สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิบากของพระพุทธเจ้าในทุกรกิริยา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิบากของพระพุทธเจ้าในทุกรกิริยา ย้อนเข้ามาหาการนั่งหลับตา ทำไมหนังเหนียวตอกแล้วตอกอีก ทุบแล้วทุบอีกไม่กระเทือนเลย การนั่งหลับตาสมาธินั้นเป็นของนอกรีตศาสนาพุทธ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเมื่อออกบวช ก็ไปพบ พวกนั่งสมาธิ ท่านก็ลิงลมอมข้าวพอง นึกว่า ปฏิบัติธรรมต้องทำแบบนี้หรือ ก็ไปนั่งหลับตาทำสมาธิ คือภูมิธรรมท่านไม่ออกมาเต็มที่ มันเป็นวิบาก 6 ปีนั้นเป็นวิบากของท่านต้องลิงลมอมข้าวพอง ก็ไปตามหาผู้ที่ปฏิบัติเก่ง ได้ข่าวว่า อาฬารดาบส อุทกดาบส ทำฌานได้เก่ง ฌาน 7 8 แต่ท่านทำแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ ก็หลีกเสีย แล้วก็ปฏิบัติลัทธิเดรัจฉานวิชา ต่างๆท่านก็ทำได้อุกฤติกว่าเขา ท่านก็เล่าว่าเป็นวิบากที่ต้องชดใช้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 31 ข้อ 392 เป็นวิบากท่านที่ได้ไปกล่าวตำหนิ พระพุทธเจ้ากัสสปะ ตอนสมัยเป็นโชติปาลมานพ ว่า..เราเป็นผู้ชื่อว่า โชติปาละ ได้เคยกล่าวกับพระสุคต พระนามว่า กัสสปะ ว่า “การตรัสรู้เป็นของได้โดยยาก ท่านจะได้จาก โพธิมณฑลที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง” ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราได้บำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นอันมาก สิ้นเวลา6ปี เราถูกบุรพกรรมตักเตือนแล้ว (ปุพพกัมเมนะ โจทิโต) จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางผิด เรามิได้บรรลุการตรัสรู้โดยทางนั้น บัดนี้เราเป็นผู้สิ้นบาปและบุญ(ปุญญปาปปริกขีโณ) เป็นผู้ไม่มีอาสวะ...ฯลฯ (ล.32 ข.392)
สมณะเดินดินว่า..ฌานของพุทธคือการเพ่งเผากิเลสในตัวเรา เราเป็นนักปฏิบัติธรรมต้องเอากิเลสมาขยี้ดูพิจารณาให้เป็นโทษภัย มองเห็นกิเลสตน เผาของเราอย่าเผากิเลสเพื่อน เผากิเลสเราเมื่อไหร่ก็เกิดฌาน พ่อครูเน้นว่า จะบรรลุธรรมได้ต้องแยกแยะ เนกขัมสิตเวทนากับเคหสิตเวทนา สิ่งเหล่านี้จะเกิดไม่ได้กับพวกที่ตัดรอบไม่เอาผัสสะ ศาสนาพุทธจึงย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องมีผัสสะเป็นปัจจั
อ่านต่อ
ย และมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์จึงแยก เนกขัมสิตเวทนากับเคหสิตเวทนาออกได้แต่พวกที่เลิกกับเพื่อนแต่กอดคอกับกิเลสเสียแน่น...จบ 600908_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เนกขัมมะด้วยปหาน 5 ให้ถึงตถตา