สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กิเลสไม่เที่ยงและจางคลายได้อย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.37 KB
วันที่แก้ไข14 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กิเลสไม่เที่ยงและจางคลายได้อย่างไร _สู่สายพุทธ...จะเล่าเรื่องการปฏิบัติแบบเดินที่หนูฝึกมา เดินเพื่ออ่านอาการของจิตให้รู้ เห็น พิจารณา อาการของตัณหาที่เกิดขึ้น เช่นเป็นอาการตื้อๆ ตึงๆ หนักๆ จิตเร่ิมไม่สบายไม่ปกติ นั้นคืออาการของตัณหา จิตอ่านอาการตัณหาได้ รู้ เห็น พิจารณาจึงจดจ่อกับอาการนั้น แล้วพิจารณาเป็นไตรลักษณ์ ว่าอาการตัณหาไม่เที่ยงไม่จริง จางได้ดับได้ พูดกับตัวเองจนอาการนั้นดับไป แต่จิตจดจ่อตลอด จนอาการมันจางลงจนดับและไม่มีในตอนนั้น พ่อครูว่า...ใช่ เป็นจริงไม่มีอะไรตั้งอยู่นานไม่มีจางคลายนอกจากกิเลสของคุณจะมีจริง นอกจากกิเลสของคุณต้องการให้มันยามะ ยาวนานต่อไปอีกอย่าเพิ่งหาย ให้อยู่นานๆหน่อยอร่อยดี แซบดี เป็นสุขดี อัสสาทะดี รสกิเลสดีมันก็ไม่อยากให้หมด แต่ถึงจะนานขนาดไหนจะเบื่อไหม..สุภาษิตจีนว่าไว้ งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา อันนั้นเป็นสิ่งหยาบ แต่จะสุขทุกข์ก็ไม่ทนทานนาน เป็นวันไม่ได้หรอก จะสุขอย่างไรก็ตามให้ทั้งวันก็ไม่ได้ ถ้าคุณได้ปฏิบัติว่าไม่ต้องอะไรมากมายไม่ต้องยาวยืด เราจะรู้ว่าไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไร อันนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ อนิจจานุปัสสี (ตามเห็นความไม่เที่ยงของกิเลสตัณหา). วิราคานุปัสสี (ตามเห็นความจางคลายของกิเลส) นิโรธานุปัสสี (ตามเห็นความดับของสัตว์กิเลสตัณหา) ปฏินิสสัคคานุปัสสี (เห็นการย้อนทวนกลับไปสลัดคืน) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 288)

ก็จะเห็นความไม่เที่ยงของอาการ มันจะค่อยๆลดลง ไม่เพิ่มอีก จนกระทั่งไม่มีหยุด ไม่มีหยุดก็ตายเลย คนที่มีความสุขสนุกสนานมากมายพวกเต้นพวกนักกีฬาเตะเข้าโกล ทำท่าที แต่บางทีดูเจ็บแต่ก็ทนได้ นักฟุตบอลทำสถิติตัวเองไว้เลยว่าแต่เขาโกงไปเท่าไหร่แล้ว รสอร่อยนี้ต่างกับไม่อร่อย อาการมันล

อ่านต่อ

ดลงไปตามเวลา สุดท้ายดับได้ ตามอนุปัสสี 5 ดับแล้วบางทีฟื้นได้บ้าง มีแวบมาอีกได้ ถ้าพลังปัญญาสูงจะดับแล้วดับเลย หรือใช้เจโตสะกดไว้ อาจสะกดไว้ได้นาน จนนึกว่าไม่มี แต่คุณก็ตายก่อน เกิดชาติใหม่หรือหลายชาติก็ขึ้นมาใหม่เพราะพลังงานที่ยึดติดมันมาหลายชาติ หากไม่ทำอย่างวิปัสสนาบ้างลดกิเลสได้จริง จะไม่ถาวรสนิทจริง ตัวปัญญาจึงเป็นตัวยิ่งใหญ่ ปัญญาไม่ใช่ธาตุรู้สามัญ เป็นธาตุรู้วิเศษสุดยอด ปัญญาเป็นพลังงานไฟ เผากิเลสได้เรียกว่าปัญญา อาตมาเพิ่งจะมาสรุปคำว่าสมาธิ ที่เป็นสมาหิโต ในเจโตปริยญาณ 16 สมาหิโต อสมาหิโต มีสอุตริจิต อนุตรจิต อันนี้เป็นคู่สุดท้าย สอุตรจิต เขาแปลว่าจิตนี้ดีแล้วแต่จิตที่ดีกว่านี้ยังมีอีก หรือคำว่าสมาธิ จะเรียกว่าสมาหิโตก็ได้ เป็นตัวจิตตั้งมั่นที่จบ จริงๆแล้วสมาธิตัวนี้คือการสั่งสม จากจิต จรณะ 15 วิชชา 8 ถอนอาสวะสิ้น วิชชาตัวสุดท้ายคือถอนอาสวะสิ้น วิปัสสนาญาณ (ความรู้แจ้งเห็นจริง – หรือรู้ความจริงในเหตุที่มีความจริงเกิด .. รู้กิเลสตายจริง อกุศลดับจริง) . . มโนมยิทธิญาณ (ความมีฤทธิ์ทางจิต ที่จิตสามารถ เนรมิต “ความเกิด” อย่างใหม่ขึ้นมาได้) . อิทธิวิธญาณ (จิตมีอานุภาพในการบรรลุขจัดทำลายกิเลส ได้หลากหลายวิธี) . . ดู พตปฎ.9/133 ทิพโสตญาณ (สามารถแยกแยะ การได้ยินสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้ง เช่น กิเลสปะปนมากับคำร่ำลือ กับเสียงที่เกินกว่าคนธรรมดาเขาจะรู้นัยยะได้) เจโตปริยญาณ (กำหนดรู้ความแตกต่างในจิตขั้นอื่นๆ ของตนได้รอบถ้วน) & ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (การย้อนระลึกถึงการเกิดกิเลสเก่าก่อน มารู้อริยสัจจะจนหายโง่จากอวิชชา) จุตูปปาตญาณ (รู้เห็นการเกิด-การดับของจิตที่ดับเชื้อกิเลส แล้วเกิดเป็นสัตว์เทวดา หรืออาริยะสัตว์) . อาสวักขยญาณ (ญาณที่รู้การหมดสิ้นอาสวะของตน) (พตฎ. เล่ม 9 ข้อ 127 - 138)

อาสวักขยญาณคือต้องเป็นฌานที่ 4 ตั้งมั่นสะสมอเนญชาภิสังขาร หรืออนุรักขณาปธาน จนจิตตั่งมั่นแข็งแรงเป็นสมาธิ ปัญญาสะสม อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา621004_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 73

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน