สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เพ่งกสิณไม่ใช่ของศาสนาพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพ่งกสิณไม่ใช่ของศาสนาพุทธ _วิธีการทำสมาธิของธรรมกายนั้น เขาสอนให้อยู่กับ กสิณใดกสิณหนึ่ง (พ่อครูว่า… กสิณนี้ไม่ใช่ภาษาของพระพุทธเจ้า ถ้าจะใช้กรรมฐานก็ใช้กรรมฐาน แต่กสิณนี้โดยอรรถ ว่ามีอันใดอันหนึ่ง แล้วเอาจิตไปจดจ้อง เหมือนสะกดจิต ให้จิตไปเกาะไว้อันใดอันหนึ่ง อย่างเช่น กำหนดนิ้วมือ เอานิ้วชี้นี้ แล้วจ้องที่นิ้วนี้ นิ้วต้องนิ่ง จิตต้องนิ่ง เป็นต้น อาตมาเรียนฝึกสะกดจิตมา หรือนิ้วมือนี้ให้แนบกัน อย่าให้ห่างกัน ถ้าคุณมีตัวต้านจะห่างกันเป็นต้น กสิณคือจุดใดจุดหนึ่ง ที่ให้จิตต้องไปเกาะ จะใช้นิ้วมือ ก้อนดิน ใช้ดินน้ำลมไฟ ใช้สีก็ได้ จะใช้เหนือสะดือ 2 นิ้วก็ได้ เสร็จแล้ว พระพุทธโฆษาจารย์ ประมวลว่ามีกสิณ 40 ในพระไตรปิฎกไม่มีหรอก คนก็ใช้เป็นการสะกดจิต hypnosis ไปหมดเลย กสิณ แปลว่ากิจเบื้องต้นคือการเตรียมหาวัตถุ ก่อนที่จะลงมือเพ่งกัมมัฏฐาน แปลโดยอรรถ เป็นลักษณะของฤาษีดาบส เป็นการสะกดจิต) มาอ่านของเขาให้จบก่อน...เมื่อสะกดจิต จิตนิ่งแล้ว ผู้สอนก็จะสั่งให้เห็นกายของพระอริยะ จากระดับต่ำไปถึงระดับสูง (เป็นมโนมยอัตตา) โดยมีความใสของกาย จากน้อยไปหามาก ตามลำดับ ส่วนสวรรค์วิมาน ที่แต่ละคนปรารถนา เหล่าสานุศิษย์ของเขา จะเห็นในขั้นตอนไหนอย่างไร ? ตอบ….การเพ่งกสิณ ไม่ใช่ของศาสนาพุทธเลย มันเป็นของโบราณ เป็นของประจำในโลก มันง่ายไม่ได้ยากอะไรเลย ไม่ซับซ้อนลึกซึ้งอะไรเลย
กสิณ เขาแปลอีกว่า...ทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนมาจาก, คมเน ,อิโณ การใช้กสิณนี่ มันออกนอกเรื่อง เพี้ยนไปแล้ว เลิกได้หมดเลย ขอยืนยันว่าเป็นเบื้องต้นกรรมฐาน ที่เขาแปลโดยอรรถนี้ มันไม่ใช่เลย ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางบั้นปลาย กรรมฐานของพระพุทธเจ้า คือเวทนา 108 ไปอ่านในพระไตรปิฎก เล่ม 9 พรหมชาลสูตรเลย เขาเหล่านั้น เว้นผัสสะแล้วจะรู้สึกได้
อ่านต่อ
นั่นไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ จะไม่มีสุกฏทุกตานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโกได้เลย ต้องใช้เวทนาเท่านั้น ไปหลงกสิณอื่นๆ นอกจากเวทนาไม่ได้อรหันต์ แต่ถ้าใช้เวทนาเป็นกรรมฐาน อันเดียวได้เป็นพระอรหันต์ได้ ไปเพ่งกสิณ 40 จะสิบชาติร้อยชาติ ก็ไม่ได้เป็นอรหันต์หรอก
ต่อมา ขยายความที่ถามมา ว่า ส่วนสวรรค์วิมาน ที่แต่ละคนปรารถนา เหล่าสานุศิษย์ของเขา จะเห็นในขั้นตอนไหนอย่างไร ? ตอบ...เขาจะเห็น ตอนที่เขาปั้นมโนมยอัตตา ความใส ก็เป็นมโนมยอัตตา มันเป็น อาภัสสรา เป็นความใส เพราะฉะนั้น อาภัสราพรหม คือไปกำหนดสภาพใส เวลาหลับตาไม่เห็นแสง มีแต่ความมืด คนที่ไปตั้งภพชาติ ให้เห็นแสงสีใส มีคนเห็นความสว่าง ในตอนหลับตา นั้นคือ มโนมยอัตตาทั้งสิ้น เป็นอุปาทานของคุณสร้างเองใส่จิตทั้งสิ้น จะสร้างจนเป็นอัตโนมัติก็ตาม เป็นเรื่องสร้างเองทั้งสิ้น ถ้าหลับตา แม้ตอนนี้ จะมีแสงผ่านผนังตาเล็กน้อย แต่ถ้าไปในที่มืด หลับตาแล้ว ก็จะไม่เห็นแสงสว่างอะไรเลย มีแต่ความมืด ถ้าเห็นแสงสว่างนั้น เป็นอุปาทาน ไม่มีของจริงหรอก เมื่อคุณถูกสะกดจิต หรือสะกดจิตตัวเอง อยู่ในภพได้ คุณก็เนรมิต หรือสร้างอัตตา อันสำเร็จขึ้นมาจนได้ดีกว่า มโนมยอัตตา อัตตาหรือรูปหรือภาพ แสงสี ใส สร้างสภาพใสในจิต เป็นสภาพมีแสงมีสี มีเป็นรูปเทวดา เป็นสัตว์นรก เป็นรูปคนเป็นรูปสวรรค์วิมาน คุณเนรมิตได้ทั้งนั้น ตามที่ปรารถนา แล้วทำได้สำเร็จ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็ไม่สำเร็จ แต่ถ้าสำเร็จเมื่อใด ก็ได้มโนมยัง จิตคุณปั้นมาเอง มันเป็นของไม่มี เมื่อคุณมีพลัง ทำอุปาทานได้เก่ง ก็ไปนั่งหลับตา สร้างภาพขึ้นมา แม้แต่ภาพใส มีตัวตนเป็นเทวดา เป็นเทพบุตร สัตว์นรก ก็ปั้นตามความคิดความเชื่อ ทั้งสิ้น ถามว่าจะเห็นสวรรค์นรกเมื่อไหร่ ก็เพื่อจิต มีพลังพอที่จะกำหนดหมาย เนรมิตสร้างขึ้นมา ตามอุปาทานหลอกตัวเอง แล้วก็หลงว่าของจริง เราเก่งมากที่สร้างได้ แล้วสำเร็จ โดยไม่รู้ว่า ตนเองสร้างสำเร็จ ด้วยจิตของตัวเอง เช่น เห็นใส เป็นต้น สิกขมาตุ สัจฉิกตา เคยไปนั่งที่ธรรมกาย นั่งไปเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นเหมือนเขา จนคิดว่า ตนเองไม่มีบารมี แต่มีเพื่อนพามาพบอาตมา ก็ได้อธิบายให้ฟัง อาตมาก็ว่า คุณนั่นแหละมีบุญมาก นั่งอย่างไรก็ไม่เห็น เพราะไม่มีอุปาทาน หากเห็นขึ้นมา ก็ไม่ได้มาพบอาตมาหรอก ถูกร้อยจมูกไว้แล้ว เป็นกุศลของคุณแล้วที่ไม่เห็น จะเห็นตอนที่จิตคุณมีพลัง สร้างมโนมยอัตตาได้ แล้วบางคนอาจเห็นได้ แม้ในขณะลืมตาได้เลย อาตมาเคยสะกดจิตคนลืมตา แล้วเห็นของที่ไม่มีได้ด้วย ที่เรียน วิชาสะกดจิตด้วยกันมา ก็มีเป็นนายแพทย์ ก็มีทั้งนั้น สิ่งที่ไม่มีก็ให้เห็นได้ สิ่งที่มีก็ทำให้ไม่เห็นก็ได้ ทางแพทย์เรียกว่า ภาพหลอนหรือ Neurosis เขาก็งมงายกับสวรรค์เฟสสอง ไปอย่างธรรมกาย เหมือนกับฤาษีลิงดำ นั่งหลับตาสะกดจิต มีสวรรค์วิมานมากมาย หลายชั้น คนก็หลงติด อยากจะมีสวรรค์อย่างนั้น
600110_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความ 0 แบบพุทธ