ทำส่วนแห่งบุญให้เข้าสู่อาริยบุคคลตามลำดับ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.29 KB
วันที่แก้ไข24 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำส่วนแห่งบุญให้เข้าสู่อาริยบุคคลตามลำดับ พ่อครูว่า…วันนี้วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ปีชวด ก็เทศน์เปิดยุคบุญนิยมคาบนี้เป็นครั้งสุดท้ายคาบที่ 3 พรุ่งนี้ก็ตอบปัญหาแล้ว พวกเรานี้มีปัญหาน้อยลงๆ บรรลุกันขึ้นมาเรื่อยๆ วันมะรืนก็เป็นวันมาฆบูชา เปิดยุคบุญนิยม คำว่าบุญนี้ ก่อนก็ยังอธิบายคลุมเครือปนเปไปกับกุศลนานพอสมควร จนกระทั่งมาแยกชัดชี้ชัดออกให้เห็นจริงๆเลยว่า จริงๆแล้ว ความเสื่อมของศาสนาพุทธก็เพราะว่า เข้าใจคำว่า บุญ ไม่ได้ ไม่สัมมาทิฏฐิที่แท้จริง ก็เพราะว่ามีนัยยะสำคัญที่สำคัญมาก มันละเอียดลึกซึ้งซับซ้อน ที่แยกในนัยยะที่สำคัญ มันเป็นพลังงานที่ไม่ใช่สร้างแต่ความดี เป็นพลังงานตีกลับ ถ้าจะว่าไปแล้วทำงานเป็นความร้าย จะเรียกว่าชั่วก็ไม่ได้ ต้องเรียกว่ามันร้ายมันแรง มันร้ายตรงที่ว่ามันประหาร มันฆ่า มันทำลาย มันไม่ใช่ไปสร้าง ถ้าจะว่าสร้างมันก็ตีกลับ มันสร้างความเป็นคน มันสร้างสิ่งที่ประเสริฐสิ่งที่ดีงามอย่างแท้จริง ตรงเหตุเลยฆ่าเหตุตัวเหตุแท้ๆเลย คือกิเลส กิเลสมีหยาบ กลาง ละเอียด มีตั้งแต่มันทำอย่างหยาบคายรุนแรงโหด ทำอย่างไม่เข้าท่าเลย จัดการก่อนตามลำดับๆให้มันเพลาลง ก็จึงเรียกว่าได้ส่วนบุญ ได้เบาลงๆ มาตามลำดับ เรียกว่าได้ส่วนบุญ แต่มันก็ยังมีกิเลส กิเลสมันก็ยังไม่หมด กิเลสในบางส่วน ลดลงๆๆ แต่ละส่วนๆ จึงเรียกว่าส่วนบุญ ทีนี้คำว่า ได้ส่วนบุญ ภาษาไทยเหมือนของได้ มันก็หยาบๆง่ายๆว่าได้ แต่ที่จริงมันไม่ได้ มันได้ความสะอาด มันได้ความบริสุทธิ์ มันได้ความเจริญอย่างหนึ่ง เป็นความเจริญทางโลกุตระ อันนี้ก็เป็นภาวะซับซ้อน ความเจริญทางโลกีย์มันร่ำรวยลาภยศ เจริญคือร่ำรวยลาภยศ มีมากมายขึ้นมา ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข มันเข้ามาบำเรอ แต่นี่มันเอาออกๆ อ้าว มันก็เข้าใจยากซับซ้อน เพราะฉะนั้น ได้ส่วน

อ่านต่อ

บุญ ก็เรียกว่าเข้าใจคำว่า บุญ คือการกำจัดกิเลสออกเป็นส่วนๆ ถ้าจะเริ่มนับตั้งแต่บุคคล ก็เริ่มนับตั้งแต่ โสดาบัน มีบุญส่วนหนึ่ง ใน 4 ส่วน แบ่งกิเลสออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 หมดไปเป็นโสดาบัน นี่พูดกันอย่างตัดเลย ที่จริงมันจะเหลื่อมกัน ไม่ใช่ว่าตัด พั้วเลย แต่มันจะค่อยๆบางเบาลง อีกอันนึงก็ค่อยๆหมดลงด้วย สกิทาฯก็หมดไปด้วย โสดาบัน กิเลสบางลงๆ คุณภาพของจิตวิญญาณ คุณภาพความเจริญ คุณภาพของความประเสริฐ ของจิตวิญญาณดีขึ้นดีขึ้น ความประเสริฐดีขึ้น เจริญดีขึ้น ก็เข้าไปหาสกิทาฯ พอกิเลสมันหมดเขต 25 เปอร์เซ็นต์ มันก็ตัดเกรดของโสดาบันได้ เหลือแต่สกิทาคามี สกิทาคามีแต่ก่อนมันก็เหลื่อมกันอยู่ระหว่างโสดาบัน สกิทาคามีก็ค่อยๆหมดลงไปด้วย พอตัดเขตโสดาบัน สกิทาคามีแท้ๆ ก็เหลื่อมไปหาสกิทาฯ ก็เหลื่อมไปหาอนาคาฯ ความเป็นสกิทาคามีความเป็นประเสริฐสูงขึ้นๆ อนาคามีก็ได้สูงขึ้นด้วย พอตัดเขต 50% กิเลสของสกิทาคามีถือว่าหมด อนาคามีก็ยังมีเหลื่อมอยู่ สกิทาคามีก็ยังเหลื่อมอยู่กับอนาคามี จนกระทั่งหมด หมดอนาคามี เอาภพกามภพภายนอกมาเป็นเครื่องชี้วัดอันนี้ หมดกามภพภายนอก ไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรนอย่างหยาบ ไม่ต้องบำเรอทางนอกเลย ทางนอกขาดได้ ไม่มีเดือดร้อนไม่มีอะไรเลย ไอ้เดือดร้อนเป็นเรื่องของจิต มันก็เดือดร้อนภายใน แต่ไม่เป็นไร เรื่องภายนอกไม่ขาด ไม่ขาดสภาพภายนอก แต่อารมณ์ภายในนั้นมันก็เดือดร้อน เพราะมันยังไม่หมด ซึ่งอาการของจิต สภาพของธรรมะพวกนี้ เป็นสภาพธรรมะที่ยากมากๆเลย

640224_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานพุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 45 ออนไลน์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน