610411_ตอบปัญหางานปลุกเสกฯ ครั้งที่ 42 บวร ราชธานีอโศก ตอน 2.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์352 KB
วันที่แก้ไข23 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

610411_ตอบปัญหางานปลุกเสกฯ ครั้งที่ 42 บวรราชธานีอโศก ตอน 2

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พลังปัญญากับพลังเฉกาในจิตนิยาม พ่อครูว่า... วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของ งานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ วันพุธที่ 11 เมษายน 2561 พวกเรานี้ใครรู้สึกว่าเป็นพระแท้ๆบ้าง พระที่จะประกอบ มีกายมีจิต เราต้องรู้กาย มีองค์ประชุมรูปนาม มีธรรมะสอง แล้วทำธรรมะสองให้เป็นจิตให้ได้ คือเกิดพลังงานตั้งแต่อุตุนิยาม มาเป็นพีชนิยาม มาเป็นจิตนิยามแล้ว มาเป็นจิตแล้ว ดีไม่ดีจะหลงเป็นจิตโลกียะ หลงโลกไปไกล จนรู้ว่าเลยเถิดแล้ว ของลาภยศสรรเสริญ บางคนก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกประมาณ 5 ล้านๆกัปป์ กว่าจะกลับได้ ไม่มีใครต่ำกว่าล้านปีแสงหรอก อย่านึกว่าชีวะ หรืออัตภาพ โดยเฉพาะอัตภาพของความเป็นคน จริงๆอัตภาพที่ได้มาเป็นคน ได้ร่างเป็นคน แต่จิตมันเป็น กระเทย จิตมันเป็นธรรมะ 2 เป็นไบโพล่า มันก็จะเป็นเสพนรก เสพสวรรค์ บางครั้งเสพหนักกลายเป็น มาโซคิสม์ ซาดิสม์ เสียเวลาเยอะ พวกซาดิสม์นี้มีเยอะ หลงจนกลายเป็นมาโซคิสม์ ตัวเองต้องได้รับทุกข์ทรมาน จึงจะได้สวรรค์ เห็นคนอื่นทุกข์ทรมาน เป็นสวรรค์ นั่นคือซาดิสม์ ใครชอบดูความโหดเหี้ยมชอบดูการชกมวย แม้แต่ชอบดูการเอาชนะคะคาน ก็ยังเป็นซาดิสม์ คนที่ชอบดูการเอาชนะคะคานแล้ว คนไหนที่เขามีอาวุธแรง เชียร์นี่แหละซาดิสม์ คนไหนใช้อาวุธแรง แล้วมีท่าจะชนะ ออกอาวุธแรงได้ อีกคนหนึ่งต้องแพ้ ก็เชียร์ คนนั้นจิตใจเป็นซาดิสม์ เพราะฉะนั้นอย่าไปเชียร์มวย ออกหมัดแรง น็อคเลย ลงไปกองเวที ก็ชอบใจ คนนี้เชียร์ คนนี้เป็นซาดิสม์ แต่คนเก่ง ใช้เทคนิคอะไรก็แล้วแต่ เตะบอลเก่ง มีแทคติก เทคนิคนิดหน่อย ขี้โกงเขาได้ด้วย เตะบอลเข้าโกลได้ ชอบใจ คนนี้มีแทคติก มีวิธีการเยอะลดเลี้ยว หนึ่งใช้แรงทุ่มเต็มๆ สองใช้ลีลาหลอกล่อ สองนัย การต่อสู้ร

อ่านต่อ

ะหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิมจองอึน โดนัลด์ ทรัมป์ใช้แรง คิมจองอึนใช้เล่ห์เหลี่ยม ลีลาอิตถีภาวะ ส่วนทรัมป์ใช้พลังเจโต ทึ่มๆ ไม่เรียกปุริสภาวะ สู้กัน เอาเข้าจริง ทรัมป์สู้ไม่ได้ เพราะคิมจองอึนไปเกาะจีน แค่สีจิ้นผิงกับโดนัลด์ ทรัมป์ แค่นี้ก็รู้แล้ว ทุกวันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำอะไรไม่ได้หรอก ดูท่าที ทรัมป์รวยกว่าคิม แต่จริงๆแล้ว สีจิ้นผิงจะรู้ไหมว่า ไส้ใครจะเน่ากลวงมากกว่ากัน นี่เป็น phenomenal สามัญ เห็นขณะปัจจุบันนี้เลย suddenly เลย เป็น status quo ณ บัดนี้ เป็น continuing สังเคราะห์ สังขารกันอยู่ในโลก สังคมทั้งรูปและนาม พวกเรานี้มาศึกษารู้จักแนวลึกของจิตแล้ว สามารถทำจิตแนวลึกได้ พวกเราเองไม่รู้ตัว จิตพวกเรามีปัญญา ปัญญามันเป็นธาตุจัดการ เฉโกก็เป็นธาตุจัดการ ถ้าคุณใช้สร้างพลังงานปัญญา ให้มีอำนาจใช้พลังงานจัดการ เก่งกว่าเฉโก แต่สร้างพลังงานปัญญา ให้มันทันเก่งกว่าเฉโกได้มากๆ ก็ไปหาพระอรหันต์ได้เร็ว แต่ถ้าใช้แต่เฉโก ยินดีในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มาก คุณก็เอาพลังงานไปช่วยทางโน้นมาก โลกีย์มาก เราต้องโน้มเน้นมาก แม้จิตไม่ยินดี ยินดีเป็นจิตใจอิสระ จึงเป็นตัวแรกของมูลสูตร เพราะเมื่อยินดี ก็จะไปจัดการกับจิต ได้เป็นมนสิการ ถ้าไม่ยินดี ไม่ทันหรอก คุณยินดีแต่ภายนอก แต่ไม่ถึงขั้นจิตยินดี ฉันทะ มันไม่ทำ ไม่มาสร้างพลังงาน ไม่สร้างจิต เพราะฉะนั้น จิตที่เป็นฉันทะ ความยินดี มีคำบาลีเยอะ ปีติ ปราโมทย์ การยินดี ถึงฉันทะนี้ จะไม่ลงลึกฉันทะ ฉ น ท แต่จะบอกนำ ฉ คือทวาร 6 ของเราทำงานทุกทวาร ร่วมเหตุปัจจัยครบ แล้วทำต่อ ท ทหาร แข็งแรง รวมพลังงานจิตได้เก่งได้ดี ได้ครบพร้อม ได้มากกว่า 3 เป็น 4 5 6 7 เป็นพลังงานอัตราก้าวหน้า Coefficient สัมประสิทธิ์ ที่มันเกินกว่าคูณ เรียก ทหาร ยิ่ง ธ.ธง เป็นมหาดเล็ก หรือทหารพระราชาเลย ถ้า ท.ทหาร เป็นทหาร ถ้า ธ.ธงนี้ จริงๆแล้วหมายถึงพระราชา แต่ถ้าไม่ใช่พระราชา ก็คือมหาดเล็กที่ อิสีติสาวกของพระราชาเลย อย่างนายกฯตู่นี่ เป็นอิสีติสาวกของพระราชาได้ดีมาก อะไรควรส่งเสริม ควรโปรโมท อย่างตอนนี้ กำลังนิยมไทย ไทยนิยม ต่างชาติเขามาแต่งตัวเป็นไทย บอกว่าสงกรานต์สนุก พูดไทยก็ยังไม่ชัดเลย เป็นการจัดคอมโพซิชั่น การปรุงแต่ง ทำให้รูปนาม ทำให้จิตวิญญาณโน้มน้อม มาเป็นสิ่งที่เป็นศิลปะดึงดูดชั้นสูง ทำให้เกิดสุนทรียภาพ ดึงดูดให้คนมาชม มาเอาสาระ แล้วเราต้องป้อนสาระที่ดี ที่ถูกต้องให้ด้วย คนไทยต้องร่วมกันสร้าง สิ่งที่ดี ที่ประเสริฐ ต่างประเทศเขาจะมาเอา อย่าไปหลอกล่อเขาด้วยสิ่งมอมเมา เอาแต่สาระ ที่บริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เท่านั้น จะชนะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก เรามีดีเท่าไหร่แสดง สิ่งไม่ดีเท่าไหร่ ก็ให้ระงับให้มาก รับรองว่าไทยเจริญ ก้าวหน้าอย่างไม่ช้าเลย ลิ่วๆๆ นี่คือสัจจะที่อาตมาเกริ่นตอนแรก ที่ก่อนจะตอบประเด็นตอนนี้

ก่อนจะตอบปัญหา มีตำรวจคนนี้เขียนมา ตั้งหลายหน้า 7 หน้า ตัวหนังสือโตพอควร ….ชุมชนปฐมอโศกแต่เดิมมา พ่อครูและสมณะสิกขมาตุได้พากันสร้าง แต่เดิมมีหนามพงดอ จนต่อมาพ่อครูได้นำพา สร้างบวร ทำให้น่าอยู่อาศัย จนกลายเป็นชุมชนแห่งแรกชาวอโศก เป็นภาพที่งดงามมาก วิถีชีวิตชาวอโศก แต่งกายเรียบร้อย ตื่นมาทำวัตรเช้ากัน มีฟังธรรมก่อนฉันมีการประชุมคนวัด ตอนบ่ายเลิกงาน ก็มีการทำวัตรเย็น เป็นเช่นนั้นมานานหลายปี และเป็นไปอย่างอบอุ่นเสมอมาเป็นสิบๆปี นี่คือเมื่อ 20 ปีก่อน สำหรับคันฉ่องส่องปัจจุบัน เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีการทำวัตรเช้า มีการประชุมกันสม่ำเสมอ ก็จะมี ทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา แต่ปัจจุบันนี้ 1. วัด การทำวัตรเช้ามีท่านสมณะ 1-2 รูป คนน้อยมาก มีแต่ผู้สูงอายุ สมณะที่ทำวัตร ก็เทศน์แต่ประชาธิปไตย เผลอๆก็เทศน์ออกนอก การทำงาน ของรัฐบาลอีก ทำให้การไม่มีทิฏฐิสามัญญตา มีแต่การขยายกว้างเศรษฐกิจชุมชน เลยลืมคิดเรื่องศีลเป็นหลัก มีหอกปากเป็นอาวุธ 2. รายการก่อนฉัน มีการเทศน์เรื่องสาธารณโภคี การกินอาหารไร้สารพิษ เทศน์เรื่องสุขภาพ มีให้ฟังบ่อย ทำให้โยมรับประทานอาหารยังมีสติ มีสำรวมอินทรีย์ มีการปิดฐานงาน เพื่อมาฟังธรรมก่อนฉัน เพื่อเพิ่มสัมมาทิฏฐิ ก่อนรับประทานอาหาร และไปทำงานภาคบ่าย ส่วนตอนนี้ มีคนฟังไม่กี่คน ที่มาฟังธรรมะก่อนฉัน ฐานงานต่างๆ ก็ขายของทำงานตามปกติ ฐานงานส่วนใหญ่ มีการทำอาหารกินกันเอง เพื่อความสะดวกในการทำงาน 3. การทำวัตรเย็น ตอนนี้เป็นการดูทีวี 4. บ้านหรือชุมชน แต่ก่อนสมาชิกส่วนใหญ่ นิยมมาทำวัตรเช้าฟังธรรมะก่อนฉัน และมาร่วมรับประทานอาหาร ที่ศาลาส่วนกลาง อยู่กันอย่างมักน้อยสันโดษ ในการดำรงชีวิต รับประทานอาหาร 1 หรือ 2 มื้อ ศีลไม่ด่างพร้อย 5. ความเป็นเอกภาพของบ้าน วัด โรงเรียน มีมาก แต่ทุกวันนี้ มีการฟังทำวัตรเช้าก่อนฉันน้อยลง มีการร่วมรับประทานอาหาร ส่วนกลางน้อยลง มีความเป็นส่วนตัวมากเพิ่มขึ้น กินข้าวแยกกัน ทำกินกันเองที่บ้าน พ่อครูว่า... กินอาหารที่โรงครัวกับกินอาหารที่บ้าน อันไหนเสื่อม ก็กินที่บ้าน หรือฐานงานตัวเองอยู่ นั่นเสื่อม เหตุผลเพราะต้องทำงาน มีงานอยู่ต่อหน้า งานเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง เมื่อเจ็บป่วยก็มีการอนุโลมตัวเอง ที่จะรับประทานอาหาร ให้ศีลด่างพร้อย บางคนกินไข่ บางคนลงชื่อพักในชุมชน แต่จริงๆแล้วพักอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์ข้างวัด ที่เป็นของส่วนกลาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าบ้านในชุมชน คนเห็นว่าป่วยก็เลยอนุโลมให้ ยืดหยุ่นให้ แต่ก็ป่วยมานาน ตั้งแต่เข้าวัดใหม่ๆจนถึงปัจจุบัน (มีทั้งสมณะ และพระป่วย ปะปนกันถาวร) ป่วยเก็บตัวเลย ทั้งที่น่าจะมาได้ (เป็นเฉพาะบางคน) และบางคนก็มีทำธุรกิจสายตรง ไดเรคเซลล์ บางคนขายอาหารเสริม บางคนเป็นเซลล์แมน นำของมาขายในร้านส่วนกลางของชุมชน เจ้าของก็นำเสนอสินค้าที่ตัวเองขายไปด้วย สรุปคือทำงานส่วนกลาง แต่ขายของส่วนตัวด้วย 6. เรื่องโรงเรียน 20 ปีที่ผ่านมา คุรุ นักบวชสมณะ สิกขมาตุจะทำกันอย่างแข็งแรง แข็งขัน มีกันหลายองค์ มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการประชุมครูแต่ละครั้ง จะมีท่านสมณะ มีสิกขมาตุ พร้อมเพรียง ท่านเอาภาระเดินเยี่ยมฐานงาน และรู้ปัญหา ไปช่วยประสาน แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด การเรียนการสอนวิชาการ ท่านเอาภาระ การทำวัตรเช้า ก็ร่วมกันทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ปัจจุบันนี้คุรุ ที่เป็นนักบวช มีท่านสมณะ สิกขมาตุน้อยมาก มีตอนฉันอาหารมากันหลายรูป ส่วนฐานงานไม่ไปเยี่ยมเยียน คุรุฐานงาน ก็แก้ปัญหากันเอง บางฐานหากประชุมฐานงาน ก็ไม่มีสมณะ สิกขมาตุร่วมประชุม คุรุ สมัย 20 ปีผ่านมา มีจำนวนมาก ฝ่ายชายมากกว่าฝ่ายหญิง ปัญหาก็แก้ในที่ประชุมกันได้เร็ว เสร็จภายใน 2 ชั่วโมง ทุกท่านต่างเอาภาระ แก้ปัญหาอย่างสมัครสมาน สามัคคี คุรุวิชาการ ก็เอาแต่คนในชุมชนเป็นหลัก ไม่ค่อยจะเอาคุรุจากภายนอก เพราะถือคติว่าครูคือผู้ที่มีศีล 5 ที่โลกต้องการ เด็กก็เลยถือคนในชุมชน เป็นต้นแบบ และสามารถทำตามปรัชญา โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศกได้ดี ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ฐานงานก็ช่วยกันแก้ปัญหาชุมชน ทำให้สมาชิกชุมชนมีสุขภาพดี เช่น ทำซีอิ๊วเต้าเจี้ยว ตัดเย็บ คั่วถั่วงา ทำให้เกิดความสามัคคี ฯ ….( เขียนมาอีกยาว ) คันฉ่องส่องความเปลี่ยนแปลงปฐมอโศก เป็นเอกสารที่เขียนขึ้น ด้วยความห่วงใยชุมชนปฐมอโศกในฐานะที่อยู่มา 20 ปี จึงขอเขียนสรุปลงมาเท่านี้ก่อน ก็แล้วแต่ความเมตตาของพ่อครูต่อลูกๆ ….จากเด็กวัดคนหนึ่ง พ่อครูว่า... เด็กวัดเขียนมาได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ผู้ใหญ่ก็ควรจะเข้าใจได้ดีกว่านี้อยู่ ไม่มีปัญหาอะไร

ตอบปัญหาวันสุดท้าย

_ถามมาสามข้อ คำว่า จิต มโน วิญญาณ ต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า... วิญญาณ เป็นพลังงานจิตที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งถ้าถึงขั้นอัญญธาตุ เข้ามาร่วมแล้ว ส่วน จิต เป็นคำกลางๆ เป็นความรู้ที่ลงไปตั้งมั่นแล้ว มโน เป็นตัวเล็ก ละเอียดที่สุด ก้นบึ้งของจิต คือตัว ม.ตัวท้ายสุดของวรรค ม คือมี น คือไม่มี ตัว มี กับ ไม่มี คือ โหติ กับ นโหติ มี อัตถิ กับ นัตถิ ที่แปลว่ามีกับไม่มี ต้องมาเรียนรู้ สมุทัย กับ นิโรธ อันไหนมี หรือไม่มี สมุทัยคือมี นิโรธคือไม่มี

_วิริยะกับขันติต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า... วิริยะ คือพากเพียร ขันติ คืออดทน ขันติคือสมถะ วิริยะคือพากเพียร

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน อวิชชาของการปฏิบัติสมาธินั่งหลับตา _ในวิชชา 8 ช่วยขยายความ ที่ว่า ไม่รู้ส่วนอดีตและอนาคต พ่อครูว่า... พวกจมอยู่ในการนั่งหลับตาสะกดจิต จะมุ่นในอดีต กับอนาคต ไม่มีปัจจุบัน ปัจจุบันจะต้องครบทั้งนอกและใน เป็นทวารทั้ง 5 แต่นี่มีทวารเดียวในจิตเลย มีแต่อดีตกับ อนาคต ก็จึงไม่รู้ ในความไม่รู้คือ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรเป็นจริง ความเป็นจริงต้องครบ 6 ทวาร ในความเป็นจริง การนั่งหลับตาจะมีอีกเพียงหนึ่งทวาร ไม่มีตัวรับรู้อื่นช่วยเลย คนเดียวตัดสินเองเป็นเอง บ้าบ๊องเอง เก่งเอง โง่เอง มันก็เลยไม่งอกเงย การนั่งหลับตาสมาธิ บางคนบอกว่า ฉันไม่เล่นเดรัจฉานวิชา สัมมาทิฏฐิแล้ว แต่จมอยู่กับอดีต และอนาคต ใช้พลังงานจิตเท่านั้น ไม่มีอะไรร่วมกับโลก หรือไม่มีโลก มีแต่อัตตา โลกต้องออกมากำหนดรู้ อาโลกสัญญา มันไม่มีโลกวิทูเลย มีแต่โลกวิทู

_ ดิฉันเคยได้สนทนากับเพื่อนเก่า ที่เป็นครูสอนสมาธิหลับตา เขาศึกษา ธรรมะจากศิษย์เอกของอาจารย์มั่น ซึ่งเป็นพระรูปเดียว ที่อาจารย์มั่นอนุญาตให้ไปอยู่กรุงเทพได้ จากการสนทนาสรุปว่า 1. การนั่งสมาธิเมื่อนั่งได้สูงสุดจะเกิดอำนาจจิตขึ้น ซึ่งใช้ในการตัดกิเลส คำถาม? พลังอำนาจจิตที่เขาว่า คือจิตไม่ซัดส่าย และนิ่งสงบ จึงมีกำลังมากใช้ข่มกิเลสได้ (หรือถ้าบวกกับปัญญาก็จะมีพลังเจโตตัดรอบได้เร็วง่ายขึ้น) พ่อครูว่า... นั่งหลับตาในภวังค์ แล้วบวกเอาเอง คิดเอาเองว่า บวกกับปัญญา แต่ ปัญญาต้องมีองค์ 6 มีมัคคังคะ เกิดจาก มรรค 8 เปิดทวารทั้งนั้น มีธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มีวายามะกับสติเป็นทหารเอกคู่ซ้ายขวา ในมรรค 7 องค์ จึงสั่งสมเป็น สัมมาสมาธิ อย่างนี้หรือไม่ ที่พ่อครูว่าจะเป็นอุปการะในการปฏิบัติธรรม พ่อครูว่า... การนั่งหลับตาปฏิบัติ ไม่ได้เกิดพลังงานปัญญา แต่จะเกิดแต่พลังงานสมถะเท่านั้น ไม่มีความสมดุลทางรูปนาม ปัญญากับเจโต เอาจากนอกไปใน ไม่ใช่ในไปนอก 2. เขาบอกว่านั่งสมาธิเพียงวันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้นนอกนั้นก็ทำงานทำการมีผัสสะ แต่ดิฉันถามเขาว่า เมื่อมีผัสสะแล้วเกิดกิเลสเธอจะแก้อย่างไร เขาก็บอกว่า เขาหลับตาก่อน(ดูใจ) แล้วทำโยนิโสมนสิการ 3. ดิฉันซักถามต่อว่าเขาทํามนสิการอย่างไรอันนี้เค้าตอบไม่ชัดเจน พ่อครูว่า... ไปทำงานในจิตที่หลับตา สายนั่งหลับตา จะตอบการทำใจในใจ ไม่ค่อยเป็น ไม่รู้เวทนา 108 โดยสภาวะแต่ละคำ แทนที่จะใช้พยัญชนะ แต่สภาวะของเวทนา ก็พูดกันด้วยภาษาทั่วไป ก็เข้าใจกันได้ สรุปแล้ว ไม่ได้ปัญญา ไม่ได้ปฏิภาณ ปัญญาไม่เกิดในการนั่งหลับตา มีแต่สัญญาเกิด ดีหน่อยก็ได้สัญญาใหม่ ได้ความจำเก่านั่นแหละ สัญญาใหม่ คือได้ความรู้ความจำเก่า แล้วหลงว่า เป็นความรู้ใหม่ ถ้าความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นของผู้ที่นั่งหลับตา แทนที่จะเป็นความรู้ใหม่จริงๆ กลายเป็นความฟุ้งซ่าน กลายเป็นสิ่งที่ปั้นขึ้นเอง เป็นสิ่งที่ไม่มีจริง หรือเป็นของอนาคตเท่านั้น ก็นึกว่าคุณได้ คุณมี คุณเป็น คุณรู้อะไร อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันไม่ครบ มันต้องได้ทั้งนอกและในครบ เพราะทำแบบนั้นมันง่ายดี อย่างพวกเราทำมันยุ่งยาก แต่ถ้าเราทำตามลำดับอย่างได้สัดส่วน ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสสนะ ไปตามขั้นตอน มันจะไม่ต้องกลับไปกลับมา ไม่ต้องจม จมอยู่กับที่ มันไม่ออกมา ไม่มีโลกวิทู ไม่รู้โลก มันจะช้ามากเลย ความน่าอัศจรรย์อันเป็นลำดับ ศีล สมาธิ ปัญญา อาตมาย่นย่อ 1. เรื่องของสัตว์ 2. เรื่องข้าวของ 3. เรื่องของรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หากเราเข้าใจเรียนรู้ปฏิบัติ จะเร็วมากเลย แต่ถ้าไปจมอยู่อย่างนั้น มันจะช้า 4. เขาว่าพระอาจารย์รูปนั้นไม่ได้พูดเรื่องศีล 5. เขาบอกว่าเมื่อจิตเข้าสู่ภวังค์จะเกิดนิมิต อาจารย์คนนั้นสอนว่า ไม่ให้ติดหลงในนิมิตต่างๆ พ่อครูว่า... ก็ยังดีที่บอกไม่ติดหลง แต่ตนเองหลงสนิท หรือไม่ ไม่ออกมาภายนอก ไม่รับฟังความเข้าใจอื่นเลย มันซ้อน เหมือนตนเองมีบัญญัติรู้ได้แล้ว แต่ความจริงนั้น ตนเองจมอยู่ น่าสงสาร คือ เขาไม่รู้ตัวจริงๆ บอกว่าเขามีแล้วก็ได้แล้ว เขาได้มาก แต่ได้ในทิศทางจม ในเจโตสมถะ หรือทิศทางเทวนิยม 6. การฉันเนื้อสัตว์ ท่านสอนว่า เราไม่มีเจตนาฆ่า ไม่ได้สั่งให้เขาฆ่าเพื่อตน ไม่รู้ไม่เห็นว่าเขาฆ่า จึงไม่ผิด ฉันได้ ดิฉันขัดแย้งว่า แล้วจะปฏิเสธได้ไหม ว่าไม่เป็นต้นเหตุให้เขาฆ่า ไม่ส่งเสริมในทางอ้อม (ผู้มีภูมิธรรมสูงจะไม่ฉันเนื้อสัตว์ บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน) เขาก็บอกว่าเออ ถ้าเราได้เป็นอรหันต์อย่างพ่อท่าน เราจะเลิกกินเนื้อสัตว์ พ่อครูว่า... ยังดีนะอุตส่าห์บอกว่า อาตมาเป็นอรหันต์ ถ้าคุณยอมรับว่าอาตมาเป็นอรหันต์ ก็ขอยืนยันว่า อาจารย์ของคุณยังไม่เป็นอรหันต์ นี่คือคำตอบอาตมาส่งฝากคืนไป อรหันต์ อาตมาอธิบายแล้วว่า อย่างน้อยต้องมีสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แต่ที่คุณทำนี้ ไม่ได้สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย รูปนามจมอยู่ในภวังค์ จะต้องมีสัมผัสนอกด้วย วิโมกข์ 8 ข้อสอง อัชฌัตตัง อรูปสัญญี เอโก พหิทา รูปานิปัสสติ คุณต้องเห็นทั้งภายนอกภายในพร้อมกัน มันไม่ได้แยกกันนะ ภายนอกก็อย่างหนึ่ง ภายในก็อย่างหนึ่ง ถ้าภายนอกกับภายใน แยกกันก็ตาม ก็ต้องได้ภายนอกด้วย ที่จริงเป็นปัจจุบันทั้งนั้น ทั้งภายนอกภายใน อย่างอาตมาเห็นตอนนี้ เคยมาบ้านราชฯ ในยุคแรกๆ เคยอ่านเคยศึกษาธรรมะพ่อท่านมาก่อน ทุกวันนี้ก็ซื้อเราคิดอะไรไปอ่านอยู่ รู้สึกเขาไม่สบอารมณ์ที่พ่อครู ตีสมาธิหลับตาทิ้ง พ่อครูว่า... อาตมาตีแรง ไม่ได้ตีทิ้ง ยังสงสารเอื้อเฟื้ออยู่ รับรองว่าอาตมาตี ไม่ได้ทิ้ง ยังสงสารอยู่ ยังพยายามบอก ให้ฝืน ให้รู้ตัวอยู่ ดิฉันบอกว่า ไม่ได้ตีทิ้ง แต่ว่าไม่ใช่วิถีของพุทธ ถ้าหลับตา แล้วหมดกิเลสได้ พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระธรรมในสูตรต่างๆไปทำไมหนอ พ่อครูว่า... อันนี้ อาตมาก็พูด ถ้านั่งหลับตาปฏิบัติแล้วบรรลุธรรมได้ จะสอนธรรมะอะไรเยอะแยะให้เมื่อยทำไม ก็นั่งหลับตาอย่างเดียว ก็เป็นอรหันต์แล้ว แค่นี้ก็เข้าใจไม่ได้ หมดทางแล้ว มันน่าเมื่อยนะ ไม่ได้ครึ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คำว่า กาย นี้อาตมาเอามาบรรยายแก่พวกเรา 1 ส่วน 100 เท่านั้น ก็เอามาใช้งานได้แล้ว พระพุทธเจ้าจะมาแยกพวกนี้ทำไม ถ้าเกิดว่า แต่ละอย่างไม่มีความหมายต่างกัน เพราะคนต่างทิฏฐิ ต่างความเห็นเยอะ ท่านก็ใช้ภาษาเยอะ เพื่อให้คนได้รู้ความจริง จะได้รู้จักธรรมะสอง ไม่ใช่ไปนั่งเอาแต่ธรรมะ 1 ภายในเท่านั้น จะพูดให้เมื่อยทำไม เข้าไปนั่งหลับตา อย่างที่อาจารย์คุณหมายนั่นแหละ มันก็จบแล้ว ไม่ต้องเลยเสียเวลามาพูดจา อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ มาอ่านทำไมเสียเวลา มานั่งหลับตานี่ รู้แล้ว ฟุ้งซ่านทำไม จริงอย่างโง่ๆของคุณ คุณพูดอย่างนั้นก็โง่ เป็นอวิชชา

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ญาณพระโสดาบันข้อ 6 _เรียนถามพ่อครู ช่วยอธิบาย ญาณ 7 ญาณ ข้อที่ 6 มีอำนาจในตน มีกำลังแยกแยะถูกผิดได้ชัด บางคนบอกว่ามีกำลังในการฟังธรรม สรุปและหมายความว่าอย่างไรคะ พ่อครูว่า... ญาณ ข้อ 6 นี้ คือมีพลังมาก มีพลังที่ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ กระทำใจกำหนดด้วยจิตทั้งปวง มีความรู้ ความจบ มนสิกโรติ หรือ มนสิการ ได้มาก เยอะแล้ว เป็น กัตวา เป็นการทำจิตในจิต มีตัวจบเยอะ ได้แล้ว ทำมนสิการ หรือมนสิกโรติ ทำเสร็จไปได้เยอะเลย คำว่าเจโต เจตโส มีจิตสั่งสม เป็นจิตที่ได้ สังกัปปะ 7 ได้เยอะ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา วจีสังขารา สั่งสมเจตโส คือทำให้เจตโส สั่งสมมี อัปปนา ตัวต้น พยัปปนา ตัวกลาง แล้วมี เจตโสอภินิโรปนา คือจิตที่ทำนี้ มีนิโรธที่ได้ทำลงไป ตัว ปน(อ่านว่าปะนะ) คือตัวจบ ตัว ปน คนโง่ก็เอามาปนกันเละ เพราะคนโง่จะเอามาปนกันหมด เริ่มต้นหลับตา ก็บอกจบแล้ว เริ่มต้นลืมตา ก็บอกว่าจบแล้ว รู้แล้ว

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ผู้เสียสละยอมศีลขาดเพื่อช่วยส่วนรวม _โยมไม่สบายใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับ การกวาดหยากไย่ ซึ่งมันมีเยอะมาก แล้วไม่มีใครจะทำ โยมทำ ฆ่าเขามาเกือบสิบปีแล้ว จะใช้คนอื่นเค้า ก็คงไม่เหมาะ เป็นชีทั้งทีทำไมต้องมีการฆ่า ทำทีไรจิตใจก็เศร้าหมองทุกทีเลย จะทำใจอย่างไร พ่อครูว่า... อาตมาก็ไม่มีปัญญา คุณก็จับมันออกมาก่อน แต่มันก็พยาบาท ไปทำลายใยแมงมุมมัน สรุปแล้วก็คือ เราต้องเสียสละ ผู้ใดเสียสละ เป็นกุศลของคุณ เป็นการทำเพื่อประโยชน์ใหญ่ มันมีซ้อน คุณเสียสละส่วนน้อย แต่ได้ประโยชน์เพื่อมวลมนุษย์ คุณเสียสละก็มีวิบากส่วนตัวบ้าง เป็นสภาพที่ซับซ้อนอยู่เท่านั้น การเสียสละส่วนน้อย เพื่อส่วนใหญ่ ก็คือต้องรับวิบากตน เพื่อส่วนใหญ่ หากคุณคิดจะเอาตัวรอด ไม่ทำก็ได้ ก็จบ แต่ถ้าหากเห็นว่า ไม่มีใครรับผิดชอบก็ไม่ดี เราก็ทำเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ ก็มีคนเสียสละมีจิตอาสาแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางรอด ตัดช่องน้อยแต่พอตัว

_เด็กนักเรียนที่เข้าค่ายจะมาเรียน ม.1 ที่นี่ น่าจะได้สอบผ่านการล้างส้วม กับการแยกขยะให้เป็นเสียก่อน เพราะถือเป็นงานสำคัญ ยิ่งบ้านราชฯ จัดงานหลายครั้งต่อ 1 ปี น่าจะให้เด็กพวกนี้ได้เรียนรู้งานเหล่านี้บ้าง ในเมื่อเราเน้นสามอาชีพกู้ชาติ สังเกตได้ว่าเด็กบ้านราชฯ จะรังเกียจการล้างส้วม และไม่ค่อยดูแลข้าวของ เวลามีงานส่วนกลาง เด็กบ้านราชจะไม่ค่อยทำงานพวกนี้ จะทำงานอื่น เข้าใจว่างานอื่นสำคัญ แต่งานนี้ก็น่าจะได้ให้ฝึกเด็ก พ่อครูว่า... กิจการขยะของเราที่นี่ ก็ยังไม่ใหญ่เท่าที่สันติฯ ยังขาดคนรับผิดชอบที่ทำเต็มที่ ที่สันติอโศกเป็นกิจการที่เก่งเต็มที่ ที่นี่มันคนละขนาด คุณภาพ แต่ขนาดนั้นก็ยังค่อยๆเป็นไป แม้แต่โรงขยะ ก็ยังไม่ลงตัว จะอยู่ที่นี่ตลอดกาลหรือ ที่อุบลฯนี้ยังไม่เก่งในการนำขยะมาให้ แยกขยะไม่ดี เห็นที่ทางไปท่ากกเสียว ก็มีคนมาทิ้งขยะอยู่เยอะ

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน องค์ลง มีจริงไหม _คนที่เขามีความรู้สึกว่า เขามีองค์ลง เข้าทรงในตัวเขา เวลาเขามีอาการอย่างนี้ขึ้นมาก็จะมีบุคลิกเปลี่ยนแปลง เวลาอาการเหล่านี้สิ้นสุดลงเขาก็จะไม่รู้สึกว่าจำอะไรได้เลย อยากถามว่า องค์ลงมีจริงไหม พ่อครูว่า... องค์ลงนั้นมีจริง แต่องค์ไม่มีจริง แต่คุณถูกองค์ลงจริง องค์ที่ลง คือจิตอุปาทานของคุณเอง คุณไปติดยึดอุปาทานนี้ว่า มีจริง เป็นจริง คุณก็เลยเป็นจริงเหมือนองค์นั้นเลย เก่งขนาดปาดลิ้นตัวเองได้เลย อาตมาเคยเข้าทรง เคยอิจฉาว่า องค์ลง แบบสนิทเลย ไม่รู้ตัวเลย แต่อาตมาไม่เป็น พอเขาปาดลิ้นเสร็จ มารักษาแผลนิดเดียวก็หาย อาตมาก็อยากเก่ง แต่มันไม่สนิท มันปาดไม่ลง มันไม่ลืมตัว สติยังเหลืออยู่บ้าง ก็ถูกครอบงำ ทำไปทุกอย่าง เหมือนเขาบ้าง แต่มันก็รู้ตัวอยู่บ้าง ไม่กล้าทำ ไม่ปาดลิ้นตัวเอง และอาตมาไม่เคยพูดจีนได้เลย แต่เวลาเข้าทรงแล้ว อาตมาพูดภาษาจีนได้ อาตมาทรงเฮ่งเจีย เขาก็บอกว่า เฮ่งเจีย มันอยู่ในนิทาน มันจะมีตัวจริงที่ไหน แต่ก็ทำไมพูดภาษาจีนโบราณได้ คนพอฟัง ไม่รู้ภาษาจีนโบราณ ก็ฟังไม่รู้ เขาก็ตามหาคนที่รู้จักภาษาจีนโบราณ คนที่รู้ภาษาจีนโบราณ บอกว่าใช่ นี่อาตมาพูดเฮ่งเจีย เป็นภาษาจีนโบราณ ก็แสดงว่าอาตมาเข้าทรงนี้ มีวิญญาณจีนโบราณมาทรง แต่มันไม่ได้ชื่อเฮ่งเจีย จิตอาตมาเอง เคยเป็นจีนโบราณมาแล้ว ก็เลยเปลี่ยนภาษาที่ค้างพอจำได้ เมื่อจิตเป็นเอกัคคตา ก็ดึงเอาอดีตมาใช้ได้ เป็นพลังงานพิเศษ ดึงเอาของจริงมาได้ แต่คนเอาของปลอมมาใช้ ก็เยอะ เพราะมันอวิชชา ไม่ใช่เรื่องสัจจะ แต่ดึงเอาของจริงมาใช้ ก็ได้ หากเอามาแบบมีฤทธิ์เดช ก็ได้ แต่อาตมาไม่เอา แม้จะมีบารมีเรื่องนี้มา แต่อาตมาไม่เอามาใช้ เพราะมันไม่มีประโยชน์ มันยิ่งจะทำให้หลงไปใน อาเทสนาปาฏิหาริย์ หลงในเทวนิยม หลงเดรัจฉานวิชา ไสยศาสตร์ อาตมาจึงมาเอาแต่เรื่องพ้นทุกข์ เป็นสิ่งยืนยันได้ร่วมกัน จะไปเก่งเจโต อิทธิปาฏิหาริย์ไปทำไม ไปเก่งคอมพิวเตอร์ดีกว่า คอมพิวเตอร์นี้ถูกต้องกว่าหมอดู สายศรัทธาเจโตจะจมตรงนี้นาน แต่สายปัญญาจะไม่จม สายเจโตจมนานมาก องค์ลง คือตัวเอง ของตัวเราเองทั้งนั้น วิญญาณใครเข้ามาแทรกไม่ได้ แล้วถ้าเราสมมุติ เหมือนกับเราเอาองค์อื่นมาทรง คุณจะมีประวัติศาสตร์ปฏิภาณรู้ จะรู้เดี๋ยวนี้ หรือเมื่อก่อน เคยมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน ก็เอามาเข้าทรงตอนนี้ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของตัวเขา ก็เอามาพูดได้ เอามาบอกได้ เป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนในประวัติศาสตร์ เพราะว่าคุณมีการร่วมกับเขา แต่ถ้าคุณไม่รู้ และไม่ได้ร่วมจะเอาอะไรมาพูด ก็โมเมสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ ก็เป็นได้อีก เป็นนักสร้างนิยาย นิทาน สร้างเรื่องใหม่มาหลอกกันอีก แต่คนอื่นจะไปรู้ตามอะไรได้ ก็ถูกหลอกซ้ำซ้อน หลอกตัวเอง หลอกผู้อื่น ไม่รู้กี่ชั้น สรุปแล้ว อย่าไปเอา เรื่องแบบนี้ ให้โยนทิ้ง อาตมาชาตินี้ไปเล่นไสยศาสตร์อยู่ 8 ปี แล้วไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ไม่ค่อยจะชื่นใจเท่าไหร่ แต่เพื่อนๆยังติดในไสยศาสตร์อยู่ จนบัดนี้ก็มี เขาก็นึกว่าเป็นเรื่องจริง เขาชื่อ ชาคร ด้วย ตื่นแต่ยังไม่ตื่น เดินมาทางวิทยาศาสตร์ด้วย แต่ก็จมในไสยศาสตร์ ชื่อว่าตื่น แต่ว่ายังหลับอยู่เลย มันน่าสงสาร ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อายุเท่ากันด้วยตอนนี้ แต่เป็นกัลยาณชน เป็นคนดีมาก ขอนินทานิดนึง เขาเป็นคนดีมาก แต่ภรรยาเขาเป็นคนขี้เหร่ แต่เขาเอาคุณงามความดีของภรรยา รักกันมารู้จักกันมาตั้งแต่อายุน้อย ภรรยาก็ตายไปแล้วตอนนี้มีลูกคนนึง เป็นผู้ชาย ก็ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไร เจ้าตัวจะยอมเปลี่ยนแปลง หรือไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเราก็ช่วยคนได้กลุ่มหนึ่ง ไสยศาสตร์ไม่รู้จักกิเลสจริง ไม่สามารถตัดกิเลสได้แท้จริง จนสามารถตัดกิเลสได้อย่างถาวร แยกธาตุได้เลย อาตมาว่าพลังงาน E=mc 2 จะไปทำลายพลังงานที่ไม่ดีได้ เช่น เราจะไปแยกธาตุน้ำ H 2 O ได้นั้น เป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจน เราจะใช้จิตแยกได้อย่างไร อาตมาใช้ธาตุน้ำเยอะ คนก็เลยต้องเติมให้ ถ้าอาตมามีธาตุน้ำเยอะกว่านี้ ก็จะเต่งตึงขึ้น อยู่ไปอีก 200 ปี สถิติตอนนี้มีคนทำวัตรเช้า 800 คน เมื่อวานนี้ 767 คน วันนี้มากกว่าเพื่อนเลย

_หิมะทองคำในโลกนี้ มีอยู่จริงไหมคะ ถ้ามีอยู่มีในประเทศอะไรคะ ข้าพเจ้าได้ยินแต่น้องชายของท่านพูดว่า จะไปเหยียบหิมะทองคำ _ทำอย่างไรจะพูดธรรมะบรรยายธรรมะตามภาวะที่มี ความโง่มันไม่ปราณีเราเลย พ่อครูว่า... คำว่าหิมะทองคำ หมายถึงภาษาแทนสิ่งใด สิ่งหนึ่ง เหมือนเรียกว่า น้ำมัน คือทองคำดำ

_7 เม.ย. ดิฉันย้ายไปนอนเฮือนบวร ก็มีลมพายุพัด ก็มีเต็นท์ถูกพัดล้ม ก็มีผู้ชายมาผูกเต็นท์กับเสาให้ วันต่อมาหูเต๊นท์ดิฉันขาด ต่อมาก็มีคนมาผูกหูเต๊นท์ให้ ก็ขอบคุณทั้ง 3 ท่านค่ะ ปัญหาคือ คนติดยึด ตื่นสาย เห็นแก่ตัว ขี้เกียจ และมักง่าย เอาเปรียบ เบ่งข่ม ผู้อื่นยังไม่รู้ตัว ไม่เอาภาระ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน