงศักดิ์เพิ่มขึ้นพวกเราก็นับวันนับคืนโตไปตามรูปการณ์หากมีผู้ร่วมงานหลังตามเข้ามาตามลำดับพวกเราก็เริ่มแก่ขึ้นถ้าแกวัดจากภาษาไทยก็แย่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน