คนจนที่เป็น 0 ผู้เจริญอย่างไม่มีใครเทียม.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนจนที่เป็น 0 ผู้เจริญอย่างไม่มีใครเทียม _พ่อครูว่า... วันนี้พูดถึงเรื่อง จนมหัศจรรย์ การมีน้อยนี้มันไม่แย่งคนอื่น ให้คนอื่นแย่งไปหมดแล้วเราเป็น 0 แต่เรา 0 นี่นะ มันย่อมไม่เป็นคน 0 ที่ไร้ค่า เราเป็นคนที่มีความรู้มีสถานะอันเจริญ เป็นผู้รู้เป็นผู้ไม่ขี้เกียจขี้คร้าน ขยันหมั่นเพียรด้วย มีความรู้ความสามารถด้วย เราก็อยู่กับความรู้ความสามารถกับความไม่ขี้เกียจ ขยันหมั่นเพียร ผู้ทรงความรู้ความสามารถก็ขยัน ปรารภความเพียรอยู่ตลอดกับความรู้ความสามารถของเรามี มันเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษกับมนุษยชาติ เป็นประโยชน์ที่ดีประโยชน์ที่ควร คนอื่นรับไว้ได้ประโยชน์จริงๆ มันมีที่สุดของมันอยู่แล้ว มันไม่ต้องเลือกอะไรอีกแล้ว เราก็จบอยู่ตรงหน้าที่อยู่กับงานอันนี้ จนกว่าเราจะเลิก แยกธาตุไปเป็นดินน้ำไฟลมไป ถ้ายังไม่เลิกเราก็สร้างประโยชน์คุณค่าให้ดียิ่งขึ้น เท่าที่จะมีมนุษย์แต่ละท่านพากเพียรจะสร้างได้ดีได้มากขึ้น สูงสุดถือว่าเป็นพระพุทธเจ้า เราก็ทำ คุณจะรู้เองว่าคุณเทียบไปหาพระพุทธเจ้าได้แค่ไหน อย่างอาตมาก็เทียบไป ระดับ 7 ระดับ 8 ขึ้นไป แล้วเราจะรู้เองว่าเราห่างไกลคนอื่นเขามากเลย ไม่ว่าจะในยุคนี้ที่มีคนดีน้อย ในยุคที่มีคนเจริญมากเจริญน้อยเราก็ยังสูงที่สุดอีก จนกว่าเจริญมากๆกว่าคนที่เขาไม่เจริญเท่าเรา มีระยะห่างมากจนกระทั่ง เขาไล่ไม่ทัน เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้ากับผู้ที่รอง ในยุคใดเมื่อใดก็แล้วแต่ มันห่างจนเขาไม่มีทางไล่ทัน นานกี่กัป กี่ล้านปีแสงก็ยังยากที่จะมาไล่ทัน จะมีความรู้เลยว่ามันสุดวิสัย ไม่มีใครไล่ทันหรอก ก็ตัดสินได้ ว่าสูงสุด เราจะรู้ทั้งระยะเวลาและคุณภาพคุณสมบัติที่จะประมวลสั่งสมมาที่จะให้เท่าเทียมเราจะต้องใช้ทั้งเวลาใช้ทั้งมวลคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ซึ่งมันจะมาเท่าเทียมเรานี้ ไม่ได้ เพราะเราเองก็
อ่านต่อ
ไม่ได้อยู่เปล่าเราก็เดินทางเจริญขึ้นไปเรื่อย แล้วอัตราการก้าวหน้าของเรามากกว่าอัตราการก้าวหน้าของผู้ที่เป็นรอง มันคนละขนาดเลย แล้วมันจะมีวันไล่ทันไหม มันไม่มีทางไล่ทันเลยเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสุดวิสัยแล้ว ผู้นั้นจะรู้เองตัดสินได้เลยว่า สุดแล้ว สูงสุดแล้ว พวกเรานี้เป็นคนจน จนตรงไหน ถ้าหากเราไม่มีทรัพย์สินเงินทองอะไรเรา อยู่กับกองกลาง อาหารการกิน ยารักษาโรค ก็ไม่ต้องสะสมไว้ที่เรา เป็นโรคแล้วค่อยใช้ อยู่ที่กองกลาง เราใช้จริงๆก็คือเครื่องนุ่งห่ม กันร้อนกันหนาว กันแมลงสัตว์กัดต่อย กันอุจาด มีเท่านี้ชุดเท่านี้ชิ้นก็พอแล้ว มันรู้จักคุณค่าคุณประโยชน์ เท่านี้ก็พอ จะไปหอบไปหามาทำไม มันก็หมุนเวียนที่จะซักเปลี่ยนใช้ สบาย ไม่ต้องเก็บต้องสะสม จะต้องมีที่เก็บจะต้องรักษาจากพวกฝุ่นพวกแมลงอีก ที่อยู่อาศัยก็ไม่มีปัญหาอะไรมากเลย ที่อยู่อาศัยพวกเราเหลือเฟือ สมัยพุทธเจ้าอยู่ร่มไม้เรือนว่างที่ไม่มีเจ้าของ ชาวอโศกเรามีเรือนว่างเรือนอาศัย คนยังมาอาศัยอยู่ร่วมกัน บ้านที่ว่างๆไม่มีใครอาศัยอยู่ก็มีเยอะ เรือนเรือ เรือเรือน อาตมาหาเรือมาให้ บูรณะเรือขึ้นมาก็จะมีเรือที่อยู่บนบก ก็เรียกว่า เรือนเรือ ก็มีคนมาอยู่อาศัยได้ยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก แต่ว่ามาอยู่ที่นี่จะต้องมาเป็นคนเช่นชาวเรา เช่นชาวเราพื้นฐานอย่างน้อยที่สุดก็คือไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ ถือศีล 5 เป็นอย่างต่ำ ถ้าหากไม่ต่ำกว่ามาตรฐานก็อยู่ได้ตลอด ตั้งชื่อที่นี่ว่า บ้านราช เมืองเรือ ก็เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง แต่หลายประการ อจินไตยข้อ 1 แต่มันมีหลายประการ เช่นที่ว่า แล้วตกลงเอาแค่ว่า เรือ กับเรือน เอาอะไรกันแน่ เรือกับเรือน จะเอาเรือหรือเอาเรือน ถ้าเอาเรือนนี่มันอยู่บนบก แต่ถ้าเอาเรือนี่มันอยู่บนน้ำ อาตมาทำสำเร็จเอาเรือมาอยู่บนบกก็ได้ เอาเรือมาอยู่บนน้ำก็ได้ เรืออยู่บนน้ำไม่ต้องเรือหรอก ทำแพก็อยู่บนน้ำได้ จะทำเสาทำทุ่นรองก็เป็นเรือนได้ ถ้าจะเรียกว่า เรือน คือมีเสา เรือคือไม่มีเสา มีแต่ท้องเรือลอยบนน้ำจะเอาแบบใดก็ได้ ได้ทั้งสองอย่างเราก็เอาทั้ง 2 อย่าง แต่เราจะเอารูปของเรือ ถึงอย่างไรบ้านเราก็มีเสามากกว่าเรืออยู่ดี จริงๆแล้วเรือนี่ถ้าน้ำมาเรือมันก็ลอยได้ ไปไหนๆตามน้ำก็ลอยไปได้จะน้ำจะขึ้นมาอีกเท่าไหร่ก็ลอยได้ ส่วน เรือนมันต่อกับดิน น้ำมามันลอยไม่ได้ ถ้าทำกึ่งเรือกึ่งเรือนก็คือแพ ครึ่งบกครึ่งน้ำ สรุปแล้วเป็นที่พักที่อาศัย คนอาศัยก็มีอาศัยอยู่บนน้ำกับอาศัยอยู่บนบก คนจะไปอาศัยอยู่บนอากาศไม่ได้มันต้องเคลื่อนที่ ซึ่งมันก็ยาก ไม่เคลื่อนที่มันก็อยู่บนน้ำหรืออยู่บนบกก็ได้ก็มีเท่านี้ เราก็มีทั้ง 2 อย่างที่อยู่บนบกสะดวกก็อยู่บนน้ำ อยู่บนน้ำมันก็ไปยากไหม.. ยาก มันช้ากว่า อยู่บนบกกับอยู่บนอากาศมันเร็วกว่า 650207 จนเป็นที่ 1 ในโลก แต่สร้างอาหารช่วยโลก รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 27