220320-287 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 20 มีนาคมพุทธศักราช 2522 ต่อจากนี้ไปเป็นการนำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกทวนถึงเรื่องของอวิชชาสูตรหรือปัญหาที่ท่านบอกว่าเอาวิชานั้นมีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารที่วอน 5 มีการไม่สำรวมกายไว้ที่มโนหรือการมีกายวจีมโนทุจริตเป็นอาหารกลายเป็นจีน จะทุจริตก็เพราะว่าการไม่สำรวมสังวรในอินทรีย์ทั้ง 6 เป็นอาหารจะเกิดการไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ก็เพราะมีการไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นอาหารการไม่มีสติสัมปชัญญะก็เพราะว่ามันมีการไม่ไม่รู้จิตไม่ธรรมดาเป็นอาหารถ้าผู้ใดไม่รู้จิตไม่ทำสิ่งที่ยากคายก็เกิดเป็นอาหารทำให้ นั้นไม่มีสติสัมปชัญญะได้จนวรรคสุดท้ายต่อจากการที่จะไม่มีสติสัมปชัญญะอันแยบคายหรือว่าเราทำสติสัมปชัญญะให้แยกเราทำจิตให้แยบคายไม่เป็นก็เพราะไม่ได้ฟังสัจธรรมไม่ได้เกิดศรัทธาไอ้สัตว์สัจธรรมไม่ได้คบกับบุรุษซึ่งเป็นเหตุปัจจัยสุดท้ายว่าเราได้ทุกทีได้พบกับสัตบุรุษได้ฟังสัจธรรมได้ฟังธรรมะอันเป็นจริงอันดีจนเกิดศรัทธาในธรรมก็ผู้ใดไม่ได้เกิดศรัทธาในธรรมไม่เห็นจริงในธรรมไม่เชื่อมั่นในธรรมเพราะว่าไม่ได้ ใครคิดพระอริยะหรือเรียกว่าสัตบุรุษก็ได้ไม่เข้าใกล้ผู้รู้ผู้เห็นจริงผู้เข้าใจจริงแล้วก็ไม่ได้ฟังคำสัญญาไม่ได้เรียนรู้เราก็ไม่ได้เกิดอะไรไม่ได้เกิดศรัทธาในธรรมไม่ได้เกิดรู้ธรรมไม่ได้เกิดเห็นจริงในธรรมเพราะฉะนั้นการที่จะไปทำจิตให้แยกคลายหรือว่าเป็นผู้ที่จะเข้าถึงจิตผู้ที่จะปฏิบัติประพฤติเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นอาหารหมู่ใหญ่ที่สุดอาหารทุกสุดท้ายที่ได้ว่าผู้ที่เกิดศรัทธาในธรรมผู้ที่ได้เข้าใกล้พระอริยะแล้วก็ใกล้จะสมบูรณ์และข้อใดฟังพระธรรม เข้าใจดีมีเหตุผลรู้เห็นแจ้งเกิดปัญญาเกิดศรัทธาเกิดอินทรีย์เกิดพละตัดอินทรีย์เกิดไม่ได้ยินดีเกิดสตินทรีย์เกิดสติสมาธิเกิดปัญญาเกิดความแข็
อ่านต่อ
งแรงขึ้นในใจกล้าหาญชาญชัยขึ้นในธรรมมีการกล้าลงทุนกล้าลงแรงกล้าเสียสละจากโลกจากโลกียะเข้ามาทุกทีทำเข้ามาเอาใจใส่ทำเพิ่มขึ้นมันก็จะมีกำลังแรงขึ้นเมื่อกำลังแรงขึ้นในการใส่ใจทำเราก็จะสามารถเรียนรู้เข้าไปจนกระทั่งเข้าใจจิตวิญญาณเมื่อเข้าใจจิตวิญญาณที่ในตัวเรานี่แหละแล้วก็พยายามอ่านรู้จิตวิญญาณจิตวิญญาณก็จะ ถูกเราเรียนรู้แล้วเราก็จะแยกขายกันทุกทีแล้วก็จะฉลาดเฉลียวกับจิตวิญญาณหรือจะปรับจิตปรับใจรู้จักอารมณ์ของจิตรู้จักบทบาทของจิตรู้จักกิริยาของจิตรู้จิตเราก็จะพยายามกระทำอย่างไรจึงจะให้จิตเปลี่ยนไปจะทำอย่างไรจึงจะให้จิตมันมาเป็นอย่างที่มันควรจะเป็นมาเป็นอย่างที่มันควรจะดีเราจะรู้ด้วยปัญญาและเราก็จะพยายามฝึกปรือหัดจิตให้จิตนี่มันอ่อนควรแก่การงานควรแก่การที่จะให้ไปเป็นอย่างนั้นน้องไปเป็นอย่างนี้ทำอย่างนี้ก็เป็นจิตอ่อนโยนเป็นกิจสุภาพเป็นจิตว่างง่ายไม่ใช่จิตก็ได้ไม่ใช่ติดดื้อดึงเราจะทำได้ มันดื้อกับพ่อมันความยึดมั่นมันดื้อก็เพราะว่ามันติดไปกิเลสแล้วถ้าเกิดว่าเราไม่ติดในกิเลสมันก็จะง่ายมันก็จะบอกง่ายมันก็จะพามาง่ายเมื่อปัญญายิ่งรู้เห็นเป็นจริงโน้มน้อมเชื่อถือตามจิตนั้นไม่มีกิเลสจิตนั้นไม่ดื้อมันก็มาตามส่วนที่ดีทันทีง่ายทันทีอันนี้จะเห็นมุมเหลี่ยมง่ายๆของจิตเราจะทำได้แยกคาเราจะทำลึกซึ้งเราจะทำได้เป็นจริงก็เพราะจะต้องจับจิตเป็นรู้จิตจริงเข้าใจกับจิตและก็ให้จิตมันเป็นไปเป็นมามีปัญญามีจริงและมีเจโลหรือมีจิตที่กระทำได้ก็เพราะจิตหมดดื้อหมดจิตหมดยึดหมดกิเลสจริงมันจึงจะเป็นไปได้ยังไงได้จิตจะแยกชายกับเพราะเราเรียนรู้เพิ่มขึ้น เรารู้ไปแล้วเนี่ยทำ 11 แยกขายได้เราก็จะมีบทฝึกปรือคือจะต้องมีสติสัมปชัญญะและรู้ตัวทั่วพร้อมแล้วก็รู้จิตสังขารหรือว่ารู้จิตของเรานี่แหละมันปรุงยังไงมันปรุงเป็นกุศลอกุศลมันเป็นไปในทิศดีไม่ดีปัญญาเราก็จะเข้าไปอ่านก็เรื่องของจิตเราปรับปรุงจิตปรับเปลี่ยนจิตอยู่เสมอก็เรื่องของจิตจะทำได้ก็เพราะว่าไม่ปล่อยตามอำเภอใจมีสติอยู่กับตัวมีสัมปชัญญะอยู่กับตัวแล้วเราก็จะได้ไปสัมผัสกระทบกับอะไรต่ออะไรต่างๆหมดทวารทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจเป็นอินทรีย์ทั้ง 6 หาเราจะสังวรสำรวมระวังเมื่อกระทบแล้วมันก็จะไปสู่จิตอีกเพราะจิตของเราถ้ามีสติดีเรามีสิทธิ์มีปัญญา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] หรือปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 อยู่ในตัวเสร็จเพราะงั้นเมื่อผู้ใดได้ประพฤติปฏิบัติอยู่มีองค์ทรงเจ็ดของโพชฌงค์มีองค์ 8 ก็มีองค์ 4 ของสติปัฏฐานท่านถึงยกเอาเมื่อผู้ใดได้ทำอนุโลมและปฏิโลมขึ้นมาแล้วปฏิบัติธรรมอยู่ในภพศัตรูได้ฟังสัจธรรมศรัทธาเลื่อมใสและก็พยายามปฏิบัติประพฤติจนกระทั่งสัมผัสทั้งจิตธุรกิจอันยากขายได้มีสติสัมปชัญญะปฏิบัติไปเรื่อยเรื่อยได้ปรับปรุงปรับเปลี่ยนควบคุมระริกรู้ตัวได้ต้องรวมอินทรีย์ทวารทั้ง 6 ได้ทำให้ตัวเองเกิดกลายเป็นจีนมโนสุจริตขึ้นเรื่อยๆนั่นแหละคือเรามีสภาพของผู้ทรงเกียรติสติปัฏฐานสติปัฏฐาน 4 ก็ จะเข้าไปแทนที่นิวรณ์ 5 ถ้าผู้ใดอ่านเรียนรู้สูตรนี้มาดีๆจะเห็นว่าเข้าไปแทนที่นิวรณ์ 5 นิวรณ์ 5 จะละลดลงเพราะโพชฌงค์ 7 กับสติปัฏฐาน 4 ทดแทนที่เพราะสติปัฏฐาน 4 กับโพดช่อง 7 ครับถือว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ได้จะถือว่าเป็นตัวทำงานองค์ประกอบร่วมกันก็ได้มีความหมายให้เราเข้าใจว่าเราเองเรามีสติสัมปชัญญะเรามีวิริยะเรามีการทำมาวิจัยแล้วก็ประพฤติเพียรจะเหนื่อยรู้ในทางที่ถูกไปสัมมาทิฏฐิเราจะให้จิตใจเราจะให้กรรมกิริยาเราจะให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างนี้เรียกว่ากุศลอย่างนี้ว่าอกุศลปรับปรุงอยู่เรื่อยเพราะฉะนั้นแม้เราจะดำ ไปก็ไปหากุศลเราจะพูดยังไงก็ไปหากุศลแล้วจะทำอะไรก็ไปหากุศลเราจะมีชีวิตอยู่เรียกว่ามีอาชีพเราก็จะมีอาชีพหรือมีชีวิตไปในทางที่เป็นกุศลเสมอหรือดียิ่งกว่าเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอมันก็เป็นสภาพที่จะเจริญได้เรามีความพยายามเป็นสัมมาวายามะเรามีสติเป็นสัมมาสติมันก็สั่งสมลงในจิตจึงเรียกว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะสั่งสมาธิจิตของเราทั้งนั้นเพราะจิตของเราได้ปรับปรุงปรับเปลี่ยนเพราะว่าเรามีโพชฌงค์ 7 เรามีสัมมารีมรรคองค์ 8 หรือบารมีกายวจีมโนเราควบคุมกายกายนอกกายในระบบภูมิเวทนาปรับปรุงเข้าไปหาอารมณ์จิตแล้วก็ทำในจิตของเราอย่างชัดเจน หากมีจิตมีอารมณ์อย่างไรเป็นกุศลมีอารมณ์อย่างไรเป็นอกุศลมีสัมมารีมักองค์ 8 ควบคุมดูแลจริงๆเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นองค์ 7 องค์ 8 ทำให้จิตของเราเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะเสมอเราก็จะเป็นผู้พ้นอภิชาได้เพราะว่าเราไม่ให้อาหารไม่นิวรณ์มันเกิดเรามีโพชฌงค์ 7 ขึ้นแทนที่เรามีสติปัฏฐาน 4 ขึ้นแทนที่อวิชชาก็จะลดลงเบาบางลงหรือตัณหาก็จะลดลงเบาบางลงโดยแท้จริงโดยนายอย่างนี้นี่เอาหลักเกณฑ์เอาเพศหัวข้อของพระพุทธเจ้าที่จัดเอาไว้โดยทำการบรรยายเป็นหัวข้อสั้นๆมาขยายมาอธิบายให้เห็นความสำคัญเดิมหมดที่มี กิริยามีท่าทีมีความสัมพันธ์กันให้เห็นว่ามันมีความเกี่ยวข้องมันกระทำบทบาทไม่มีฤทธิ์มีเดชเชื่อมโยงกันไปอย่างไรเราจะเข้าใจว่าเราจะตัดปัญหาเราจะละอวิชชาด้วยการกระทำอย่างไรจุดใหญ่ใจความว่าจะต้องถึงจุดปฏิบัติธรรมแล้วจะต้องเห็นรู้กิริยาอาการของจิตแล้วเราจะเข้าใจโดยปกติตามรู้ได้ด้วยตนว่าเราลดละลายขายก็ 40 ของเราลดเราวิมุติขาดสิ้นเราไม่เหลือเชื้อแห่งกิเลสตัณหาเราไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนเราไม่โง่เง่าอีกแล้วปัญหาหมดความอยากความคลายความปรารถนาความดิ้นรนทุกข์ร้อนอะไรของเราไม่มีเราก็จะรู้ในจิตของเราจริงๆ เรามีอุเบกขาเวทนาเป็นอารมณ์ของจิตที่เป็นฐานอาศัยเรามีอาการสามีสภาพของความโปร่งว่าเรามีวิญญาณอยู่ในตัวของเรากิเลสนิดนึงน้อยนึงไม่มีเราก็รู้เราพยายามเรียนรู้ในสัญญาเลยถึง 23 กำหนดมาให้มันสูงขึ้นละเอียดขึ้นแล้วก็จริงจังเกิดสัญญาเกิดปัญญาเกิดปัญญาเกิดปัญญาขึ้นเรื่อยๆๆๆเป็นอาทิตย์ปัญญาเสมอดังนี้นี่คือระบบในการประพฤติปฏิบัติธรรมโดยใช้สูตรพระพุทธเจ้าสูตร 1 อธิบายแสดงเหตุผลแสดงพฤติกรรมของมันให้ฟังแล้วเราก็จะปฏิบัติให้ถูกตรงทำความเข้าใจให้ดีฟังให้ดีแล้วก็พยายาม รู้ความจริงตามประสาผู้นี้ว่าความจริงคืออะไรใครจะเป็นอยู่อย่างไรแล้วก็ควบคุมฝึกฝนเราก็จะเป็นผู้ที่สิ้นอวิชชาหรือว่าสิ้นปัญหาได้ในที่สุดอย่างแท้จริง