ชาวโลกุตระจะรอดจากไฟท่วมโลกด้วยเรือนาวาบุญนิยม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวโลกุตระจะรอดจากไฟท่วมโลกด้วยเรือนาวาบุญนิยม _พ่อครูว่า... มาต่อ เวทนา ข้อ 1 อะไรคือเวทนา เวทนามันมีในคนทุกคน ทุกคนมีเวทนา เวทนาคืออะไร เวทนาคืออาการที่มันมีความรู้สึก เป็นความรู้สึก จิตของเรามันมีความรู้สึก มันเป็นอาการของใจ รู้สึก รู้ๆ แล้วก็รู้สึก สึกก็แปลว่ารู้อยู่นี่ ที่จริง คำว่า สึก นี้คือ การทำการรบ ถ้ายังไม่มีวิชชา ถ้ายังไม่มีปัญญาชัดเจนว่า อ้อ.. ถ้าเผื่อว่าเวทนาที่ยังมี 2 อยู่ตลอดเวลา แล้วเราไม่เข้าใจใน 2 มันก็จะทะเลาะกัน มันก็จะรบกัน มันก็จะฆ่ากันอยู่อย่างนี้ มันไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่สรุปผลง่ายๆ เพราะฉะนั้นปฏิภาณปัญญาที่รู้ชัดเจนที่สุดใน 2 กับ 1, 1 กับ 2 นี่แหละ ทำให้ลงตัว ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วน 2 (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 คำว่า 1 ใน 2 หรือ 2 ใน 1 ผู้ที่ยังมีชีวิตเป็นมนุษย์ จะต้องมี 1 ใน 2 หรือ 2 ใน 1 จะเป็นผู้มีอยู่ตลอดเป็นสิริมหามายา ถ้าเข้าใจไม่ทันมันจะเป็นมายาหลอกคุณ ถ้าเข้าใจได้ทันมันจะเป็นสิริมหามายา มันจะเป็นสภาวะ 2 ที่จะเป็นผู้ให้กำเนิด สิริมหามายาคือแม่ ผู้ที่จะให้กำเนิดอกุศลจิต ให้กำเนิดอวิชชา มันจะให้กำเนิด ทุกข์ มันจะให้กำเนิดการทำกรรมบาปแก่ผู้อวิชชาตลอดกาล เพราะฉะนั้นใครที่ทำความจบ ทำความเป็นปัญญาให้รู้ สภาพ 1 ใน 2 , 2 ใน 1 ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ล.10 ข.60 ทำให้ 2 เป็น 1 ให้สำเร็จเรียบร้อยให้ได้ให้เกิด 1 ในตัวเราจริงๆ แล้วเราก็รู้แล้วว่าเราทำสำเร็จก็จบ ตัวใดมาเราก็จัดการให้เป็น 1 ได้สำเร็จ อาศัย 1 อยู่ในขณะที่คุณยังไม่ตายเป็นปริโยสาน ยังไม่ตาย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คุณก็ยังมีชีวิตคุณก็ยังอยู่กับ 2 ตลอดกาล เพราะฉะนั้น
อ่านต่อ
ในอะไรก็แล้วแต่ คนที่ไม่รู้ความจริงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยปัญญา 2 ใน1 แล้วทำ 1 ใน 2 ได้อย่างสิริมหามายาสมบูรณ์แบบ คุณจะเอา 1 โดยเฉพาะ 1 ที่จะเป็นตัวกูของกู เหมือนอย่างเทวนิยมเขาไม่เข้าใจ ประชาธิปไตยของชาวเทวนิยมจึงไม่มีทางรู้ความละเอียดของความเป็นปัญญาธาตุรู้ ที่ 2 เป็น 1, 1 เป็น 2 นี้อย่างอนุโลมปฏิโลม ตามสิริมหามายา กับผู้ที่ยังยึดถืออยู่ ยึดมากยึดน้อย ยึดมากก็ไปๆๆห่างๆ ยึดน้อยลง ก็อยู่ด้วยกันได้เพราะอนุโลมปฏิโลมก็สอนกันได้ พวกที่ยึดถือมากก็สอนยาก ห่างไกล ถือว่าเป็นพาลชน ยังมีอยู่ในสังคมโลกที่เรียกตนเองว่า ประชาธิปไตยก็ตาม คอมมิวนิสต์ก็ตาม คอมมิวนิสต์ ยึดในประชาธิปไตย ทำทีเป็น ยึดนอก แหมทำเป็นเก่งยึดนอก จะรวมกันเป็น 1 ให้สงบ อีกอันก็ยึดใน รวมกันเป็น 1 ให้สงบ พวกคอมมิวนิสต์ เสร็จแล้วก็ไม่รู้นอกรู้ในอะไรหรอก ไม่รู้โลกนอกหมดโลก ไม่รู้อัตตา เขาก็ไม่รู้ความเป็นโลก กับความเป็นอัตตา ความเป็นโลกคือข้างนอกทั้งหมด ความเป็นนัยคือ อัตตา ภายในทั้งหมด เขาก็ไม่รู้ซึ่งต้องอาศัยกันและกันโลกและอัตตา ต้องอาศัยกันและกันอย่างได้สัดส่วน เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเพราะมีความรู้พื้นฐาน และตั้งแต่เริ่มต้นสร้างประเทศไทยคือพุทธศาสนา ที่มีแกน เป็นโลกุตระมาแล้ว ศาสนาพุทธใช้ภูมิธรรมโลกุตระมา ตั้งแต่สร้างประเทศ สร้างมาเรื่อยๆ ก็ใช้ได้ประมาณหนึ่ง เรียบร้อยประมาณหนึ่ง ในยุคต้นๆ ประเทศไทยนั้น เริ่มตั้งแต่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนรามคำแหงมา ก็ใช้โลกุตรธรรมสอนมา แล้วคนก็ยังไม่เลวร้าย ยังไม่โง่มาก ยังไม่มีกิเลสหนักหนาสาหัสอย่างทุกวันนี้ ก็สอนได้ ยังไม่พิสดารนัก พอเพิ่มขึ้นมาตามกาลเวลา เพิ่มขึ้นเรื่อยๆความเสื่อมของศาสนาพุทธก็เสื่อมลงมา จนมาถึง พ.ศ.2500 ขึ้นมา ยุคนี้ อาตมามาเกิด เจ้าประคุณเอ๋ย โลกุตรธรรมมันหมดเกลี้ยงหายไปหมด อาตมาก็รู้อยู่หรอก มาเกิดก็เพื่อจะทำอันนี้ เพราะรับผิดชอบ มารับหน้าที่ต่อจากพระพุทธเจ้า รับงานมาจริงๆ ไม่ได้พูดเล่นหรอก พูดจริงๆ หากพูดไม่จริงก็บาป พูดผิดก็บาป แต่นี่ไม่ได้ผิดอะไร พิสูจน์ไปเถอะ ก็จึงต้องมาทำกันต่อไปนี่ ก็มีในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วยอาตมาส่วนหนึ่งไปแล้ว นอกนั้นอาตมาก็รับเหมาเละเลย ทำไป เพราะในโลกยุคต่อไปนี้ใกล้กลียุค ผู้ที่จะรอดก็คือผู้ได้โลกุตรธรรม ในยุคที่มีไฟบรรลัยกัลป์ หรือ ทางศาสนาคริสต์บอกว่าน้ำท่วมโลก แต่ทางเอเชียศาสนาทางนี้จะบอกว่าไฟจะไหม้เป็นไฟบรรลัยกัลป์ เป็นสำนวน ก็คือมันฆ่ากันบรรลัยจักร ตายกันไปหมด ทางตะวันตกก็บอกว่าน้ำท่วมโลก คนก็ตายอย่างเย็น เขาทำทีว่าตายอย่างเย็น แต่แท้จริงมันจะตายอย่างร้อน ทางตะวันออกจะตายอย่างไฟประลัยกัลป์กันไหม้หมด นี่เป็นสำนวนตายอย่างร้อน มันเป็นเช่นนั้น ไม่มีอะไรจะไปห้ามความจริงอันนี้ ไม่เกิดไม่ได้ มันต้องเกิด เพราะฉะนั้นพวกคุณจะรอดจากไฟประลัยกัลป์ จะรอดจากน้ำท่วมโลกได้ ขึ้นนาวา ขึ้นเรือโนอาห์ ขึ้นนาวาบุญนิยม..รอด มีจำนวนหนึ่งเท่านั้น เป็นผู้ลงบัญชีขึ้นเรือนาวา โนอาห์ หรือนาวาบุญนิยมให้ได้ ไม่ได้ขัดแย้งกันหรอกระหว่างเรือนาวาบุญนิยมกับเรือโนอาห์ นี่เป็นเรื่องจริง ซึ่งผู้ที่ยังไม่เข้าใจถึงเนื้อหาสาระที่แท้จริง ก็ขยายความ แล้วมันห้ามไม่อยู่หรอก มันจะต้องเป็น มันเป็นสัจจะที่ถึงยุคกาลที่จะต้องเป็นอย่างนี้ ทุกอย่างจะต้องหมุนเวียนมา น่าจะเป็นเช่นนี้ อยู่ในนิรันดร์กาล ช้าหรือเร็ว แล้วแต่องค์ประกอบสัดส่วนของกาละ เทศะ ฐานะ มันก็จะเป็นไปตามนั้น ผู้ที่จะสามารถขึ้นเรือนาวาบุญนิยม เรือโนอาห์ได้สำเร็จ ก็ติดตามอาตมาที่จะให้ความรู้ความจริง ปฏิบัติเอาให้ได้ทัน ให้พอเพียงมากพอที่จะถูกคัดเลือก ให้เป็นสมาชิกขึ้นเรือนาวาบุญนิยมได้หรือขึนเรือโนอาห์ได้ โดยสุจริต โดยสัจธรรม จำนวนจำกัดอยู่นะ ผู้ที่ไม่เคยได้ยินที่ฟังเลยก็หมดสิทธิ์ ขออภัยต้องพูดถึง เทวนิยมนี้หมดสิทธิ์ ตายหมด เหลือมาทางตะวันออก เหลือมาทางเอเชีย โดยเฉพาะเหลือมาที่ประเทศไทย มีเป็นสมาชิกได้ ใครแน่ใจว่าตัวเป็นสมาชิกได้ก็ดี แต่ยังไม่แน่ใจแล้วอย่าประมาท อาตมาพยายามสร้างเรือโนอาห์ หรือสร้างเรือนาวาบุญนิยม สร้างอยู่นี่ จะทำใหญ่แบบตามสมมุติโลกก็ทำไม่ได้ ก็เลยสร้างเรือหลายลำรวมกัน แล้วแต่ละลำก็ต้องให้มันดูอลังการโดยการทำประดับประดา ให้มันอลังการด้วย อย่างเรือลำที่ไม่ได้ต้องทำต่ออีกแล้ว ก็คือลำแรก เรือเจิ้นเทิ่น ตกแต่งประดับประดาขนาดนั้น คุมด้วย พญาแร้งใหญ่ จากเจิ้นเทิ่นก็มาถึง เรือ รามจักร ซึ่งยังทำไม่เสร็จ คนที่ทำงานทางประติมากรรมมาเห็นเข้าจะร้องว่าโอ้โห มันใหญ่ และทำเป็นโลหะด้วย และก็มีรายละเอียดของโลหะไม่ใช่แบบง่ายๆตื้นๆ แม้แต่เกล็ดแม้แต่ขนของพญาแร้งก็ทำละเอียด เราจะเห็นก็จะรู้ว่าลงทุนไปมากหลายล้าน ที่เราทำนี้ไม่ได้ไปจ่ายค่าช่างของช่างใหญ่ อาจจะมีช่างเล็กช่างน้อยที่จ้าง แต่ตัวผู้ที่นำทำจริงๆเลยคือคุณแสงศิลป์ ไม่ได้คิดราคาค่าตัวเลย คิดราคาก็ไม่ไหว ไม่มีเงินจ้างแน่ๆ ต่อมาเป็นเรือรามจักร ที่สร้างกำลังจะเสร็จ มีรูปปั้นพระรามอยู่ที่หัวเรือ ส่วนอีกลำเป็นลำที่ 3 คือเรือโคกใต้ดิน จะมีหนุมานตัวใหญ่อยู่ที่หัวเรือ ทำอันนี้ให้เสร็จก็ยังเหลือ ภูเฮา ขึ้นรูปแล้ว ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อยเป็นรูปร่างอย่างไร เราก็ดูไปเราเป็นชาวดูไป ไม่ใช่ชาวดูไบ ลึกซึ้งนะ ดูไปกับดูไบ 650803 จบรูป 28 สู่เรือนาวาบุญนิยมพาพ้นไฟโลกีย์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ