561212_พ่อครูเทศน์ที่ประตู ๕ เรื่อง ด้วยธรรมฤทธิ์ประชาชนมีสิทธิ์ปฏิวัติ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์338 KB
วันที่แก้ไข20 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

561212_พ่อครู เทศน์ที่ประตู 5 เรื่อง ด้วยธรรมฤทธิ์ ประชาชนมีสิทธิ์ปฏิวัติ

พ่อครู… วันที่ 12 ธันวาคม พศ.2556 ที่ ทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 จิตใจของคนไทย ได้ พัฒนาสังคมประเทศชาติด้วยธรรมะ ตลอดมา แม้เป็นการเมืองก็ตาม ที่เราออกมาร่วมชุมนุมประท้วง เพื่อขอทวงอำนาจคืนจากคณะบริหาร หรือสภา ซึ่งทั้งสองสถาบันได้กบฏไปแล้ว แต่ก็ยัง “โด้” แต่ไม่เชื่อว่าเขาโง่ ที่ได้ฉายาหนูไม่รู้ มันเหมือนเด็กๆไร้เดียงสา ความรู้แค่นี้ ไม่เข้าใจ ทำผิดแล้วก็ไม่รู้ว่าผิด อย่างนี้ เรื่องที่เกิดขณะนี้ ทั้งนักรู้ และประชาชน ต่างอยู่ในภาวะมึนงง สงสัย ต่างวิจัยวิจารณ์กัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ เป็น เรื่องของประชาชนปฏิวัติ เรามาเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจ ที่จะมาทำงาน บริหาร ให้มีการจัดตั้ง เลือกตั้งใหม่ จัดองค์ประกอบให้เป็นคณะเข้าไปทำงาน มีตัวบุคคลไปทำหน้าที่ แบบแนวคิดใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่เหมือนเก่า 81 ปีมาแล้ว ทำมาแบบเก่า เป็นการเมืองน้ำเน่า จนคำว่า “การเมือง” เป็นเรื่องแสลง เป็นคำเสีย เป็นคำที่เอาไปเรียกในวงการไหนก็ไม่ดี จนพูดกันว่า อย่ามาพูดการเมืองกับข้า หมายถึงว่า การเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน หรือฉันเป็นทหารหรือตำรวจอาชีพ ไม่ใช่ทหารตำรวจการเมือง เป็นต้น คุณทำงานให้พลเมืองไทยทั่วประเทศ โดยรับเงินเป็นค้าจ้าง คุณอาสามาทำ สมัครใจทำ ทั้งข้าราชการประจำ ตามหลักของกฎหมาย มารับใช้พลเมืองประชาชน คือนักการเมืองทั้งสิ้น แต่ศัพท์คำว่าการเมืองเป็นสิ่งเสียไปแล้ว ประเด็นหลักที่ไม่เคยมีมา จะเรียกว่า ปฏิวัติ หรือ รัฐประหาร คำว่ารัฐประหารไม่ได้ประหารรัฐประเทศนะ แต่จะบอกว่ายึดรัฐประเทศคืนมาก็ได้ หรือจะกำจัดอำนาจรัฐสภาเดิมก็ได้ ริบคืนมาก็ได้ วิธีปฏิวัติ ที่เคยมีมาทั่วโลกก็ใช้อำนาจบังคับ Force ข่มกดขี่ ที่จะยึดอำนาจ ให้เขายอมด้วย

อ่านต่อ

วิธีบังคับกดขี่ ก็เหมือนอำนาจเดรัจฉาน ใช้เรี่ยวแรงเขี้ยวงาต่อสู้ เป็นอำนาจที่ไม่ใช่ของคนเจริญไม่ใช่อาริยะ อำนาจนั้นเป็นของประชาชนอยู่โดยแล้วตามมาตรา 3 ของร ัฐธรรมนูญ และ มาตรา 2 ( รูปแบบการปกครอ ง) ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการกำหนดอำนาจ รัฐาธิปัตย์ เป็นของประชาชนร่วมกันทั้งหมด อยู่ ในมาตรา 4 ( ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง แม้คนๆเดียวมาประท้วงก็เป็นสิทธิ์ของเขา สามารถทำได้ แม้ท้วงผิดหรือถูกโดยไม่มีอาวุธ ด้วยเนื้อหา ถ้าแกถูกก็คือ Minority right ถ้าเขาถูกต้อง คุณต้องฟังเขา แต่คนเดียวอาจไม่มีแรงพอ ก็ไปหาพวกมาสิ ถ้านายกฯนั้นมีวิจารณญาณดี คนเดียวมาท้วงแล้วท้วงถูกด้วย ผู้ที่ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่ แล้วถูกท้วง แล้วผิดจริงตามเขาท้วง ก็สมควรลาออก หรือรับเปลี่ยนแปลง รับผิด นี่คืออย่างผู้ดี อาริยชน ที่ออกมานี่เป็นคะแนนสดๆ มายืนยันคะแนนเสียง ไม่ใช่คะแนนราคาต่ำ แต่แพงมาก ราคาสูง มากกว่าลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีก เป็นเรื่องใหม่จริงๆ แต่ได้มาขนาดนี้ ก็ต้องดีใจว่าทำไมเมืองไทยจะได้ขนาดนี้ วันที่ 24 มาตั้ง 2,367,475 คน BBC มี 5.7 ล้านคน แต่ค้นไปก็ว่าเขาคำนวณจากภาพถ่ายดาวเทียม BBC ได้ 5.7 ล้านคน ส่วนCNN ได้ 5 ล้านคน ก็นำร ัฐธรรมนูญ มายืนยันว่า มาตรา 2 คือ การกำหนดอธิปัตย์ของประชาชน แม้อย่างไรๆ ใครก็เอาอำนาจนี้ไปจากประชาชนไม่ได้ แล้วก็เราเลือกตัวแทนนี่ก็เป็นเพียงตัวแทน แล้วก็ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจเอง จะมาบริหารเองทำไมไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่ได้ว่าจะดึงดันทำอย่างไม่มีเหตุผล แต่ว่าเพราะคุณบริหารผิดๆต่างหาก ตอนนี้คนเกิดมาก็เป็นหนี้แล้ว ประชาชนตอนนี้ก็พยายามออกแบบเพื่อให้เราไว้ใจ การทำ สภาประชาชน นี้ เรื่องที่เราทำนี้ไม่ใช่เรื่องปิดบังซ่อนเร้น แต่เป็นเรื่องสุจริตบริสุทธิ์ถูกต้อง เปิดเผยไม่หม ก เม็ด ซ่อนแฝง ประชาชนที่กำลังคิดอ่านเพื่อรวมหลายอาชีพ เพื่อเอามาตั้งสภาประชาชน โดยมีเงื่อนไขว่านักการเมืองต้องหยุดทำ ถ้าจะทำต้องลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง มาเป็นประชาชน พอแก้ไขเสร็จมีพิมพ์เขียว ก็จะทำการเลือกตั้ง ส่วนพวกที่มาทำงานก่อการนี้ก็จะให้วางมือไป 5 ปี เพื่อไม่ให้สืบอำนาจต่อ เพราะเป็นเรื่องที่รู้ดี เพื่อให้ได้บริสุทธิ์สะอาดจริงใจ กันไว้เลย ก็จะมีคนจริงใจมาร่วมร่างกัน เขาก็จะไม่เล่นการเมือง หรือจะเล่นก็ต้องรอไป 5 ปี เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่เราวนเวียนนี้น้ำเน่ามาก เห็นการกู้เงิน 2.2 ล้านๆ นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ จริงๆใช้งบฯไม่กี่แสนล้าน แต่กู้มาเป็นล้านๆอย่างนี้มีเจตนาไม่ดี สร้างรถไฟมาขนผัก แล้วออกแบบให้ตรวจสอบไม่ได้ด้วย แล้วที่สุดนี่มาไม่ยอมรับอำนาจศาลอีก ยังไม่ยอมอีก คราวนี้ประชาชนอย่ายอม เอาให้สุดซอยแห่งซอย เอาให้ได้ ไม่ใช่อาตมายุส่งนะ แต่ว่ามันควรถึงคราว มันใหม่นี่คนก็ลังเล ก็เลยพูดซ้ำซาก มันไม่มีตัวอย่างมาก่อน แต่ผู้รู้ทั้งหลายก็ยืนยันว่าทำได้ วันนี้คณะจปร. ก็ออกมาสนับสนุน มีเสธ.อ้ายนำ จปร. 12 รุ่นมาแถลงสนับสนุน กปปส. เราลงทุนลงแรงเหน็ดเหนื่อยหนักหนา ก็น่าอนุโมทนาสาธุ ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สำหรับอาตมาก็เจตนา เสียรังวัด เราช่วยโลก ให้พ้นวงวนทางการเมือง คำว่าโลกนี่คือความวน ตามประสาเรานี่ อาตมา เป็นสิทธิที่จะมาช่วยคนด้วยบริสุทธิ์ เราไม่ได้มาแย่งอำนาจ แต่มารับใช้จริงๆ พหุชนหิตายะ( เพื่อหมู่ชนเป็นอันมาก ) พหุชนสุขายะ( เพื่อความสุขของหมู่ชนเป็นอันมาก ) โลกานุกัมปายะ( รับใช้โลก ช่วยโลก ) พระพุทธเจ้า มีข้ออนุญาตอยู่ ไม่ได้ห้ามไว้ ก็มาช่วยกันหน่อย แม้มาเก็บขี้ เก็บเยี่ยว เก็บขยะ ช่วยเหลือกันนี่ อาตมาผิดอะไร แม้คนจะท้วงก็ตาม เรามารับใช้ทั้งอาหาร วัตถุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เราไม่ได้มาหาเงินหาทองอะไร แต่มาเล่าอธิบาย โดยบริสุทธิ์ใจ เป็นเรื่องของสังคมที่ควรทำ ก็มีคนมีปัญญาเห็น ก็ออกมาช่วยกัน ถ้ามีแต่ชาวอโศกก็ฟุบไปนานแล้ว งานหนักขนาดนี้ เราไม่ได้จ้าง เราจน ก็มีคนอนุเคราะห์ช่วยเหลือกัน ผู้ที่มีจิตวิญญาณมีภูมิธรรม ที่เป็นทั้งความรู้ และความเป็นไปได้ คือจิตมันรู้ว่าอย่างนี้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลส จิตมันดีอย่างนี้ ศาสนาพุทธจะรู้ก่อน แต่ยังมีกิเลสอยู่ก็ต้องจัดการกิเลส เราเข้าใจว่าอย่างไหนดี ก็พากันทำ เรามีแรงงาน ความรู้ จิตเรารู้ก่อน แต่กิเลสมันไม่ยอม ขี้เกียจ อยากได้โลกธรรม ก็ต้องไม่เอา มากำจัดกิเลส การมาทำงานนี้มีทั้งการปฏิบัติธรรม หลายคนมีกิเลส อย่างน้อยก็อยากได้สรรเสริญ บางคนอยากได้ตำแหน่ง บางคนอยากได้ส ิ่ งตอบแทน เรียกว่า ลาภ แต่เราก็ไม่มีให้หรอก ก็มาขัดเกลา คนมาอย่างนี้ก็ได้ประโยชน์ตรง ได้มีปฏิบัติจริง รายได้คือ ได้ล้างกิเลสคุณให้ได้ แม้กดข่มบังคับ อันนั้นไม่บริบูรณ์ ถ้าวิปัสสนาวิธีก็คือเห็นให้จริงว่ากิเลสมันไม่ใช่ตัวเรา เป็นอาคันตุกะ มายึดพื้นที่จิตเรา มาแฝงอยู่ เราโง่ยอมกิเลส เรามีปัญญาก็อย่ายอมมัน มันไม่ใช่เรา อย่ามาอยากได้ลาภยศสรรเสริญที่นี่ จะเห็นด้วยปัญญาจริง และกิเลสก็ไม่มี คนทำงานอย่างไม่มีกิเลส ไม่ต้องการอะไรตอบแทนเลย คนนี้วิเศษนะ มารับใช้อย่างไม่ต้องการอะไรตอบแทน เป็นโลกุตรธรรม การอยากได้ตอบแทนเมื่อทำงานก็ยังเป็นโลกีย์อยู่ ใน สัมมาอาชีวะ 5 ข้อสุดท้ายคือ อย่าทำงานเอาลาภแลกลาภ อย่าเอาความรู้ไปแลกเงิน อย่าเอาส ิ่ งที่เราให้แก่เขาไปแลกเงิน สัมมาอาชีพก็ต้องพ้น มิจฉาชีพ 5 ทำงานฟรี เสียสละให้คนอื่น เมื่อรู้แล้วก็มาทำ ปฏิบัติจนจิตคุณไม่ต้องการอะไรตอบแทนได้จริง จนมันเที่ยงแท้ถาวร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ ตายแล้วตายเลยไม่ฟื้น) จะทำได้คุณต้องรู้เวทนา 108 ซึ่งลึกซึ้งทั้งอดีต_ปัจจุบัน_อนาคต อย่างละ 36 จะไม่อธิบายในตอนนี้ ทุกปัจจุบัน คุณพิสูจน์ความจริงว่า ไม่มีกิเลส เนื่องจากสั่งสมอดีตเป็นความตั้งมั่นของจิต ทุกปัจจุบัน จะมาร้ายแรงแค่ไหน กิเลสก็ไม่เกิดๆๆ จนพยากรณ์อนาคตได้เลยว่า กิเลสสูญแน่นอน โดยรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว ก็สู้ได้เสมอ ก็มั่นใจในพลังอดีตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ ทดสอบมาไม่รู้กี่แบบฝึกหัดแล้ว เหมือนคนยิงธนู ปิดตาสองข้างยิงยังถูกเลย จึงพยากรณ์ได้ว่ากิเลสไม่มีแน่นอน จึงบอกอนาคตได้ว่า สูญแน่นอน พระพุทธเจ้าไม่ใช่หมอดูแต่รู้พยากรณ์ได้ว่าคนนั้นจะไปเกิดอย่างไร ไปเป็นพระพุทธเจ้าตอนไหน ชื่ออะไร มีสาวกชื่ออะไร เป็นต้น อย่างนี้ไม่ใช่ว่าท่านโมเม เพราะทุกอย่างมาแต่เหตุ ไม่ใช่เดา สัจจะของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่เดา เหตุการณ์ครั้งนี้ของเมืองไทย ก็ดูเหตุปัจจัยหลายอย่าง ยกตัวอย่าง คนนี้ทำไมชื่อปรีชา ทำไมคนนี้ชื่อจำลอง ทำไมคนนี้ชื่อชัย ทำไมต้องวันที่ 11 เดือน 11 ทำไมต้องเสร็จ 11 นาฬิกา เป็นการปฏิวัติประชาชน ไม่ใช่หมอดู แต่เป็นสถิติ สำคัญที่ตัวปัจจุบัน กรรมปัจจุบันเป็นตัวแปร ที่จะสั่งสมเป็นอดีต เป็น พลัง potential energy ใครสั่งสมอยู่แม้ไม่รู้ แต่มันทำงานออกฤทธิ์เดชตลอดเวลา เมื่อเราสั่งสมอกุศล มันก็ทำงานอยู่ห้ามไม่ได้ กรรมเป็นของๆตน ตนต้องเป็นทายาทของกรรม แบ่งใครไม่ได้ พุทธสอนว่าแบ่งบุญแบ่งบาปไม่ได้ บุญแปลว่าเครื่องชำระกิเลส ต้องชำระของตนเอง แบ่งบุญกันไม่ได้ ...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน