610412_โอวาทปิดประชุมสมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ที่บ้านราช.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข21 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

610412_โอวาทปิดประชุมสมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ที่บ้านราช

สมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ได้เลือกตั้งนายกสมาคม และกรรมการชุดใหม่ มีวาระการทำงาน 2 ปี โดยได้เลือก นายกสมาคม ยิ่ง ฟ้าใกล้รุ่ง เลิศทรัพย์สุรี ภูผาฯ อุปนายกฯคนที่ 1 หยก เหนือไฟฝัน ไทยทัตกุล ปฐมฯ อุปนายกฯคนที่ 2 กั๊ก สันติอโศก อุปนายกฯคนที่ 3 ปอนนี่ ศาลีอโศก เลขานุการ แตงโม ศีรษะอโศก เหรัญญิก บัญชี เกษ ศีรษะอโศก ประชาสัมพันธ์ รุณ ฟางรวงทอง บ้านราชฯ

กรรมการตามพุทธสถานต่างๆ บ้านราชฯ โต่ย ปฐมอโศก บรรดิษ สันติอโศก … สีมาอโศก จ้อย ศาลีอโศก พอลล่า ภูผาฟ้าน้ำ มินท์ ศีรษะอโศก ฝ้าย

สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน มาช่วยกันสร้างสังคมพุทธที่เป็นโลกุตระ พ่อครูว่า... ที่มา แสดงว่าพวกเรานี้ มีบารมี หรือว่า มีภูมิธรรม มีความรู้ รู้ไปในความสำคัญเพื่อมนุษยชาติ ความเป็นสังคม คือ อาตมาเคยย้ำไม่รู้กี่ทีว่า พระพุทธเจ้า ท่านตรัสรู้สิ่งที่สูงที่สุดของความเป็นมนุษย์ กับความเป็นสังคม สิ่งที่สูงสุดของความเป็นมนุษย์ กับความเป็นสังคม ท่านตรัสรู้สิ่งนี้ได้อย่างแท้จริง ท่านเกิดมาไม่รู้กี่ล้านๆชาติ ท่านผ่านมาหมด ไม่รู้กี่ยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นยุคแบบไหน ยุคที่เจริญแบบไหน ยุคที่จะเสื่อมแบบไหน ขนาดนั้น ขนาดนี้ ผ่านยุคกาลมา ยุคกาลหนึ่ง ที่จะทรงสภาพแบบที่มันควรจะเป็น มันไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก ประมาณอย่างเก่งก็ 100 ปี 200 ปี มันก็เปลี่ยนความยึดถือ เปลี่ยนสิ่งที่ควรจะใช้กัน ใช้วัฒนธรรมแบบนี้ ใช้ความยึดถือแบบนี้ ใช้ความเข้าใจแบบนี้ ซึ่งจิตวิญญาณ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ มีการเปลี่ยนแปลง เป็นได้สารพัด เพราะฉะนั้น จึงรู้ความจริง จากสิ่งที่เคยเกิดผ่านมาทั้งนั้น อย่างอาตมาที่รู้ต่างๆ ยืนยันได้ อย่างอาตมา พวกเราก็รู้ว่า ไม่

อ่านต่อ

ได้ผ่านการศึกษาอะไรมามาก ไม่ได้ไปต่างประเทศ ไม่ได้รู้อะไรกว้างขวางเลย พวกเรานี้ เป็นอาริยบุคคล อาริยะนี้ไม่ใช่เรื่องยืดยาว ไปทางระเริง อย่างโลกียะ ระเริงใน ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส บ้าบอ จึงยาวนานมาก และมันก็ต้องทุกข์ ต้องสุข เป็นวิบาก ต้องใช้หนี้ เวรภัยกันทั้งนั้น น่าเบื่อ น่าเจ็บปวดที่สุด ผู้ที่เลิกแล้ว จึงมาทางนี้ อย่างพวกเรานี้ พอมาสบายนิดหนึ่ ก็ไม่ทำให้เจริญต่อ มันก็ประมาท ก็เสียเวลา เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเวลาตรงนั้นหรอก เมื่อเราเข้ามาสู่กระแสแล้ว เราควรไปให้ตลอด ขณะนี้นะ คน 7 พันล้าน งานนี้มาฟังแค่นี้ คิดดูซิ ถึง 70 คนไหม? 700 ไม่ถึงแน่นอน 100 จะถึงไหมแค่นี้ ก็เห็นได้ว่าโลกมันก็ร้อนขึ้น ไม่ใช่ร้อนแค่อากาศ แต่ร้อนเรื่องของสังคม เรื่องของความเป็นอยู่ โลกีย์ พวกเราจะมีภูมิคุ้มกันอย่างหนึ่ง มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี จิตวิญญาณเราเป็นประธาน ก็รู้แล้ว ไม่ไปบ้าบอกับภายนอก คนไหนที่ไปบ้าบอกับภายนอก ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เขาไม่มีภูมิปัญญา ก็คะนอง ก็เป็นไป เขาจะไปรับเชื้อโรคของโลก โลกีย์ ผู้ที่ได้เป็นอย่างนี้แล้ว ได้แล้ว อาตมาก็ขอสำทับว่า อย่าไปประมาท พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่ายินดีในความเนิ่นช้า อย่าหลงระเริงยินดีในความเนิ่นช้า ปปัญจรามตา ส่วนตัวใคร ก็ตัวมัน อาตมาพูดไปนี้ ไม่ได้ประเหลาะ หรือบังคับ ไม่ ก็ให้รู้ด้วยปัญญาของตัวเอง อะไรเห็นควร หรือไม่เห็นควร สังคมประเทศชาติ หรือโลกต้องการสังคมแบบนี้ เพื่อกอบกู้มนุษยชาติ ลัทธิใดๆก็กู้ไม่ได้ กอบกู้ประเทศ กอบกู้มวลมนุษยชาติไม่ได้ มีลัทธินี้ ลัทธิของพุทธนี้ เท่านี้ โลกุตระนี้ ที่จะกอบกู้ช่วยเหลือได้จริง บริสุทธิ์สะอาด ลัทธิอื่นใด ไม่มีบริสุทธิ์ สะอาด ไม่ได้จริงเหมือนเรา ถ้าพวกเราใช้ความเป็นจริงของตัวเอง ใครก็แล้วแต่ ตรวจสอบความจริงดูว่า การเสียสละให้แก่ผู้อื่น ของชาวอโศก บริสุทธิ์สะอาด การเสียสละ โดยเฉพาะส่วนกลาง อาตมาเป็นตัวกลางที่พาเสียสละ อย่างอาตมานี้บอกได้เลยว่า เพราะอ่านจิตตัวเองออกจริงๆ อ่านอาการของจิตตัวเองออกจริง ว่าเรามีเลศเล่ห์ มีความแฝงซ้อน เพื่อตัวเพื่อตนหรือไม่ หมายความว่า อย่างไรก็ใช้ปัญญาคิดเอาเอง มีความจะเอาเพื่อตัวตนของตนอยู่หรือเปล่า แม้น้อย แม้นิด แม้มาก มากที่บังคับไม่ได้เลย ควบคุมไม่ได้เลย อย่างโลกเขา มากพอควบคุมได้บ้าง บางครั้งบางคราว มากพอควบคุมได้เลย แต่ยังมีส่วนเศษอยู่ในใจ จนกระทั่งไม่มีเลย ที่สุดก็คือ ไม่มีเลยในใจเรา ไม่มีอะไรเอามาให้แก่ตัวเอง เสียสละแก่โลก อย่างสะอาด บริสุทธิ์ เราไม่มีอะไรแฝงที่อยากได้อะไรตอบแทนมา ส่วนบารมีจะมาตอบแทนเราเอง เราไม่มีหน้าที่จัดสรร มันจะจัดสรรโดยสัจธรรม ตามวิบากของแต่ละคน เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของสัจธรรม ไม่มีหน้าที่ของใคร ที่จะบันดาล มันจะจัดสรรไปตามหน้าที่ สัจธรรม บวกลบคูณหาร ไปตามสัจธรรมเท่านี้ๆ มันจะเป็นไปตามธรรมเลย สัจธรรมไม่มีเบี้ยว ไม่มีโกง ไม่มีหลอกลวง สัจธรรมนี้ตรง 100% เป็นจริง ตามความเป็นจริง ก็ฝากไปคิด ฝากไปไตร่ตรอง หนึ่งเราอยากจะมาช่วยส่วนกลาง หรือไม่ ก็ของตัวเอง เป็นผู้ตัดสินใจ โดยความต้องการของสังคม ความต้องการของอาตมา ของหมู่กลุ่มเรา ไม่ต้องถามเลยว่าต้องการหรือไม่ ก็ต้องการแน่ เหลือแต่พวกเราจะมา เราทำนี้ช่วยโลกด้วย เราสัมพันธ์กับมนุษยชาติทุกด้าน ทั้งด้านศาสน์ กษัตริย์ สังคมประเทศชาติ อาตมาพูดอยู่เสมอว่า เมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตย ถ้ามาศึกษาดีๆ จะรู้ จะเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยจริงๆ คืออะไรกันแท้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งเป็นตัวชี้วัดประชาธิปไตย อย่างที่เขาถือ อย่างพวกแดง บอกว่าไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องของประชาชน ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้ง อย่างนี้แล้ว อาตมาว่ามันตื้นเขินมาก โลกเขาหลงแบบนี้เยอะ ติดยึดแบบนี้เยอะ พวกนี้มีไม่มากหรอก คนเชื่อแบบนี้ มีไม่ถึงครึ่งของมวลมนุษย์โลก เขาจะยืนยันว่าการเลือกตั้งนี้ เป็นประชาธิปไตยแท้จริง ถ้าไม่มีเลือกตั้ง ไม่ใช่ เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหลักในปัจจุบัน ไม่ใช่แบบเลือกตั้ง มาแบบปฏิวัติด้วย แต่สังคมประเทศสังคมโลกยอมรับ ที่ยอมรับไม่ใช่เพราะว่า พลเอกประยุทธ์ขู่ด้วยปรมาณู หรืออาวุธ หรือเศรษฐกิจ ความรวย แต่เป็นเรื่องสัจจะการบริหารประเทศอย่างจริงใจ ที่สวยงาม สัจจะ ต่างประเทศกำลังมอง อีกหน่อยก็จะมาดูงาน หรือมาเที่ยวประเทศไทย มากขึ้นๆ พวกนักศึกษา พวกที่ใส่ใจศึกษาสังคมจะมา ไม่ได้ล่อด้วยโลกๆ ล่อด้วยความดัง สวย เด่น กีฬา นางงาม การละเล่น ไม่ใช่เลย แต่เป็นเรื่องลึกซึ้ง เรื่องความเป็นอยู่สุขของสังคม มนุษยชาติ เรื่องซื่อสัตย์ สุจริต มีน้ำใจ นี่คือสัจจะของสังคมมนุษย์ ที่ต้องศึกษาให้ดี มนุษยชาติ และโลก จะได้ประโยชน์ จะเป็นความเจริญที่ซับซ้อน แม้แต่อายุก็จะยืน หลุดพ้นหลีกเลี่ยงจากทุกข์ ที่จะต้องเจอวิบากเลวร้าย จะทุกข์เรื่องสุขภาพ ทุกข์ขันธ์ ทุกข์ทรมานต่างๆ จะลดน้อยๆ ทุกข์อาริยสัจ เราเข้าใจดีขึ้นมาอยู่แล้ว จะพ้นทุกข์ต่างๆ ที่โลกเขาหนีไม่พ้น คนที่ทุกข์ด้วยความรัก ทุกข์ด้วยหลงลาภยศ ทุกข์ด้วยหลงรสชาติ ทุกข์ด้วยการยึดศักดิ์ศรีอัตตา สิ่งเหล่านี้เขาไม่ได้ศึกษากัน แต่ศาสนาพุทธเราศึกษาครบ พ้นทุกข์ อย่างที่กล่าวคร่าวๆนี้ อย่างแท้จริง แล้วเราจะเป็นประโยชน์ พูดถึงความจริงที่น่ายินดี ที่จริงไปติดยินดี ปราโมทย์ อุพเพงคาปีติอีก ไม่มีหรอก แม้แต่เป็นขณะที่แรง เป็นขณิกาปีติ ขณะที่แรง หรือว่าแรงอย่างเหมือนคนเตะบอลเข้าโกล เลือดพล่าน ขุททกาปีติ หรือยินดีแรงมาก ตีลังกาช็อคตาย เป็นอุพเพงคาปีติ ก็ไม่ดี เอาแค่ผรณาปีติ น่ายินดี ที่ควรรับ สิ่งควรได้ ไม่ได้รับพิษภัยอะไร เราก็เอาเชื้อโลก โลกีย์ ออก แล้วเราได้สอนได้บอกเขา อยู่ภายนอก เลวกว่านี้ แต่มาอยู่ในนี้ ต้องสังวรสำนึก ไม่เชื่อก็ลองทำวิจัยดู คนมาที่นี้ จะต้องสำนึก ในโลกเขาไม่ประพฤติดีแบบนี้ แต่คนมาที่นี่ จะสำนึกว่าชีวิตดีเป็นแบบนี้ เป็นความซับซ้อน เราให้การศึกษาอบรม ให้สิ่งแวดล้อมที่ดีแล้วจะได้ ต้องมาบ่อยๆ มาอบรม โดยไม่รู้ตัว ได้ฝึกตนให้สังวร เขาต้องมารู้อะไรเพิ่มเติม เพราะเราให้ด้วยเจตนาดี อย่างคนมาขายไอศกรีม ที่นี่เราก็บอกกัน แต่เนื้อสัตว์อย่าเอามาขายนะ เป็นเหตุปัจจัย เป็นพฤติกรรมสังคม ที่ละเอียดลึกซึ้ง ซับซ้อน หมุนรอบเชิงซ้อนเยอะ ก็มาช่วยกัน มาแค่นี้ก็อบอุ่นมากแล้ว แล้วมามากอย่างไร ก็ไม่อบอ้าว วันนี้มีศิษย์เก่ามา นับยอดมา 102 คน เกิน 101 ก็ดีแล้ว ตอนนี้ก็มีตัวแสดงเป็นเครื่องชี้ที่สำคัญ ดูจริงๆ แค่ 95 นี้ก็ได้ เพราะลงบัญชีผิดก็ได้ ก็ไม่ว่า สรุปแล้วพวกเราศึกษาธรรมะก็จะเกิดการปัญญาซ้อน โดยอาตมาไม่ได้บอกชี้มาก แต่จะเกิดปัญญาด้วยตัวเอง จะรู้โลกียะ กับโลกุตระ โลกียะที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นโทษ เข่นฆ่าแก้แค้น เป็นวิบากต่อกัน มันเป็นตัวชั่ว เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทั้งสิ้น อย่างน้อย ผู้ที่ไม่ค่อยได้มาก็ดูโทรทัศน์ ฟังธรรม ได้ยินข่าว พวกเราให้สัญญาณว่า เราควรช่วย หมู่ต้องการ ก็จะมีปฏิภาณ ระลึกตัวเอง ก็จะได้ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ต่อไป แม้แต่สิ่งที่เป็นเหตุปัจจัย ที่อาตมาพยายามพิสูจน์ เราจะเป็นผู้สร้าง เหมือนพระเจ้า จริงคือตัวพระเจ้า พระเจ้าบอกว่าสร้างโลก แต่สร้างยังไงก็ไม่รู้ แต่มันมีความจริง ต้องระบุไว้ อย่างพวกเราเป็นพระเจ้าจริงๆ ที่สร้าง เช่น เราจะสร้างสิ่งที่มนุษย์ต้องกิน อาศัย เลี้ยงชีวิต พืชพันธุ์ธัญญาหาร จะสร้างได้มากกว่านี้ เลี้ยงโลกอื่นได้มากกว่านี้ เรามีสิ่งเพียงพอ เราไม่เอาสิ่งที่สร้างได้กอบโกย แลกเปลี่ยน ค้าขาย ให้เรารวย นี่พูดอย่างมีหลักฐานตรวจสอบได้นะ เราจะช่วยโลกอนุเคราะห์โลก ด้วยสิ่งเหล่านี้ ด้วยของจำเป็น ไม่ต้องเอาแรงงาน แคลอรี่ไปคิดค้นอาวุธร้ายแรง เสียเวลา เต้นดีด เตะลูกบอล เพื่อจะเป็นแชมป์เปี้ยน ไปชกมวยเป็นนักแสดง ดาราใหญ่ เหมือนนายโป๊บ เบลล่า อะไรอย่างนี้ อาตมาก็ไม่ชัดเจน ราณีอะไร ก็จะเป็นไป จริงๆแล้ว วัฒนธรรมไทย สังคมประเทศ เขาก็มีวัฒนธรรมเป็นรากเหง้า เป็น root ของสังคมเขา อย่างไทยก็มี แต่ในความหมายสิ่งลึกซึ้งซับซ้อนกว่านั้น ไม่ใช่แต่รูปแบบแต่งตัว ไม่ใช่ ความเป็นวัฒนธรรม สิ่งที่ลึกซึ้งซับซ้อน ในพฤติกรรมมนุษย์ ซ้อนในนี้หรือในชาติไหน ก็คือความดีเหมือนกัน เป็นผู้มีประโยชน์ต่อผู้อื่น มีอายุต่อไป จะเห็นว่าพวกเรามีมวลมากขึ้นในอนาคต ตอนนี้มีเท่านี้ก็จริง แต่ที่อื่นสร้างแบบนี้ไม่ได้ แม้แต่ทางศาสนา ก็ต้องสร้างแบบนี้ แล้วมีคณะไหนที่สร้างได้แบบนี้ คณะธรรมกายสร้างได้มากกว่า แต่มันเหมือนอย่างนี้ไหม ก็ไม่เหมือน จะว่าใช่ ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่ ก็ใช่ อย่างเขานั้น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรจะเป็น ธรรมะที่อาตมาพูดแค่นี้ เข้าใจซาบซึ้ง และเป็นเหตุปัจจัยให้ตัวเองพัฒนาได้ จะมีไหมหนอ ...ไปทำ ...ไม่ถาม ก็ให้แต่ละคนให้คำตอบกับตัวเอง ถามแต่เพียงว่า ควรมีไหม...ควร มีที่อื่นเขาก็จะมีเทศกาลสงกรานต์ ยิ่งประเทศไทยตอนนี้ตื่นตัว ก็จัดงานกันมาก เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จัดงานสงกรานต์กับเขา จะเป็นรูปธรรม งานสงกรานต์อโศก พยายามให้สุจริต คือดัดจริตให้บริสุทธิ์ จะมีตลาดน้ำ พวกเราเป็นตัวประกอบที่สำคัญ หากคนข้างนอกไม่มาเอาด้วย มันจะไปสวยอะไร มันก็ต้องพอสมควร บุ่งเราก็ไม่เล็กนัก มันต้องมีรูปธรรมให้พอสมควร อุปกรณ์ก็พอมี ไม่ใช่เอาไว้โชว์เฉยๆ แต่ไม่มีลาภ ยศ สรรเสริญให้คุณ จะมาช่วยก็ช่วยด้วยน้ำใจ ด้วยปัญญา ไม่ว่าจะเป็นด้านโน้น ก็สาระหน่อย มีการซื้อขาย ในตลาดอาริยะ คนมุ่งมาซื้อมันมากกว่าคนมาเที่ยว ในจุดต่างๆที่เราทำ อะไรที่ควรจะช่วยได้ ทางตลาดอาริยะ เราจะมีบทบาท ช่วยแรงงานช่วยอื่นๆ ให้ดีขึ้น

มีใครจะถามอะไรอีกไหม ?

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมกับธรรมะต่างกันอย่างไร _เป็นตามธรรม กับเป็นไปตามกรรม ต่างกันไหม พ่อครูว่า... กรรม หมายถึงสภาวะจริงๆ เป็นการกระทำ ลีลาบทบาทการกระทำ ธรรมะ แปลว่าสิ่งที่สะสม ส่วนที่เป็นกรรมของคุณ ถ้าไม่ควรสั่งสม เช่น อกุศลกรรมก็สั่งสม เป็นธรรมะที่ไม่ดี เรียกพยัญชนะซ้อน คืออกุศลธรรม หรือเรียกว่าบาป บาปเป็นสิ่งที่จะต้องล้างออก สะสมอยู่นี้เรียกว่าธรรม ทำอยู่นี่คือกรรม อธรรม ที่ไม่ควรทรงไว้ สิ่งที่ไม่ควรมีเลย ควรให้สุญญตา สูญได้ ศาสนาพุทธทำให้สุญญตา คือให้เกิดไม่เหลือ ธรรมะ หรืออธรรม คือปุญญะ คือพลังงาน บุญ คืออธรรม ไม่ใช่ธรรมะ บุญไม่ใช่สิ่งที่ทรงไว้ ทำงานเสร็จก็หายไปเลย จริงๆ บุญนี้ทำงานเสร็จก็ไม่เป็นทั้งธรรมะและอธรรม ไม่ค้างอยู่เลย ไม่เป็นสิ่งที่ค้างอยู่ เรียกว่าอธรรม ไม่ได้แปลอธรรมว่าชั่ว ไม่ชั่วแล้ว แต่พฤติกรรมของบุญนี้ เป็นหน้าที่ฆ่า ทำลาย ทำลายกิเลสอย่างเดียว ไม่ทำลายอย่างอื่นเลย กิเลสเป็นตัวร้ายที่สุด หมดตลอดนิรันดร ไม่มีแล้วไม่ทรงอีกเลย เรียกว่าอธรรม คำว่าสุญญตธรรม เป็นสิ่งที่มีไหม?..เป็นสิ่งที่ไม่มี จริงๆแล้วมี ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้ว มีสุญญตธรรม แม้แต่พระพุทธเจ้าก็มีสุญญตธรรม ยังไม่หมดรูปนามขันธ์ 5 ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็มีสิ่งที่มี ถ้าสิ่งที่มีแล้ว เป็นพระพุทธเจ้า ต้องใช้สุญญตธรรม เป็นเครื่องอาศัย มีเมตตาเป็นเครื่องทำงาน พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทุกองค์ ใช้สุญญตธรรมเป็นเครื่องพักของตัวเองแล้ว เมตธรรมเป็นเครื่องทำงาน ถ้าตายแล้วสูญจริงๆ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เลิกเลย ไม่มีอะไรทรงไว้ มันเป็นอื่นไปหมดเลย ก็ไม่มีอะไรมาทำกรรมอีก ไม่มีสัตว์โลก พระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์ไม่มีแล้ว แม้แต่เป็นพืชก็ไม่มี สลายพลังงานแม้แต่พืช หรือบางองค์เหลือพืช ก็ค่อยศึกษาต่อ แล้วก็เสื่อมเป็นอุตุนิยาม ดินน้ำไฟลมไป อัตภาพนี้ไม่มีสืบต่ออีกแล้ว ...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน