610604_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพารู้หลักประชาธิปไตย 4_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์354 KB
วันที่แก้ไข16 สิงหาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

610604_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพารู้หลักประชาธิปไตย 4 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1Knw9smKM9zu9nkEgRsdKDl-PbQ0ZwYmvwISns7cuv10

ดูยูทิวป์ได้ที่… https://www.youtube.com/watch?v=qLkEWJo89PI สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2561 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันสุกดิบของ งานอโศกรำลึก ชาวอโศกมาร่วมที่ราชธานีอโศก เป็นจำนวนมาก ปีนี้เป็นปีครบรอบ 84 ปีของพ่อครู ดำเนินชีวิตมา 7 รอบ จะขึ้นนักษัตรที่ 8 พรุ่งนี้ เป็นวันเริ่มต้นอายุ 85 ปี ก็ดูว่าพ่อครูยังแข็งแรงตามอัตภาพ ยิ่งตอนแสดงธรรม ก็ยิ่งดูแข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ อาจหาญแกล้วกล้า เสียงดังชัดเจน แม่นประเด็น ในยุคนี้ สังคมที่เป็นอยู่เป็นยุคไล่จับพระ หนีไป ก็ไปจับถึงเยอรมนี แปลกที่แต่ก่อนเราเป็นพระ ก็ถูกจับ พอมาเป็นสมณะแล้ว ตำรวจไม่มาจับ ในปีนี้คนข้างนอกยอมรับจากอโศกมากขึ้น มีสื่อสารมวลชนสาธารณะเข้ามาทำข่าว พ่อครูว่า.. .แต่ก่อนไม่เคยจะมีสื่อสารสาธารณะเข้ามาทำข่าว ตอนนี้ก็ฟ้าเปิด เริ่มเข้ามาแล้ว สมณะฟ้าไทว่า... งานนี้ยังไม่ใหญ่เท่าตลาดอาริยะ คนมาตลาดอาริยะมากมายกว่านี้เยอะ แต่สื่อสารมวลชนก็ไม่ค่อยสนใจ พ่อครูว่า... ขนาดเราทำมาเกือบ 40 ปีแล้วนะ สมณะฟ้าไทว่า... เราไม่ได้แกล้งทำ เราทำกันมาอย่างจริงจังยาวนาน มีกระแสตอบรับที่ดีขึ้น แม้แต่หน่วยงานราชการ มาทำวิจัยเรื่องความจน ความรวย จะทำอย่างไรให้แก้ปัญหา ของเราเขาบอกว่า เราเป็นคนจน ก็แก้ปัญหาได้ เขาก็เห็นว่า จนแบบพวกเรานั้น มันสบาย เขาก็มีปัญญารู้ได้ พ่อครูว่า... ก่อนอื่นก็บอก โฆษณาสินค้าก่อน เรามีหนังสือใหม่สองเล่ม คนจนที่มีแบบ กับ สัจจะชีวิตฯ เล่ม 4

SMS 3 มิถุนายน 2561 (รายการวิถีอาริยธรรม)

_3867...ไ

อ่านต่อ

ทยกำลังเข้าสู่ยุคศิวิไรซ์ จะบังเกิดในสยาม! หลังฝนคร้ามลั่นครืน จะยืนได้ จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป! ตรงตามคำทำนายพระฤาษีลิงดำฤาเปล่า? พ่อครูว่า... ไม่รู้ว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำทำนายว่าอย่างไร

_3867... เรียนบุญนิยม ช่วยบอกช่องทาง การสั่งซื้อหนังสือธรรมะพ่อครูทั้ง2เล่ม ได้ไหม? เจริญธรรม

_บ้านราชฯมีพืชผักมากมาย หนูเคยได้กินหลายอย่าง มีหอมหัวใหญ่ด้วย เห็ดเผาะกินได้ เก็บตามธรรมชาติก็ได้ด้วย หากคนมาอยู่บ้านราชฯเยอะๆ ก็คงเก็บวัตถุดิบไว้ให้พ่อครูกิน จะได้ไม่ขาดแคลน วัตถุดิบไร้สารพิษที่เราทำเอง เมื่อญาติธรรมได้วัตถุดิบมาเยอะ หนูจะเก็บแช่แข็งไว้ดีไหมคะ อีกหน่อยก็จะมีโซล่าเซลล์ เราก็จะได้ไม่จ่ายค่าไฟแพง หนูจะซื้อตู้แช่แข็งไว้ดีไหมคะ อีกอย่างหนูว่า หากเราจะเอาพืชผักที่สดๆน่าจะดีกว่าหรือไม่คะ หนูคิดว่าหลวงปู่ทำงานมา 4 รอบนักษัตร ท่านมีแต่ให้ หนูอยากจะมีส่วนร่วมกตัญญู ด้วยการประหยัดไม่ผลาญพร่า คิดอย่างนี้ถูกไหมคะ พ่อครูว่า... ของเรามันไม่ขาดแคลนขนาดนั้น จะไปแช่แข็งทำไม เราไม่สนับสนุน สำหรับโซล่าเซลล์ ก็คงจะเป็นฝัน ไม่มีคนมาช่วยทำ อาตมาว่า หากจะได้รับอาหารที่ดี และปลอดภัย ก็ขอบคุณ แต่เราควรกินอาหารที่สดใหม่ ส่วนการคิดกตัญญูนั้นดี แต่อันนี้อาตมาก็ไม่ไปขอ ตามศรัทธา

สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ความรักมิติที่ 1 _หนูมีคำถามที่สงสัยและงงมากเลยว่าทำไมคนเรามีความรัก และอกหัก แล้วก็ทุกข์ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าเจ็บ พอหายก็ไม่เข็ด ยังจะมีความรักต่อ เพื่อให้ทุกข์ให้เจ็บอีก หนูก็เป็นในสิ่งที่ถาม พ่อครูว่า... ปัญหาโลกแตก ดีแล้วล่ะ ที่เอามาถาม ความรัก หลวงปู่เขียนความรักบรรยายความรักไว้ถึง 10 มิติ เป็น หนังสือความรัก 10 มิติ ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนไว้ ตั้งแต่พ.ศ 2517 จากการเทศนาสด ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ก่อนเลย เป็นของที่มีเองขึ้นมา เทศน์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เทศนาที่วิทยาลัยครู กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 แห่ง จึงเอามารวมกันเป็นหนังสือความรัก 10 มิติ พิมพ์ออกไปแจก 10 ถึง 20 ครั้งแล้ว อาตมาก็เห็นว่า มันเป็นภาษาพูด ก็เลยเอามาเรียบเรียงให้กระทัดรัดสั้นเข้าไปอีก เสร็จแล้วก็พิมพ์ออกมาอีกเป็น 10 มิติอีกเล่มหนึ่ง ให้พวกเราเรียน ตั้งแต่เด็กมัธยม 1-6 ให้เรียนชั้นละ 2 มิติ พอถึงชั้นม.6 ก็รวมทุกมิติเลย กำหนดให้เรียนในชั้นเรียนมัธยม 1- 6 ความรัก คนคู่ ความรักเรื่องเพศ เป็นความรักมิติที่ 1 เป็นความรักที่ต่ำที่สุด ให้เลิกได้เลย คนคู่มันทุกข์ มีความรักร้อย ก็ทุกข์ร้อย มีความรัก 90 ก็ทุกข์ 90 โดยเฉพาะความรักที่เป็นคู่ ธรรมดาสัตว์โลก ก็ต้องมีคู่ แต่นี้มันเป็นโลกุตรธรรม มันเป็นเรื่องทุกข์อริยสัจ เพราะฉะนั้นผู้ใดฝึกฝนของศาสนาพุทธแล้ว เลิกได้จริง ศาสนาอื่นเขาก็เลิก แม้แต่ศาสนาคริสต์ ก็ส่งเสริมอยู่ เขาก็ถือว่าสูง ผู้ที่ถือพรหมจรรย์ของศาสนาคริสต์ เป็นนักบวช ฟรานซิสโก ก็นิยมความเป็นโสด ไม่นิยมความเป็นคู่ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นความรู้อริยสัจ ก็ว่าไป ดีแล้วถามมา ก็พากเพียรไปเถอะ ค่อยๆพากเพียรไป มันจะมีวิบาก มันจะมีอะไร ก็จะเห็นทุกข์ไป มันเนียนนะ วิบากที่แย่มันจะเนียนใน คู่วิบากดูมันไม่มีอะไร จะเป็นวิบากทำร้ายกัน ชาติแล้วชาติเล่า เป็นร้อยชาติ พันชาติ วิบากกินลึก แล้วนานมาก แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ยังมีคู่ จนกระทั่งชาติที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ยังมีเศษ ประปราย ออกมาแล้ว ก็ยังมีคู่วิบาก นางพิมพา อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ออกมาบวช นางพิมพาก็ร้องห่มร้องไห้ ไม่รู้จะทำอย่างไร มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก แต่เราจะมาทางโลกุตระ มาทางนิพพาน ก็ต้องพยายามพากเพียรให้มากยิ่งขึ้น ก็เอาไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

สื่อธรรมะพ่อครู(อจินไตย) ตอน คนตายแล้วฟื้นมีจริงไหม _คนตายแล้วฟื้นมีจริงไหมคะ พ่อครูว่า... คนตายแล้วฟื้นมีจริง ตายก็หมายความว่า กลไกองคาพยพของร่างกายมันหยุดทำงาน เสร็จแล้ว มันก็ฟื้นขึ้นมาเองได้ บางคนก็ถูกกระตุ้น เดี๋ยวนี้เขามีวิธีกระตุ้นหลายอย่าง ที่เห็นชัดๆก็คือ สูบฉีดหัวใจให้พุ่งแรงขึ้น จนกระทั่งหัวใจถูกกระตุ้น ให้ฟื้นขึ้นมาได้ เป็นต้น ถ้าจะให้ลึกซึ้งจริงๆแล้ว มันตอบยากยังเป็นอจินไตย คนที่ตายแล้วฟื้น อย่างพระโมคคัลลานะ มีฤทธิ์มาก ทำพลังงานของจิตวิญญาณตายแล้ว ก็ยังไม่ยอมตาย สามารถชุบให้ตัวเองฟื้นขึ้นมาได้ สุดท้ายด้วยวิบาก ที่ท่านรู้ว่า เป็นวิบากหนัก อนันตริยกรรม ท่านก็เลยรู้ว่า ไม่ตายไม่ได้ ต้องใช้หนี้ไปชาติหนึ่งก่อน สุดท้ายก็ต้องยอมตาย ก็ไม่ฟื้น หากจะฟื้นก็ฟื้นได้ แต่สุดท้ายท่านก็ไม่ฟื้น ท่านก็ยอมตาย เป็นเรื่องอจินไตย เราศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว จะไม่กลัวความตายทางร่างกาย แต่จะทำความตายให้แก่จิตวิญญาณ ตายชนิดที่ตายแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาเลย เพราะแยกธาตุ เป็นปรินิพพาน เป็นปริโยสาน สูงสุด อรหันต์ทุกองค์ เริ่มทำเป็นทำได้แล้ว เรียกว่า เป็นปรินิพพาน เป็นปริโยสาน แยกธาตุเหมือนแก๊สที่จับตัวเป็นธาตุน้ำ คือไฮโดรเจน กับออกซิเจน มาแยกธาตุไฮโดรเจน กับออกซิเจน ออกจากกัน ให้เป็นแก๊ส แตกตัวแล้วมันรวมตัวกันใหม่ไม่ได้ มันจะมาเป็นน้ำอันเดิมไม่ได้ จนกว่ามีเหตุปัจจัยตามธรรมชาติ จึงจะรวมตัวเป็นน้ำ ส่วนน้ำอณูนั้น เมื่อถูกแยกธาตุเป็นแก๊สแล้ว มันรวมกันเป็นแบบเดิมไม่ได้ เพราะว่าอุตุนิยามไม่สามารถทำตัวเองได้ แม้แต่มนุษย์ ที่ไม่ถึงขั้นอมตะบุคคล ที่สามารถทำเกิด ทำตายเองได้ ก็ไม่มีสิทธิ์ สูงสุดที่ทำจิตตัวเองให้เกิดแล้วตาย ตายแล้วฟื้น หรือตายแล้วไม่ฟื้น ก็ต้องขั้นอรหันต์ขึ้นไป

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจ 5 ชนิด _คำว่าสาธารณโภคีหมายความว่าอย่างไร หนูอยากให้แม่เข้าวัดจะทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า... สาธารณะ แปลว่าของส่วนกลางส่วนรวม ทุกคนมีสิทธิ์ โภคี แปลว่าใช้สอย หรือบริโภค ของที่เป็นสาธารณะ หมายความว่าสมาชิก หรือใครๆ ก็บริโภคได้ เรียกว่าความเป็น สาธารณโภคี เหมือนอย่างชาวอโศก มีสาธารณโภคี งานนี้อาตมาจะอธิบาย เศรษฐกิจ 5 ชนิด เศรษฐกิจชนิดที่ 5 คือเศรษฐกิจประชาธิปไตย ที่ถึงขั้นสาธารณโภคีสูงที่สุด ชนิดที่ 1 คือเผด็จการ 100% ชนิดที่ 2 เศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์ ชนิดที่ 3 เศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เขาพยายามแจกแบ่ง มีคณะบริหาร ที่ช่วยกันทำ แต่ก็ได้ระดับหนึ่ง เพราะไม่เป็นอิสระเสรีภาพ มันถูกบังคับ เป็นเศรษฐกิจที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่อง อิสระเสรีภาพสมบูรณ์ ยังไม่มีความรู้ในเรื่องอัตตา สองตัวนี้ คืออิสระ และอัตตา จึงทำให้เป็นเศรษฐกิจดีที่สุดไม่ได้ ชนิดที่ 4 ประชาธิปไตยโดยทั่วไป ที่จริงมีคุณธรรม แต่คุณธรรมยังเป็นโลกีย์อยู่ แต่เป็นประชาธิปไตยโลกีย์ ที่ไม่ยั่งยืน เป็นสมบัติผลัดกันชม ใครมีเรี่ยวแรง มีความฉลาดมากก็ได้ แล้วก็ถูกแก้แค้น หรือหมุนเวียนกลับไป มีหนี้บาป หนี้อกุศล หมุนเวียนกันใช้หนี้ เท่านั้นแหละ อยู่ในวัฏสงสาร จนกว่าจะมาเป็นโลกุตระ จึงจะเป็นประชาธิปไตย ที่เข้ากระแสโลกุตระ ตามลำดับ ประชาธิปไตยโลกุตระ รู้จักความเป็นอิสระเสรีภาพ แล้วก็เริ่มปลดปล่อย ให้คนมีอิสระเสรีภาพจริง โดยมีทฤษฎีพระพุทธเจ้า และสามารถปลดปล่อยความเป็นอัตตา รู้ เลิก หมดอัตตาไปเรื่อยๆ ความเป็นอิสระก็สมบูรณ์ขึ้น ความเป็นอัตตาก็หมดไป ถึงเป็นคนที่มีสมรรถนะ ความรู้ ความสามารถ ทำงานรับใช้ประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยจริงขึ้นๆๆ เป็นความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น จนถึงสูงสุด เป็นประชาธิปไตยที่ 5 ชนิดที่ 5 เศรษฐกิจระดับที่ 5 คือ สาธารณโภคี มีเงื่อนไขคือ 1. มีกษัตริย์ 2. มีประชาชน 3. มีจิตวิญญาณ รู้เรื่องจิตวิญญาณ รู้เรื่องความฉลาดโลกียะโลกุตระ แล้วดูรายละเอียดของจิตวิญญาณ มีความรู้ในปรมัตสัจจะ นี่คือได้เป็นประชาธิปไตยสุดยอด

_ถามว่าอยากให้แม่เข้าวัดจะทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า... ตอบก็ต้องปฏิบัติที่ตัวเอง ให้ได้แข็งแรงอย่างดี ไม่ต้องไปบังคับท่าน ไม่ต้องไปใช้วิธีใดๆเลย วิธีปฏิบัติตนเองให้เป็นผู้ที่เข้าวัดได้ เป็นผู้ที่มีโลกุตรธรรม อย่างสูงขึ้นๆ จนกระทั่งเป็นอรหันต์เลย เป็นอรหันต์แล้ว พ่อแม่ก็จะจำนน ถ้าไม่จำนน ก็เป็นวิบาก เราก็รู้ว่าพ่อแม่มีวิบาก มาไม่ได้

_ถ้าเพื่อนเอา ความลับของคนเพื่อน ไปบอกคนอื่น เราควรคบต่อดีไหม หรือควรเล่นต่อไป พ่อครูว่า... ก็บอกกัน อย่าเอาสิ่งไม่ควรเปิดเผย ไปบอกคนอื่น เขาจะทะเลาะกันได้ ผิดมิจฉาวาจา 4 มันเป็นบาป

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน โลกและมนุษย์คนแรกเกิดมาได้อย่างไร _ลูกอยากทราบว่าโลกนี้เกิดมาได้อย่างไรคะ พ่อครูว่า... ไม่รู้ มันมีมาแต่ไหนแต่ไร ไม่สามารถหาต้นตอที่เกิดได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านรู้ได้สูงสุดแล้ว ท่านก็ตรัสตรงๆว่า ท่านไม่รู้ที่ต้น ท่านไม่รู้ที่เกิดต้น พระพุทธเจ้าก็สารภาพว่าอันนี้ไม่รู้ พระสมณโคดมท่านบอกว่า ไม่รู้ที่ต้น แล้วโพธิรักษ์มารู้ได้ไง มันจะเกินไปแล้ว ไม่รู้ก็ตอบว่าไม่รู้ แม้เราไม่รู้ที่ต้น เราก็ทำในที่ๆควรทำ จะรู้ไปทำไม มันไม่จำเป็น 1. ทำตัวเราให้หมดทุกข์ 2. ทำตัวเราให้เป็นประโยชน์ โดยที่ไม่มีโทษด้วย เราทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ ก็ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นอย่าง “รู้คุณ-รู้โทษ รู้ชั่ว-รู้ดี” สรุปว่าพระพุทธเจ้าท่านให้ รู้คุณรู้โทษ รู้ดีรู้ชั่ว รู้ความจริงตามความเป็นจริง ทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษ เราจะสร้างประโยชน์ให้แก่โลก ไปอีกนานเท่าไหร่ ก็เชิญ ยังไม่อยากปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็ทำต่อ จะทำไปอีกนานเท่าไหร่ก็เชิญ โลกและมนุษยชาติ และสัตว์โลก ไม่เสียประโยชน์ มีแต่ได้ประโยชน์ มีแต่คนเป็นคนที่เสียสละ ก็เชิญเลย ไม่มีใครว่า แล้วสักวันหนึ่ง คุณก็จะรู้ว่าพอเสียที จบเสียที ถึงขั้นที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ก็เลิกแล้ว ปรินิพพานไปแล้ว ก็เลิกแล้ว เป็นพระพุทธเจ้าสมัยเดียว ก็จะรู้เอง _แล้วมนุษย์เกิดจากอะไรคะหมายถึงมนุษย์คนโลกบนแรก พ่อครูว่า... มนุษย์ คือคนนี่ เกิดมาจากเหตุปัจจัย 3 อย่าง 1.คือไข่ 2.เชื้อจากเพศผู้ 3.วิญญาณ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เกิดเป็นมนุษย์ไม่ได้ เช่น พืช มันขาดวิญญาณ แต่มันมีพลังงานของมันในระดับหนึ่ง เรียกว่า สัญญา กับสังขาร

_หลวงปู่แต่งเพลงมากี่เพลงแล้วคะ พ่อครูว่า... ร้อยกว่าเพลง แต่เพลงสุดท้ายคือ เพลงสมรรถภาพ แต่งร้อยกว่าเพลง ก็ไม่ได้มากมายอะไร

_ในสมัยพระพุทธเจ้า มีฤทธิ์เดชจริงไหม พ่อครูว่า... จริง ปาฏิหาริย์ในศาสนาพุทธมี 3 อย่าง 1. อิทธิปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์ทางใจ ไปซ้ำกับพวก คันธารี) 2. อาเทสนาปาฏิหาริย์ (หยั่งรู้จิตคนอื่น ไปซ้ำกับ มณิกา) 3. อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (สอนวิชชา 8 เป็น ปัญญาสัมปทา) เหมือนพลังงานทางวัตถุ ทำให้สลาย ทำให้รวมกันได้ พลังงานวัตถุก็ทำได้ พลังงานจิตวิญญาณ เมื่อฝึกให้ดีถึงขั้น ก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่มันยากมากๆ ทำวัตถุง่ายกว่า อย่าไปทำแข่งกับทางวัตถุเลย เอาวัตถุมาใช้ แต่ว่าจิตใจ มันไม่เที่ยง ทำได้แล้ว มันยากจะรวมพลังงานให้มาทำอะไรบางอย่าง หากรวมแล้วไม่ได้ มันก็ต้องรวบรวมพลังงานใหม่อีก หากไปหลงอิทธิปาฏิหาริย์ ก็โง่ และไม่หมดกิเลสด้วย มีแต่ล่อกิเลสเพิ่มขึ้น นี่เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เสพสิ่งเสพติด กับกินเนื้อสัตว์อันไหนบาปกว่า _การเสพสิ่งเสพติดกับการกินเนื้อสัตว์อย่างไหนบาปกว่ากัน พ่อครูว่า... จริงๆแล้ว เนื้อสัตว์ก็เป็นสิ่งเสพติด สิ่งเสพติดนี้คือ สิ่งที่แย่กว่าเนื้อสัตว์ ถ้าชัดเจน สิ่งเสพติดไม่ใช่เนื้อสัตว์ คือของ ระหว่างสัตว์กับของ สัตว์เป็นศีลข้อที่ 1 เป็นจิตวิญญาณ หากเป็นวัตถุก็เป็นข้อที่ 2 รองมาจากสัตว์ สัตว์มันเป็นชีวิต หากอธิบายตามหลักเกณฑ์พระพุทธเจ้าแล้ว การเสพติดเนื้อสัตว์นี้บาปกว่า เสพข้าวของ เสพติดเนื้อสัตว์มันมีวิบาก แต่เสพติดข้าวของ มันไม่มีจิตวิญญาณ แม้แต่พืชมันก็ไม่มีจิตวิญญาณ มันมีแค่สัญญากับสังขาร เพราะฉะนั้นมันไม่จองเวรเรา หากไปเสพติดเนื้อสัตว์นี้ จองเวรอีกนานเท่านาน เมื่อไหร่มันจะเลิก ก็ไม่รู้ ส่วนพืชหรือวัตถุ เสพติด มันก็ไม่จองเวร มันก็เลิกง่าย หลุดพ้นง่าย แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเสพติดนี้ อย่าไปต่อเชื้ออะไรเลย แม้แต่เนื้อสัตว์ มันก็เป็นสิ่งเสพติดได้ ไปติดอะไรที่เกี่ยวกับสัตว์ เป็นวิบากกับสัตว์ พืชพันธุ์ ธัญญาหาร วัตถุ มันไม่มีคู่วิบาก ถ้าหากเป็นจิตวิญญาณ 2 หน่วยพัวพันกัน เราหยุดแล้ว แต่สัตว์มันไม่หยุด มันก็จองเวรไปอีกนานเท่าไหร่ ก็ไม่รู้ นี่คือสัจจะที่ลึกซึ้ง สรุปแล้ว หยุดกินเนื้อสัตว์นี่แหละ ดีกว่า มันถึงมีลำดับที่ต้องศึกษา อบายมุขของเป็นสิ่งเสพติด มันทรมานทรกรรม วุ่นวาย ก็เลิกก่อน สัตว์ก็ต้องเลิก ในสัตว์ ในของ เป็นศีล 5 ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์กับคน ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของ ก็ไม่ควรติดทั้งคู่ สรุปได้อย่างนั้น อะไรที่เราติดอะไรมากกว่ากัน ก็เลิกอันนั้นก่อน เลิกเสพติดของ ก็ต้องเลิก เลิกเสพติดสัตว์ ก็ต้องเลิก ส่วนรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้น เป็นกามคุณ 5 มันเป็นต้นตอที่จะทำให้ต้องไปเสพ ก็ค่อยเลิก

_ต่อมาลูกอยากถามหลวงปู่ว่า มีวิธีอะไรบ้างที่จะปล่อยวาง จากสิ่งต่างๆ ทำให้จิตใจไม่เป็นทุกข์ มีแต่ความเบิกบานแจ่มใส พ่อครูว่า... สอนอยู่ตลอดเวลา ให้ติดตามให้ดี มันจะวางของที่ชัดเจนว่า เป็นโทษภัยนี้ ออกก่อนได้ มันไม่เป็นของดี มันเป็นอบายมุข แล้วก็มาเลิกกามคุณต่อ

_ทำไมคนเราถึงต้องตายคะ ลูกไม่เข้าใจค่ะ พ่อครูว่า... ที่เราต้องตาย เพราะเรายังต้องเกิด ถ้าหากไม่เกิด มันก็ไม่มีการตาย ศึกษาให้ดี การเกิดกับตาย เป็นของคู่กัน ทำความไม่เกิดได้ มันก็ไม่ตาย เลิกเกิดได้ ก็ไม่ตาย

_พรุ่งนี้หลวงปู่บิณฑบาตหน่อยนะคะ หนูอยากใส่บาตรหลวงปู่ค่ะ หนูอยากให้หลวงปู่อยู่กับลูกหลานนานๆ พ่อครูว่า... ก็คงจะบิณฑบาตนะ

_ของผมหายไป เกี่ยวกับวิบากไหมครับ พ่อครูว่า... อย่าไปโทษวิบากเลย เราดูแลไม่ดีเอง เราปล่อยปละละเลย ทิ้งขว้าง มันก็ต้องหาย อย่าไปโทษวิบาก ไม่ได้ ต้องฝึกตั้งแต่เดี๋ยวนี้ วิบากมันก็มีได้เหมือนกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องตื้น อย่าไปโทษที่วิบากเลย หัดฝึกฝนแค่ข้าวของนี้

_ทำอย่างไรจะบรรลุธรรมได้ค่ะ พ่อครูว่า... ติดตามอย่ากระพริบตา มีเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อธิบายเริ่มตั้งแต่ศีล แล้วสะสมเป็นปัญญา เพิ่มอธิจิต เจริญไปตามลำดับ เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ วางความติดยึดในสัตว์ ในของ ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จะมีลำดับเป็นขั้นตอน

_หลวงปู่คะ คนว่าตัวเองเป็นสัตว์ประเสริฐ หนูว่าไม่จริงเลยค่ะ หลวงปู่ว่าจริงไหมคะ หนูว่าคนเป็นส่วนเกินของโลกค่ะ ไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ พ่อครูว่า... ดีเข้าใจ ดีแล้ว เพราะฉะนั้นคนไหนที่เป็นคนส่วนเกินของโลก เราก็ต้องวิจัยลงไปว่า ทำไมเขาเป็นส่วนเกิน ทำไมเขาไม่เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อโลก 1. เป็นส่วนเกิน ที่เป็นคนทำลาย อย่างนี้เป็นส่วนเกินแน่ แต่ถ้าคนที่เขาไม่ได้เป็นคนที่ ผลาญพร่า ทำลาย แต่เป็นคนสร้างสรร ทำสิ่งที่ดีให้แก่โลก ไม่เป็นพิษภัย ไม่มอมเมา รับใช้คนอื่น อย่างนี้เขาเป็นคนประเสริฐจริงๆ ก็ต้องศึกษาคนประเสริฐ กับคนส่วนเกินให้ดีๆ

_ทำอย่างไรถึงจะเลิกรักคนได้ค่ะ (รักแบบศีลข้อ3) พ่อครูว่า... ให้ติดตาม อยู่ที่นี่แหละ ที่นี่สอนความรักมิติที่สูงขึ้น ติดตามให้ดี ที่อื่นเขามีบ้าง ที่สอนกัน แต่ที่นี่เราสอนตามพระพุทธเจ้าท่านบอก

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน เพื่อนมีความสำคัญแค่ไหน _หนูอยากรู้ว่าคำว่าเพื่อนนั้น มีความหมายอย่างไร แล้วเพื่อนแก้ปัญหาให้เรามากเท่าไหนล่ะ แล้วสำคัญมากน้อยเท่าไหร่ พ่อครูว่า... เพื่อน เป็นมิตร ที่จะช่วยแก้ให้เราบ้าง แต่มันไม่เท่ากับเราแก้เอง พึ่งตัวเอง แก้ไขให้ตัวเองให้ได้ จะดีที่สุด อัตตาหิ อัตโน นาโถ ต้องพึ่งตัวเอง ควรแก้ปัญหาให้ตัวเอง ปัญหานั้น ถ้าจะพูดง่ายๆ ปัญหาแก้ได้ด้วย ปัญญา นี่พูดอย่างง่าย สร้างความรู้ ความรู้ในระดับปัญญา ไม่ใช่ความรู้แค่ เฉโก มีบาลีสองคำ คำว่าเฉโก คือ ความฉลาดแบบโลกียะ หากความฉลาดที่เข้ากระแสโลกุตระ จึงเริ่มเรียกว่าปัญญา โดยมีอัญญธาตุ เป็นธาตุที่ต่างจากโลกีย์ตัวแรก เป็นธาตุจิตวิญญาณ ที่เริ่มเปลี่ยนจากตระกูล DNA ของโลกียะ มาเป็นโลกุตระ พระพุทธเจ้ากล่าวถึง อัญญธาตุ กับ คนแรกของศาสนาพุทธที่รู้ คืออัญญาโกณฑัญญะ เมื่อฟังธรรมพระพุทธเจ้า และเกิด อัญญธาตุ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า อัญญาสิ วะตะโภ โกณฑัญโญ โกณฑัญญะเริ่มเกิด อัญญธาตุแล้ว อัญญะแปลว่าอื่น เป็น ธาตุรู้แบบโลกุตระ เริ่มต้นเลย เริ่มต้นเป็นโลกุตรธรรม โลกุตรจิต โลกุตรมนุษย์เลย ช้าเร็วก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง บางคนช้าอย่างเช่น นางวิสาขา ทุกวันนี้ไม่รู้จะไปอยู่วิมานไหน ยังไม่เกิด มันมีได้อย่างนี้นะ ศึกษาให้ดี แล้วเราจะรู้ มีตัวอย่างพระพุทธเจ้าท่านมีให้ _ถ้าเราไม่ชอบเพื่อน ให้ทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า... ก็อ่านจิตใจเรา เอ๊..เราไม่ชอบนี้ มันสบายใจไหม หากไม่สบาย อย่าให้มีอาการนี้ในใจ เปลี่ยนให้เป็นสบาย เราก็เปลี่ยน หากเราไม่ชอบ เราก็ไปชอบเสีย มันก็เป็นขั้วที่ดีขึ้นก็ได้ แต่จะให้ดีก็คือ เราไม่ชอบ เราก็วางใจ เราก็ปล่อยทำให้เป็นใจกลางๆ เขาก็เป็นเพื่อน ก็เป็นของเขา อะไรที่เราไม่รู้สึกสบอารมณ์ ไม่ตรงสเป๊ค ไม่ถูกกับ specifications การที่เราจะไม่ชอบ ก็ชอบเสีย หาจุดดีของเขา อย่างนี้ก็น่าชอบ เขามีจุดดี ที่เราอาจจะไม่มีด้วย เราก็จะได้เอาตามเขา แบ่งจากเขาได้ มองอย่างนี้

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเนื้อสัตว์ กับเถียงพ่อแม่ อันไหนบาปกว่า _การกินเนื้อสัตว์กับเถียงพ่อแม่แบบไหนบาปกว่ากันคะ พ่อครูว่า... เถียงพ่อแม่บาปกว่า พ่อแม่อย่างไรๆ ก็คือพ่อแม่เรา เป็นวิบากมาจริงๆ คลอดเราออกมา อยู่ในท้องแม่ตั้ง 9 เดือน 10 เดือน เพราะฉะนั้นพ่อแม่ เราเลือกไม่ได้หรอก มันเป็นวิบากมา อย่างไรท่านก็เป็นพ่อ เป็นแม่ เราจะไปสอนก็ยาก ผู้ที่จะสอนพ่อแม่ได้ ต้องมีศรัทธา แม้ลูกดี เจริญเป็นพระอาริยะ เป็นอรหันต์ ก็ยังสอนพ่อแม่ไม่ได้ หากพ่อแม่ไม่มีศรัทธา เพราะแม่ถือตัวถือดี ก็ต้องให้คนอื่นสอน บางทีอย่าว่าแต่พ่อแม่เลย อย่างลูกก็สอนไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังไม่สอนพระราหุลเลย ให้พระสารีบุตรไปสอน

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พระอรหันต์มีความฝันไหม _ลูกอยากทราบว่า พระอรหันต์มีความฝันหรือเปล่าคะ หรือมีสติ แม้กระทั่งตอนนอน พ่อครูว่า... จริงมีสติตอนนอน แม้แต่ตอนฝัน แต่ฝันของพระอรหันต์ ไม่เรียก ฝัน แต่เป็น นิมิต ก็ค่อยศึกษาดู ความฝันของอรหันต์เป็นอย่างไร คนอธิบายไม่ถูกบอกว่า ความฝันของอรหันต์ไม่มี อรหันต์จะได้พบฝันหรือนิมิต ก็ต้องเข้าใจว่า ฝันหรือนิมิต คืออะไร พระอรหันต์ก็มีนิมิต ในสายปัญญา นิมิตจะมีง่าย สายเจโตไม่ค่อยมีนิมิต ความฝันส่วนมาก เป็นเรื่องไม่ดี เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ของพระอรหันต์ขึ้นไปแล้ว นิมิตต่างๆ เป็นธรรมะ อย่างหลวงปู่ เป็นสายปัญญา นอนก็มีแต่นิมิต เป็นธรรมะ ไม่ใช่เรื่องโลกีย์ เรื่องไปแย่งลาภยศ กามคุณไม่มีแล้ว นิมิตมันก็ไม่เกิด เกิดแต่นิมิตธรรมะ อันนี้เรารู้สึกว่า ไม่ค่อยเรียบร้อย ยังไม่ละเอียดเพียงพอ ก็ไปวิจัยต่อในตอนนอนหลับ บางทีนอนหลับตื่นไปถึงตี 2 ตี 3 ตื่นแล้ว พอแล้ว มันก็จะมีนิมิตขึ้นมาปรุง สายเจโตเอาแต่นั่งหลับตา สะกดจิต ดับเก่ง ก็จะไม่มีฝันเท่าไหร่ ไม่มีนิมิต แต่สายปัญญานี้มี อย่างพระพุทธเจ้านอนหลับแค่ 4 ชั่วโมง จากนั้นท่านก็ไปทำงาน ส่วนของแต่ละอรหันต์ สายปัญญา ก็อย่างหนึ่ง สายเจโต ก็ดับเก่ง สายเจโตที่ไม่มีปัญญา ก็อาจบอกว่า อรหันต์หลับไปไม่มีฝันหรอก มันก็เป็นแบบสายเจโตของท่าน สายปัญญาจะรู้จักเจโต แต่เจโตไม่ค่อยรู้จักปัญญา สายเจโตจะบอกว่า ตอนหลับไม่มีฝัน หรือนิมิต แต่สายปัญญาจะมี

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ที่มาของอักษรไทย _ก็แค่ความรู้สึกสงสัย ภาษาที่เขียนแบบนี้ เขาคิดค้นมาได้อย่างไร ทำอย่างไรถึงรู้ว่ามันเขียนแบบนี้ พ่อครูว่า... หลวงปู่ชำนาญเรื่องนี้ พอมีความรู้รากภาษาบาลี เอามาให้พวกเรารู้ บางคนก็ชอบมาก บางคนก็ไม่เอา ก็ตอบคร่าวๆ ภาษาเป็นเครื่องหมาย แล้วก็มีหลายภาษามาก เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสนภาษา บางภาษาก็หายไปแล้ว ก็มี ในวัฏสงสาร คนสร้างมาเยอะ สร้างติดตลาดก็อยู่ยืนยาวมา อย่างภาษาบาลีมันเก่ามาก เขาถือว่าเป็นภาษาที่ตายแล้ว วิวัฒนาการต่อไปไม่ได้ ศึกษาบาลี ก็จะรู้สิ่งลึกซึ้งมาก ภาษาเป็นตัวแทนความรู้ของพระพุทธเจ้า ท่านพยายามตรัสไว้หมด เท่าที่ท่านจะตรัสไว้ เราก็ใช้ภาษาเหล่านั้นศึกษา ตัวสะกด พยัญชนะ ภาษา หรือ ภาสา เขาคิดค้นมาจากไหน ก็จากผู้ต้น ก็ไม่รู้อีก ไม่รู้ว่าใครคิดบาลี แต่หลวงปู่รู้ว่า คนไทยเอาตัวอักษรบาลี มาเป็นอักษรไทย ประกอบกับของตนเอง เป็นรากเหง้า มาเป็นภาษาไทยแล้วจากบาลี 33 อักษร แล้วก็มาเติมเป็น 44 อักษร คนเติมก็อาตมารู้จักดี บางอย่าง ค.ควาย ฅ.คน หรือ ฃ.ขวด เขาก็ไม่ใช้กัน เพราะมันไม่มีอะไรยาก หรือพิสดารอะไรมาก ทุกวันนี้ก็มีคนดัดจริตใช้ ฅ.คน อย่าไปใช้ค.ควาย นอกนั้นก็ไม่ได้ใช้กับคำอื่นอีก

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน สมองเป็นอุปกรณ์ที่ให้จิตวิญญาณใช้งาน _การที่เราไม่มีหัวใจ จะรับรู้ถึงตัวตนเราไหมคะ พ่อครูว่า... หัวใจ เป็นเครื่องสูบฉีดเลือด สมอง เป็นอุปกรณ์ ที่ให้จิตวิญญาณ ใช้งาน 2 อย่างนี้สำคัญ หัวใจทำงานเรื่องเลือด ไม่ได้ทำงานเรื่องคิดถึงรู้ แต่มันสลับภาษา คนไทยสลับภาษาหัวใจ ใจก็คือจิต จิตมันใช้สมองเป็นอุปกรณ์ ส่วนหัว กับใจ หัวนั้นอยู่ที่สมอง แต่ใจอยู่ตรงหน้าอก ใจมาเรียกหัวใจ คือตัวต้นของชีวิตสูบฉีดเลือด หากเลือดสูบฉีดไม่พอก็ตาย หัวใจเป็นรองสมอง สมองมีประสาท มีนัยยะของวิญญาณ เจตสิกเยอะ ประสาทในสมองตายไป บางเส้นก็หยุดการรู้บางอย่าง ส่วนหัวใจสูบฉีด หากชำรุด ก็เสียได้ อันนี้แพทย์เรียนรู้ได้ สรีระสมองแพทย์เรียน แต่วิญญาณนั้น ต้องใช้ความรู้ของพระพุทธเจ้า ความรู้ของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ไปสอนเรื่องหัวใจสูบฉีดโลหิต ท่านเอาภาระเรื่องของวิญญาณ เรื่องจิตที่ใช้สมองเป็นอุปกรณ์ ท่านก็รับผิดชอบอันนั้น มันสำคัญทั้งคู่ บกพร่องได้ทั้งคู่ ขาดได้สัดส่วน ไม่ได้สัดส่วน ก็ตายทั้งคู่

_ของการเสียใจมากที่สุดในชีวิตคือตอนไหนคะ พ่อครูว่า... ก็ตอนที่เรายึดมั่นถือมั่น ยึดมากเสียใจมาก ยึดน้อยเสียใจน้อย เราใช้เพียงอาศัย อย่ายึดมั่นถือมั่น ยึดมั่นถือมั่นมาก ตายไม่ลงอีก ต้องยึดพออาศัย มี กรรม กับ กาละ หากเราตัดกรรมจากกาละ ท่านเรียกว่าผู้สามารถทำกาละได้ขาด คน ทำกาละได้ขาด คือทำกรรมให้รู้จักพอจักหยุด คนทำกรรมจบได้ ก็เท่ากับทำกาละ ให้อัตตาเราจบ กาละคือการวนเวียนในเอกภพ มีอยู่นิรันดร คนที่ปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว ก็จะหายไป ไม่อยู่ในกาละอีกแล้ว จึงเรียกว่าเป็นผู้ทำกาละสำเร็จ จะไม่มีในกาละอีก กาละจะมีอยู่อีกนิรันดร อัตภาพของผู้นี้ก็ไม่มีอยู่ในกาละอีก จึงเรียกว่า ทำกาละ

_ลูกเคยได้ยินมาว่าผู้ชาย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน