ทำไมพ่อครูสอนแต่โลกุตรธรรมไม่สอนโลกียธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมพ่อครูสอนแต่โลกุตรธรรมไม่สอนโลกียธรรม _*สติพล จนพัฒนา* : พ่อครูมีเมตตากรุณาเป็นอัปปมัญญาปรารถนาอยากให้พวกนั่งหลับตากลับจิตกลับใจมาลืมตา..แต่จริงๆแล้วก็เป็นได้บางส่วนเท่านั้น..แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปไม่ได้ impossible เพราะขนาดมีพระพุทธเจ้าอยู่แท้ๆก็ยังทำไม่ได้เลยครับ พ่อครูว่า... ก็จริงของคุณ ก็ได้บางส่วนอาตมาก็เอาบางส่วน ได้บ้างเท่าไหร่ก็เอาเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านไป มันก็ต้องอย่างนี้แหละ วันนี้มันได้บ้างก็ยังดีนะ มันยากจริงๆเพราะอาตมาไม่ได้เป็น เป็นนักธรรมะหรือเป็นนักเผยแพร่ธรรมะ นักสอนธรรมะ คือ สอนดะไปโลกีย์ก็สอนไม่ทำ อาตมาเน้นสอนโลกุตระ กอบกู้โลกุตระ อาตมานี้เป็นพ่อครัวปรุงอาหาร ที่เขาเรียกว่าเชฟว่าเป็นกุ๊ก เป็นพ่อครัวปรุงอาหาร ที่ปรุงอย่างเข้มข้น ปรุงอาหารที่เป็นสาระแก่นสารของมนุษยชาติที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ไม่ได้ไปมีเวลาทำอาหารออเดิร์ฟ อาหารกินเล่นกินหัว ไม่ เป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับมนุษย์โลก สำหรับมนุษย์สำคัญที่สุด งานเดียวนี่แหละอาตมาก็หนักหนาสาหัสแล้ว เพราะฉะนั้นท่านจันทร์ก็ทำตามฐานะของท่าน อาตมาก็ทำตามฐานะของอาตมาจึงไม่เหมือนกันเลย อย่างพวกหลับตานี้อาตมาก็ต้องย้ำเพราะมันเป็นโมฆะจริงๆ หลับตาปฏิบัตินี่ มันไม่มีทางเกิดบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าเลย ไม่เลย ซึ่งเขาไม่ได้เข้าใจง่ายๆเพราะเขาไม่มีปัญญาพอ พวกที่เขาไม่ตื่นไม่ยอมรับไม่ฟัง เขาตัดทิ้งเพราะว่าเขาไม่มีปัญญาพอ เขาอยู่ในภูมิที่เขารับไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ให้แต่ผู้มีบารมีภูมิมีพอจะรับได้ ผู้ที่จะมีภูมิพอและเป็นเพื่อนเป็นฝูงเขาถึงจะจูงเขาขึ้นมาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีตัวเชื่อมตัวต่อเป็นสายอย่างนี้เลย มันต้องเอาคนที่มีบารมีหรือมีภูมิพอจะเกิดผลได้ก่อนมีน้ำมีเนื้อ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านี้เป็นโลกุตระที่จะต้อง
อ่านต่อ
คัดเลือกบุคคลที่จะได้ผล ถ้าไม่คัดเลือกบุคคลที่จะได้ผล ไปสอนโลกียธรรมธรรมดา เกิดร้อยปีไม่พอหรอก ไม่มีเวลาพอที่จะไปสอนให้เขาเจริญขึ้นมาได้ แล้วก็จะมารับได้นั่น 1. 2 .โลกุตรธรรม ก็ไม่ใช่โลกียธรรมชั้นสูงด้วย แต่เป็นธรรมะอีกต่างหาก จึงเป็นเรื่องอจินไตยมาก เป็นเรื่องที่คิดไม่ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นในเวลาที่มีเวลาชีวิตที่จะมาทำงานด้านธรรมะ 100 ปีน้อยไป เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ต้องไปเสียเวลากับอันโน้น เพราะอันนั้นเขาก็สอนกันอยู่แล้ว มีผู้รู้สอนกันอยู่แล้ว เขาก็ทำกันได้ในความดีความชั่วความถูกความผิดของโลกียะ เขาก็สอนกันแล้วก็วนเวียนอยู่ตรงนั้น ซึ่งมันไม่เที่ยง คุณจะดีอย่างไรคุณก็ต้องวนเวียนตกต่ำไม่จบ มันไม่เหมือนโลกุตระที่เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่า อันนี้จบอันนี้ไม่มีวนเวียน ไม่มีตกต่ำได้แล้วไม่ตกต่ำ อวินิปาตธรรม ถึงขั้นนิยตะ แล้วไม่มีตกต่ำมีแต่จะไปสู่ที่สูงที่สุด สัมโพธิปรายนะ อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นจึงมีที่สอนมีที่จบอย่างแท้จริง มีความเจริญอย่างเที่ยงแท้ไม่ตกต่ำ แต่อันนั้นมันยังวนเวียนซ้ำแล้วก็วนเวียน สอนให้ขึ้นไปดีเท่าไหร่เดี๋ยวก็วนเวียนตกต่ำอีก เพราะมันไม่มีปัญญาไม่มีจุดที่รู้แจ้งรู้จริง ถึงอะไรหมดสูญก็หมดสูญ ไม่มีมาอีกมันก็ไม่มี เอากิเลสให้หมด 0 ไปแต่ละเรื่อง มันหมด 0 แล้วมันไม่มี มันไม่เกิดอีกในตัวคน มัน นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มันก็จบ เพราะฉะนั้นมันจึงสมบูรณ์แบบได้ จบแล้วมีที่สุดที่จบ เพราะฉะนั้นค้นคว้าธรรมะ ธรรมะที่จะได้ โลกุตรธรรม จึงมีที่จบแม้จะเป็นคนเป็นๆ คุณจะยังไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสานก็เป็นคนที่มีหลักประกัน ว่าจะมีชีวิตไม่ตกต่ำไม่ทำบาปทั้งปวง มีแต่ดีถ่ายเดียวกรรมชั่วไม่ทำเลย ถ้าจะอยู่ ไม่มีกรรมชั่วที่เจริญไป ใครจะสูงขนาดไหนก็ตามกาละเทศะของเขา เข้าใจกาละเทศะสถานะ อนุโลมปฏิโลมไปได้กับเขาทุกๆสมัย ในยุคนี้นิยมอันนี้ว่าเจริญ ยุคต่อไปก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปนิยมอันโน้นให้เจริญ เช่น ผู้หญิงยุคนี้นิยมสั้น คนเจริญคนทันสมัยต้องนุ่งสั้นๆ ยุคนี้ว่า เชยแหลกเลย ต้องยาวๆ มันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นโลกียะมันไม่เที่ยง การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจึงเป็นธรรมะที่มีที่จบ มีความเที่ยงแท้แน่นอนมีความสมบูรณ์แบบ และก็ไม่ต้องศึกษาอีก จบกิจสมบูรณ์แบบแล้วไม่ต้องศึกษา ไอ้โน้นศึกษาแล้วศึกษาอีกไม่จบหรอกวนเวียนได้หน้าลืมหลังได้เก่าลืมใหม่ ได้ใหม่ลืมเก่า วนไปอยู่อย่างนั้นไม่มีจบ เพราะว่าเขายังไม่รู้สูงสุดเขาก็เป็นอย่างนั้น 650805 พ่อครูคือพ่อครัวผู้ปรุงอาหารโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ