610407_พ่อครูตอบปัญหางานวิจัยของคุณฟ่องฟ้า ศรีวรพรกุล ป.โท ม.นิด้า_.docx
เนื้อหาในไฟล์
610407_พ่อครูตอบปัญหางานวิจัย ของคุณฟ่องฟ้า ศรีวรพรกุล ป.โท ม.นิด้า
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บริหารแบบคนจนอย่างไรให้ยั่งยืน ฟ่องฟ้าว่า… ในสันติอโศกมีสองหน่วยงานคือ สขจ. กับ โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก(สส.สอ.) สองหน่วยงานนี้ บริหารงานแบบคนจนอย่างไรคะ พ่อครูว่า... การบริหารของโรงเรียน หรือ สขจ. เป็นเรื่องสังคมศาสตร์ทั้งนั้น เอาคนเป็นหลัก สขจ.เกี่ยวกับวัตถุ ข้าวของ เครื่องใช้ ที่เขาบริจาคมา เอามาจัดการให้เป็นคุณค่า ให้เป็นรายได้ขึ้นมา ก็สำคัญที่คนจัดการ ผู้ทำ ส่วนโรงเรียนนั้น ทั้งครูและนักเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนของเรานั้น เป็นโรงเรียน อย่างบุญนิยม หรือโรงเรียนแบบชาวอโศก มีนัยลึก สังคมศาสตร์โลกุตระ เป็นเรื่องพิเศษกว่าทางโลก เป็นงานของคนโดยตรง สขจ.หรือขยะวิทยา ก็เป็นเรื่องของคน มีปัญญาเสียสละเต็มที่ สขจ.ทำงานคือคน นอกนั้นไปจัดการวัตถุ ก็อยู่ที่คนเป็นสำคัญ สำคัญที่สุดคือ คนต้องมีคุณธรรม เป็นคุณธรรมที่ไม่เห็นแก่ตัวจริงๆ เห็นแก่ผู้อื่น ตัวเองไม่ต้องมีรายได้ ต้องได้อะไรแลกเปลี่ยน อย่าว่าแต่มีน้อย แม้มีอาศัยกินใช้เท่านั้น ก็พอแล้ว จึงอยู่ที่คนจริงๆว่า ไม่เห็นแก่ตัว เพื่อประโยชน์ตน แต่เห็นแก่ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ที่จะเอาไปใช้แก่ส่วนรวมแท้ๆ ส่วนโรงเรียนนั้น เสียสละที่ ไปเน้นที่ครู ครูต้องเอาใจใส่มาก เพราะเป็นการศึกษา ต้องดูแล ของเราเป็นโรงเรียนแบบบุญนิยม เป็นโรงเรียนประจำ อยู่อาศัยเป็นลูก เป็นหลาน เป็นญาติอย่างแท้จริง เลี้ยงดูกันอย่างพ่อแม่ลูก เลี้ยงดูลูกหลานแท้ๆ หวังประโยชน์แค่ให้เจริญ และเน้นเข้าหาเป้าว่า ต้องเจริญอย่างโลกุตระ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ใช่เจริญแบบโลกโลก เน้นไปที่ความเจริญแบบโลกุตระด้วย ให้ผู้ที่เราเลี้ยงดูเป็นลูกหลาน จะต้องมีคุ
อ่านต่อ
ณธรรม ถึงโลกุตรธรรม อย่างแท้จริง ถ้าจะว่าไปแล้ว สขจ.คนนี่ต้องดีจริงๆ เพราะทำกับวัตถุ วัตถุมันไม่มีฤทธิ์เดชอะไร แต่นักเรียนมีฤทธิ์เดช เด็กมันมีฤทธิ์เดชยากกว่า ครูจะต้องเสียสละซ้อน ต้องมีความรู้ความสามารถ ความรู้ทั่วไป ให้ความรู้แก่เด็ก ความสามารถที่จะสอนถ่ายทอดความรู้อะไรอีกต่างๆ ก็จะต้องมีเทคนิค แทคติก และก็จะต้องดูแลควบคุมทั้งด้านทุกอย่าง ความเป็นอยู่ นิสัยใจคอ ที่สุดเรื่องของจิตวิญญาณ ก็ต้องเลี้ยงหรือรักษา พัฒนาการให้แก่ผู้ที่เราจะสั่งสอน ซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับทางโลกเขาสอน จะว่าไปแล้วทางโลก ไม่มีความลึกซึ้ง ไม่มีความเอาจริงเอาจัง ไม่ครบพร้อมทั้งด้านจิตวิญญาณ เสียสละจริงๆ ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ที่จะให้มีความรู้เท่าเทียมกับหลักสูตรเขา และเราเน้นที่ทำได้ด้วย อยู่ทางโลก เขาเน้นที่ความรู้ประดับโลก จะทำได้หรือไม่ได้ ไม่รู้ แต่ของเราเน้นให้ทำได้ แม้แต่รู้น้อย ให้รู้เท่าทำ ถ้าทั้งรู้และทำได้ ก็ยิ่งดี มีความคิดก้าวหน้า สร้างสรร พัฒนาใหม่ขึ้น ก็ยิ่งดีใหญ่ การบริหารแบบคนจนนี้ การเสียสละเป็นแก่นของความเป็นคนจน การไม่สะสมเป็นของตน การเสียสละออกไป ไม่ต้องสะสมแก่ตัวเอง ก็เป็นแก่นของความเป็นคนจน ถ้าจิตมีปัญญา ใจมันจริงด้วย ปัญญาก็ชัดเจน มันก็สละได้จริง ทั้งใจมันก็สละได้ ยอม ทั้งปัญญาก็รู้ว่า สละมันดีอย่างไร เพื่ออะไร มาเป็นคนจน มันดีอย่างไร เท่ตรงไหน ทางโลกไม่ได้ยกย่องคนจน เขาจะดูถูกดูแคลนแทนด้วยซ้ำไป ไม่อยากโอภาปราศรัยด้วย มันซ้อนในโลกีย์ ที่เขาจะคบ ที่มีส่วนได้เปรียบ แต่ของเรามาจนแล้ว มันจะมาสนใจ มาคบคุ้นซับซ้อน สภาพหมุนรองเชิงซ้อน ดูเหมือนจะยิ่งไม่ดี แต่ยิ่งดีขึ้น มันเป็นความซับซ้อน ที่ใช้ภาษาได้ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นการทำให้คนจน ยิ่งจนที่มีความสูงส่ง ยิ่งมีความเป็นประโยชน์ คุณค่ามากในโลก ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นคนจน ที่มีปัญญา เห็นความจน เห็นประโยชน์คุณค่า ทุกอย่างเลย สิ่งที่เป็นคุณค่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่เป็นความจริง ผู้รู้จริงเห็นแจ้งจริง ถึงทำด้วยความเต็มใจ ด้วยความตั้งใจ เต็มที่ ให้มันบริบูรณ์ ให้ครบพร้อม ก็มันจบในตัวของมันเอง มันดี มันอธิบายอย่างไร ก็ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้จบ ที่ว่ามันไม่เสียเลย มันมีแต่ดี
ฟ่องฟ้าว่า...จะเชื่อมโยง เศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อม พ่อครู... แน่นอน ความเป็น เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือจะใช้ว่า เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เศรษฐกิจ คือการเจริญ การเมือง คือการทำให้องค์รวมของสังคม ของหมู่กลุ่ม อยู่อย่างดีสงบ เป็นไปได้ดีด้วยความเรียบร้อยต่างๆนานา อุดมสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่างเยอะ ทุกคนเสมอภาค เป็นเรื่องของสังคมการเมือง ที่ผู้มีปัญญา เข้าใจกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของ เราเรียนธรรมะโลกุตระ ความร่วมกัน สังเคราะห์ สังขาร ปรุงแต่ง ส่งเสริม หรือลดทอนอยู่ในตัวของมันเอง ได้สัดส่วน ที่มีความพอเหมาะพอดี ทั้งส่งเสริม และลดทอน ที่ให้ได้สัดส่วนสมบูรณ์ ในการที่จะร่วมสร้างสรร ให้มันตั้งอยู่ได้นาน ได้ทน มีอัตราหมุนเวียน การโคจร มีอัตราการดำเนินไป ที่มันได้ยั่งยืนถาวร
ฟ่องฟ้าว่า...มีความมั่นคงกับความจนได้อย่างไร ต้องพัฒนาอะไรให้เข้มแข็งถึงจะยั่งยืน พ่อครูว่า... ลดกิเลส ไปพัฒนาความยั่งยืน ความจนต้องลดกิเลส กิเลสมันเป็นตัวต้องการ มันเป็นตัวทำลาย หนึ่งต้องการมาให้แก่ตัวเองอย่างยิ่ง ในหมวดราคะ โลภะ และหมวดของการทำลาย ทำลายผู้อื่น เราจะเหลือเป็นผู้โดดเด่น ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เป็นผู้ที่แก่งแย่ง มาจน ก็เป็นหลักประกันสำคัญของเรา เรามีน้อย เราจน เราไม่ไปแย่งใคร และเราไม่มีมากที่จะให้ใครแย่งด้วย ไม่มีมากให้ใครแย่ง และเราก็ไม่แย่งใครด้วย เพราะฉะนั้นมันจึงปลอดภัย ปลอดภัยจากคนที่เป็นศัตรู จะมาแย่งอะไรจากเรา ก็ไม่มาแย่ง และเราก็ไม่มีให้คนมาแย่ง ก็เลยปลอดภัยมั่นคง เราเองก็ไม่คิดจะตาย ยิ่งศาสนาพระพุทธเจ้านั้น เรียนรู้พลังงานด้าน สัมประสิทธิ์ Coefficient พลังงานที่จะเกิดปฏิภาคทวี เป็นความเจริญซ้อนอยู่ได้ สร้างพลังงานต้นเหตุ พลังงานละเอียด ที่เป็นต้นเหตุเลย ที่รู้ยาก เราก็รู้ได้ พลังงานตัวละเอียด เป็นพลังงานที่เป็นต้นทาง จนถึงละเอียด ยิ่งกว่านิวเคลียร์ ทางด้านจิตวิญญาณ ที่เป็นพลังงานฟิสิกส์ มันหยาบกว่า ก็ยิ่งรู้พลังงานสัมประสิทธิ์นี้ ซึ่งเป็นตัวอัตราก้าวหน้าๆ สามารถรู้ และสร้างสรร ทำให้มันเกิดอยู่ ทำให้มีพลังงานนี้ มีชีวิต มีพลังที่เดินต่อๆไปได้ สามารถที่จะมีทศนิยม เพิ่มทศนิยมให้ทวีคูณขึ้นไปได้ และรู้จักความพอเหมาะพอดี ทวีเพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆ อย่างพอเหมาะพอดี ถ้ามันจะลด ก็ให้เพิ่มอย่างพอดี ไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นพลังงานนามธรรม เป็นอรูป หรือนามธรรม ก็สามารถมีธาตุรู้ ญาณหยั่งรู้ได้อย่างแท้จริง จัดสรร เอามาประกอบการเอามาให้เกิดความเป็นไปได้ อย่างแท้จริง ศีลธรรม ต้องประกอบด้วยจิตวิญญาณ และคำว่าศีลธรรมนี้ อาจหมายถึงศีลธรรมโลกีย์ ไม่มีจบ ไม่มีสูญ โลกีย์จบไม่เป็น สูญไม่ได้ นี่คือโลกีย์ ส่วนโลกุตระนั้นจบเด็ดขาดได้ หรือจะต่อก็ต่อได้ ตามประสงค์ อยากจะต่อไปอีกก็ได้ ให้เกิด หรือตายสูญก็ได้ พลังงานตัวนี้ เป็นประธานลดกิเลส ต้องมีความรู้ ความสามารถจิตวิญญาณ มีความรู้ความสามารถ แล้วมันก็จัดสรรได้ ตามต้องการ
ฟ่องฟ้าว่า...ทั้งสองหน่วยงาน สส.สอ. กับ สขจ. มีอุปสรรค จุดอ่อน หรือปัญหาภายในใดบ้าง พ่อครูว่า... ปัญหาภายในคือ แรงงานไม่พอ คนที่จะมาเสียสละ เป็นจิตอาสา ทำอย่างเข้าใจ และเห็นคุณค่าจริงๆ มีน้อย มันยาก ที่คนจะมีปัญญาความรู้ และเสียสละ มาทำอันนี้ เพราะไม่มีโลกธรรม ไม่มีลาภยศสรรเสริญ มีแต่โลกุตรธรรม ก็เลยหาคนทำยาก งานจะก้าวหน้า ที่มีทั้งปริมาณ หรือคุณภาพก็ตาม ให้มันจริงกว่านี้ได้หรือไม่ ก็ได้ แต่คนไม่พอ แรงงานไม่พอ เราไปบังคับก็ไม่ได้ เพราะอยู่ในระบบบุญนิยม ไม่ได้จ้าง แม้แต่คำประโลมใจ คำชื่นชม ก็มีน้อย จึงต้องมีคนเต็มใจ เสียสละจริงๆ เสียสละนี้ จบในตัวแล้ว ถ้าผู้รู้เสียสละ มันจบก็ดีที่สุด ที่ได้มันเสีย เราเสียนี่แหละ คือเราได้ อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสก็จบแล้ว ถ้าเราได้มาอีก มันก็ยังมีเรา เราเสียไปแล้วไปเลย จบ เออ มันก็ไม่มีเรา ถ้าเสียไปแล้ว ก็ทำไมเขาไม่เห็นบุญ เห็นคุณ อ้าว คุณยังเอาอยู่อีก ก็ไม่จบ ไปต่อ
ฟ่องฟ้าว่า ...จุดอ่อน หรือปัญหาภายใน พ่อครูว่า... ปัญหาภายในก็มีน้อย เพราะคนก็มีน้อย และคนมีปัญญาด้วย คนมีภูมิโลกุตระ ไม่ทะเลาะวิวาท แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น เอาความเด่นดังสูง ก็ไม่แล้ว มันซ้อน เพราะฉะนั้นคนที่สับสนในโลกีย์ จะแย้ง แต่คนชัดเจนในโลกุตระ จะไม่แย้ง ฟ่องฟ้าว่า...อย่างนี้ดี ทำอย่างไร ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ มาทำอีกเยอะ พ่อครูว่า... อันนี้เป็นความอยากของเรา คนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ แต่อันนี้หมดความรู้แล้ว จำนน ไม่มีความสามารถ ใครเก่งกว่า จะช่วยอาตมาได้ ก็เชิญ ให้คนรุ่นใหม่มาเยอะๆ คนรุ่นเก่าเติมมาอีก อาตมาทำสุดเก่งแล้ว คนไหนที่ดูอาตมา สัมพันธ์อาตมา ศึกษาอาตมา มาแต่ไหนแต่ไร เท่าที่รู้ และสามารถบอกได้ บางอย่างอาตมาก็ธิบายตนเองไม่ได้ ว่าทำไมทำอย่างนี้ ปีกรักว่า...ถ้าพวกเราลดกิเลสมากๆ แล้วเรามีความสุข คนก็เห็นก็คงจะทำตาม พ่อครูว่า... อาตมาถึงเน้นสุขสำราญเบิกบานใจ ก็เห็นตามที่เรามีพฤติกรรม เป็นตัวอย่างอยู่ คนเห็นก็ใช้ปฏิภาณ ปัญญ าความรู้ ตัดสินว่า คนเรามันเสแสร้งว่า ไม่ทุกข์ก็ได้ แต่นี่มันเป็นจริง หรือดรามาติก เป็นการสร้างภาพ หรือจริง คบคุ้นไป ใช้เวลานาน มีหลักฐาน มีความสอดคล้อง ให้ศึกษา ให้เห็นของจริงได้ไปเรื่อยๆ ปีกรักว่า...วันนี้ มีคนมาถามท่านฟ้าไท เขาเป็นตากล้อง พ่อครูว่า... คนที่แสวงหาจุดสูงสุด ก็จะมา เขาคิดไม่ออก คนทีรู้แล้วว่า อย่างนี้ดี แต่เขาก็ยังเอาไม่ได้ คนอื่นเห็นตัวอย่างที่ทำได้ ก็จะเอาตัวเขาเข้ามา และถ้าเขาสามารถเอาตัวเข้ามา ร่วมสร้าง ร่วมศึกษาไปด้วยกัน คนคิดได้ ก็จะมา ฟ่องฟ้าว่า...ก็เชิญอาจารย์มาดูงานที่นี่ พ่อครูว่า... อาตมาแน่ใจว่า ทำไปเถอะ มันยาก ถ้าเผื่อว่ามันไม่ยาก สังคมมีแต่คนดีๆ ทำดี มันก็ช่วยสังคมที่ไม่ดีส่วนน้อยได้ แต่นี่คนไม่ดีเป็นส่วนมาก คนดีมีน้อย ต้องรับผิดชอบอีก จะไปเกื้อกูลคนไม่ดี มีเยอะกว่า มันก็ยาก หากคนดีมากกว่าคนไม่ดี แบ่งเบาคนละเล็กน้อย ก็ทำได้แล้ว นี่ไม่ใช่ไปลงโทษ หรือว่ากล่าว แต่เป็นสัจธรรม มีจริง คนไม่ดีมีมาก คนดีมีน้อย มันจึงหนักยาก หากคนดีมีมากกว่า มันไม่ยาก สบายเบา ฟ่องฟ้าว่า...อาจารย์บอกว่าหัวข้อนี้มันยากนะ แต่น่าสนใจ จะวิพากษ์พิพาท วิจัยวิจารณ์ให้มากเลยนะ หัวข้อนี้ พ่อครูว่า... ที่บอกว่าเอาคนรุ่นใหม่นั้น มันตื้นตื้น คนรุ่นใหม่เพิ่งจะมีประสบการณ์ ทำอะไรไม่เป็นก็ได้ คนรุ่นเก่านี้ มันแก่แล้วจะตายแล้ว ขุนไม่ขึ้นแล้ว มันทำอะไรอีกต่อไปไม่ได้แล้ว บอกว่าคนใหม่เผื่อมันจะได้ ก็ได้ วิธีการ ถ้ามันมีวิธีการดีกว่า ก็บอกด้วย เราไม่ได้อ่อนข้อ ออมมือเลย เราเก่งเท่านี้ คุณนี้แหละจะมาช่วยได้ไหม ไม่ได้พูดยัดเยียด หรือท้าทาย เพราะคุณอาจจะยังไม่ถึงเวลา ถ้ามันถึงเวลา คนเราจะมีความรู้พิเศษ พลังงานวิเศษ เอามาใช้ แต่นี่มันยังไม่ถูกดึงออกมา คนเรามีความรู้พิเศษนี้ลึกลึก ถ้าถึงความจำเป็นแล้ว มันจะเอามาใช้ได้ เป็นพลังงานแฝง Potential จะดึงออกมาใช้งานได้ อย่างพวกวิ่งเข้าเส้นชัย 100 เมตร ถึงเวลานั้นหมดแรง มาตายนะ
ฟ่องฟ้าว่า...การปฏิบัติตนเป็นคนจนอย่างยั่งยืน แบบสันติอโศก มันจะเป็นไปได้ดีอย่างไร พ่อครูว่า... อาตมาไม่มีคำตอบ เป็นไปได้ดีอย่างไร ก็ต้องเอาความเป็นจริง หรือวิชาการ ตามสูตร ตามลักษณะ ทฤษฎี โครงสร้างของมัน เป็นโครงสร้าง ที่มีความเป็นจริงของการสังเคราะห์ สังขาร มีพลังานบวกลบคูณหาร อย่างที่มีพลังงานดี เสริมขึ้น เป็นทศนิยมก้าวหน้าขึ้นไปตามลำดับ ที่ไม่ไปขี้โกง เป็นไปตามลำดับ อย่างนั้น จะยาวยืนก้าวหน้าได้นาน และได้สมบูรณ์ สูงสุด เป็นลำดับอย่างได้สัดส่วน พอเหมาะสูงสุด ภาษาบาลีว่า ปโหติ เป็นไปอย่างพอเหมาะ อันนี้แหละจะได้สัดส่วนดีที่สุด พระบาลีใช้คำว่า ปโหติ ในมรรค 8 ผล 2 ท่านไล่ สัมมาทิฏฐิพอเหมาะ ทำให้สังกัปปะพอเหมาะได้... ทำให้วาจาพอเหมาะได้...ทำให้กัมมันตะพอเหมาะได้...ทำให้สัมมาอาชีวะพอเหมาะได้... ทำให้วายามะพอเหมาะได้... ทำให้สัมมาสติพอเหมาะได้... ...ทำให้สัมมาสมาธิพอเหมาะได้ อาตมาถึงบอกว่าต้องใช้เวลา ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน ...จบ