561124_สงครามสังคม เวทีมัฆวานฯ โดยพ่อครู เรื่อง การเปลี่ยนแปลงโดยอภิมหาประชาชน.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
561124 สงครามสังคม เวทีมัฆวานฯ โดยพ่อครู เรื่อง การเปลี่ยนแปลงโดยอภิมหาประชาชน
วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2556 ที่เวทีมัฆวานฯ พ่อครู… ได้นั่งรถออกไปดูที่สนามหลวง และได้ข่าวว่าตอนนี้ล้นจากสนามหลวง ข้ามไปฝั่งธนฯ แล้ว ไปสะพานปิ่นเกล้าแล้ว เรามีเครื่องบินหรือโดรนสำหรับถ่ายภาพทางอากาศก็เห็นว่า นี่คือปรากฏการใหม่จริงๆ มั่นใจว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลก ที่เราใช้อธิปไตยของประชาชนจริงๆ ที่เราออกมาประกาศเรียกว่า มวลอภิมหาประชาชน เพราะมันไม่ใช่ของธรรมดาเลย ที่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้ ที่สำคัญมาก็คือ ประชาชนคนไทยออกมาครั้งนี้ เลือดไม่ตกซักหยดเลย ต้องคารวะต่อประชาชนคนไทยอย่างยิ่งเลย สิ่งที่หลายคนว่าไม่น่าเป็นไปได้เลย ว่าเหตุการณ์ที่เกิดนี้ ประชาชนออกมาแสดงตัวมากมาย จะเป็นนักวิชาการ นักรัฐศาสตร์ นี่คืออำนาจของประชาชนที่ออกมาแสดงสิทธิ ที่เรียกว่าออกมาประท้วง อาตมาเรียกว่ามาปฏิวัติ หรือบางคนว่าออกมาอภิวัฒน์ ถ้าเราเข้าใจสภาวะก็คือ การเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ไม่ดีให้ออกไป แล้วขออำนาจคืน เปลี่ยนแปลงเอาอำนาจอื่นเข้าไป ของเก่านั้นผิด เราก็ขอเอาอำนาจใหม่ที่จะขอทำอย่างถูก อันเก่าทำเสีย เดือดร้อนลำบาก ซึ่งเป็นวิธีการที่สงบเรียบร้อย ถูกสากล ไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้แอคอาร์ท ใช้ภาษาพูด แต่เป็น A best record เลยที่เรามาแสดงสิทธิสงบเรียบร้อย ไม่ใช่วันเดียวด้วย นานนะ แล้วพูดกันอย่างอะไรผิดก็ว่าผิด ว่าแรงด้วย จะเรียกว่าด่าว่ากันก็ได้ เรียกอีกอย่างว่า มุขสตี หรือปากหอก เสียบกันด้วยภาษาทางปาก ในยุคพระพุทธเจ้าก็มี อาริยะขั้นโสดาบัน นั้น ญาณปัญญาข้อที่ 1 จะรู้จักกิเลสในระดับหยาบ เราเรียกว่า วีติกมกิเลส แล้วก็กำจัดกิเลสนี้ได้ และเร ิ่ มมีญาณปัญญารู้จักกิเลสระดับกลางในโสดาบันจะมีญาณรู้และตัดกิเลสเบื้องต้น แ
อ่านต่อ
ละยังมีการใช้ภาษาพูดหรือปากหอกเสียบกัน หรือด่ากัน พระพุทธเจ้าท่านตัดแบ่งคุณสมบัติ คุณธรรมของผู้ปฏิบัติธรรมเป็นขั้นๆ โสดาบันก็เป็นอาริยะขั้นที่ 1 ยังมีพฤติกรรมด่าว่ากันอยู่ แต่สูงขึ้นไปก็จะด่าว่ากันน้อยลง ต่อเมื่อดับอนุสัยกิเลสก็เป็นอรหันต์ ปรากฏการณ์ที่เกิด แม้เราจะใช้ปากหอก แต่ว่ามีความสงบเรียบร้อย เป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ยังไม่เคยเกิดในโลก ตอนนี้แน่นไปหมดเลยคน ขนาดยังไม่ถึงเวลาเต็มที่เลย คนก็ออกมาขนาดนี้แล้ว อาตมาว่าสองทุ่มประมาณนั้น คนจะแน่นมากกว่านี้ อาตมาดูช่องสีแดง เขาก็รวมพลกันตอนนี้ เอาประชาชนออกมาเพื่อเปรียบเทียบสู้ เรียกอธิปไตยของประชาชนด้านเขา ที่สนามรัชมังคลาฯ เขาไม่ค่อยกล้าถ่ายรูปไปที่คนเท่าไหร่ตอนนี้เลย เพราะว่ามันมีแต่เก้าอี้สีแดงเต็มไปหมดเลย ไม่มีคนนั่ง มีคนเป็นกระหย่อมๆ ซึ่งของเราแน่นแล้ว เต็มหมดแล้ว ยาวเหยียดถนนราชดำเนิน ตอนก่อนหน้านี้เราขอว่า ถ้าประชาชนยาวจากแท่งคอนกรีตยาวไปถึงสนามหลวง ที่ไหนได้ตอนนี้เกินกว่านั้นอีกแล้ว แตกแยกแขนงไปอีกมากเลยตามซอย มันคงเกินสองหมื่นคนแล้วล่ะ ตามที่ตำรวจเขาประเมินมาก่อน แม้คราวนี้สมมุติว่า การด้านดื้อดึงดันก็ยังเกิดอยู่ ทั้งที่เราทำอย่างงดงามตามนิติรัฐนิติธรรม เขาหาว่าเรากบฏ แต่ที่จริงเขากบฏ เราสุภาพสงบเรียบร้อย เราไม่ใช้กำลัง แล้วจะมาหาเรื่องเอามือที่ 3 มา เอามีด ปืน อาวุธมา เราไม่ทำแน่ ซึ่งถ้าต่างพวกก็รักษาความสงบเรียบร้อยได้จริง แต่ก็ดื้อด้านดึงดัน ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเลิก ทั้งที่จบแล้วโดยนิติรัฐนิติธรรม ตอนนี้มันเกิดสภาพของผู้ผิดได้ผิดชัด เป็นกบฏชัด ผิดกฏหมายชัดแน่ๆ พระพุทธเจ้าศึกษาเรื่องความเป็นคน ทั้งรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์มีอยู่ในนี้หมด นอกจากเรื่องเทคนิคที่ต้องศึกษา เพื่อสร้างทำอะไรขึ้นมา แต่เรื่องของมนุษยชาตินั้น ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าจะมีความรู้ไปเลย ไม่ว่าจะม า นุษยวิทยา รัฐศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ ธรรมะของพระพุทธเจ้าตรงหมดเลย ศาสนาอื่นก็เช่นกัน ไม่ว่าอิสลาม คริสต์ ฮินดู พราหมณ์ก็ตาม เมืองไทยเป็นเมืองพุทธไม่สิ้นไร้ไม้ตอกแน่ ปรากฏการณ์ครั้งนี้ชัดเจนว่าประชาชนเข้าใจตื่นตัวในความเดือดร้อนของสังคม และเข้าใจในหน้าที่ที่จะออกมาประท้วง เป็นสัญชาติญาณจริงของจิตวิญญาณ เป็นหน้าที่ก็ออกมาปฏิบัตินะ แม้ไม่ค่อยรู้แต่เขาชวยออกมาเราก็ออกไปประท้วงด้วย มันมีปฏิภาณไหวพริบว่าควรทำ ขออภัยว่ามวลชนที่ออกมานี่ เป็นล้านแน่นอน อาตมาว่าจะถึงสองหรือสามล้านไม่รู้ได้ ใครมีความรู้ช่วยประมาณให้หน่อย คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม เพราะเราไม่รู้ว่ารัฐบาลจะดันทุรังต่อไปไหม ทั้งที่ตุลาการภิวัฒน์ ก็ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว ตอนนี้ประชาภิวัฒน์ก็มาทำหน้าที่ ได้แล้ว ออกมาขนาดนี้แล้ว ขออภัยว่า แม้คราวนี้จะไม่สำเร็จก็ดีใจภูมิใจแล้ว เขาหน้าด้านหน้าทน แม้ครั้งนี้ไม่สำเร็จเด็ดขาดเราก็ทำหน้าที่ต่อไปตามนิติรัฐนิติธรรม นิติธรรมต้องมีกิเลสน้อย ผู้จะไปทำงานรับใช้ประชาชนเหมือน สส. หาเสียงว่าผมขอไปทำงานรับใช้ประชาชน คุณต้องไปทำงานรับใช้ประชาชน แต่แท้จริงกิเลสคุณไม่ลด พอได้โอกาสมีอำนาจขึ้นมาที่คุณทำได้ คุณก็ใช้ช่องของอำนาจต่างๆ ใช้เชิงฉลาดได้เปรียบ ทุจริตซับซ้อน ที่จะหลอกทุจริตหากินสารพัด ใช้เป็นอาชีพสะสมกอบโกย จนมาถึงปัจจุบันเลวร้ายจนคนไทยทนไม่ไหว แม้ไม่มีความรู้มาก แต่ก็ทนไม่ไหวต่อการบริหารประเทศชาติ ถ้าเป็นชาติอื่นที่เขาเจริญทางประชาธิปไตยเขาเอาหัวมุดดินเป็นนกกระจอกเทศไปแล้ว มาถึงวันนี้แล้ว น่าจะได้มีโอกาสมีคณะใหม่ ที่จะมาปฏิรูปการเมืองให้แก่ประชาชนให้ได้สักที บอกอีกทีว่า เราได้ยึดอำนาจคืนมาแล้วโดยนิติรัฐนิติธรรมสำเร็จแล้ว แต่เขายังหน้าด้านหน้าทนอยู่ แล้วไปหลอกคนกลุ่มหนึ่งให้หลงเชื่อได้ แล้วเขาบอกว่าเขาเลือกตั้งมาคะแนนเสียง 15 ล้าน คุณก็ขนคนของคุณมา ซิ ที่ว่า 15 ล้าน เราไม่มีสักล้าน เพราะไม่ได้มีเลือกตั้งแต่นี่เป็นอำนาจ 1 คน 1 เสียง อิสระเสรีภาพ ออกมาประท้วงสดๆ คุณรู้ไหมว่านี่คืออำนาจที่แท้จริงย ิ่ งกว่าอำนาจที่มีตอนเลือกตั้งเท่านั้น ขณะนี้คนทั้งโลกรู้แล้ว เป็นโลกโลกาภิวัฒน์แล้ว นี่คือวิธีการบอกความจริงให้คุณรู้คุณพาประเทศไทยขายหน้าแก่ชาวโลก ขณะนี้อาตมาว่าได้เกิดสุญญากาศทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว หมายความว่า ถ้าประเทศไทยว่างจากผู้บริหารประเทศถูกประชาชนปฏิวัติยึดอำนาจเรียบร้อยแล้ว และยึดอำนาจอย่างสวยงามเรียบร้อยที่สุดเลย มันสวยงามมั๊กมาก สงบเรียบร้อย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพราะเขาดึงดันดื้อด้านมาก หากใช้มีด ปืน มันก็เร็ว เขายอมจำนน สู้ไม่ได้จริงๆ เขาก็หยุด แต่นี่เราไม่ได้ทำ เราเป็น อาริยะชน ให้เขาละอายต่อความผิด ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นรัฏฐาธิปัตย์จะอยู่ที่ประชาชนกับในหลวง เจ้าของอำนาจใหญ่สูงสุด ประชาชนกับในหลวง เมื่อในหลวงเห็นประมุขเป็นหัวหน้า จึงเป็นเจ้าของสูงสุด แต่ถ้าจะพูดในแบบประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจเต็มๆ สูงสุด ประเทศที่บริหารประชาธิปไตยขาเดียว เขาก็เลือกจากประชาชนล้วนๆ ไปเป็นหัวหน้า เป็นประชาธิปไตยขาเดียว มันดีเชิงหนึ่ง แต่ไม่บริบูรณ์ในฐานะมนุษยชาติ ที่จะมีทั้งจิตวิญญาณและวัตถุ เมื่อเป็นแบบวัตถุมาก เช่นคอมมิวนิสต์ซึ่งไม่เอาวิญญาณอย่างยิ่งยิ่งกว่าประชาธิปไตยขาเดียวจึงแข็งกระด้างไปไม่รอด ไม่มีเมตตา ไม่มีน้ำใจเลย หนักไปทางวัตถุ ใช้อำนาจบาตรใหญ่หนักกว่าประชาธิปไตยขาเดียวที่ยังมีศาสนา แต่คอมมิวนิสต์ตีทิ้งศาสนาเลย พิสูจน์มาทั้งโลก คอมมิวนิสต์เกิดมา 70 กว่าปี ทุกวันนี้ถือว่าคอมมิวนิสต์ล้มละลายแล้ว พวกที่คิดแบบคอม มิวนิสต์ นั้นตกยุคแล้วไม่รู้ตัว เขาก็จะแดงทั้งแผ่นดินอยู่นั่นแหละ ต้องกลับมาสู่มิติจิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณเป็นใหญ่ คนที่มีจิตวิญญาณประเสริฐเป็นอาริยบุคคลได้ ไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ ไม่ตะกละ ไม่ติดยึดในราคะ ลดราคะจริงก็ไม่ต้องเสียแรงงาน ทุนรอน ไปบำเรอ เพราะราคะลดจนถึงไม่มีราคะ อย่างอนาคามีไม่มีแล้วกิเลสกามราคะ แล้วไม่มีเวียนกลับ ไม่เหมือนฤาษีที่บวช 38 ปียังสึกมาเมื่อเจอเนื้อคู่ พุทธสอนให้อยู่กับโลกอย่างเหนือโลก เหนือกามและอัตตา แม้ในโลกมีกิเลสเช่นนี้แต่ทำอะไรท่านไม่ได้ ไม่ถือยศศักดิ์ แม้มียศก็ใช้ทำประโยชน์แก่สังคม ไม่ได้เอามาเบ่งอำนาจ ยศตำแหน่งหมายถึงขอบเขตแห่งอำนาจ เช่นผู้หมวด ผู้กอง ผู้พัน ผู้บัญชาการ หรือตำแหน่งต่างๆ ข้าราชการก็คือผู้มีตำแหน่งหน้าที่เก่งขึ้นก็ได้รับความยอมรับให้มีความรับผิดชอบในการงานมากขึ้น มีผู้รับสนองเป็นลูกมือมากขึ้น เป็นสัจจะที่จะต้องทำงานมากขึ้น การไม่มีตัวตนเข้าใจในโลกธรรม เข้าใจในกามและอัตตา ก็จะอยู่กับโลกอย่างไม่เป็นทาส ไม่แย่งชิง ยิ่งคุณธรรมสูงยิ่งจะทำประโยชน์แก่สังคมมาก และจะไม่เอามาก เราสามารถมากไม่เอามากอดทนมากก็ไม่ต้องเอาไม่ต้องแย่งกับเขา เป็นเรื่องจริงทำอย่างสบายใจ เราไม่มีเงินเราก็ทำงานได้ อย่างอาตมาก้าวมาทำงานนี้ ไม่ได้มีตำแหน่งยศศักดิ์ แต่ก็ได้รับความนับถือจากคนที่เข้าใจ ให้ทำหน้าที่ อาตมาไม่มีเงินทอง ไม่มีสรรเสริญ ลาภยศ ในวงสังคมเขามีมากที่มองอาตมาว่าเป็นตัวประหลาด ทำอย่างนี้ทำไม อาตมาไม่ได้น้อยใจ อาตมาก็ทำไปอย่างจริงใจ ส่วนอาตมาจะมีความสามารถเท่าไหร่อาตมาไม่ต้องกำหนด ทำไปเท่าที่มีเท่าที่จะทำไป ถ้าเรามีโลกุตรจิตที่เหนือกว่าลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข จะไม่ประหลาดใจ เขาด่าเราก็เข้าใจเขา ก็ไปทำกับที่เข้าใจยอมรับดีกว่า ทุกวันนี้ก็ทำไปเท่าที่จะทำได้ ก็ทำมากขึ้นเหนื่อยมากขึ้นเท่าที่มีแรง ด้วยความจริงใจ ภาคภูมิใจที่เราเป็นคนมีประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใหญ่โตอะไรก็ภูมิใจ แต่เป็นอาริยธรรม คือธรรมะระดับโลกุตระ ไม่เป็นทาส ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข คนที่ปฏิบัติ บางคนเงินเดือนสามแสนสองหมื่นเขาก็ลาออกมาเลย อีกคนเงินเดือนแสนกว่าเขาก็ทิ้งมาทำขยะอยู่กับพวกเรานี่ สิ่งเหล่านี้เขาอยากเสแสร้งอวดอ้างก็ให้เขาอวดไปจนตายเลย ทำเอาหน้าอย่างนี้ทำไปจนตายเลย พวกเราเงินเดือนแสนก็ลาออกมาเยอะ ทุกวันนี้เงินเดือนแสนบาทก็มากพอสมควรนะ ลาออกมาก็ไม่มีตำแหน่งยศศักดิ์ ทำงานกับสังคม ไม่พาเข้าป่าหลับตา แต่ทำงานในชีวิตประจำวันนี่แหละ อาตมาไม่ได้โอ้อวด อ้างปรากฏการณ์จริง เป็นอกาลิโก เอหิปัสสิโก ซึ่งเป็นเรื่องจริง เป็นของสูง(โอปนยิโก)ที่ต้องเอื้อม ก็เป็นสันทิฏฐิโก การได้ธรรมะบรรลุโลกุตรธรรมเป็นเยี่ยงนี้หรือ? ก็เป็นได้ คุณไม่จำเป็นต้องเชื่ออาตมาหรือแม้แต่พระพุทธเจ้า แต่จงเชื่อส ิ่ งที่ตนได้ปฏิบัติได้ผลจริง ตามหลักกาลามสูตร เราทำมานี่ไม่ได้ติดในลาภยศสรรเสริญกามหรืออัตตา ธรรมพระพุทธเจ้าสอนแล้วทำไปให้พิสูจน์ได้ ท่านให้เกียรติคนในการปฏิบัติ เมืองไทยถ้ามีสัมมาทิฏฐิในการปฏิบัติ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่บริหารแบบคนจน ในหลวงตรัสการที่จะเป็นประเทศแบบคนจน ไม่ก้าวหน้าอย่างมาก คำตรัสในหลวงเราเอาออก FMTV เป็นสัจธรรมลึกซึ้งระดับโลกุตระธรรม แต่คนไม่ค่อยเข้าใจ ชาวอโศกเป็นคนจนแต่สมบัติชาวอโศกนี้ไม่เช่านะ เขาจะบอกว่าชาวอโศกนี่รวย แต่แต่ละคนของชาวอโศกนั้นไม่ได้สะสม นี่เป็นสัจจะ อย่างนายตูนหรืออุดมนี่ก็ทำกันงกๆๆ ไม่มีเงินเดือน ยังไม่พูดถึงอีกหลายคนนะ สิ่งนี้พิสูจน์สัจธรรมของมนุษยชาติ ว่าโลกุตระ โลกวิทู โลกานุกัมปายะ อย่างนี้ยังมีอยู่ ตั้งแต่เราพาออกมาทำงานกับสังคม เขาหาว่านอกรีตก็ไม่เป็นไร อาตมาพาทำอย่างพระพุทธเจ้าสอน เป็นโลกุตระ โลกวิทู โลกานุกัมปายะ แต่คนไม่เข้าใจ ที่พูดนี้เกรงใจเขาที่ต้องไปว่าเขา ศาสนาพุทธที่พาหนีเข้าป่านั้นไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อสังคมการไปนั่งสมาธิอย่างนั้น แต่ของพระพุทธเจ้านั้น เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน วิมุิตในศีล 5 เป็นโสดาบัน วิมุติในศีล 8 เป็น สกทาคามี วิมุิตในศีล 10 เป็น อนาคามี วิมุติในศีล 10 เป็นอนาคามี วิมุติในศีลธรรมนูญ ในโอวาทปาติโมกข์เป็นอรหันต์ มั่นใจว่าจะพาทำเช่นนี้ หากคนที่ปฏิบัติได้อย่างนี้ในเมืองไทยก็จะทำต่อไป ถ้าประเทศอื่นจะได้อีกก็ทำ แต่เราทำไปตามจากแคบไปกว้าง พระพุทธเจ้าสอนให้มีการประมาณเป็นสัปปุริสธรรม 7 ประการ มหาปเทส 4 มั่นใจว่าธรรมะพระพุทธเจ้าที่พาทำนี้จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เราใช้คำว่าอาริยชน ไม่ใช้คำว่า อริยะหรืออารยะอย่างเขา เพื่อให้เข้าใจว่ามีความต่างจากของเขา คำว่าอารยะนั้นเป็นการก้าวหน้าอย่างวัตถุธรรม ส่วนอริยะจะเน้นทางนามธรรม แต่ว่าอาริยะนั้นจะผสมผสานระหว่างจิตกับวัตถุ การเป็นคนเกิดมาศึกษาสัจธรรมของพระพุทธเจ้า บรรลุธรรมมีมรรคผลจะยืนยงเป็นของจริง ยืนยันว่ามีผลปฏิบัติได้ จนมีมวลเป็นหมู่กลุ่ม จนเป็นชาวอโศก หลายหมู่บ้านเป็นเครือแห มีศีล สามัญญตา มีสาธารณโภคีเป็นกินใช้ส่วนกลาง แบ่งแจกกันไป ไม่มานั่งยึดถือเล็กน้อยๆ เราไม่มีหนี้ ทุกวันนี้ทุกชุมชนอโศก 1 . ไม่มีหนี้ที่เสียดอกเบี้ยแบบทุนนิยม ทำงานไม่มีเสียดอกเบี้ยเลย และ 2 . พึ่งตนเองให้รอด ขยันหมั่นเพียร มีสุจริตธรรม ให้พอกินพอใช้ 3 . ทำให้เหลือกินเหลือใช้มากขึ้นๆ แล้ว 4 . แจกจ่ายเจือจานเสียสละแก่สังคม ทุกวันนี้เราทำสำเร็จทุกข้อแล้ว เราไม่รวยเพราะไม่สะสมกอบโกย เรามีพอกินพอใช้ แต่ส่วนกลางกองกลางจะรวย ไม่รวยได้อย่างไร ช่วยคนอื่นได้ ไม่ได้ช่วยแบบทุนนิยม ที่เขาช่วยเลวที่สุดในแผ่นดินคือหากินบนคำว่า ช่วยเขา อย่างประชานิยมเป็นต้นหลอกกินตับกินไส้พุงหมดแล้ว เหลือกินใช้เกินเราไม่สะสมแต่เรามาสละแก่คนอื่น เมื่อเราไม่สะสม ก็จะรวยได้อย่างไร แต่ละคนๆก็เสียสละ ตามในหลวงตรัส แต่คนไทยก็ไม่ค่อยเข้าใจ แม้ที่สุดท่านใช้คำว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ก็ยังไม่เข้าใจอีก
ขออภัยที่ต้องกล่าวว่าอาตมาสงสารในหลวง ที่จริงใช้คำนี้ไม่ได้หรอก ท่านเป็นผู้มีบารมี แต่อาตมาสงสารท่านจริงๆ ท่านก็พยายามบอกลูกๆ ว่าเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร ขาดทุนคือกำไรคืออย่างไร คือเราทำเกินกินเกินใช้แล้วนำไปเสียสละแก่คนอื่นอย่างไม่ใช่เอากลับมามากๆ ด้วย ทุกวันนี้เขาลงทุนน้อยแต่จะเอา กำไรมากๆ ก็เห็นแก่ตัวเอาเปรียบเอารัดจัดจ้านมากเลย ทุนนิยมเขาทำอย่างนี้จริงๆ ยิ่งได้เป้าสูงย ิ่ งชนะยิ่งเก่งอย่างนี้ไปไม่รอด ในหลวงเราพยายามให้ไทยเราเป็นอาริยะ อาตมาก็จะสนองและทำต่อไป ตายแล้วเกิดต่อไปจะมาทำต่อ....จบ