610411_งานเผาสรีระร่าง หลวงพ่อทิพย์ ทิวากโร(ฟักเกตุ) เฮือนสุดชีวิต บ้านราชฯ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์336 KB
วันที่แก้ไข17 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

610411_งานเผาสรีระร่าง หลวงพ่อทิพย์ ทิวากโร(ฟักเกตุ) เฮือนสุดชีวิต บ้านราชฯ

พ่อครูว่า... ที่นี่เป็นปลายสุดของชีวิต ญาติโยมที่เสียชีวิต พระพุทธเจ้าให้เผาร่างทิ้งไปเลย ไม่ใช่ฝั่งเหมือนกับอีกหลายศาสนาหรือลัทธิ แต่ลัทธิของพระพุทธเจ้านั้นให้เผาเร็วที่สุด ท่านว่าอย่างนั้น พระสารีบุตรทูลถาม ตอนที่มีการจัดงานศพของพระพุทธบิดา พระเจ้าสุทโธทนะ ท่านถามว่าผู้ตายแล้ว ให้ปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ให้เผาเร็วที่สุด ไม่ต้องรอแม้แต่ญาติผู้เดินทางไกล ที่มายังไม่ถึง เพราะว่า ยิ่งรอนาน ก็ยิ่งไม่ดี ร่างกายจะเปื่อยเน่า เป็นที่น่ารังเกียจ ท่านก็ให้รีบเผาโดยเร็ว แต่ทุกวันนี้ มันมีเครื่องชะลอ ใส่ตู้เย็น ใส่โลงเย็น ก็เลยรอ รอสองวัน สามวัน แต่พวกเราก็พยายามไม่ให้อยู่นานหรอก วันหนึ่ง สองวัน นอกจากมีความจำเป็นจริงอะไร ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ตายวันนี้ ก็เผาวันพรุ่งนี้ ชีวิตเกิดมา ก็มีระยะหนึ่ง ที่เรามีชีวิตดำเนินกรรมของเราอยู่ เพราะคนเรา ก็มีกรรมเป็นที่พึ่ง ที่อาศัย นำพาเราเกิดเราเป็น จะพาเราไปไหน ตอนไหน ก็เป็นชีวะที่เกิดมา เป็นอัตภาพของจิตนิยามแล้ว จะมีกรรมวิบาก ทั้งกรรมในอดีต และกรรมปัจจุบัน เป็นเหตุปัจจัย ทำให้เราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ของศาสนาคริสต์ พระเจ้าสั่งให้ไปนรก สวรรค์ อยู่ที่พระเจ้าสั่งทั้งหมด ถ้าใครประจบประแจงพระเจ้าดีๆ พระเจ้าก็พาขึ้นสวรรค์หมด แต่ถ้าประจบประแจงไม่ดี แม้จะทำดีอย่างไร พระเจ้าก็ให้ลงนรก แต่ของศาสนาพุทธ ใครทำดี ก็ได้สวรรค์ ใครทำไม่ดี ก็ได้นรก ยิ่งถ้าปฏิบัติธรรมให้บรรลุ ไม่มีนรกสวรรค์ได้ แล้วก็ไม่เหลืออัตภาพ จิตนิยาม หรือจิตวิญญาณอะไรอีกเลย ได้ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ นี่คือสิ่งที่สูงสุด ของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเท่านั้น ที่ค้นพบและปฏิบัติเป็นเช่นนี้ได้ เป็นได้ ต้อง

อ่านต่อ

ปฎิบัติธรรมตั้งแต่ตอนเป็นๆ ตอนไม่ตาย จะเห็นจะรู้ เพราะปฎิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า จะสามารถอ่านจิตเจตสิก รูป นิพพาน อ่านปรมัตถธรรม อ่านรู้อาการเกิด อาการดับ จะตาย หรือยังไม่ตาย ก็รู้ว่าดับได้ จะต่อหรือไม่ต่อ เป็นลักษณะการเกิด อุปจยะ หรือ สันตติ สามารถทำกับจิตของเรา เรียกว่ามนสิการ จัดการกับจิตของเราได้จริงเลย นี่เป็นความรู้ของศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และพิสูจน์ได้ ทำได้จริง ที่อาตมาพูดนี้ชัดเจน เพราะอาตมาสามารถรู้จริง ทำได้ พูดกันอย่างมั่นใจ เป็นภาษาธรรมดาได้ ทุกคนฟังเข้าใจ เพราะฉะนั้น ในเวลาที่เรายังไม่ตาย เราก็พึ่งจะมาศึกษาให้มันรู้จริง ชีวิตคนมีแต่จะหมุนเวียนไปกับกรรมวิบาก ตกนรก ขึ้นสวรรค์ ทรมานทรกรรม เป็นอวิชชา ไม่ได้เรื่องอะไร ขึ้นสวรรค์ ก็ต้องมีนรกรองรับ เพราะเป็นสภาพธรรมะคู่ แต่ถ้าทำจิตใจให้ไม่มีสวรรค์ ไม่มีนรก ทำทุกกรรม ก็ไม่มีสิ่งที่จะไปต้องมา ตายแล้วจะต้องไปสวรรค์ ไปนรก ก็ไม่มี แล้วมันก็สงบ แม้จะไม่ปรินิพพาน เป็นพระโพธิสัตว์ ตายแล้วก็สบาย เกิดใหม่ต่อ โดยส่วนมาก พระโพธิสัตว์ ตายแล้วก็เกิดใหม่ ต่อทันที ไม่ไปที่ไหนหรอก ไม่ไปค้างในสุทธาวาสห้า ศาสนาพุทธชัดเจน ละเอียดลออ เรื่องภพชาติต่างๆนานาพวกนี้ มาศึกษาให้ดีๆ ไม่มีหรอกที่โลกๆเค้าเรียนกัน แม้แต่ศาสนาอื่นๆ เค้าเรียนกัน ก็ไม่มีที่จะแจ้งชัด ในเรื่องของจิตวิญญาณ หรืออัตภาพของแต่ละคน แต่ละตน จะศึกษาแล้ว จะรู้เลยว่า ตัวเองจะไปอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ของศาสนาพุทธ ผู้ที่มาในงานนี้ อาตมาก็อธิบายถึงสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ประมาณนี้ ก็พอสมควรแก่เวลา จากนี้เราก็จะได้ทำพิธี ฌาปนกิจ คือการเผา ฌาปนกิจ คือการเผาสรีระของหลวงพ่อทิพย์ต่อไป เชิญพวกเรามาวางดอกไม้จันทน์

ประวัติโดยย่อ หลวงลุงทิพย์ ทิวากโร หลวงลุง ของ สมณะถักบุญ มรณภาพ เมื่อเช้า 9 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา หลวงพ่อทิพย์ ทิวากโร หลวงลุงของ สมณะถักบุญ เป็นพี่ชายของพ่อนิทัศน์ มรณภาพแล้วเมื่อเวลา 09.03 น. ที่กุฏิ หน้าแพโบสถ์ บวร ราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน... เกิดขึ้นขณะนั่งคุยกันกับ สมณะฟ้ารู้ สมณะเลื่อนลิ่ว แล้วล้มฟุบลงไป คาดว่า... อาจเกี่ยวกับโรคหัวใจ หรือ เส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งต้องรอการชันสูตรจากทางการต่อไป...

หลวงลุงทิพย์ ฟักเกตุ (ฉายา ทิวากโร) ชาตะ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2484 มรณะ 9 เมษายน พ.ศ. 2561 พรรษา 6 สิริอายุ 77 ปี สังกัดวัดหนองพยอม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 โดย พระครูวิบูลสิทธิธรรม...เจ้าอาวาส - พระอุปัชฌาย์ พระราชธรรมคณี - พระกรรมวาจาจารย์ พระครูประโชติวราคม - พระอนุสาวนาจารย์ พระครูสังฆรักษ์ศักดิ์นรินทร์ อุปสมบทเมื่ออายุ 71 ปี ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 เวลา 20.06 น. ณ วัดหนองพยอม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ชื่อบิดา นายย้อย ฟักเกตุ ชื่อมารดา นางป้อม ฟักเกตุ บ้านเกิดเลขที่ 123/2 หมู่ที่ 4 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน