561210_พ่อครูที่เวทีประตู ๕ ทำเนียบ เรื่อง รัฐาธิปัตย์เป็นของประชาชนตลอดกาล.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์346 KB
วันที่แก้ไข19 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

561210_พ่อครู ที่เวทีประตู 5 ทำเนียบ เรื่อง รัฐาธิปัตย์เป็นของประชาชนตลอดกาล พ่อครู… วันที่ 10 ธันวาคม พศ.2556 ที่ ทำเนียบรัฐบาล เวทีประตู 5 (วันนี้เป็นวันแรกที่ กปปส. ทำการหลังจากได้ประกาศทวงคืนอำนาจรัฐไปเมื่อคืนวาน ทางเวที กปท. และกองทัพธรรมได้ย้ายมาที่ประตู 5 หน้ากระทรวงศึกษาธิการ) เจริญธรร ม… ยังครึกครื้นรื่นเริงกันดีอยู่ ก็เข้าท่าดี น่าปลื้มใจให้แก่ประเทศไทย ที่มีประชากรมีคุณภาพเช่นนี้ ไม่ได้พูดอย่างป้อยอ แต่พูดด้วยความจริงที่ปรากฏ เป็นความมหัศจรรย์ของโลกมนุษย์ ที่มีคนออกมาต่อสู้ กันเพื่อจัดการฝ่ายหนึ่งให้ลง ซึ่งเป็นการยึดมั่นถือมั่นอย่างสำคัญเลยทีเดียว จนอาตมาต้องบัญญัติคำสองคำ ว่า “ง่าน” กับคำว่า “โด้” คำว่าง่านคือ โง่ยกกำลังด้าน ส่วนคำว่า โด้ คือด้านยำกำลังโง่ ง่ายๆไม่ได้เข้าใจยากแต่เข้าใจได้ชัด คือโง่จนสุดด้าน ด้านจนสุดโง่ เลยทีเดียว วันนี้จะพยายามสาธยายเรื่องเดิม เรื่องซ้ำซาก เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง....เป็นเรื่องที่ใหม่แปลกมาก จนเขานึกว่า อย่างนี้มีด้วยหรือ ที่จะมาปฏิวัติด้วยความสงบ ไม่มีปืนมีรถถังมาข่มเบ่งอะไร ดูท่าทีกระจอกๆ ไม่ทำร้ายใคร สงบ แล้วเราพยายามใช้ความจริงความถูกต้อง พยายามอธิบายให้คนเข้าใจ เป็นเรื่องระดับโลกุตระ ธรรมดา โลกีย์เอาชนะกันด้วยอำนาจ ข่มเบ่ง เขี้ยว งา กล้ามเนื้อ แต่พอมาเป็นคนก็ยังติดใช้อำนาจแบบสัตว์ที่ไม่เจริญ จนพัฒนามาก็รู้ว่าคนเราไม่ต้องไปฆ่าแกงกัน ไม่น่าจะไปทำให้เจ็บตัว ให้ยอมแพ้ จนกระทั่งไม่ไปข่มด้วยอย่างใด แต่ชนะแพ้กันด้วยความดีงาม ผู้มีความดีงามก็ต้องชนะ หรือผู้มีความดีงาม คุณภาพด้อยกว่า ก็ควรให้แพ้ ก็มีปฏิภาณ รู้กันมาเรื่อยๆ จนทำได้ผล คนที่เข้าใจด้วยปัญญาแบบนี้ก็ยอม เพราะว่าเขาถูกต้องกว่า ดีกว่า ยอมแพ้เถอะ ก็เกิดความเจริญ เป็นโ

อ่านต่อ

ลกศิวิไลซ์ ทั้งโลกเข้าใจกันมา คนไทยเราก็ได้เข้าใจ ได้แสดงตัว ความจริงออกมาคราวนี้ ที่เราได้พยายามออกมาประท้วง มีการปะทะ พวกเราก็มีเลือดเก่า มีการตอบโต้ปะทะบ้าง แต่โดยค่ารวม ประเทศไทยเข้าใจทั้งสองฝ่าย ว่าไม่ควรรุนแรง อาตมาพาออกมาประท้วงมา เรื่อยๆ ตั้งแต่แรก ก็มีตายกันเยอะ ก็ลดลงๆ จนมาบัดนี้ โดยเฉพาะกลุ่มพวกเราโดยตรงที่พามาทำงาน ไม่มีการตายเลย ที่ตายนี้นอกออกไป ไม่ใช่เรื่องโดยตรงของเรา เป็นลูกหลงออกไป แต่โดยตรงไม่มีตาย ก็มีปะทะกันบ้าง แม้ต่อสู้กับตำรวจก็เจ็บกันบ้าง แต่มีการก้าวหน้า มีปัญญาพัฒนาการ จนมาถึงวานนี้ จนถึงวันนี้ เขาก็ลดลง ลดการดึงดัน แต่ก็ยังมีเล่ห์เหลี่ยม แต่ลดลงๆๆ เป็นการชนะด้วย ที่อาตมาพยายามอธิบายคำว่า Force และ Authority ใช้อธิบาย ถ้า Force เป็นอำนาจกดดันบังคับ แต่ Authority เป็นการชนะอย่างใช้คุณธรรมความดี ไม่กดดันบังคับ พลังอำนาจแบบ Authorityที่เจริญมาถึงวันนี้ ทำให้อีกฝ่ายลดลงๆ แม้แต่นายกฯปู ขอลดลง แต่ก่อนบอกว่าไม่ขอยุบสภา ไม่ขอลาออก แต่ตอนนี้ก็ขอยุบสภา ก็ไม่มีสส.แล้ว ไม่มีตัวแทนแล้ว แต่ยังรักษาการณ์อยู่ ก็มีอำนาจของร ัฐมนตรี ของนายกฯอยู่บ้าง ทำตามร ัฐธรรมนูญ รักษาการณ์ เราชนะมา เป็นก้าวหน้ารายทาง เกิดปัญญาประชาชนก็รู้ พลังมหัศจรรย์ของเรา 5 ล้านคนนี่ ต่างประเทศก็รู้แล้ว ไม่เหมือนที่อื่น ที่ทำร้ายทำลายขว้างปากันด้วย โดยเฉพาะหน่วยกลางของพวกเรา ไม่ได้ไปทำส ิ่ งเหล่านั้นเลย ไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดเลย ที่เกิดนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ต้องศึกษาเล่าเรียน โดยเฉพาะรัฐศาสตร์ คำว่า อธิปไตย แปลว่า อำนาจ อำนาจเป็นของประชาชน โดยประเทศที่บริหารปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน อำนาจนี้ เรียกโดยภาษาชัดๆว่า “ รัฐาธิปัตย์ ” คืออำนาจในรัฐ ก็ประชาชนทั้งหมดเป็นอำนาจ ไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่มีลดทอน แม้จะเลือกคนไปเป็นตัวแทนทำงาน ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าป ระชาชน นายกฯ 1 คนก็มีอำนาจเท่ากับประชาชน ได้รับสิทธิ์ตาม มาตรา 4 (ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง มาตรา 5 (ความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย) ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน ให้เข้าใจว่าสิทธิเสมอกัน แต่หน้าที่อาจต่างกัน ถ้าทำผิดหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ ก็ผิดเพราะรับหน้าที่รับเงินเดือนแล้ว ขณะนี้ประชาชนมาแสดงอำนาจของตนเองตั้ง 5 ล้านคน ต่อต้าน ต่อสู้กับอำนาจของนายกฯ และรัฐบาล และรัฐสภา ที่ได้ทำหน้าที่มา 2 ปีแล้ว เหมือนเจ้าของบ้าน จ้างคนมาทำงานในบ้าน เมื่อเขาทำงานเสียหายมาก ตอนนี้เสียหายไป ห้าแสนกว่าล้าน ก่อนยุบสภาประชุมกัน 1 . ผลาญเงินภาษีประชาชนก่อนยุบสภาอย่างรีบร้อน คือประชุมมาราธอน 15 ชม. 2 . วาระประชุม 244 เรื่อง 3 . อนุมัติงบฯ 5 แสนกว่าล้านบาท ก่อนจะยุบสภา 4 . เฉลี่ยพิจารณา 3 นาทีต่อ 1 เรื่อง 5 . อนุมัติงบ 33 , 000 ล้านบาทต่อ 1 ชม. รีบร้อนอย่างนี้จะโปร่งใสหรือเปล่า มันเลวร้ายมากที่สุดเลย ประชาชนเลือกคนไปทำหน้าที่ ตามกรอบหน้าที่ อภิบาลรัฐ ไม่ใช่เป็น รัฐาธิปัตย์ หรือรัฐประเทศ หรือรัฐชาติ เพราะฉะนั้น แม้เป็นนายกฯก็เป็นรัฐาธิปัตย์ไม่ได้ อำนาจนี้ไม่ใช่อำนาจที่ไปกดขี่ด้วยเรี่ยวแรงแบบเดรัจฉาน กดขี่ให้คนอื่นเขาสู้เรี่ยวแรงไม่ได้ สู้อาวุธไม่ได้ เราสู้อำนาจนี้ไม่ได้แล้วก็ยอมแพ้ อำนาจนี้เป็นสามัญ แต่มนุษย์เจริญใช้อำนาจความถูกผิด อำนาจแห่งความดีงาม เป็นมนุษย์ที่พัฒนาแล้ว คุณสมบัติอันนี้ เป็นเรื่องลึกซึ้ง เรื่องใหม่ เรื่องแปลก ที่เราเอามาใช้ปฏิวัติ เป็น ธรรมาวุธ ที่ให้คณะบริหารที่เขาทำผิด ให้รู้ว่าคุณทำผิดพลาด แทนที่คุณจะไปทำประโยชน์ตามได้รับมอบหมาย แต่คุณทำผิดหมดเลย เราออกมาประท้วงตั้งแต่ต้น เราจะต่อสู้ด้วย ตุลาการณ์ภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ ตุลาการเป็นผู้ตัดสินถูกผิด รัฐถ้าทำผิดแล้ว ตุลาการก็จะตัดสิน ที่เคยทำมาก็ได้ตัดสินไปหลายครั้ง ก็ทำถูก เพราะต้องรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ตาม ร ัฐธรรมนูญ ระบุไว้ เขาก็ว่ายังไม่เด็ดขาด ตุลาการภิวัฒน์ไม่เด็ดขาด แต่มาครั้งนี้เราจะชนะด้วย ประชาภิวัฒน์ ด้วยพลังของประชาชน ไม่ใช่แต่ด้วยตุลาการอย่างเดียว ซึ่งตุลาการก็ต้องตัดสินด้วย หรือชี้มูล เช่น ประชาชน ศาล อัยการ ก็ชี้ได้ ยังไม่พิพากษา แค่ชี้มูลก็ต้องระงับการทำงานไปดังนี้ เป็นต้น เดี๋ยววันที่ 12 นี้ ก็คอยดู ก็จะมีตุลาการภิวัฒน์ และประชาภิวัฒน์นี่แหละ ทำให้สังคมสงบสุข ไม่ใช่เอารถถัง หรือใช้ถังดับเพลิง แบบน้องกบนี่ก็ไม่เอา เอาการแพ้ชนะด้วยความถูกต้อง ดู มาตรา 68 (วรรคหนึ่ง) "บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตาม รัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ... มิได้" มาตรา 68 (วรรคสอง) "ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใด กระทําการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทําดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทําดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดําเนินคดีอาญาต่อผูกระทําการดังกล่าว” พวกเรามาขออำนาจ คือหรือไล่รัฐบาลออกไป เราทำถูกตามร ัฐธรรมนูญ นี้ไหม ด้วยความสงบไหม ไม่มีอาวุธไหม? เราใช้สิทธิ์ตาม รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้มาแย่งอำนาจ แต่เรามาขอเปลี่ยน เราไม่ได้จะมาแก้ รัฐธรรมนูญ เรามาขออำนาจคืน ที่เราเลือกคุณไปทำงาน 2 ปีแล้ว พูดไปก็สองไพเบี้ย นิ่งเสียประเทศไทย เราจะขออำนาจคืน จะมีการเลือกผู้แทน ก็จะมีต่อไปในอนาคต เราไม่ได้มายึดอำนาจตลอดกาล หรือเป็นคอมมิวนิสต์ เราจะแช่แข็งก็ไม่ใช่ว่า จะแช่ตลอดไป ก็แค่ 2 ปีเท่านั้น จัดการวางระบบระเบียบ เราทำอย่างสงบเรียบร้อยด้วย ไม่รุนแรง มีมากก็แค่หอกปากแหลมคม มุขสตี บางทีหอกทื่อ เจ็บๆเลย สรุป ม. 68 เราปฏิบัติถูกต้องตามสิทธิเสรีภาพและเราทำถูกตาม มาตรา 63 ว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธโดยไม่มีการสร้างข้อมูลเท็จเอามากล่าวหา ไม่ปลุกระดมประชาชนให้หลงผิด ไม่ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับ และไม่จ้างวานกลุ่มบุคคลใดๆ ให้มาร่วมชุมนุม" เราออกมาประท้วงคือแบกอธิปัตย์ 1 คน 1 เสียง ล้านคนล้านเสียง และ 5 ล้านคนนี้ ไม่ใช่คณะบุคคลนะ ไม่ได้จดทะเบียนนะ แต่เป็นการรวมกันตามธรรมชาติ เมื่อ ม. 68 นี้ เรามาใช้สิทธิเสรีภาพตาม ม. 63 ประท้วงอย่างสงบ และไม่ได้มาชิงอำนาจ ไปยึดการปกครอง แต่จะมาขออำนาจคืน แล้วจะมาจัดการ แม้จะใช้คำว่าแช่แข็งก็ตาม แต่ก็หยุดชั่วคราว เพื่อจัดการ ตาม มาตรา 2 (รูปแบบการปกครอง) ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนมอบถวายให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทรงใช้อำนาจผ่าน 3 สถาบัน เพื่อให้มีอำนาจคานกัน แต่นี่ฮั้วกัน ทำผิดแล้วตุลาการชี้ว่าผิด เขาก็รวมหัวกันบอกว่า ไม่เอา ไม่รับ ก็เกมสิ คุณผิด รัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจผิด คุณหมดสิทธิ์แล้ว เรามาขออำนาจคืน จะเรียกโดยภาษาดุเดือดว่า ปฏิวัติก็ได้ ทุกทีเขาก็ใช้อำนาจรถถัง ปืน ทำเขาก็ยอมเพราะกลัวตาย แต่ของเรานี่สวยงามมาก ใช้อำนาจตาม รัฐธรรมนูญ นี้ แม้เราจะแพ้เราก็ไม่ใช้กบฏ สมมุติว่าร ัฐบาล นี้หน้าด้าน ง่านโด้ ไม่ยอม เราก็แพ้ เราก็ไม่ใช่กบฏ เราไม่ได้ทำผิด รัฐธรรมนูญ ไม่ใช้อาวุธ จงอย่าตกอกตกใจเลย เราขอบคุณฝ่ายโน้นด้วย ที่ไม่รุนแรง จากเคยทำคนตายคนบาดเจ็บ งวดนี้ต้องขอบคุณมาก เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ เป็นการพัฒนาการเมืองไทย ที่สำคัญทั้งสองฝ่าย เรามาใช้อำนาจ Authority ไม่ Force จนมีประชาภิวัฒน์มาถึง 5 ล้านคนเลย แม้เขาจะกลบเกลื่อนตัวเองว่า มีไม่ถึงแสนคนหรอก แค่เก้าหมื่นคน ตำรวจเขานับอย่างไรกัน ให้มาบริหารประเทศได้อย่างไร นับเล ข ตกไปมาก หรือบางคนก็ว่าแสนกว่า ก็ผิดแล้ว ทำอย่าง โคไมนี่ใช้อำนาจศาสนา ก็ยังมีคนตายเยอะ ฟิลิปปินส์ทหารมาช่วยก็ยังตายเยอะ ที่ซีเรียก็ทำมา จนมาถึงไทยเราทำมานี่สวยงามจริงๆ เป็นการปฏิวัติ หรือขออำนาจคืน เราไม่ได้มายึด แต่เราจะมาปฏิรูป แช่แข็งนักการเมืองเก่า จะเอาแบบใหม่ พอเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่ระบอบสามัญ มีการเลือกตั้ง เราไม่ได้จะมาไม่เอาเลือกตั้ง คุณตู่พวกเราแท้ๆ เราได้ผลชนะรายทาง ไม่ชนะสุดยอด ทางโน้นก็โต้ต้าน ในมาตรการที่จะทำต่อไป ก็จะมีต่อไป ก็ขอให้พลังของมวลประชาชน ที่จะมาแสดงว่ายังมีมวลมากอยู่นะ เหมือนกำลังประชุมในสภา เป็นสภากลางถนน เป็นเครือแหเชื่อมโยงกันหมด ต่างจังหวัดก็มี ในกทม.ก็มี ในถ นน ราชดำเนิน หรือข้างเคียง ก็มีเป้าหมายเหมือนกันหมดเลย ก็ขอให้เข้าใจว่า ที่เราทำนี้ถูกต้องดีงาม งดงาม และจะเป็นแบบใหม่ของโลก ถ้าเรายังมีมวลเป็นล้านเป็นล้าน เมื่อต้องการเมื่อไหร่ก็มา สองล้าน แปดล้าน เราก็จะชนะๆๆๆ อันนี้จะยืนยันเลยว่า ผมสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น อันนี้เป็นนัยการชนะที่ใหม่มาก และที่วิธีเขาจะชนะแบบเอาเงิน เอาแรงชนะนั้น แบบเก่าโสโครก วิธีการนั้นเขาทำกันมานานแล้ว เดี๋ยวนี้ฉลาดเก่งโกงเงินจากรัฐ จึงจะมีเงินหมื่นล้านแสนล้าน แล้วก็เอาเงินมาซื้อแหลก เพื่อเบ่งอำนาจต่อ ควบคุมทั้งเงิน และอำนาจ มีหายนะเข้มข้น มีฤทธิ์มากเยอะจริง เป็นอำนาจเสื่อมทราม แล้วเขาก็ทำโดยไม่ละอาย ท้วงชี้ผิดเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมรับ เรามาทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่แก่สังคม เป็นการเมืองใหม่ ถ้างานนี้สำเร็จ ประชาชนปฏิวัติอย่างเรียบร้อย สวยงาม ไม่มีอาวุธ สันติ อหิงสา จะเป็นประวัติศาสตร์โลกเลย เป็นความน่าภูมิใจ เป็นธรรมรส น่าภูมิใจ ขอย้ำว่านี่คือจุดสำคัญ ผู้ใดที่เข้าใจก็ไปอธิบายเพื่อนๆให้เข้าใจ ว่าเรามาทำการเมืองใหม่ของโลกที่สวยสดงดงาม ทำความเข้าใจให้ดีแล้วจะได้ทำกันต่อไปในอนาคต เป็นความก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตยที่วิเศษ มีผลอย่างแท้จริง ที่เราทำนี้เป็นวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ เราจึงทำได้อย่างไม่มีผิด เราต่อต้านโดยสันติวิธี เราไม่ได้ยึดเป็นของเรา เราได้มาก็จะปฏิรูป อำนาจของประชาชนนี้ ยังไม่ได้มอบหมายอย่างเป็นทางการ แต่ขอจัดสรรก่อน เหมือนปฏิวัติก็จะมีคณะก่อการ มีหัวหน้า มีรอง มีคณะจัดสรร เมื่อทำเสร็จก็ยกเลิกคณะก่อการ เมื่อได้องค์ประกอบ คณะที่จะบริหารประเทศถูกต้องตามกฏหมาย ก็เลิก คณะประชาชนที่มานี้จะเป็น คณะก่อการ เมื่อทำเสร็จก็เลิก คณะก่อการทำเสร็จอาจมีบางคนได้รับตำแหน่งบ้าง แต่บางคนขอเป็นนั่งร้าน ทำเสร็จแล้วก็รื้อไป แต่บางคนเหมาะสม จะทำมีความรู้ความสามารถก็ทำ อย่าไปเพ่งโท ษ กันก่อน เป็นนัยละเอียด ที่ขอบอกไว้ก่อนตีกันก่อน อาตมาทำงานนี้ ขอบอกว่าไม่รับตำแหน่งอะไร ทำเสร็จแล้วก็เป็นนักบวช แล้วมีคนบอกว่าจะให้เป็นที่ปรึกษา อันนี้ในโบราณท่านเรียกว่าปุโรหิต เพราะฉะนั้นการจะเป็นปุโรหิตก็เป็นโดยธรรม ไม่ต้องตั้งก็เป็นได้ จะบอกว่าไม่ต้องมาตั้งหรอก ก็เปิด ใช้สำนวนว่า Open every Door ก็เปิดไว้มาได้เสมอเลย ทุกประตู ที่เราทำนี้ไม่ผิดก ฎหมาย และเป็นหน้าที่ที่ควรจะทำ เพราะรัฐสภา และบริหารทำผิด ศาลตัดสินก็ไม่ยอมรับอีก ประชาชนก็ว่าไม่ได้ เพราะฉิบหายไปเป็นล้านๆแล้วในสองปีนี่ ประชาชนต้องมาตามเสียดอกเบี้ยอีกเท่าไหร่อีก ส ิ่ งที่ได้พูดมาแล้ว เป็นวิธีการ ที่เกิดจากความจริงที่ต้องเป็นไปตามความความจริง ชาวไทยเป็นชาวพุทธ ศาสนาพุทธเป็นสุดยอดแห่งประชาธิปไตย ให้อิสรเสรีภาพเต็มที่ ถ้าจะกดดันที่จะใช้ศัพท์ว่า เบียดเบียน พระพุทธเจ้าไม่ให้ทำ เมื่อไม่เบียดเบียนกดดัน แล้วก็ให้ยอมแพ้ เสียสละด้วย แม้ผู้มีเรี่ยวแรง กดข่ม ก็ต้องยอมให้จำนน ให้เขาทำผิด แต่ถ้าสามารถต้าน ไม่ให้เขาทำผิด เป็นเจตนาดี ไม่อยากให้เขาทำบาป แต่ถ้าเขาดันทำ สุดท้ายก็ต้องวาง และคนมีกำลังน้อย เราไม่ไปกดขี่แน่ เราเป็นสุภาพบุรุษพอ พระพุทธเจ้าให้อิสรเสรีภาพ ที่เป็นหลักวินัย หลักศีลธรรม ก็ยืนยันชัดเจน ว่าพุทธเป็นศาสนาที่ พระพุทธเจ้าพาทำในยุคทาส ไม่มีอิสรเสรีภาพ คนจะไม่เข้าใจเลย ไม่รู้เรื่องอิสรเสรีภาพ หรือสิทธิส่วนตัว แม้นายทาสเขาก็ไม่รู้ว่า เขาควรให้สิทธิ์แค่มนุษย์เท่าไหร่ เขาก็ว่าเขาเป็นนาย ส่วนทาสก็ไม่รู้เรื่องสิทธิของตน พระพุทธเจ้าไม่สามารถทำให้คนทั่วไปบรรลุได้ ต้องให้คนมาเข้ารีต เมื่อท่านประกาศ ธรรมนูญ เป็น ศีล (จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล)ของท่าน เป็นหลักสำคัญว่าพุทธทำอย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ก็อยู่นอกรีต จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล คือศีลแท้ๆของภิกษุ แม้ปัจจุบันก็ต้องปฏิบัติ เป็นหลักแรก เป็นธรรมนูญ แต่เดี๋ยวนี้ศาสนาพุทธไม่มีแล้วในเมืองไทย ภิกษุไม่นำมาปฏิบัติ วินัยบางข้อเท่านั้นที่ซ้ำซ้อนกับศีล ส่วนมากวินัยนั้นหยาบ ไม่เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธ จึงได้ยินกันทั่วว่าศีลของภิกษุมี 227 ที่จริง เป็นวินัย แท้จริง ศีลเป็น ธรรมนูญของพุทธ เป็น The rule of law ผู้ใดไม่เข้าใจ ไม่ทำตามพุทธธรรมนูญก็ออกนอกรีต ปฏิบัติธรรมนอกเขตพุทธ ไม่ได้ผล พุทธเป็นประชาธิปไตย ก่อนลัทธิใดเลย ผู้มาทำตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว ทำจนเกิดมรรคผลสมบูรณ์ได้คุณธรรมคุณวิเศษ จะยิ่งเป็นนักประชาธิปไตยตัวแท้ ผ้ ู บรรลุธรรมของพุทธคือ นักประชาธิปไตยตัวแท้ โสดาบันก็นักประชาธิปไตย สกิทาฯก็นักประชาธิปไตยสูงขึ้น อนาคาฯยิ่งสูงกว่าอีก เป็นอรหันต์ก็สูงสุดของนักประชาธิปไตย นักปฏิบัติธรรมนั้นจะตรงกันหมด อะไรที่ห้ามไม่ให้ทำ ไม่ทำเลย ไม่ละเมิดรักษาศีลและวินัยดั่งชีวิต ไม่ลำบากที่จะไม่ละเมิดด้วย จิตเข้าใจความถูกผิด สิ่งที่ควรทำก็ทำ จะมีจิตที่มี สาราณียธรรม 6 และ พุทธพจน์ 7 1 . สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน) คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ 2 . ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) ไม่เป็นความรักทางกาม แต่เป็นความรักอย่างพี่น้อง ภราดรภาพ เป็นความรักของพระเจ้า ที่รักมนุษย์โลก ช่วยคนพ้นทุกข์ แล้วให้ช่วยคนอื่นต่อ 3 . ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) เคารพกันด้วยนัยต่างๆเช่นคุณงามความดี วัยวุฒิ คุณวุิฒิ ฯลฯ 4 . สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) คือการให้กัน แรกๆคือให้ทานกัน ให้วัตถุ ให้แรงงาน ที่สุดให้อภัย ไม่ใช่เป็นผู้เอา อยู่ใน สังคหวัตถุ 4 (ทาน เปยยวัชชะ(ตำหนิให้คนดื่มได้) อัตถจริยา(ผลได้เนื้อหาส ิ่ งดีงาม) สมานนัตตตา) แม้พามาประท้วง Neo protest สมานอัตตา แม้คนที่เป็นศัตรูเราก็ให้อภัยได้ แต่มีนัยอย่าคบคบพาล หากแก้ไม่ได้ เราก็สมานกับคนที่จะรวมกันได้ 5 . อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) มีมากสุดก็แค่ปากหอก หรือมุขสตี สามารถตำหนิ ชำแรกเข้าไปอย่างมีเนื้อหาสาระ ไม่พูดให้ทะเลาะกัน ประนีประนอมกันได้ แต่ไม่ใช่ตีกันอย่างคนที่ไม่ยอมรับว่าตนเองผิด 6 . สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) มากันพร้อมเพรียงกันอย่างนี้แหละสวยงาม ดูแล้วน่าเอ็นดู มาช่วยกันทำงานก็เหน็ดเหนื่อย อดทน เราทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว 7 . เอกีภาวะ ( เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ) มีพลังแห่งความเป็นเอกภาพ นี่คือคุณสมบัติ 7 ประการของผู้ที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า หรือมีคุณธรรมอื่นอีก เช่น วรรณะ 9 เป็นชั้นของคุณธรรม ยิ่งชั้นสูงเท่าไหร่ยิ่งโอบอุ้มเจือจานผู้ด้อยกว่า ไม่ใช่ไปเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า วรรณะ 9 1 . เลี้ยงง่าย (สุภระ) มานอกลางถนนนี่เลี้ยงง่ายนะ เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม ไม่เรื่องมาก ไปยาก มายาก กินยากอยู่ยากไม่เอา แต่เราเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย 2 . บำรุงง่าย , ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) ให้ความรู้สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองได้ง่าย 3 . มักน้อย , กล้าจน (อัปปิจฉะ) พามามักน้อย อย่าไปมักมาก เป็นปุถุ (หนาอ้วน) ง่ายๆแล้วใจพอ แค่นี้ก็พอ พยายามพัฒนาตนเองให้น้อยแล้วพอ น้อยจนพออีก เรื่อยๆ 4 . ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5 . ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) แม้เป็นอรหันต์ก็ยังต้องขัดเกลาวาสนาของตนเอง อย่างพระสารีบุตรเป็นลิงมาหลายร้อยชาติ ก็ติดนิสัยลิงมาด้วย ต้องใช้เวลาล้างขัดเกลาออกอีก 6 . เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) แปลว่าศีลเคร่ง คำว่าธุดงค์มาจากธูตะ เช่น เรากินมื้อเดียว ไม่ใช้เงิน ไม่ใส่รองเท้า มาละอาหารที่เราติดเรายึด ใครติดอะไรก็พยายามลดละ มันเคร่งของเรา ของคนอื่นอาจไม่ติด แต่เราติดก็เคร่งของเรา บางอย่างเป็นพิษภัย เช่น ติดหวานมากๆ เป็นต้น เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนเรา ศีลเมื่อทำได้ปกติแล้วก็ไม่เคร่ง แต่ก่อนกินมื้อเดียวก็ฝืนมาก แต่ตอนนี้กินได้ปกติแล้ว ให้กินหลายมื้อจะลำบากน่ะ 7 . มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) มีสมณสารูป มีพฤติกรรม กาย วาจา ใจที่น่าเลื่อมใส น่าศรัทธา 8 . ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 แม้สมบัติวัตถุก็ไม่สะสม ยิ่งเป็นอนาคามี ไม่มีทรัพย์สมบัติเงินทองหรือบ้านช่องเรือนชาน ไม่มีนี่สบายนะ ไม่ต้องดูแลห่วงหาอาทร อย่างการพกเงินนี่ก็กลัวคนปล้นอีก ไม่สะสมที่สำคัญสุดคือ ไม่สะสมกองกิเลส 9 . ขยันเสมอ , ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) คนที่มีความเพียรมันดูได้นะกับคนที่ไม่เพียร นี่คือวรรณะ The classes ส่วนคนที่ไม่ได้ศึกษา ไม่ทำได้วรรณะ 9 ก็ตรงกันข้ามนะ ทุกวันนี้พวกร้องรำพวกอบายมุขมอมเมา แม้อาหารก็มอมเมา ทำสารเคมีใส่ให้เขาติดยึดในกามคุณ 5 เราเข้าใจแล้ว ก็ไม่มอมเมาให้คนติด ให้คนละหน่ายคลายดีกว่า....จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน