180519-D สัลเลขสูตร ตอน4-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ถ้าเราได้ฟังฉันเลยค่ะสูตรซึ่งพระพุทธเจ้าชนะอธิบายถึงสภาพของฌานมาก่อนเป็นอันดับต้นซึ่งฌานขั้นต้นก็หมายความว่าผู้ใดถึงรูปฌานเป็นผู้ที่ถึงทิฏฐธัมสุขาภิบาลผู้ใดถึงเอารูปช้างก็เป็นผู้ที่มีสันตะวิหารเข้าไปแล้วเป็นลำดับๆและท่านก็ได้ยืนยันว่าผู้ใดถึงฌานนั้นไม่ได้เรียกว่าสันเลขาไม่เรียกว่าการขัดเกลาในสภาพที่เป็นฌานนั้นไม่ได้เรียกว่าสภาพเราแต่เป็นสภาพผลเป็นสภาพเศรษฐกิจ เหมือนจะได้อธิบายถึงสภาพของฌานทั้งหมดมาแล้วและท่านก็ยืนยันว่าแม้แต่จะเป็นทิฏฐธัมสุขาวิหารเป็นผู้บัญชาก็ไม่ใช่สภาพเก่าแม้แต่จะเป็นอรูปฌานทั้ง 4 อีกก็ไม่ใช่สภาพเราทั้งหมดก็เพราะฉะนั้นท่านจึงได้อธิบายต่อไปอีกว่าสภาพขัดเกลานั้นเป็นอย่างไรเพราะคนเราเข้าใจผิดมากกว่ากันเข้าใจว่าฌานเป็นบทปฏิบัติเป็นแบบฝึกหัดเป็นบทกระทำอยู่ซึ่งมันไม่ใช่ทานเป็นตัวสำเร็จจะเผาลงแล้วได้เป็นผลแล้วอันนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดๆแล้วก็แสดงอธิบายถึงชั้นเลขาที่แท้จริงว่าจะทำสำเร็จอย่างไร แล้วก็เริ่มต้นตั้งแต่หยาบไปทีเดียวพระพุทธเจ้าจึงเริ่มต้นตั้งแต่ศีลข้อต้นไปเลยมาตั้งแต่ยังไม่เสร็จก็ต้องรู้ในสุจริตด้วยคือสุจริตคือการไม่เบียดเบียนและเริ่มต้นด้วยการไม่เบียดเบียนเป็นทุจริตอันเบื้องต้นเราจะไม่เบียดเบียนกันการแสดงเราได้ผ่านเราได้คุณยายกันไปแล้วว่าเริ่มต้นว่าเธอทั้งหลายคนทำความขัดเกลากิเลสในข้อเหล่านี้แลคือเธอทั้งหลายจึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะเป็นผู้เบียดเบียนกันในข้อนี้เราทั้งหลายอย่างเป็นผู้มีสิทธิ์เรียนกันแล้วก็เริ่มต้นไปตั้งแต่ผู้หญิงคนหนึ่งข้าไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ หรือว่าไม่ประพฤติร่วงในเมถุนไม่กล่าวเท็จหรือเปล่าต่อเสียไม่กล่าวหยาบไม่กล่าวเพ้อเจ้อไปนะเรามาอธิบายจนจนกระทั่งถึงจบในเรื่องของหาเรื่องของคำพูดอันนี้ก็ต่อเธอทั้งหลายคุณทำความขัดเกลาว่าชนเห
อ่านต่อ
ล่าอื่นจักมักเพ่งเล็งพันธะของผู้อื่นในข้อนี้เราทั้งหลายจะไม่เพ่งเล็งผ่านพระของผู้อื่นคำว่าพันธะหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งของเข้าของวัตถุอุปกรณ์อะไรต่างๆนานาเป็นของข้าวของของผู้อื่นเขา เพราะฉะนั้นเราจะขัดเกลาตัวเราโดยเราไม่ไปที่ได้ยุ่งของของใครของใครช่างหัวใครแล้วมันไปยุ่งของเขามันเป็นเพ่งเล็งมันไปพูดไปมองไปแล้วไปอย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่ออะไรต่างๆนี่แหละมันจะเกิดบทที่ทำให้เราเองเป็นกิเลสตัณหาอยู่เราดูแต่ว่าเราเองนี่จะใช้วัสดุอุปกรณ์จะใช้พันธะต่างๆเครื่องประกอบเกี่ยวกับตัวเราเองเนี่ยให้น้อยลงอย่างไรหรือให้มันดูพองามอย่างไรให้มันดูพอเหมาะอย่างไรซึ่งเป็นการประหยัดสุดได้ก็ดูที่ของตัวเราถ้าไม่เป็นเช่นคนอื่นไม่เป็นที่ดินของคนอื่นเขาอันนี้ก็เท่ากับสอนไปเราจะต้องขัดเกลากิเลสของเราด้วยการไม่เพ่ง เพลงวันพระของผู้อื่นเสด็จไปวุ่นวายกับเรื่องของพันธะเรื่องของสิ่งของเข้าของพันธะอันนี้พอสำเภาไม้หันอากาศอย่างที่เขาเอาไปเรียกเครื่องใช้สุขภัณฑ์อะไรในเรื่องเกี่ยวกับเครื่องตกแต่งสุขภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องเครื่องใช้ประกอบเครื่องอ่างน้ำอ่างทำอะไรที่เขาเรียกกันพวกขายของเกี่ยวกับพันธุ์ต่างๆพันธะพอสำเภาในอากาศณโพธิมันแปลว่าสิ่งของเข้าของต่างๆอันนี้จึงให้ทั้งวอนกันมากดีเราเองเราใช้พันธะต่างๆหรือเราใช้ข้าวของต่างๆ แต่เราจะต้องรู้ว่าไอ้เรื่องข้าวของต่างๆนี่แหละเป็นเชื้อแห่งกิเลสอันสำคัญมากเพราะฉะนั้นเราจะต้องขัดเกลากิเลสด้วยการจะต้องรับระลึกรู้แล้วก็พยายามเข้าใจในเรื่องพันธะหรือเครื่องเข่าของสิ่งของต่างๆด้วยว่ามันเป็นเชื้อเกาะกิเลสเชื้อก่อให้ตัวเองเนี่ยมันไม่สงบไม่ระงับไม่ถึงฌานหากไม่เป็นไปได้ถูกทิศทางวิหารมันเป็นไปเพื่อสันติภาพเพราะเรามันมีบทในการเอามาปรุงเอามายุ่งเอามาแต่งเอามาคิดเอามามีอารมณ์เอามาชอบเอามาทำได้ถ้ามีโรงพระแล้วก็มีโทสะได้เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นปัจจัยจึงให้ระลึกเสมอ นอกจากที่จะมีศีลที่พระพุทธเจ้าท่านว่าแล้วโดยจ่ายตั้งต้นตั้งแต่ไม่เบียดเบียนแล้วก็ไม่รับทรัพย์ไม่มีอะไรจนกระทั่งถึงกายกรรมตายทุจริต 3 แล้วก็วจีกรรม 4 แล้วทีนี้ก็เริ่มต้นขึ้นถึงอริยบทประพฤติเลยอย่ายุ่งเกี่ยวกับของอย่าไปหลงเพ้ออยู่กับของอย่าไปเอาของมาเป็นปัจจัยทำให้เราเองมีกิเลสตัณหาก่อนนี้ขอให้ผลบอลให้มากถ้าเธอทั้งหลายคุณทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีจิตพยาบาทในข้อนี้เราทั้งหลายจักไม่มีจิตพยาบาทเมื่อเกิดจากเมื่ออธิบายระดับต่อมาท่านก็มาเขียนถึงจิตเข้าไปทิ้งขยะ มันเป็นความผูกพันว่าเราจะผูกพันถ้ามันร้ายแรงมันเสียหายก็เคยแปลฟังแล้วมันถึงขั้นหักค่าหมายถึงขั้นอาฆาตนอกจากนั้นก็ผูกพันกันไปจนกระทั่งมีอาฆาตมีอาวรณ์มีอะไรบางวันอะไรแล้วก็มีอารักมีอารมณ์แล้วก็มีอารมณ์จนกระทั่งที่สุดมีอะไรอะไรอธิบายให้ฟังอยู่แล้วพวกนี้ซึ่งเป็นความผูกพันผูกพันกันที่สุดตัวเองก็อาพาธด้วยตัวเองก็มีบทที่มันไม่พอใจแล้วก็มันเศร้าหมองน้อยเนื้อต่ำใจจึงอ่านบทที่สุด ก้อนเนื้อต่ำใจของพยาบาทหรือของสายของอาสวะก็คือวัชริยาที่เคยอธิบายฟังแล้วมัจฉริยะนั้นคือความน้อยเนื้อต่ำใจมันหดหู่มันหมดอารมณ์ที่มันจะเป็นความเบิกบานไปอัจฉริยะซึ่งมันกลับกันจากการที่จะได้รับพระพุทธศาสนาในเมื่อมันใช้เป็นผลในทางที่มันเป็นมิจฉาทิฐิแล้วมันเกิดผลร้ายแล้วมันกลับกันอย่างรุนแรงเป็นการออกกำลังกายจนหมดมัจฉริยะจนกระทั่งตัวเองแม้แต่ใจตัวเองก็จะมีทีเดียวไม่ร่วมมือร่วมใจมันก็ถึงได้ลำบากลำบนหดหู่ใจเรียกว่าน้อยเนื้อต่ำใจเป็นบทวัชร สวยที่สุดเพราะงั้นเลยเริ่มต้นเนี่ยท่านพูดเอาไว้เนี่ยผมพูดต่อไปเลยก่อนคร่าวๆแล้วต่อไปถ้าจะพูดบทต่อไปก็จะปรากฏต่อไปมีลักษณะของพวกนี้ไปด้วยคนนี้ไปด้วยละเอียดลออเพราะอังกฤษพยาบาลก็เข้าใจอันต้นทีเดียวแต่ว่าคือมันจะต้องมีความผูกพันอยู่อย่างร้ายแรงเงาร้ายแรงก็แล้วกันอย่าไปผูกพันให้ร้ายแรงหรือรุนแรงต้องพยายามขัดเกลาจิตของเราให้จิตของเรามันผ่อนมันเบามันถูกเผาถูกล้างจับอารมณ์หรือบริจาคสิมีสภาพพยาบาท ให้ได้เรื่อยๆจึงจะขึ้นไปสู่ทิศทางวิหารไปสู่ในสภาพที่เรียกว่ามีสุขมีความอยู่สุขมีความเบาสบายง่ายเป็นปัจจุบันนั่งทีเดียวเป็นธรรมะในปัจจุบันนั้นทีเดียวหรือไม่อึดอัดขัดเคืองไม่เดือดร้อนไม่โกรธไม่ทรมานไม่เป็นไปโดยที่เรียกว่าให้ภาษาที่มันบอกว่าพยาบาลเธอทั้งหลายคนทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีความเห็นผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีความเห็นชอบคำว่าเห็นผิดก็คือมิจฉาทิฏฐิอาจารย์จากพยาบาลแล้ว ทุกอย่างชัดเจนทุกคนก็คงจะไม่เถียงว่ามันเกินขีดพยาบาทเมื่อเกิดเหตุที่มาอึดอัดขัดเคืองปองร้ายเดือดร้อนนั่นคือนั่นคือสภาพธรรมที่เรียกว่าบรรทุกแท้ๆชัดๆเพราะเราหมดอันนั้นไปแล้วเราจะต้องเข้าใจได้ต่อไปอีกว่าจิตของเราแม้ที่สุดมันก็ไม่ถึงขั้นพยาบาทก็จะต้องมองให้ชัดว่าอย่าหลงผิดอย่าเห็นผิดในสภาพจิตของเราต่างๆถ้าได้เห็นไอ้สิ่งที่มันไม่ดีไปกลับเห็นว่าดีไม่น่าชอบในความเห็นว่าชอบคนชอบไม่น่ารับไปกลับเห็นว่าน่ารักไม่น่ามีอยู่กลับเห็นว่าคนที่มีอยู่พวกนี้เป็นการเห็นผิด เห็นกลับกันเสียกับความถูกต้องหรือความที่จะดีขึ้นความดีงามขึ้นมันไปเห็นกลับกันเสียในความเห็นผิดนึกว่ามิจฉาทิฏฐิอ่านอนิเมชั่นที่นี่อธิบายความว่าทุกอย่างเลยอันใดที่มันยังเป็นเหลือเชื้อของโลภะโทสะเป็นมิจฉาทิฏฐิเป็นโมหะเป็นความหลงผิดหมดเป็นความไม่ถูกต้องเพราะฉะนั้นในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีความเห็นชอบจะมีความเห็นถูกจะมีความเห็นตรงในนี้ท่านบอกว่าจะมีความเห็นชอบด้วยซ้ำมาที่จิตเราจะไม่เป็นผู้ที่มีความเห็นเป็นมิจฉาทิฐิคือภาษามันแค่ อธิบายกว้างจริงแต่มันให้ผลได้ได้น้อยให้ผลได้เข้าใจไม่ไม่ได้เป็นเนื้อมากนักมันเข้าใจต้องพยายามอธิบายกันลงไปอีกจึงจะเข้าใจมากขึ้นซึ่งก็อธิบายกันอยู่เสมอตั้งแต่เริ่มต้นเป็นระดับเราจะเห็นผิดเห็นถูกเราก็จะต้องเห็นไปเป็นตามระดับหยาบง่ายหรือว่าหยาบและละเอียดในเรื่องเบื้องต้นเบื้องต่ำแล้วก็เคยอธิบายกันมาแล้วจนกระทั่งถึงเบื้องสูงแต่ทั้งหลายคุณทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีความดำริผิดนี่คือการกระโปรงผ่านดนตรีหรือความเริ่มต้นที่จิตเรียกว่าสังกะลี ครั้งทุกคราวทุกบททุกตอนจิตจะทำงานก่อนมันมีความเห็นเป็นสังขารมีความเห็นหรือความเข้าใจของเราที่มันแฝงอยู่ในใจของเราเนี่ยเป็นต้นเง่าเป็นเชื้อเหง้าอยู่ในใจทีนี้พอเชื่อก็ง่ายอยู่ในใจมีภาพแล้วเราจะดำริอะไรหรือว่าเราจะเริ่มคิดอะไรเราจะเริ่มต้นมีบทบาทของกรรมของการงานขึ้นมาแล้วจิตมันจะเริ่มดำริเริ่มคิดหรือเรื่องจะกระทำงานขึ้นมาถ้ารากเหง้าของจิตเป็นมิจฉาทิฐิแล้วมันจะผลักเบนไปในทางที่มันเห็นไว้เข้าใจไว้เลือกตามที่จิตนั้นตั้งเข็มไว้เพราะฉะนั้นสมาชิกจึงเป็นประธานถ้าจิตไม่เป็นสมาธิแล้วประธานไม่ดีแล้วทุกอย่างก็เบี้ยวตามหัวแถวไม่ดีก็คง ที่สำคัญมากสมาชิกสำคัญมากเพราะสมาชิกที่เกิดแล้วมันก็จะพยายามผลักเบนให้คิดขนาดนั้นมันยังจะเคยชินเลยขนาดเรารู้เห็นเราเข้าใจแล้วนะเพราะอย่างนี้ถูกอย่างนี้ดีเลิกซะทีอย่างนี้เข้าใจแล้วถูกแล้วเป็นสมาชิกอีกแล้วแต่เวลาจะเริ่มคิดเนี่ยไอ้จิตที่มันเคยเนี่ยมันก็จะคิดตามเคยมันเคยคิดไปจะเอาอย่างนั้นก็เอาอย่างนี้ที่เราเคยเคยมาแต่เก่าก่อนพอเริ่มคิดว่ามันก็จะคิดอยากได้อย่างนั้นแหละอย่าเอาอย่างนั้นอย่างเป็นอย่างนั้นอยู่ก่อนเพราะฉะนั้นเมื่อมีสมาธิแล้วท่านถึงให้มีสมาชิกให้มีสมาชิก พยายามหน่อยพยายามมากเข้าเสมอเสมอให้เป็นความอุตสาหะและมีสัมมาสติให้ระลึกรู้ตัวเสมอว่าเราเองเราตั้งใจจะทำให้เขาแล้วนะเข้าใจถูกแล้วก็ดีแล้วล่ะแม้จะเริ่มคิดเป็นจิตให้ก่อนให้เป็นสัมมาให้เป็นสมาชิกกับผมเพราะฉะนั้นแม้ชนเหล่าอื่นจะมีความดำริผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีความรับผิดชอบเราจะเป็นผู้ที่มีขึ้นมาทั้งครอบครัวตามที่เราเห็นเราเข้าใจปริยัติเราเข้าใจตามแนวตามที่เราได้ฟังได้ยินมาเห็นได้ชัดแจ้งเห็นให้ตรงทางให้แม่นแม่นทีเดียวเอาให้แม่นแล้วเราก็จะเริ่มต้นพยายามให้มันมีความคิดให้ซ้ำกับตัวนั้นเป็นสัมมาให้มันมีความคิด ให้ซักกะโป๋ให้ความคิดนั้นมันตรงมันชอบมันเป็นไปโดยสัมมาโดยถูกทางเสมอถ้าไม่ทำมันยังไม่ได้นะต้องใช้สำเนาวายามะต้องใช้สัมมาสติห้อมล้อมเพราะถ้าใครเคยฟังที่เคยอธิบายมาหาจัดบารีชั้นก็โสดที่เคยอธิบายให้ฟังมาแล้วจะเข้าใจเข้าใจลึกซึ้งเข้าไปเลยว่าพระพุทธเจ้าท่านอธิบายว่าสัมมาทิฏฐิเป็นประธานเมื่อสมาชิกที่เป็นประธานแล้วเวลาเราไปทำงานเวลาเราจะให้มันมีจิตที่เป็นสติปัฏฐานหรือว่าเป็นกรรมฐานหรือว่าเป็นการฝึกปฏิบัติหรือสำเร็จก็ตามการที่จะขัดคราวนี้ก็ตามเพราะเริ่มต้นเข้าใจถูกแล้วก็ยังเริ่มต้นจากสัมมาสมาธิแล้วสัมมาวายามะ มาห้อมล้อมช่วยเหลือสนับสนุนและสัมมาสติขึ้นมาทำงานพร้อมเป็นองค์ 3 สมาชิก 4 สัมมาวายามะสัมมาสติเป็นองศาทำงานทำงานแล้วมันจะไปทำอะไรไอ้การทำงานของ 3 อย่างนี้มีความพยายามมีสติสติคือตั้งจิตให้มันรู้เต็มให้มันรู้เต็มย่านมันรู้ลำๆๆใสๆอย่าให้มันมีอำนาจจิตไม่มีอำนาจถ้าสติไม่เต็มจิตไม่มีอำนาจจิตถูกกิเลสจึงถ้าติดตั้งใจเต็มมีสติเต็มระลึกรู้ให้เสมอและก็เป็นผู้ที่ระลึกรู้ตัวเองให้ถูกต้องเลยว่าเรามีศีลและตั้งใจแล้วนะว่าเราจะทำอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเราจะปฏิบัติธรรมหรือจะปฏิบัติตนให้สูงขึ้นรู้ทันแล้วเราก็จะทำให้เดินถูกทางตรงทางตามที่เราเห็นเราชอบว่าอย่างนี้คนละอย่างนี้ควรเลิกอย่างนี้ควรทำให้ไปเข้าแนว หนาวนี้หนาวนี้หนาวนี้อย่างนี้เราจะมีสัมมาวายามะครับพยายามช่วยเสมอไม่ได้ไม่ช่วยไม่ได้หรอกมันไม่ใช่ง่ายนี่คือองค์ประกอบของมรรคที่มันจะทำงานถ้าเราเข้าใจมากแต่บางทีนี่ไม่ได้แล้วไม่มีผลเลยแกบอกจะเรียนรู้บอกว่าองค์ 8 องค์ 8 องค์ 8 แล้วก็เรียนท่องกันเฉยๆมันไม่ทำงานร่วมกันมันไม่ได้เรื่องเพราะฉะนั้นจะต้องมีความเห็นถูกต้องแล้วแล้วก็จะต้องมีเข้ามาว่าอย่างมากเพราะพยายามพยายามแล้วพยายามอีกมากและมีสมาธิหยิบปืนโครงจิตมีกำลังจิตมีการระลึกรู้รอบพร้อมบารมีศีลอะไรแล้วเราจะทำให้มันตรงต้องให้มันถึงผิดอย่างไรให้พร้อมเลยให้มันพร้อมช่างเลยเชียวแล้วจึงทำมา Oppo ก็จะถูกเตะกรงของธงทั้ง 3 เนี่ยไปช่วยบุญช่วยเป็นเหตุเป็นปัจจัยถ้าไม่ต้องมาซักกระโปรงสั้นขึ้นสมัครโปรจึงเป็นไปได้ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นมิจฉาทางสังคมไม่เช่นนั้นมันจะคิดแม้จะคิดมันก็จะคิดไปในทางที่เคยทานที่ยึดเพราะฉะนั้นจึงจะต้องมีพยายามมีสมาธิถูกเมื่อเริ่มต้นกิจกรรมดีแล้วว่าเราจะทำอย่างนี้ถ้าเราทำได้กายกรรมมันก็จะเป็นสัมมาถ้าเราจะพูดมันก็จะเป็นปัญหาก็ต่อไปเหมือนกันในข้อต่อไปถ้าไม่ได้อธิบายแต่ถ้าพูดเป็นหัวข้อนี้นะ ต่อข้อต่อไปก็เธอทั้งหลายพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีวาจาผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีวาจาชอบมีสัมมาวาจาเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามขัดเกลาตนเองให้มันเกิดผลเมื่อฉันมาฉันกับโกดีแล้วก็พยายามดำริแล้วก็ตั้งใจหนุนเนื่องเท่านั้นเรื่องเข้าพอดีนายเริ่มต้นที่เกิดแล้วมนุษย์ดีเพราะฉะนั้นกายกรรมมันก็จะต้องปลูกผักเบนมาบ้างวาจาก็จะถูกปรับตัวเองมันดีขึ้นเราจะพูดอย่างไรมันจะถึงจะพูดชอบพูดมาจำนวนอย่างไรเสียงอย่างไรมันหนักไฟแรงไฟมันใช้สำนวนสำเนียงมันไม่ควรเราก็ให้รู้ประกอบกรรมไม่เป็นสัมมาวาจาขึ้นมา ต่อไปก็สัมมากัมมันตะนั่นแหละเธอทั้งหลายพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีการงานผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีการงานชอบสัมมากัมมันตรังจะมีมิจฉากับมันโตก็ช่างเขาก็จะทำการกระทำนั้นเองธรรมะหรือกรรมฐานแล้วจะทำให้เป็นที่สุดให้ดีที่สุดให้ได้การงานอะไรก็ช่างที่เราจะทำอยู่เป็นปัจจุบันทุกครั้งทุกคราวก็พยายามมีพยายามแล้วก็มีสติมีความพินิจถูกกว่าอย่างนี้ถูกควรทำอย่างนี้ไม่ถูกตามกาละเทศะอะไรแค่ไหนแค่ไหนทำให้กินเธอทั้งหลายพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีอาชีพผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจงอธิบายให้ได้อย่าให้เป็นมิจฉาอาชีวะทำตนให้ เป็นผู้รู้ในการเลี้ยงชีพด้วยหน้าที่การงานเพื่ออะไรก็ตามแต่ที่เราเคยมีเป็นเครื่องประกอบในการเลี้ยงชีพหรือในการยังชีพอยู่แม้จะเลี้ยงชีพอยู่ทรงชีพอยู่ด้วยสิ่งเหล่านั้นแล้วเราก็จะต้องมีบทการงานนั่นแหละประกอบด้วยอาชีพก็คือการงานการงานก็คืออาชีพหรือการกระทำการกระทำอยู่ก็เป็นไปอย่างดีเพราะแม่เราไม่ใช่อาชีพใหม่ๆของที่จะทำเพื่อเลี้ยงชีพเพื่อเลี้ยงกินอย่างเดียวเท่านั้นคือชีวิตเราดำเนินการอาชีวะชีวิตเรายังเป็นไปอยู่เราพักอยู่หรือเป็นไปอยู่ตามหมอตามโครงการงานมีบทกรรมมันโตมีบทวาจามีบทความคิดเกี่ยวกันหมดเลยที่เกิดความเป็นอยู่ของเราแล้วเราก็จะดำเนินไปให้มันเป็นชีวิต ชีวิตหรือชีพในชีวิตเราจะไปด้วยชีวิตที่ดำเนินไปให้ดีนะให้มีความเป็นธรรมะในความหมองคล้ำถูกต้องเธอทั้งหลายพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีความเพียรในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีความเพียรพ่อเราจะพากเพียรในทางที่ชอบอยู่เสมอดังนี้แหละตั้งใจส่งผลมาให้เข้าเป็นองค์สมเด็จไปเรื่อยๆเพราะว่าทิฏฐิของเราเข้าใจแล้วว่าเราเองปฏิบัติให้มันมีธรรมแม้แต่จะเป็นฆราวาสเริ่มต้นรู้ทางรู้ฐานะของตนเราจะทำตัวให้เป็นโสดาบันก่อนจะดับอบายมุขจะเลิกอบายมุขอะไรที่เราเรียนรู้แล้วเราก็ตั้งใจให้ดีพยายามเข้ามีสติทุกเวลาเราจะเริ่มคิด ที่มันถูกว่าเออนี่เรากำลังจะล้างนะเลิกยังพอจะมีวาจาก็อย่าไปสนิทชวนเข้าไปอบายมุขด้วยแม้แต่การกระทำก็อย่าไปก็ทำให้เป็นเรื่องอบายมุขอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็แม้แต่ชีวิตของเราก็ดำเนินอยู่จะไปเกี่ยวข้องกับมันมากเพราะว่าความพยายามทั้งมวลนี้ก็จะต้องเป็นความพยายามไปในทางที่เราตั้งใจดีเป็นสมาชิกดีเสมอแล้วก็พยายามให้มันตรงเป็นต้นไม้ตามที่สมาธิของเราสั่งไว้เธอทั้งหลายจะพึงขัดเกลาทำความพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีสติผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีสติชอบคือมีความระลึกรู้ให้มันเป็นไปโดยถูกต้องระลึกสตินี้ก็คือความ ก็เป็นตัวเราเองมีสติที่เพิ่งรู้อย่างจริงและมีความรู้ที่พร้อมพรั่งไปด้วยคงมาร์คให้ไม่มีความเข้าใจที่เรามีความเข้าใจตั้งไว้อย่างไรอายมีมันมีความดำริที่เรารู้ว่าความดำริเราเกิดแล้วอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็ดูกายกรรมวจีกรรมของเราให้พรั่งพร้อมเมื่อเรารู้ไปกระทั่งมโนกรรมของเราแล้วกายกรรมวจีกรรมก็ต้องพร้อมผ้าชีโวของเรามันก็จะพรั่งพร้อมไปด้วยกันหมดเพราะเราพยายามเพราะเรามีสติในกลุ่มอยู่เธอทั้งหลายคนทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีสมาธิผิดในข้อนี้เราทั้งหลายจะมีสมาธิชอบทำไมท่านเรียกสมาธิก็สมาธิ ต้องมีหลายๆอย่างสมาธิมันจะต้องมีเพี้ยนมันจะต้องเป็นสมาธิแบบอื่นอยู่บ้างแหละทั้งที่เรียกว่ามิจฉาสมาธิคือสมาธิผิดแบบ 10 เรื่องที่เขาอธิบายกันอยู่ทุกวันนี้สมาธิมันสมาธิเบลอแล้วผิดเลอะไปแยะเพราะงั้นเราต้องอธิบายสมาธิทุกข์เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องทำความขัดเกลาเราจะต้องพยายามเหยียดเยียดซื้อผ่าตัดหรือว่าทำใจทำปัญญาให้เกิดมีปัญญาให้เข้าใจฉันเป็นสมาชิกไม่ได้ว่ะอ๋อสัมมาสมาธิมันเป็นสมาธิที่ถูกต้องมันเป็นอย่างนี้ไม่ใช่อย่างมิจฉาสมาธิทำความเห็นให้ถูกต้องและก็พยายามทำให้สมาชิกที่เกิดให้รู้ว่าอ๋อถ้ามาสมาธิมันเกิดที่เราได้อย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ จะรู้ความจริงไม่ได้เราจะขัดเกลาไอ้ที่เคยเข้าใจผิดไอ้ที่ไปทำอยู่อย่างอื่นไอ้ที่มันไม่ถูกทางความเข้าใจถูกแล้วก็มาทำให้มันถูกลงพิสูจน์ทำให้เป็นทำให้มีเพราะสมาธิก็จะต้องทำถ้ามาเรียนมรรคองค์ 8 นี้จะต้องทำให้ถึงที่สุดเป็นต้นมาสมาธิที่เกิดขึ้นเมื่อจิตของเราพรั่งพร้อมหมดแล้วทุกอย่างมันก็พรั่งพร้อมเข้ามาวาจาต้องการขึ้นมาหาชีวกความพยายามก็ไม่ต้องพยายามมากเป็นความพยายามที่ตรงมีความพยายามที่เกิดได้เสมอไม่ต้องฝืนไม่ต้องทนเป็นอาทิตย์ว่าจะหนาไม่ต้องอดต้องฝืนจริงๆลดลงเป็นปริวรรตเป็นสิ่งที่ตัดรอบไปแล้วเป็นไปอย่างนั้นแล้วเกิดอย่างนั้นได้แล้ว เป็นภาวนาไปเลยเพราะเราบรรเทาได้หมดพี่โมทนาได้หมดแล้วเป็นต้นเธอทั้งหลายพึงทำความขัดเกลาว่าชนเหล่าอื่นจะมีญาณปรีชาญาณนั่นแหละเข้ามาพยายามเอาคำว่าปรีชามาใส่เข้าไปปรีชามันก็เป็นแปลว่าปัญญาปรีชาผิดเราทั้งหลายจะมีญาณกินชาชอบแปลภาษาบาลีเรียกว่ามิจฉาญาณีกับต้นไม้ยานยานคำว่าแปลเป็นไทยว่ายานชินชาเอาสินค้าเข้ามาเติมให้สนใจว่าปัญญาเพราะฉะนั้นเราจะมีญาณเราจะมีปัญญาที่ถูกต้องและง่ายๆพอสัญญาที่เลิศปัญญาที่ถูกต้องหมายความว่าเป็นปัญญา มีความสามารถโอกาสปรีชาเป็นความสามารถองอาจด้วยเป็นความมีปัญญาอย่างเก่งด้วยเราจะมีญาณอย่างที่ถูกต้องอย่างเก่งจริงๆไม่เป็นมิจฉามันเป็นไปในทางกลับกันมันเป็นไปทางสิ้นโลกก็เป็นมีปัญญาอย่างโลกส่วนมากมียิ่งมีปัญญามากยิ่งเรียนจบด็อกเตอร์ยิ่งมีปัญญาเชี่ยวชาญสูงขี้โกงเก่งเอาเปรียบเก่งถ้าเผื่อว่าผู้นั้นไม่มีใจเป็นธรรมไม่ใฝ่ธรรมและไม่พยายามรู้ในสัจธรรมจึงเรียนมายังมีปัญญาเก็บแหลมแต่เป็นฉายาหนึ่งเป็นปัญญาที่เป็นในทางที่เรียกว่าเอาเปรียบเขารักข่มขู่เบียดเบียนตั้งแต่ต้นแล้วก็ต้นเป็นไปเพื่อเบียดเบียน เพราะฉะนั้นจะเป็นไปได้หมดอะไรก็ได้จะดีไม่ดีจะลักทรัพย์ผ่านรักเราด้วยไม่รักด้วยวิธีดื้อๆกับโกงเอาท่อทนเอาทำอะไรก็ได้เอาอย่างที่ว่ามันก็เป็นมิจฉาญาณีไปหมดเป็นปัญญาที่เรียกว่ามันปัญญามันไม่ช่วยตนและไม่ช่วยโลกด้วยเพราะเราจะต้องรู้ความตรงกันข้ามกันว่ามิจฉาอย่างหรือว่าปัญญาญาณคืนภายในทางที่ 3 เป็นยังไงยามเย็นชาในทางดีเป็นยังไงเราจะต้องเป็นผู้ที่เสียสละเป็นปัญญาที่รู้ในทางง่ายว่าเบาเป็นไปในทางธรรมเป็นผู้ที่มุ่งเข้าไปหานิพพานทำนั่นแหละมันถึงจะดีให้พูดให้ชัดเจนแล้วมันก็ไปถึงโน่นเธอทั้งหลายคุณทำความขัดเกลาว่าชนเราอื่นจะมี อิจฉาวิมุติในข้อนี้เราทั้งหลายจักมีวิมุติชอบสัมมาวาจารู้ต้องรู้ความเป็นวิมุตให้แท้ด้วยเพราะฉะนั้นแม้แต่วิมุตก็จะมีวิมุตผิดแน่ต้องมีความหลงกับพี่มดอย่างนั้นเป็นวิมุตแล้ววิมุตจากนั้นไม่ได้หมายความว่าพี่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเอาเราอธิบายกันมามากแล้วบอกพี่มดที่ตรงแท้เป็นนิโรธหรือเป็นนิมนต์หรือเป็นนิพพานอย่างไรผมก็พยายามที่จะมีให้ชัดกำหนดลงไปทำความสำคัญมั่นหมายลงไปพยายามสื่อความหมายพยายามอธิบายความหมายพยายามทำให้พวกคุณเข้าใจไม่ได้เพราะถ้ามาวิมุติเป็นยังไงมิจฉาวิมุตติมันไม่ลำลำเรื่องมันไม่ ทึบดับตื้ดๆหรือว่าเป็นอารมณ์มันไม่ไม่ไม่เป็นอารมณ์ที่มันข้ามกันอยู่อ่ะถ้าเผื่อว่าเป็นสติหรือว่าเป็นความชาคโรเป็นสติเป็นชาโตเป็นความตื่นอยู่ในความรักนั้นมันก็เป็นสภาพของความเบิกบานสดใสอยู่มันโปรมันมันไม่มันไม่โง่งมงายแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาภาพตื่นก็ตื่นสายตื่นไม่ถึงพฤติกรรมแต่ถ้าคนที่มีผีนะมีพระประสงค์แล้วล่ะก็จะตื่นขึ้นมาก็ลืมตาขึ้นมาหรือยังอยากจะซื้อซึมตึ๊บๆง่วงๆๆจริงๆไม่อยากจะเรียกง่วงเพราะว่าสภาพ ไม่ใช่ง่วงสภาพของหินรามอินทราไม่ใช่ง่วงแต่ง่วงมันก็เป็นด้วยไอ้โง่มันก็คือสภาพนึงด้วยกันด้วยมันงุนๆมันเช้ามันมัวๆหมองๆมันไม่สดใสมันไม่เบิกบานมันไม่ปราดเปรียวมันไม่กระปรี้กระเปร่าจะหลับก็หลับหลับแล้วก็ตื่นหลับก็รู้ว่าเราปิดทวาร 5 แล้วตื่นก็ตื่นโพรงเราก็หลับไปจิตอยู่ในจิตเฮ้ยอยู่จะดับเป็นสนิทก็ดับไปถ้าไม่จับสนิทจะมีนิมิตจะมีฝันก็มีภาพอะไรก็มีอยู่เพราะถ้าตื่นก็มารับลูกก็ว่านอกนั้นก็ใสไม่มีอาการมันไม่มันไม่เบิกบานมันรู้เองพวกนี้พวกคุณก็รู้มันเป็นสภาพที่ต่างกันเนี่ยถึง เป็นลักษณะอย่างนี้มันเป็นอะไรอยากจะลงไปสู่สภาพไม่ตื่นขึ้นมาแล้วไปดูสภาพที่เอาอย่างนั้นน่ะหยุดๆอย่างนั้นน่ะมือๆอย่างนั้นก็ยังเอาดีอ่ะแล้วจิตมันก็ไม่ดีโดยเฉพาะของจิตมันก็ไม่โปร่งไม่ใส่แม็คโครไม่เป็นสติมันเป็นสติชฉากกะโลมันเป็นสติตื่นแต่มันเป็นสีน้ำตาลมิตรภาพไม่จริงนะเนี่ยพยายามจะใช้ภาษาอธิบายให้มันถูกตัวของมันผมก็พยายามแจกแจงเพื่อที่จะให้เข้าใจให้ได้ฉันเข้าใจให้ได้เพราะทีนี้ถ้าเนี่ยมันไม่ใช่สภาพของการง่วงนอนถ้าผู้ใดจะหลับนอนหรือจะ การหลับนอนในการพักผ่อนหยุดการจัดการงานหยุดการกระทำทวารทั้ง 5 ดับถ้าพักไปถึงทวารที่ 6 เลยดับจิตไปด้วยพักไปเลยไม่เห็นมีมิตรเหลือก็ทำได้ก็ทำพระอริยะจริงๆภรรยาหรือพระอรหันต์ต่างๆที่บริบูรณ์ที่อะไรแล้วท่านก็จะดับดับพักถ้าจะพักเทศบาล 5 กับภาคทวารหนักข้างในยังทำงานอยู่บ้างก็สายอยู่นั่นแหละได้แต่พระองค์อาศัยอยู่ถ้าเผื่อว่าบางครั้งบางคราวพระอรหันต์ไม่ได้พักผ่อนดูดีๆนะพระอรหันต์ง่วงนอนได้นะฟังให้ดีนี่จะอธิบายให้ฟัง ไม่เคยเห็นพระอรหันต์เห็นคนง่วงนอนแล้วไม่ใช่พระอรหันต์ไปตีราคาไม่ได้นะเพราะทหารง่วงนอนได้คือในบางครั้งบางคราวนี่นาพระอรหันต์องค์หนึ่งทำงานมากไม่มีเวลาพักเมื่อไม่มีเวลาพักกายกรรมมันก็เหน็ดเหนื่อยอยู่จะพักผ่อนดาบกายกรรมก็ไม่ได้เป็นเวลาดับจะดับทั้งสิ้นลงไปด้วยก็ยังไม่มีเวลาเดินกลับไม่ได้พักเพราะฉะนั้นเมื่อเวลานั่งอยู่เผลอๆหน่อยบางทีแรงรีบมันเพลียมากมันอะไรมากมันก็อยากพักมันก็ยืมมึงไปได้มันจะต้องหยุดอ่ะมันต้องคือร่างกายมันข่มขืน พระอรหันต์ก็เป็นได้เพราะเราจะเรียกว่าพระอรหันต์ง่วงนอนง่วงได้เมื่อถ้าพักผ่อนไม่พอท่านต้องง่วงถ้าต้องการพักท่านต้องการหยุดมันจะหยุดมันจะเปลืองไปมันจะพักกายก็ไม่ทำงานแล้วตาหูจมูกลิ้นกายปิดและจิตมันก็อยากจะพักจะเป็นนิโรธนั่นแหละจนจิตเป็นนิโรธนั่นแหละมันจะเข้าไปเลยเผลอๆไม่ได้เผลอไปเลยเพราะว่าอาการมันไม่สมดุลแล้วร่างกายมันแย่แล้วมันพักผ่อนไม่พอเพราะฉะนั้นพระอรหันต์จึงง่วงได้ฟังให้ดีนะนี่กำลังพยายามแยกภาษาให้ฟังชัดๆไม่งั้นแปลง่ายๆอย่างคนที่เค้าแปลง่ายๆชาวบ้านชาวบ้านมันไม่เป็นไรหรอกก็แปลไปก่อนเพราะมันผสมเปอร์เซียเพราะว่าง่วงก็นอนก็เป็นสีน้ำตาลด้วยแต่พอมา ชัดเจนแล้วต้องมีรายละเอียดประกอบลงไปอีกเพราะสาเหตุปัจจัยมันเป็นอย่างนั้นมันจะเป็นอย่างนั้นอย่างที่กำลังอธิบายถึงบอกพระอรหันต์ง่วงนอนได้แต่ถึงแม้ท่านจะพักถ้าจะโง่เข้าไปถ้าจะไปเลยดับเป็นนิโรธท่านก็สายดับปุ๊บถ้าใครไปให้มันตื่นปุ๊บถ้าตื่นมาก็สายอาการที่บอกว่ามันยังปรือมันยังคือมันจะอะไรไม่มีอ่ะไม่มีอ่ะพาอาหารไม่มีถึงแม้เราจะไปปลูกปลูกเดี๋ยวนั้นก็คงสายทันทีรู้รับรู้หรอกว่าอะไรไม่เบลอๆลมๆเป็นคนสติลอยๆไม่มีสติแทบจะโกงเพราะถ้าไปฝึกสติมามากเป็นสติแล้วดับสนิทเป็นนิโรธดับ จะดับลงไปเพราะจะทวาร 5 ทวารที่ 6 คือจิตก็ยังทำงานอยู่ลุงมีอะไรอยู่เป็นนิมิตเป็นภาพเป็นเรื่องเป็นราวเป็นอะไรที่ท่านจะคุมงานคุณธรรมของท่านอยู่เพราะใครมาปลูกออกทวาร 5 มาขึ้นถูกวิธีท่านก็ออกมาจากทวารจิตที่มันมีมิติก็เริ่มเรื่องนักสมาคมก็สายธรรมดาไม่ใช่จะต้องโหยหาอยู่อยากได้อยากสิอยากหลับหรือไม่ถ้ามีใครไปปลุกนะฉันจะตื่นทันทีแม้จะง่วงเท่าไหร่ครับก็ตามแล้วเจอกันที่รถสายด้วยมันไม่เหมือนคนธรรมดาคนธรรมดายิ่งเพลียยิ่งง่วงหรือไม่เพลียไม่ง่วงติดกระดาษบางทีนอนมากแล้วก็ยังนอนแล้วก็ยังไปปลูกต่อคือว่าติดหนักติดหนักชอบการนอนมากไปมันมีกิเลสกิจการนอน ไม่ได้พักผ่อนพอแล้วนะแต่ยังมีอีกเพราะไม่ได้หมายความว่าง่วงเหงาหาวนอนมันหมายความว่ามันติดน่ะกิเลสน่ะไปชอบมันมันไปรักมันมากมายมันอร่อยเหลือเกินมันน่าเลื่อมใสเหลือเกินมันน่าติดหน้ายึดเหลือเกินอันนี้จะต้องเป็นของของฉันโลกไว้รักไว้วันๆนึงก็จะเอาให้หลายๆชั่วโมงมากๆชั่วโมงยิ่งดีนี่ถ้าเขาไม่รู
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive