180208 หยุดก่อนผู้ใหม่-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
เปิดเทปม้วนต่อไปนี้นี่เป็นงวดที่ 1 ที่จะรักษาไว้สำหรับเพื่อที่จะให้เปิดให้ผู้ที่จะมาสู่กระทรวงรุ่นใหม่ๆฟังเป็นลำดับลำดับไปเธอจะอัดติดต่อกันไปหลายๆวันได้เรียนกันเป็นระดับระดับพวกที่เข้ามาสู่การปฏิบัติเพื่อที่จะเข้ามาเรียนรู้ในทางนี้ในทางธรรมโดยฝ่ายธรรมผู้ที่กล่าวแล้วก็ตามและผู้ที่ ใหม่แล้วก็ตามที่มาอยู่เดี๋ยวนี้มันมีสิ่งที่ลงกันอยู่อันนึงคือความตัดสินความรู้จบความแน่ใจความเด็ดขาดความเข้าใจอย่างชัดแจ้งหมดวิจิตรอิจฉาหมดสงสัยอันนั้นเรียกว่าที่สุดแห่งที่สุดที่ตรงกันจะมีกำลังอำนาจของความรู้แจ้งที่สุดความพ้นความสงสัยพ้นวิกฤตอิจฉาเป็นที่สุดหรือว่าจะมีอำนาจในการตัดสิน มีอำนาจในการเด็ดขาดเท่าใดเท่าใดก็เป็นของส่วนตัวของแต่ละผู้นั้นเป็นความเด็ดเดี่ยวของผู้นั้นผู้นั้นพึงรู้จักความเด็ดเดี่ยวความเด็ดขาดความแน่ใจลงตัวอันแท้จริงของตนเองให้ได้ทุกคนทั้งใหม่และเก่าและเราก็รู้ความเป็นอยู่ของเราเองโดยเฉพาะกำลังของจิตกำลังของใจของเรากำลังใจกำลังจิตของเราเนี่ยมันแน่นอนมันเด็ดขาดมันไม่สงสัยอะไรอีกแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นลงแน่อย่างนั้น พยายามรู้ตัวนี้ให้ชัดที่สุดเข้าใจให้ชัดที่สุดแล้วเราก็ปล่อยมันจะปล่อยถ้าตัวนี้ชัดเจนแล้วมันปล่อยทันทีมันวางทันทีโดยอะไรในโลกมันไม่มีตัวเราตัวเขามันไม่มีอะไรหมดเลยแล้วมันจะเป็นผู้ที่อาจหาญสามารถเด็ดเดี่ยวเป็นจริงเป็นจังสภาพธรรมอันนี้เรียกว่าที่สุดหรือลงตัวหรือว่าเป็นสัตว์จะทำไอ้สัจจะเราจะเรียกว่าแจ้งสว่างหรือว่าไปอัดตาที่เรียกว่าอะไรอ่ะตาอรหันต์เป็นผลของเป็นผลเป็นผลอันสุดท้ายเรียกว่าอรหัตตัดผลเป็นอันสุดท้ายของจิตที่ สินนั่นแหละคำว่าจิตที่ตัดสินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของแต่ละบุคคลไม่ใช่คนอื่นมาช่วยตัดสินไม่ใช่คนอื่นมาเป็นผู้ชี้เป็นผู้กำหนดให้แก่เราไม่ใช่ในโลกนี้ไม่ให้มีใคร
อ่านต่อ
มากำหนดแก่เราคนอื่นมีหน้าที่ช่วยเราอุปการะเกื้อกูลเท่านั้นอาตมาเองเกื้อกูลคนต่างๆพระพุทธเจ้าเกื้อกูลคนต่างๆมีหน้าที่เกื้อกูลมีหน้าที่อุปการะช่วยเหลือเฟือฝ่ายแต่ไม่ใช่ตัดสินไม่ใช่ตัดสิน พรตัดสินนั้นอยู่ที่ตนเองเด็ดขาดจึงเรียกว่าตนเป็นที่พึ่งของตนเป็นที่สุดอัตตาหิอัตตโนนาโถพระพุทธเจ้าเป็นบรมโลกนาถเป็นนาโถของโลกก็จริงอยู่แต่ว่าเมื่อเวลาจะมีนาโถที่แท้แน่นอนแล้วต้องให้พระพุทธเจ้านั้นคือจิตของเราเป็นพระพุทธเจ้าไม่ใช่คนอื่นไม่ใช่ร่างกายอื่นไม่ใช่วงการมาจากข้างนอกเป็นนาโถไม่ใช่จิตของเราเป็นพระพุทธเจ้าจิตของเราเป็นองค์ตัดสินเป็นนาโถ ขี้ผึ้งจึงเรียกว่าอัตตาหิอัตตโนนาโถจึงเรียกว่าตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตนอันนี้เด็ดขาดตอนนี้แน่นอนต้องเข้าใจอันนี้ให้ชัดเพราะฉะนั้นผู้ที่มาใหม่โดยเฉพาะฝังให้ดีถ้าผู้ที่มาใหม่นั้นเข้ามาโดยยังมีความลังเลยังมีความสงสัยมากกว่าผู้ที่มาเก่ายังมีความตัดสินยังไม่เพียงพอก็ขอให้ตัดสินให้เด็กขาดเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วต้องใช้ความพิจารณาความสอดส่องเออใช้ปัญญาอันแท้จริง เห็นความจริงสัจจะไม่มีอะไรปิดบังสัจจะไม่มีอะไรลึกลับสัจจะไม่มีอะไรพลางอะไรมั่วอะไรฝ้ามีแต่ความชัดแจ้งแจ่มแจ๋วจึงเรียกว่าสัจจะซึ่งมาจากรากศัพท์คำว่าสัตว์บวกอัตตะอันนี้เคยแปลสู่กันฟังสำหรับรุ่นเก่าๆรู้แล้วได้ยินแล้วสัจจะคำนี้มาจากคำว่าสระบัวอาจจะสะนิแปลว่าประกอบพร้อมประกอบด้วยอาจจะแปลว่าแสงสว่างที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาเพียบสว่างที่สุดชัดเจนที่สุดแสงสว่างเป็นความสว่างไสวที่สุดประกอบไปด้วยความสว่างเสมอเราเรียกว่าเราเรียกว่าสัจจะอ่าเพราะงั้นเราจะต้องไม่ไม่มืดมัวไม่ ครางไม่ลังเลไม่สงสัยจะต้องเป็นสิ่งที่เด็ดเดี่ยวตัดสินเข้าใจอย่างแน่แท้ที่จิตของเราเพราะเราจะต้องสอดส่องเราจะต้องพิจารณาเราจะต้องสังเกตสังเกตสิ่งข้างนอกทั้งจิตใจผู้อื่นสังเกตสิ่งแวดล้อมนั้นสังเกตได้เพื่อเป็นสิ่งเอามาเทียบเคียงสิ่งเอามาอ่านดูมารู้ดูแล้วก็เอามาทำมาประพฤติมาปฏิบัติมาทดสอบมาพิสูจน์ที่ตนเองมาทำที่ตนเองมารู้ที่ตนเองเข้าใจให้ชัดและตัดสินให้เด็ดเดี่ยวบางสิ่งบางอย่างเราจะไม่ต้องลงมือกระทำแต่เมื่อทบทวนแต่เมื่อคิด คำนวณใคร่ครวญและมีสภาพที่เห็นจริงรู้จริงลึกซึ้งเข้าใจอย่างมั่นเหมาะมีได้ในจิตเพราะว่าสิ่งที่มันฝังอยู่ในจิตของคนนั้นมันมีมันเป็นความรู้ที่รู้มามันเป็นความเข้าใจมันเป็นความคิดแน่ใจที่ได้เคยแน่ใจมาบ้างแล้วเป็นภาวะปัจจัยเป็นกำลังของปัดเป็นปัจจัยที่เป็นกำลังเรียกว่าภาวะปัจจัยคือเป็นปัจจัยที่เป็นกำลังอยู่ข้างในจิตของเราเองเป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยังอยู่เป็นสิ่งที่ยังเป็นอยู่มีอยู่ในจิตของเรามันมีเหตุมีปัจจัยหรือมีเหตุผลนั้นๆอยู่ในจิตของเราอยู่มากอยู่แล้วเป็นพื้นฐานเป็นเครื่องสนับสนุนเป็นเครื่องรองรับเพราะฉะนั้น เราเองได้มาทบทวนได้มาพยายามพิจารณาซ้ำเข้าไปอีกซ้ำเข้าไปอีกแล้วเห็นชัดจริงมันจะแน่ใจว่าจะตัดสินมันจะบ่งบอกเลยแต่ตัวเองโดยไม่ต้องไปลงมือสัมผัสหรือรับรู้รับรถรับแต่ต้องอีกไม่ต้องไปแตะต้องไม่ต้องไปรับรู้รับรถอีกมันจะเห็นอย่างนั้นมันจะรู้อย่างนั้นแล้วมันก็แน่ใจก็จงรู้ตัวที่ตัดสินรู้จิตที่เข้าใจอย่างแน่แท้รู้ความลงตัวที่ตัวเองได้กระทำแล้วน้ำมันคงบอกว่าแน่แล้วเด็ดขาดเด็ดเดี่ยวจริงๆนั้นให้ได้เมื่อได้แล้วคุณจะอาจหาญคุณจะแคล้วกล้าคุณจะเด็ดเดี่ยวคุณจะจริงจังอ่าในสิ่งเหล่านั้นเพราะตนเองเพราะฉะนั้นก็เข้ามาเรียนรู้เข้ามาตั้ง เข้ามาศึกษาธรรมะโดยเฉพาะในที่นี้ก็จะต้องเรียนรู้ตัวอย่างจากคำพูดก็ดีเก็บมาเป็นสิ่งพิจารณาประกอบการพิจารณาจากการได้สัมผัสจากตาจากหูจากลิ้นจากกายจากจมูกอะไรก็ตามแต่ที่เราสัมผัสอยู่จากนอกรับเข้าไปสู่ส่วนใจหรือส่วนในและก็มาเอาพิจารณาเพราะฉะนั้นการที่จะนั่งอยู่ที่จะอยู่คนเดียวก็พิจารณาเอาพวกนี้หรอกขึ้นมาพิจารณาจะอยู่คนเดียวก็เอาคนนี้มาพิจารณาหรือจะคุยจะสัมผัสอะไรต่ออะไรอยู่ก็มีพิจารณาไปพร้อมพร้อมทั้งที่เราคุยเราปรึกษาเราฟังเราศึกษาคุยกับเพื่อนสหธรรมิกรุ่น PP อื่นๆเราก็มี พิจารณาและตัดสินไปในตัวก็พิจารณาพิจารณาให้ลงตัวให้ประจักษ์กระจ่างช้าๆก็ได้ถ้ามันไม่ค่อยเก่งให้ชัดๆให้เลือกตัดสินแล้วให้มีการตัดสินลงตัวให้จริงๆรู้จริงๆชัดๆเจนให้ได้แล้วเราจะเป็นผู้ที่ไม่เวียนกลับคำว่าไม่เวียนกลับก็คือเด็กเดียวแล้วอันนั้นแหละคือความล้างโลกหมดโรคสิ้นความวนเวียนเลิกไปไปมามาไม่มีที่ไปไม่มีที่มาไอ้ความแน่ใจเมื่อใดเมื่อใดก็อย่างนี้อีกเมื่อใดเมื่อใดก็อย่างนี้อีกแน่ใจอย่างนี้อีกเป็นอย่างนี้อีกไม่ลังเล ไปไม่มาแม้กระทั่งใจไม่ไปไม่มาแล้วใจที่ไม่ไปไม่มานะมันจะกำหนดวจีมาให้กลับกลอกไม่ให้กลับไปกลับมามันจะกำหนดมาให้กายนั้นไม่กลับหรอกไม่ใช่ไปๆมาๆมันจะมีแต่ตัวตัดสินเอาไปก็ไปแล้วใจก็สบายไม่ได้ไปก็ยังห่วงหลังภวังหน้าจะอยู่ก็อยู่อย่างดิ้นอยากจะออกไปนู้นอยากจะมานี่อยากจะมีนู้นมีนี้มันจะไม่มีเลยอารมณ์อย่างนั้นมันมีแต่ตัวตัดสินเพราะรู้ว่าจะไปพอเข้าใจแล้วด้วยเหตุผลตัดสินทรัพย์ไปก็ไปแล้วก็ไม่ห่วงหลังไม่ห่วงหน้าไปก็ไปตามบทปัจจุบันจะอยู่ก็อยู่อย่างตัดสิน อยู่แน่ๆใครจะว่าที่โน่นว่าที่นี่ว่าข้างหน้าว่าข้างหลังว่าส่วนใครส่วนใกล้ก็ไม่สงสัยไม่เพราะว่าพะวงไม่ลังเลไม่เดือดร้อนข้างนอกจะไม่ดีเท่าไหร่เท่าไหร่ก็ไม่เดือดร้อนเขาบอกว่าที่เราอยู่ตรงนี้ขนาดนี้เขาก็จะเลวเท่าไหร่เท่าไหร่ก็เข้าใจเข้าใจว่าเร็วเท่าไหร่เท่าไหร่ตามอำนาจความตัดสินตามอำนาจความรู้ของเราว่าเลวหรือดีไม่หวั่นไหวหยุดอยู่สงบแน่ไม่ดิ้นพอเข้าใจว่าข้างนอกดีกว่านี้มากมายก็ไม่ลังเลเข้าใจว่าที่นี่เร็วมากมายก็ไม่ลังเลถ้าตัดสินแน่ชัดและจะอยู่ก็อยู่จะไปก็ไปโดยปัจจุบันทุกอัน ชัดแจ้งอย่างนั้นวันพุธที่มาใหม่ๆทั้งหมดก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่หรือก่อนที่จะตัดสินที่นี่ก็ต้องทำความเข้าใจให้แม่นมันให้ถูกตัวให้ลงตนชัดๆสัจธรรมไม่พรางไม่มั่วจริงๆเป็นความชัดเจนเป็นความลงตัวเป็นความเด็ดเดี่ยวเป็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจนพ้นวิกฤตอิจฉาวิจิกิจฉาตัวนี้เป็นตัวตัดสินทุกอย่างในธรรมะทุกอันในธรรมะทุกอันมีจิตอิจฉาตัวนี้เป็นจิตใจตัดสินตัวสุดท้ายเป็น 7 สีคือสิ่งที่ประกอบอยู่ในจิตตัวสุดท้ายคนวิจิกิจฉาและทุกอันก็เสร็จหมดจิตหมดงานหมดการกระทำ วิจิกิจฉาตัวสุดท้ายมันไม่ลังเลมันไม่สงสัยอะไรอีกมันไม่วกวนมันไม่วกเวียนมันไม่จะต้องรื้อฟื้นอะไรกันอีกมันแล้วๆๆเสร็จเลยจบจริงๆจบจริงๆหยุดจริงๆแล้วคนที่จะเข้ามาที่ต้องใช้เวลาเป็นอาคันตุกะเรียกว่าอาคันตุกะพอดีเรียกว่าปฏิบัติหรือผู้ปฏิบัติก็ตามก็รู้แล้วแต่ให้ใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อที่จะพิสูจน์เพื่อที่จะพิจารณาเพื่อที่จะตัดสินให้ดีให้แน่ชัดจริงๆที่ตนเองตัดสินไม่ใช่ว่าให้ที่นี่เป็นคนบอกเป็นคนพูดหรือว่าให้ มาเป็นคนชี้ตัดสินเอาว่าเอาคนนี้คนนี้ไม่เอาคนนั้นไม่ใช่ให้ตัวเองนั่นแหละเป็นเอดส์ตัวเองนั่นแหละเป็นแน่นอนตัวเองนั่นแหละชัดเจนเอาให้ชัดเจนตัวเองนั่นแหละเป็นเอกเวลาเปิดตัวเองเป็นเอกแล้วจะอยู่ที่นี่มันก็อยู่อย่างสบายเพราะยังมีเหตุการณ์อะไรต่ออะไรก็เหตุการณ์อย่างที่นี่จะพาเป็นอย่างอาตมาจะพาทำจะพาสร้างพาต่อหรือพาฝึกเพียรพาอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่ออะไรก็เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่าอาตมาจะเป็นผู้นำก่อนตอนแรกเริ่มและต่อไปก็ยังเป็นอย่างนั้นยังเห็นชัดอยู่คุณยังเข้าใจอยู่ว่าผมก็ว่าอาตมายังนำได้คุณก็จะรู้ว่าคุณจริงๆ โดยปัญญาของคุณจนกว่าคุณจะเข้าใจว่าคุณนี่เหนืออาตมาเมื่อใดคุณก็จะไปเป็นผู้นำที่นำจริงๆโดยไม่ต้องวกกลับมาหาอาตมาอีกคุณจะไม่พบกับมาหาอาตมาอีกเมื่อคุณเป็นผู้นำจริงๆแล้วคุณไม่ต้องพึ่งอาตมาอีกเพราะคุณพึ่งตนเป็นเด็ดเดี่ยวเหมือนอย่างกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านพึ่งตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวเด็ดที่สุดถ้าไม่ต้องพึ่งใครอีกเลยไม่ต้องพึ่งใครอีกแล้วถ้าตัดสินท่านเองทุกอย่างเด็ดเดี่ยวไม่สงสัยไม่กังวลและท่านก็ไม่ทุกข์ในจิตทุกอย่างเหมือนอย่างนั้นอาตมาเองอาตมาก็ทราบกล่าวได้ว่าอาตมาไม่สงสัยไม่กังวลไม่เดือด ที่จะตัดสินทุกอย่างอาตมาจะไม่ถามใครเลยในโลกนี้หรือไม่พึ่งใครเลยในโลกนี้ขณะนี้ปัจจุบันนี้เพื่อที่จะให้เขาตัดสินอาตมาไม่มีอาตมาตัดสินเองทุกอันนอกจากอันใดที่เป็นวินัยอันใดที่เป็นสิ่งที่ได้คลายได้ปล่อยได้วางได้ถอดถอนเช่นอาตมาตัดถอดถอนหลายๆอย่างให้เหมาะสมเป็นผู้ตัดสินไม่ใช่อาตมาตัดสินอย่างนี้เป็นต้นอาตมาก็บอกไปแล้วและได้ตัดสินไปแล้วได้บอกไปแล้วได้เป็นระเบียบไปแล้วเป็นวินัยไปแล้วว่าให้หมู่ตัดสินไม่ใช่อาตมาตัดสินสิ่งนั้นอาตมาก็ไม่ตัดสินให้หมู่ทำและก็มีข้อแม้อีกจนกว่าหมู่จะเห็น หมู่ก็ลงตัวไม่ได้หมูก็ตัดสินไม่ได้หรอกหมู่ก็ไม่สามารถที่จะทำวุ่นวายแล้วก็เดือดร้อนเป็นภาระและเป็นทุกข์กันอยู่เรียกว่ายังเกิดการมีระบบขัดขัดแย้งๆเป็นไปโดยไม่เรียบร้อยอยู่หมู่จะโยนกลับมาให้อาตมาตัดสินอีกอาตมาก็รับเป็นที่สุดตามที่หลักเกณฑ์ที่ได้ใช้ไว้แล้วเขียนไว้แล้วเพราะเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็โยนมาให้ผู้เป็นประธานหรือโดยเฉพาะอาตมาเป็นผู้ตัดสินอีกเป็นที่สุดแต่อันสุดท้ายอาตมาก็จะรับก็แล้วแต่การละซึ่งมันบอกแล้วว่าไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่ตายตัวก่อนเป็นอันสุดท้ายถ้าไม่ถึงอันสุดท้ายนี้ก็ไม่ใช้ให้หมดตัดสินอย่างนี้เป็นต้นนี่เร็วกว่าสิ่งที่ ถอนที่ถ่ายถอนที่สลัดคืนปล่อยคืนเพราะโดยตัวเองของตัวเองโดยอาตมาไม่มีใครมาตัดสินอาตมาของอาตมาเองโดยเฉพาะอาตมาจะไม่ถามใครให้ใครมาตัดสินให้อาตมาเลยเป็นที่สุดในโลกนี้ไม่มีใครจะตัดสินไม่ว่าศาลกรุงเทพไม่ว่าศาลชั้นไหนๆที่จะยิ่งใหญ่ที่สุดหรือว่าผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่เขาจะกล่าวขึ้นมาที่จะอ้างขึ้นมาแล้วจะให้มาตัดสินอะไรให้แก่ตัวอาตมาเองเรื่องของอาตมาเองนั้นไม่มีอีกไม่มีจริงๆอาตมาแน่ใจที่สุดและได้ตัดสินแล้วด้วยแล้วเด็ดเดี่ยวแล้วด้วยไม่มีไม่มีจริงๆไม่เคยแคร์ไม่สงสาร แล้วพวกคุณก็พยายามทำให้เพิ่มขึ้นมาอย่างที่ว่านี้จนกว่าคุณจะรู้ว่าคุณเองเป็นที่สุดจะไม่ให้ใครมาตัดสินสิ่งที่ตัวเองจะพึงอยู่สุขจะพึงอยู่สุขหรือพึงเป็นไปด้วยดีจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้และประโยชน์ตนก็คือสุขที่สุดที่เรียกว่าปรมังสุขังไม่มีความคับแค้นไม่มีความเดือดร้อนไม่มีอะไรที่ตัวเองจะต้องลังเลหรือว่าจะต้องอย่างโน้นอย่างนี้อะไรที่มันให้เกิดอาการนิดหน่อยขึ้นมาที่จิตก็ไม่มีไม่มีอุปสรรคใดๆหมดเลยจริงๆเราจะต้องเป็นผู้ที่ขัดกระทำให้จริงฝึกเพียรสั่งสมไปให้ได้แน่ๆไม่ ไม่รู้จักกล่องแรงๆไปอยู่นั่นเองสภาพธรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นที่รวมความได้ว่าเป็นตัวตัดสินเป็นตัวจบเป็นตัวที่แน่นอนแน่ใจเกิดการพ้นทุกข์พ้นกลอนคนรำคาญพ้นกังวลหมดสิ้นนั้นแหละเป็นสภาพของเรียกว่าอรหัตผลสภาพอากาศตำบลว่าเราจะมีรหัสแต่ผลตั้งแต่น้อยๆเรียกว่าโสดาบันคาถาตัดพ้นก็โสดาบันอรหัตผลของเศรษฐกิจของพระอรหันต์แท้คือโดยตนพ้นภาระตนแท้จริง ความที่จะได้รู้ขึ้นไปอีกนั้นเป็นยานเป็นสัพพัญญูหรือเป็นโพธิญาณที่จะรู้ขึ้นไปอีกนั้นผู้รู้อย่างนี้แล้วจะเข้าใจเองต่อไปจะเข้าใจจะต้องพึ่งใครหรือไม่หรือจะมีผู้ที่จะพึ่งหรือไม่หรือจะพึ่งอันใดก็ตามเราจะรู้เองเดี๋ยวอาตมาบอกก่อนได้ว่าอาตมายังพึ่งอย่างหนังสือพระไตรปิฎกนี่ก็เพิ่งอยู่ยังพึ่งได้อาตมายังมีสิ่งที่จะพึ่งนั้นอยู่แล้วก็ได้ประโยชน์อยู่ทุกวันได้พึ่งอยู่เป็นความรู้เป็นการเพิ่มภูมิหรือเพิ่มโพธิโพธิแปลว่าความรู้คือการตรัสรู้ถึงจะได้ตัดจะรู้ไปเรื่อยๆเพิ่มเข้าไปอีกหรือแม้แต่ เล็กสิงห์น้อยที่เป็นสังขารธรรมอยู่ข้างนอกตนอาตมาก็ได้เรียนรู้สังขารธรรมเหล่านั้นซึ่งตนเองไม่มีปัญหาแต่เป็นปัญหาของคนอื่นเป็นปัญหาที่ปรุงแต่งเกิดอยู่นอกตนอาตมาก็ได้ศึกษาได้รู้ได้พึ่งพึ่งไม่ได้พึ่งเพื่อตนแต่พึ่งเพื่อความกว้างขวางขึ้นเพื่อโลกตนได้รู้ตนได้เข้าใจมันก็เป็นกลุ่มกระทำของตนอันนี้เป็นสภาพธรรมของผู้ที่จะเข้าใจเองในระดับอนันตังในระดับที่นิรันดรหรือในระดับที่เป็นไปอีกเป็นใบไม้ทั้งป่าส่วนใบไม้กำมือเดียวของตนนั้นมงคลเป็นอรหันต์หรืออรหัตผลอันที่สุดอันที่ 4 ระดับ กฎเกณฑ์ตัดสินได้เด็ดเดียวแล้วแน่นอนแล้วก็เกมกันแล้วเราจะไม่มีอะไรระแวงสงสัยไม่มีความเดือดร้อนไม่มีความลำบากใจอะไรต่อไปอีกมีแต่การรู้พักรู้พักรู้พักๆๆหรือเพียรพักเพียรพักของเราไปตลอดกลับกันไปตลอดจนตายเมื่อไหร่ก็ตายตายแล้วก็ตายกับหยุดที่สุดพักที่สุดเท่านั้นเองแล้วก็ไม่มีอะไรสงสัยเนี่ยเป็นสภาพที่นี่พูดที่เข้ามาใหม่ก็ขอให้รู้เป็นระดับต้นว่าเราจะเข้ามานี่เราจะมาเอาอะไรเราจะมาเอาอะไรข้าต้อง บายเสมอบอกเสมอว่าม้าที่นี่ไม่มีลาภไม่มียศไม่มีสรรเสริญและมาล้างตัวที่ติดสุขโดยเฉพาะคำว่าสุขโดยอามิสหรือสุขโดยโลกีย์เป็นเบื้องต้นสุขโดยอาทิตย์สุขโดยโลกิยะสิ้นโลกเขาหลอกอยู่โลกเขาทำกันอยู่แล้วเราก็เกิดมารู้แล้วเราก็เกิดมาติดเพราะความไม่เข้าใจไปถูกเขาหลอกเขาหลงอยู่ซึ่งเล่น LINE ระดับมาที่เรียกว่าอบายมุขต่างๆก็ตรวจตนให้ชัดตัวจริงๆอย่ามันทำพังมันเข้าใจถ้าภาษาคำว่าอบายมุขเฉยๆแล้วก็นึกว่าตัวเองเนี่ยหมดสิ้นแล้วแล้วก็บ่ายโมง อย่าไปคิดอย่างนั้นอย่าไปคิดคำนวณเอาง่ายๆเผินๆพิจารณาลงไปไล่เรียงลงไปเลยทำความเข้าใจให้ละเอียดแทงทะลุให้ได้ว่ะอบายมุขต่างๆที่เคยพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกนั่นน่ะเราเองหมดสิ้นเห็นด้วยจิตอันชัดเจนแล้วว่ามันเป็นอกุศลชีวิตนี้ตลอดต่อไปจะเกิดอีกกี่ล้านชาติเราก็จะไม่เกี่ยวข้องเราก็จะไม่แตะต้องทบทวนอย่างนั้นใส่ใจเห็นแน่ใจแล้วตัดสินให้เด็ดขาดแล้วทีนี้คุณเองคุณจะสัมผัสกับอบายมุขเหล่านั้นคุณเองคุณก็จะไม่ได้มีอะไรเลยที่คุณจะต้องหวั่นไหวถ้าคุณเองแน่ใจแล้วว่าคุณตัดได้คุณไม่เกี่ยวข้องคุณไม่เห็นเป็นความสนุกสนานและก็จะ รู้อีกอันหนึ่งว่าแม้เราไม่เห็นว่าเป็นความสนุกสนานไม่เห็นว่าเป็นความเอร็ดอร่อยเราไม่ต้องแตะต้องเราไม่ต้องคลุกคลีเราไม่ต้องสัมผัสสัมผัสกับสิ่งนี้ก็ได้แล้วก็จะต้องมีจิตอีกตัวหนึ่งบอกตัวเองด้วยว่าถึงอย่างนั้นเราก็ไม่มีสิทธิ์จะไปรำคาญจะไปเกลียดจะไปชังสิ่งนั้นเพราะมันย่อมมีในโลกมันเป็นอัตราส่วนของเขามันไม่ใช่ตัวตนของเราของเขาที่แท้จริงมันเป็นของเขาที่เขายึดเพราะฉะนั้นถ้าเราเองเอาจิตไปเกลียดไปทางด้วยเท่ากับเราแต่เอาจิตของเราไปร่วมอัดตากับเขาด้วยเพราะเมื่อเราเองเราไม่มีจิตที่จะไปแส่ไปร่วมอัตตากับเขาก็คือจิตของเรา รู้ว่าสิ่งนี้เป็นอกุศลก็บอกทันทีว่าอกุศลไม่ใช่ใจสิ่งดีหรอกในเราไม่มีแล้วก็ดีแล้วเรารอดตัวแล้วพ้นแล้วแต่เขายังมีอยู่ก็เป็นเรื่องของเขาที่เราไปสัมผัสข้างนอกก็เป็นของเขาที่เขายึดกันจะเรียกว่าของเขาก็เพราะเขายึดกันพวกเขานั่นแหละเขายึดเขาของเขาอยู่เราเองเราอย่าไปเอาแม้แต่เสี้ยวของจิตที่มันไปเป็นพยาพยากรณ์สายมาจากรากศัพท์คำว่าทักษะแปลว่ารู้จิตเข้าไปรู้แล้วรู้แล้วก็ไปรู้ยึดอยู่กับเขาอีกทักษะและยังไปเป็นพระประกอบไปด้วยพระประกอบไปด้วยไปตกแต่ก่อนแน่อยู่ที่เขาด้วยคือไปเบียดฉันเป็นเด็กฉันไปรัง ไม่ต้องมีแม้แต่เศษเสื้อของจิตที่จะรังเกียจเดียดฉันรำคาญเดือดร้อนไม่ต้องเดือดร้อนไม่ต้องเกลียดชังเพราะความจริงในโลกนี้นี่มันก็เป็นสภาวะธรรมเฉยๆมันเป็นสิ่งนั้นสิ่งนั้นสิ่งนั้นตามนั้นเฉยๆเราเห็นแล้วว่าเราเองเราไม่รู้กี่คนแล้วก็ดีแล้วล่ะคุณรู้จักแล้วว่าตัวดีแล้วแล้วก็เลิกกันแล้วเราดีแล้วเราก็เป็นใช้ได้ทีนี้เขาเห็นเราเห็นเขาติดอยู่เป็นของเขาอยู่ถ้าเราจะช่วยเขาเห็นเป็นเวลาที่ควรเป็นกาลที่ควรหรือเป็นฐานะที่ควรเหมาะสมคนก็ดูแล้วว่าเออทำได้จะช่วยได้ควรจะช่วยเขาอีกก็จงลงมือช่วยลงมือทำให้เขาหลุดจาก ฉันบ้างถ้าไม่เห็นควรถ้าไม่เห็นว่าใช้ไม่ได้ยังไม่ใช่กาละที่ควรทำยังไม่ใช่สถานที่ยังไม่ใช่บุคคลที่ควรจะร่วมด้วยก็อย่าพึ่งอย่าพึ่งต้องไตร่ตรองมีปัญญาอันนี้ต่อไปเพราะเมื่อเราไตร่ตรองทบทวนดูหมดแล้วอบายมุขทั้งหลายที่เรียกว่าต่ำที่ได้เคยพูดมาซ้ำแซะไม่มีที่เราจริงแล้วเราก็ดูผลของใจของเราด้วยว่าเมื่อเราหลุดพ้นจากอบายมุขเหล่านั้นมาได้แล้วขาดสิ่งนั้นมาได้แล้วเนี่ยแล้วเดือดร้อนอะไรหรือว่าเราสบายถ้าเห็นว่าสบายไม่เดือดร้อนอะไรเลยแล้วก็รู้ชัดเจนเป็นสัตว์จะทำด้วยว่าชีวิต ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไม่ต้องไปคลุกคลีที่เรียกว่าสักคะหรือสังขะภาษาบาลีเรียกว่าสังฆังไม่ต้องไปคลุกคลีไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไปแตะต้องเลยชีวิตเราทั้งชีวิตห่างไกลกันไม่ต้องพบปะกันไม่ต้องสัมผัสกันไม่ต้องมีผัสสะกันเลยในโลกตลอดชีวิตก็ได้แต่ถ้าผัสสะเราก็ไม่รังเกียจดังกล่าวแล้วเราก็ไม่รำคาญอะไรมันต้องย่อมต้องสัมผัสดูว่ามันยังมีของมีอยู่ในโลกเราก็ไม่แน่นอนจะต้องสัมผัสเมื่อใดก็ช่างมันแต่ใจของเราแน่นอนแล้วไม่ต้องเกี่ยวข้องแล้วไม่ต้องหวั่นไหวแล้วไม่หลงเป็นสวรรค์ไม่หลงเป็นความรื่นเริงไม่หลงเป็นความน่าสนุกสนานอะไรเรียกว่าสังขะซึ่งจะไปเกิดจิต เครื่องซักผ้าก็คืนที่จะไปเกิดจิตไปเกิดการผูกเข้าไปเกิดการยึดเข้าไปเกิดการหลงว่ามันจะเป็นดีเป็นชอบอะไรเขาอีกไม่มีจิตอันนั้นเมื่อเราตรวจสิ่งต่างๆนั้นได้แล้วพวกคุณจะมีตัวตัดสินจะมีตัวแรกจ่ายแล้วคุณจะรู้ว่าความเบาความง่ายชีวิตนี้ตรวจซ้อนลงไปอีกว่าชีวิตนี้เมื่อขาดจากสิ่งเหล่านั้นสิ่งนั้นไม่เป็นภาระอบายมุขตัดขาดหลุดพ้นเป็นวิมุติหลุดพ้นสิ่งนี้ก่อนแล้วคุณจะรู้ว่าตัวเบาตัวพ้นจิตพ้นภาระในสิ่งเหล่านั้นจริงๆตัวจะมีเวลาเพิ่มขึ้นเวลาแต่ก่อนนี้เราไปเสียกับพวกนั้นเราจะรู้ว่าเราไม่เสียแล้วเราไม่ต้องวุ่น เอาเวลาอย่างน้อยๆมาอยู่เฉยๆก็ยังเป็นกำไรเห็นกำไรของความอยู่เฉยๆว่างๆให้ได้ดีกว่าคุณเอาเวลาไปลุงไปแต่งนั้นตนทุกข์ทนร้อนทนเหนื่อยถ้าเอาเวลาไปทำอย่างนั้นโดยเฉพาะไปทำกับอบายมุขไปหลงเพลิดเพลินดีเต้นอะไรอยู่กับอบายมุขมันเหนื่อยมันเน็ตแล้วค่าของมันไม่สมควรที่จะมีค่าของมันต่ำต้อยมากค่าของมันให้คะแนนไม่ได้เลยมันไม่มีค่าจริงๆต้องรู้ให้ได้ว่าพวกอบายมุขมันไม่มีค่ามันเป็นสิ่งที่จะต้องทำลายลงไปให้ไม่มีในโลกเพราะถ้ามันมีในโลก มันเป็นค่านิยมมันทำให้โลกเห็นแล้วโลกก็นึกว่าเป็นของจำเป็นนึกว่าของที่จะต้องสัมผัสๆเพราะว่าคนที่ไปสัมผัสๆอยู่นั้นเป็นตัวอย่างจึงหลอกให้คนนิยมจึงชักชวนคนนิยมกลายเป็นค่านิยมเพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันทำลายแต่เราไม่มีสิทธิ์ไปทำลายวัตถุเรามีสิทธิ์ที่จะทำลายความคิดเห็นของคนให้ค่อยๆเลิกกันมานี่เป็นนโยบายใต้น้ำเป็นนโยบายของพระพุทธเจ้าซึ่งพาทำอย่างแนบเนียนลึกซึ้งให้เขาหยุดมาเองโดยความสมัครใจให้เขารักเขาปล่อยเขาเลิกเขาไม่ไปสนับสนุนเองโดยสมัครใจไม่ใช่เราไปทำลายเข้า ทำลายของไปทำลายคนไม่มีแล้วหลักการนี้ไม่มีในศาสนาพุทธให้เขารู้เองเห็นเองละเองหน่อยเองมันเป็นการทำลายในตัวเพราะงั้นเราจะต้องทำลายค่านิยมที่เป็นอบายมุขลงมาเราจะเป็นประโยชน์กับเขาได้เมื่อเราเห็นแน่แท้เมื่อผู้ใดปิดอบายโดยเฉพาะท่านอบายมุขก็เป็นโสดาบันแล้วปฏิญาณตนได้แล้วเมื่อจิตใจของเราวางเด็กขาดจริงๆตัดสินแน่นอนจริงๆถ้าเป็นโสดาบันได้แล้วทีนี้พูดได้อาทิตย์นี้ผู้ใดที่รู้จริงของตนเองอย่างนั้นแน่แล้วว่าเราหมดอบายมุขต่างๆแล้วก็จะมาอยู่ที่นี่ด้วยความสบายเปราะนึง กำลังที่จะชักจูงให้เราลากจูงให้เราออกไปสู่ข้างนอกเพื่อไปเสพอบายมุขต่างๆเพราะโรงหนังมันก็อยู่ข้างนอกโรงกีฬาการละเล่นมันก็อยู่ข้างนอกเหล้ายาปลาปิ้งอะไรต่างๆมันก็อยู่ข้างนอกการพนันมันก็อยู่ข้างนอกในนี้ไม่มีแต่ในนี้ไม่มีนี่พวกอบายมุขทั้งนั้นไม่มีแม้แต่เรื่องผู้หญิงผู้ชายที่จะต้องทำได้อย่างเปิดเผยอยู่ข้างนอกที่นี่ที่จริงไม่มีผู้หญิงที่นี่ที่จริงไม่มีผู้ชายที่นี่มีแต่พระคนเข้ามาในนี้สมมุติเป็นพระทั้งนั้นจิตใจของเขายังไม่เป็นพระจริงก็ตามแต่ละบุคคลแต่เข้ามาในนี้เป็นพระทั้งนั้นทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายโดยสมมติเรียกว่าผู้หญิงผู้ชายแต่โดยสัจธรรมเรียกว่าพระเรียกว่า ใฝ่ธรรมเรียกว่าผู้ประเสริฐเรียกว่าผู้ปฏิบัติจะเอาธรรมะเท่านั้นไม่มีการที่จะมาวุ่นวายในเรื่องปรุงแต่งในเรื่องสืบสัมพันธ์ๆอะไรไม่มีพร้อมจะเอาเรื่องผู้หญิงผู้ชายในนี้ก็ไม่มีนะไม่มีและโดยเฉพาะในตัวเองต่อไปก็จะต้องกลางคืนก็รู้พักกลางวันก็รู้เพียงและเพียรในกลางคืนในพักนั้นก็ต้องรู้ชาญานี้โยคะอีกเราจะต้องรู้หลับรู้นอนเราอยากๆก็บอกไม่เทียบกลางคืนเป็นอบายมุขถ้าใครเทียบกลางคืนอยู่เป็นอบายมุขใครไม่เที่ยวกลางคืนก็ละ ได้แล้วโดยละเอียดขึ้นไปแม้กลางคืนที่จะพักผ่อนเรารู้พักรู้ผ่อนแล้วเราก็จะยังมีการปฏิบัติธรรมในพักผ่อนนั้นรู้มีสติสังฆรักษ์มีสติชาโคลให้รู้พักรู้ตื่นให้มีสติไม่หลับไหลจนกระทั่งนอนหลับแล้วก็ยังมีการเพ้อมีการละเมอหรือว่าหลับโดยจมดิ่งเป็นหน้าปลุกก็ไม่ขึ้นละครั้งก็ไม่ได้ยินอะไรก็ไม่ได้ไหวพริบอะไรก็ไม่มีเลยถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่อันนั้นมันจมดินเกินไปเราจะมาฝึกตนมาขัดไหวรู้ดูรู้พรรครู้เพียงไอ้นั่นเป็นระบบที่เราจะมาเรียนรู้อีกต่อไปแต่เราไม่เที่ยวกลางคืนมันก็ใช้ได้แล้วเรามาอยู่ที่นี่แล้วไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืนกันที่ไหน ดีแล้วไปปิดเอาไปไม่ครบ Visual ก็คือมดพบมิตรที่จะดึงลงไปสู่ทางที่เราหนีมาแล้วที่เราเห็นแล้วว่าเป็นอกุศลเป็นทางต่ำมันเองไม่ขอพิจารณาไปอย่างนั้นเราจะคบวิธีจะพาขึ้นไปสู่จุดสูงในที่นี้ตรวจดูซิมีที่จะพาเราไปสู่การพนันไปสู่สิ่งเสพติดไปสู่เรื่องผู้หญิงผู้ชายไปสู่เรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับมาหาประสบการณ์และเล่นอะไรมีไหมก็พิจารณาให้ดีแล้วเราก็จะเห็นว่ามิตรเหล่านี้เป็นมิตรคบได้มิตรไม่พาเราสู่ไปสู่สังคมนั้นหรอกเราก็จะรู้ชั้นฐานอบายมุขเป็นเบื้องต้นแม้ที่สุดที่สำคัญที่สุดตีหัวเข้าบ้านก็คือการเขียนการ การแข่งขันเป็นอบายมุขโดยคนเนี่ยเกียจคร้านแต่ที่ไปขยันกันก็เพราะมีสิ่งล่อเรียกว่ามีอามิสสินจ้างถ้าผู้ใดที่จะขยันโดยไม่ต้องมีอามิสสินจ้างนั้นน่ะเราเรียกว่าพระผู้ขยันโดยไม่มีอามิสสินจ้างหล่อเราเรียกว่าพระผู้ที่ขยันโดยมีอภิสิทธิ์จางหล่อเขาเรียกว่าคนหรือผู้ถูกชนเพราะประชาชนที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่หวังพึ่งของล่อหวังพึ่งลาภยศสรรเสริญแม้ที่สุดหวังพึ่งความสุขเป็นเหยื่อล่อเพราะฉะนั้นก็จะทำการขยันไม่เกียจคร้านก็เพื่อหวังผลอย่างน้อยหวังผลก็จะ แต่พระนั้นขยันโดยไม่ต้องมีอามิสไม่มีอะไรล่อแม้แต่สุขล่อก็ไม่มีอย่าว่าแต่ยศชั้นสรรเสริญอย่าว่าแต่ลาบอะไรที่จะมาเป็นของตอบแทนแลกเปลี่ยนเลยไม่มีน้าเล็กบอกพระรู้แค่อยากรู้การเพียรรู้อุฏฐานะรู้สิ่งที่จะทำให้เกิดอุฏฐานะมาจากภาษาคำว่าอุป 1 ฐานะอันหนึ่งฐานะหมายความว่าควรจะยังอยู่ควรจะตั้งอยู่ด้วยความเกิดอุฏฐานะอุทานนะมาจากรากศัพท์คำว่าครูจะตั้งอยู่ในความเกิดเมื่อเรายังเกิดอยู่เรายังไม่ดับขันธ์ที่แท้จริงก็ควรจะเกิดอยู่เพราะฉะนั้นก็เอาความซับเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายเป็นอัตถะแปล คนเข้าใจง่ายๆเมื่อไม่ลึกซึ้งถึงมาตรฐานรู้ทันความเกิดพระอรหันต์เจ้ารู้การทำความเกิดและทำความเกิดเองเพื่อให้เป็นประโยชน์โรคหรือเป็นสัตว์พันธุ์วิทยาให้แก่ตนทำความเกิดอันนั้นให้เท่านั้นเองเพิ่มโพธิญาณให้แก่ตนพระอรหันต์จะเพิ่มโพธิญาณให้แก่ตนกับเพิ่มสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่โลกและก็กระทำสิ่งนั้นจึงเรียกว่าความเพียรของพระอรหันต์ส่วนคนนั้นก็มีความเพียรมีการกระทำให้เกิดโดยภูมิต้องขยายหรือต้องม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive