220612-302 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ018.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 12 มิถุนายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้ฟังจิตเวชของฉันทุกวันบางวันเท่านั้นเองคือยกเว้นที่เราไม่ได้ส่วนใหญ่เราก็ได้ตรวจตราของตนเองไม่ใช่ให้คนอื่นมาตรวจถ้าเราควรจะต้องกระทำของตนเองเสมอๆที่ทำนี่ก็เป็นการชี้ นำทางในการพูดเป็นการบอกเหตุบอกเขาบอกกรรมวิธีบอกแนวคิดให้เราได้พยายามรู้ในส่วนใดส่วนนี้บางทีก็พูดยาวเป็นเรื่องเป็นราวเป็นหมวดหมู่และเราก็จะได้เอาไปนึกคิดแม้แต่ขณะนั้นคนนี้คิดตามพิจารณาตามโดยเราไม่พิจารณาเองเพราะเราไม่มีแนวก็พยายามนำแนวทำแนวให้เป็นเส้นเรื่องให้เป็นส่วนๆไม่เป็นอะไรก็ได้ที่มันเข้าหมดข้อมูลบ้างน้อยบ้างทั่วไปบ้างก็จะทำให้รู้ให้เห็นพยายาม เป็นหลักเป็นหัวข้อใหญ่ๆในหัวข้อใหญ่ๆนั้นล้วนแล้วแต่เราจะทำความเข้าใจสอดซ้อนลงไปในแต่ละข้อแต่ละข้อใดอีกระยะอภินิหาปัจจเวกขณะจิตนี้ตอนนี้อยู่ในศาลอโศกก็มีท่านอยู่บนสวรรค์พยายามอ่านควรจำได้เป็นหลักพ่อเอาไว้แล้วเราก็เอามาใช้ทำมานึกมาคิดตั้งแต่ต้นนาวาเราเองเรามาเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วก็เป็นนักบวชบอกแล้วว่าบวชคำนี้โดยปรมัตถ์ 1 หมายความว่าโกนหัวงูเห่าจีวรเท่านั้นถ้าเราเปลี่ยนที่จะมาละเว้นออกจากความเป็นชาวโลกอย่างนอก เริ่มต้นตั้งต้นกระทำกันมาเรื่อยๆจริงๆเราก็เป็นนักบวชทำโดยปรมัตถ์ไม่จำเป็นจะต้องไปผูกมัดมึงก็ยังชาวโลกเท่านั้นนึกว่ามึงมีแต่รูปแบบผูกมัดกันไว้เท่านั้นแหละไม่ต้องอย่างนั้นเราให้มีพฤติกรรมจริงเรียนรู้และปัญญาใช้การกระทำประพฤติละออกเส้นออกทางกายและชีมโนถ้ามีจริงแล้วก็รู้ตัวเองว่าบัดนี้เราเองเรารู้ว่าเรากำลังทำแต่แม้ว่าสมมุติของเรายังไม่ได้เป็นนักบวชแพ้เราก็อย่าไปยึดมั่นยึดหมายเอาผิดฐานนะเรายังไม่ได้ชื่อว่านักบวชโดยคนอื่นเขาไม่ยอมรับเลยสมมุติโลกทางรูปธร
อ่านต่อ
รมเราก็ต้องรู้ว่าอยู่ในฐานะเรายังไม่ใช่นักบวชแต่เราก็ปฏิบัติซ้อนอยู่ในปรมัตถ์ก็อันนั้นก็ สามารถเป็นของตนกับของผู้รู้ด้วยกันโดยสมมติทั่วไปเขาไม่ยอมรับเราก็ต้องรู้ว่าเราไม่ใช่เรามีฐานะนักบวชบัดนี้เราเป็นแค่บันทึกเป็นแค่นักบวชเราเป็นนักบวชจริงหรือว่านักบวชจึงรู้ว่านักบวชไม่ใช่เลยแท้จริงมีแต่มันเอาแต่รูปแต่แบบเฉยๆหรือว่าไม่ทั้งสองเลยรูปแบบก็ไม่มีนามธรรมก็ไม่มีแม้แต่นักบวชเลยก็ต้องดูขณะนี้เราเป็นนักบวชอย่างไรเราก็ทำไปตามขั้นตอนทำไปตามฐานะทางไปมันมีอะไรที่จะต้องเป็นปัจจัยอะไรเราก็ทำไปอย่างบางคนจะต้องมาเข้าตามกฎตามระเบียบตามอะไรไปแต่เราก็ปฏิบัติแต่เราก็บวชแต่เราก็ทำไปเรื่อยๆจริงๆกลายเป็นกิโมโนไปแล้วก็เป็นนักบวชกินไปเรื่อยๆ รูปส่วนแบบสถานะนอกใหญ่ๆที่เขายังไม่ยอมรับก็ไม่ยกฐานะก็ไม่เอาไม่นับสมมุติเป็นรับอะไรก็ได้ยังไงเราก็ต้องสนใจแล้วเราก็ทำให้กินบัดนี้เราอยู่ในฐานะอะไรบัดนี้เราไม่เหมือนคนอื่นแล้วไม่เหมือนโดยจริงโดยฐานะของทางจิตทางปรมัตถ์เราจะไม่เหมือนเราจะไม่ไปติดไปหลงไหลอย่างเขาจริงๆก็อ่านไปปฏิบัติอย่างนี้เป็นต้นหัวข้อที่ 1 อาทิตย์เราก็พยายามเอามากระทํา หลวงพ่อเดิมกันเรื่องกันต่อเนื่องกันสืบโยงอยู่สัมพันธ์อยู่มันเลิกกันอยู่ด้วยอย่างไรมีแต่คุณงามความดีเรื่องกันต่อกันเกื้อกูลกันส่งเสริมการช่วยเหลือเพื่อควายกันนั่นแหละเป็นการเรื่องกันอยู่เนืองกันอยู่ดีชีวิตของเราเนื่องอยู่ด้วยคนอื่นหรือผู้อื่นก็ต้องเราก็ต้องเนื่องอยู่ด้วยคนอื่นผู้อื่นไม่ต้องเรื่องนี้เรื่องราวต่อกันให้มันเป็นไปโดยการเติมสารเป็นการพัฒนาถาวรไปเรื่อยจะพิจารณาออกไปพยายามเน้นประกันกิริยาของเราเข้าในหลักนี้ไหมเราเป็นอยู่เป็นอย่างไรต่อเนื่องอยู่อย่างทำลายหรือว่าทำเรื่องอยู่อย่างสร้างสรรค์ชีวิตของเราเป็นไปเพื่อมันต้องเกี่ยวเนื่องเรื่องจริงๆสัมพันธ์จริงๆแม้คุณจะอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำคุณก็มีชีวิต เครื่องอยู่กับสิ่งที่เป็นไปในโลกเนื่องอยู่กับผู้อื่นโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นอยู่ในหลักเกณฑ์ของศาสนาพุทธต้องอาศัยบิณฑบาตเป็นกิจวัตรไม่ใช่ไปนั่งเก็บผลไม้หล่นกินได้ไม่มีหลักเกณฑ์นั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้สร้างสรรค์ให้ใครไปบิณฑบาตต้นไม้กินไม่ได้ไปเก็บผลไม้เหล่านี้ต้นไม้มากินไม่ใช่แม้เก็บผลไม้หล่นมากินเองท่านก็ยังว่าเป็นการออกนอกศาสนาแล้วศาสนาเสื่อมเบื้องต้นแล้วมีหลักฐานยืนยันว่าท่านจะกลับไปกินอย่างนี้เราก็ต้องเข้าใจเหตุผลอันลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าว่าชีวิตมันเนื่องกันต้องเนื่องกันอยู่กันอยู่สำคัญศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาแห่งมนุษยสัมพันธ์ที่แท้จริงไม่ใช่ตัดขาดมนุษย์ออกจากมนุษย์นั้นไม่ตัดผ่านมนุษย์ออกจากมนุษย์ให้มนุษย์สัมพันธ์อยู่กับมนุษย์เป็น สังคมเป็นสัตว์ที่จะมีประโยชน์ต่อกันเรื่องกันอยู่เนืองกันอยู่เกี่ยวกันอยู่จริงๆอย่างนี้เป็นต้นมาดูแม้แต่ข้ออื่นๆที่เราจะต้องไล่เรียงรู้ไปพยายามทำความเข้าใจไปในบัดนี้กายกรรมวจีกรรมของเรามีอะไรที่ดีกว่านี้อีกเราควรจะปรับปรุงมันยังมีอีกมีดีกว่านี้อีกกายกรรมวจีกรรมต่างๆที่เราควรปรับปรุงกับปรับปรุงไปมีจิตใจไตร่ตรองพิจารณากระทํา พิจารณาต่อไปต่อไปเยอะแยะมากมายทั้ง 10 ข้อแล้วเราก็จะต้องทำความหมายทำความเข้าใจอ่านให้รู้จนถึงข้อที่ 10 ถึงขนาดว่าเราเองมีอุตริมนุษยธรรมอะไรหรือไม่ที่เพื่อนสหรัฐฯอยากปฏิบัติธรรมอยากรู้หรือว่ามาร่วมปฏิบัติธรรมด้วยแล้วเขาเป็นผู้น้องใหม่หรือเป็นผู้ที่โตก็ตามอยากจะถามเราดูหรือว่าน้องใหม่เขาอยากจะรับศรัทธาร่วมใจเราปฏิบัติได้แล้วหรือเขาจะได้ฟังไม่รู้นี่ยืนยันว่าเราได้เราจะได้ตอบได้จะผ่านทางเพราะเรามีจริงบอกได้ก็ได้รู้ว่ามันนั่ง ทำสปริงสะดิ้งอะไรก็ถามทีก็ทำดุ๊กดิ๊กดุ๊กดิ๊กตอบไม่ได้ทำเป็นเชิงมีอุปสรรคในการเคว้งเขินมีการแก้ยากมีการลำบากในการที่จะตอบออกอะไรมันก็เป็นสภาวะที่เราจะต้องรู้ความจริงว่าเราเป็นคนอย่างนั้นหรือเราบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นคนที่อาจหาญเจ้ากล้ามีปัญญาจะตอบสมควรจะตอบจะตอบขนาดไหนจะใช้โวหารภาษาปฏิภาณอย่างไรควรบอกว่ายังไม่ควรบอกควรจะเลี่ยงไปก่อนควรจะทำให้งามมีวาจาเหมาะสมมีกายกรรมมันเหมาะสมขนาดไหนขนาดไหนถึงสาระและหรือยังบุคคลนี้กลุ่มนี้วาระนี้ควรจะกระทำหรือยังควรจะบอกควรจะพูดขนาดไหนเราก็จะได้รู้ว่าเราเองเราเป็นผู้ที่ทำทุกอย่างลงตัวลงจนถูกลักษณะ ศาสนาพระพุทธเจ้าเจ้านายหนีแม้แต่ในอดีตขณะจิตนี้ก็ทำให้เรากว้างขวางทำให้เรารู้ถึงจุดต้นตั้งแต่เริ่มต้นบอกว่าเบื้องต้นเป็นเพศที่ไม่เหมือนกับคนอื่นไม่เหมือนกับชาวโลกเขาแล้วเรากำลังจะเปลี่ยนเพศมาสู่ประเทศนี้เราจะไปเป็นแค่พันเอกมันเป็นเพศอันสูงสุดจนหมดความเป็นสิทธิพิเศษเราก็ต้องกระจายเป็นปราสาทนี้ไม่ใช่ภาษาง่ายเรียกว่าเราจะต้องเป็นคนเป็นความเป็นสิทธิพิเศษเราจะต้องเข้าใจทุกระดับตอนและก็เป็นพวกนี้มันจะเวทย์จริงๆพิจารณาจริง ไตร่ตรองจริงๆจะทำกับตนเสมอเสมอมากบ้างน้อยบ้างในการกระทำตนไปแล้วก็รู้แต่อย่าไปคิดจนกระทั่งมูลคิดจนกระทั่งวนเวียนคิดจนกระทั่งหนักหัวสมองแย่เลยก็ไม่ใช่อย่างนั้นถ้าเรารู้เองฐานะอย่างนี้ขณะนี้กำลังทำงานอยู่กับงานอันใดเป็นเอกลักษณ์อารมณ์อยู่กับสิ่งนี้มีสมาธิทำงานนี้กระทบสัมผัสอะไรอยู่ในขณะงานเองหรือจะมีจรมาเราก็รู้เท่าใครมีสติปัญญาปฏิบัติไปอย่างงั้นก็ได้เวลาจะจ่ายจองอีกทีนึงพิจารณาอีกทีนึงในช่วงเวลาอื่นหรือว่าในช่วงเวลานี้ก็พิจารณาไปด้วยพอสมควรแล้วก็รู้ความพอสมควรที่จะทำเหมาะสมประโยชน์ก็จะขัดเราประโยชน์ก็จะทำให้เราดีขึ้นเจริญขึ้น พิจิตรอภิปัญญาอัตถิศีลอะไรจะมีหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์ทำงานด้วยไปเราก็ศีลสูงขึ้นปกติขึ้นในขณะที่ศีลทักษิณแปลว่าปกติแต่เราก็ปกติขึ้นอดทนข่มขืนน้อยลงหดหู่น้อยลงทุกข์น้อยลงจะเดินขึ้นสบายขึ้นทุกทีเป็นปกติอย่างนั้นจิตของเราก็สูงขึ้นจริงรู้จริงลดละได้กินวิมุตได้จริงปัญญาของเราก็รู้ในฐานะฐานกลางชั้นปลายอะไรรู้หมดแม้กระทั่งโลกียะกับโลกุตระแบ่งแยกออกรู้กุศลอกุศลชัดเจนรู้จิตใจจิตชัดเจนรู้เวทนารู้แม้กระทั่งอารมณ์ของจิตไม่รู้แม้กระทั่งเด็กน้อยต่างๆรู้กระทั่งจนจนตาย พอเราทำได้แล้วเป็นสภาพลงตัวอ่านได้ชัดเจนมั่นคงแน่วแน่ไม่ผิดเพี้ยนด้วยเราก็เป็นผู้รู้แท้และทำได้แค่ก็ไปพูดถึงเข้าถึงแพ้เป็นฟันนะเป็นวรรณะเป็นสำคัญ