610601_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบคำถามให้รู้แจ้งว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์357 KB
วันที่แก้ไข1 สิงหาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

610601_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบคำถามให้รู้แจ้งว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1bG13zhFlyVR3H69vCHVGpBoYgrbvIz5lqj4Me9gY27w

สมณะเดินดินว่า… วันนี้ เป็นวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีนักเรียนสัมมาสิกขาฯ ชั้น ม. 5 มาเข้าค่ายเตรียมงานอโศกรำลึกด้วย พ่อครูกลับมาจากภูฟ้าผาธรรม จ.เชียงใหม่ ที่นั่นก็เลยมีทั้งพุทธสถาน และธรรมสถาน พ่อครูดำริให้เป็นรีสอร์ทธรรมะ ให้สามารถไปพักผ่อนได้ด้วย งานนี้พ่อครูได้สอนเจโตสมถะด้วย ที่พระวิหารรอยฟ้า พ่อครูเปรยว่า ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะได้ออกไปเช่นนี้แล้ว

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน GDP ที่ไม่เป็นหนี้ใครเลย พ่อครูว่า... ก่อนอื่นขอโฆษณาสินค้าก่อน ผลิตภัณฑ์วันนี้เป็นหนังสือใหม่ สดซิงๆ อาตมาถือมานี้ เพิ่งขนมาเมื่อกี้ แล้วเอามาโชว์ พวกเราก็ที่ตาไวหูไว ก็รับไปแล้ว ก็ไปหยิบเอา “คนจนที่มีแบบ” อันนี้เล่ม 1 แจกในงานอโศกรำลึกนี้ ส่วนเล่มที่ 2 นั้น อยากจะให้รวมทั้งเล่ม 1 เล่ม 2 ด้วยกัน หากมีทุนรอนในการพิมพ์ เราทำแบบ GDP ของเราเอง คือมีรายได้ส่วนเราเอง ไม่ได้ขูดรีดจากภายนอก หรือเอารายได้จากภายนอก เช่น การบริจาคจากคนที่ไม่ได้มาคบคุ้น ตามกติกาของเรา เราก็ไม่รับบริจาค ที่พูดนี้ไม่ได้รังเกียจนะ การเอาเลือดเนื้อคนอื่น มาแปะเนื้อหนูของตัวเอง แล้วเรียกว่า GDP ตัว D domestic คือภายใน แต่โลกเขาโกหก เอาของคนอื่นเขามา เอาเนื้อเอาเลือดคนอื่นมา ที่จริง GDP ต้องเอาเลือดเนื้อ รายได้ของเราเองไปคิดสิ แต่แม้เราจะขายให้คนอื่น ก็ขายขาดทุน แม้เท่าทุน ไม่ได้เอาจากคนอื่นเลย ขายให้ต่ำกว่าทุน นี่เป็นหลักเกณฑ์สำคัญ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ขาดทุนให้ได้ต่ำกว่าทุนให

อ่านต่อ

้ได้อีก นี่คือของเราแท้ๆ ปลอดภัย ไม่เป็นหนี้ทางธรรม ไม่เป็นหนี้ทางวิบาก ไม่เป็นหนี้ทางใดๆเลย ทางโลกก็แน่นอน ยิ่งแม้นามธรรม ก็ไม่เป็นหนี้วิบาก ของเราปลอดภัยขนาดนี้ เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก อาตมาพยายามให้พวกเราทำ เศรษฐกิจชนิดนี้ GDP ที่อธิบายคร่าวๆนี้ ทุกวันนี้อโศกทำได้แล้ว ก็ทำให้แข็งขันกว่านี้ ให้อุดมสมบูรณ์กว่านี้ ให้มีประสิทธิภาพจนคนตาบอดเห็นได้ สามารถสัมผัสแล้วมีอย่างนี้ด้วยหรือ GDP ที่แท้จริงเป็นอย่างนี้หรือ อย่างโลกที่เขาทำเป็น GDP ที่โกหกหลอกลวงหรือ GDP ที่เอาของคนอื่นมาแล้วโม้ว่า เป็นรายได้มวลรวมของข้า อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ จะได้ชัดเจน ยืนยันอย่างจริงใจ มีความเป็นจริง อาตมาก็พยายามพากเพียร สร้างสัจจะบทนี้กันอยู่ ก็เกริ่นขึ้นมาเรื่องเศรษฐกิจ

วันนี้เตรียมอานาปานสติสูตร แต่ขอตอบปัญหาจากเด็กนักเรียน ค่ายคนจนสุขสำราญ

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน วิธีลดความโกรธและการถือสา _หนูอยากถามว่าเราจะลดความโกรธได้อย่างไรคะ เมื่อเราเราโมโห เอาแต่ใจตัวเองค่ะ พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าสอนว่า เอาแต่ใจตัวเอง มันบำเรออัตตา เรามีอัตตาใหญ่ อัตตาโต ดีไหม ก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าไปบำเรอ ให้อาหารมัน มันต้องการอย่างไร ก็ให้อาหารมัน มันก็โตขึ้นๆ เอาแต่ใจ มันไปอยากได้อะไร ชอบใจอะไรก็ให้มัน มันอยากได้อารมณ์โกรธ ก็ให้โกรธมัน มันอยากได้โมโห ก็โมโหให้ มันก็อัตตาโตขึ้น เราก็ไปทำอย่างไม่ดี อัตตาก็โตขึ้น มันไม่ดี เพราะฉะนั้นเราก็พยายาม 1.บังคับมันเลย ไม่เอา อย่าไปตามใจมันสิ 2.โกรธนี้ ร้อนนะ แล้วเราชอบร้อนหรือ ไม่ชอบเย็นหรือ 3.โกรธนี้สร้างสรร หรือทำลาย ก็ทำลาย หาเหตุผลให้มัน ที่มันไม่ดี อารมณ์โกรธมันไม่ดี รุนแรงทำร้ายก็ได้ อะไรต่างๆนานาสารพัด ที่จะเกิดจากความโกรธ ให้เกิดความบรรลัยจักรเลย ก็ยิ่งแย่ใหญ่ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหยุดมัน สรุปง่ายๆว่า ความโกรธไม่ดี ไม่ต้องพิจารณาอะไรอีก ก็ยังได้เลย มันเกิดมาเมื่อไหร่ก็ 1. กดข่มด้วยเรี่ยวแรง อย่าให้มันเกิด 2. รู้ให้ได้ว่ามันดีหรือไม่ดี เราจะเอาดีหรือไม่ดี หากจะเอาไม่ดี ก็โกรธเข้าไป โกรธเข้าไป อัตตาโกรธจะได้ใหญ่ เราจะเอาดี เราต้องทำตรงกันข้าม อย่าให้มันเกิด อาการโกรธมันเป็นอย่างไร อ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทศ ดีๆ อาการความโกรธ เป็นอย่างนี้เอง อย่าทำอาการนั้น รู้ตั้งแต่อาการนั้นหยาบ อย่างนี้โกรธแท้ๆชัดๆ ก็เลิก เบาลงมาก็น้อยลงเบาลง กลางๆก็เลิกอีก มันเหลือนิดน้อย ก็ยังเป็นอาการอ่อน ก็ต้องเลิกมันให้ได้อีก อย่างนี้แหละ ให้มันเบาบาง เศษธุลีละออง อย่าให้มันมี เราก็หยุดโกรธได้ เข้าใจชัดเจนไหม ต้องทำ จิตใจเราจะหมดความโกรธ ต้องทำต้องฝึก ต้องพยายาม ต้องอ่านใจเรา ความรู้อย่างนี้ที่หลวงปู่ว่า ต้องพยายามทำให้จริง ปัญญานั้นเป็นตัวสำคัญ หากรู้ด้วยปัญญาว่า เรามีความโง่ พลังงานปัญญาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ไปลดความโกรธ อาการโกรธจะฝ่อลงไปเลย พลังปัญญาเรามีประสิทธิภาพ มีความสูง แรง เรียกว่าทำฌาน หรือพลังไฟฌาน พลังงานในระดับที่ลดไฟแห่งความโกรธ ไฟราคะโทสะโมหะ มันลดได้จริงๆ มันเป็นพลังงานทางจิต เราเป็นผู้สร้างพลังงาน เราต้องทำเอง เราต้องสร้างพลังงานนี้ให้แก่ตัวเอง สร้างจิตของเราสร้างพลังงานจิต ใครสร้างให้เราไม่ได้ พระเจ้าก็สร้างให้เราไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็สร้างให้เราไม่ได้หรอก ก็ต้องสร้างเอง อย่างไรก็คนอื่นสร้างให้ไม่ได้ พระเจ้าก็สร้างให้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็สร้างให้ไม่ได้ หลวงปู่จะสร้างให้ได้ไหม อย่าไปฝันว่าจะสร้างให้ได้ ไม่มีหวัง ต้องทำเองต้องฝึกเอง สร้างเอง จนสร้างเป็น แล้วก็สร้างให้ชำนาญ สร้างเก่ง ทำได้เร็ว ทำได้เด็ดขาด ทำได้ทันที เรียกว่า มุทุ เร็วได้จริง ปัญญารู้เร็ว ตัวจิตก็ทำได้ อย่าให้มีอาการโกรธได้อย่างเร็ว จนเป็นอัตโนมัติ มันไม่มีอาการโกรธเกิดเลย กระทบกระแทกด้วยเหตุที่มันเคยโกรธ เหตุมันก็แรงขึ้น สูงขึ้น เหตุมันกระทบยิ่งแรง ยิ่งสูง เท่าไหร่มันก็ไม่เกิดความโกรธ นั่นจึงชนะ ชนะๆ เพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆ ฟังเข้าใจไหม เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องทำ อย่าไปนึกว่า เราไม่เก่ง ทำไม่ได้ เราไม่เก่ง เราก็ต้องยิ่งพากเพียร เราไม่มีพื้นมาเลย เรายิ่งต้องขวนขวายพากเพียรขยันทำไป ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ฝึก จนเป็นคนประเสริฐ คือไม่มีความโกรธ คนยังมีความโกรธ ก็ยังไม่ประเสริฐ _การทำดีทำชั่ว จะปรากฏจริงหรือเปล่าคะ พ่อครูว่า... ก็จริงสิ การทำดี ทำชั่ว ไม่ปรากฏได้อย่างไร หากเราไปทำชั่ว มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เป็นความชั่ว เราเคยทำไหม บางทีเราก็รู้ว่ามันไม่ดี มันก็ยังบังคับไม่ได้ เราก็ยังไปทำไม่ดี ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ดี เราก็ยังทำเลย เห็นไหมว่า มันปรากฏจริงหรือเปล่า ก็จริง ทุกคนเคยมีทั้งนั้น ต้องเรียนรู้ และฝึกเลิก ทำจนกระทั่งหยุด หลวงปู่นี้ฝึกมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็แน่นอน หลวงปู่ไม่ได้โกรธอะไรเลย อาการเศร้าในจิต อาการแค้นเคือง มันไม่เคยเป็น ไม่เคยมี ไม่เคยไปแค้นใคร ไม่เคยเคืองใคร ไม่เคยพยาบาท ถือดี จองเวรใคร คนนี้ทำกับเราไม่ดีมาก่อน เราก็จะไปแก้แค้นอย่างนี้ ไม่เคยมี ในชีวิตหลวงปู่ ตั้งแต่เป็นฆราวาส มาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ตาม ก็ไม่เคย มีแต่พยายาม คนอื่นมาเคืองเรา เราก็มีแต่พยายามจะไปคุยกัน มีเรื่องอะไรที่จะถือสาเรา ว่าเราไม่ดีอย่างไร จึงมาคิดไม่ดี ทำไม่ดี เพื่อนหลายคน เราก็ไม่เคยโกรธใคร ใครจะมาโกรธ มาแกล้งเรา เราก็คิดว่า มาแกล้งว่าทำไม มีอะไรก็พูดกันดีๆได้ หลวงปู่ก็ใช้วิธีไปพูดกันดีๆ จนสุดท้ายเพื่อนที่เคยมีอาการอย่างนี้ ก็หยุดเลย เขาก็ไม่ทำอะไรต่อร้ายแรงอะไร จนมาถึงชอบพอกันด้วย ตอนแรกก็มาโกรธเคือง ถือสา หลวงปู่ก็พยายามประสาน พยายามแก้ไข ให้เขาเข้าใจ จนเขาเลิก _ทำอย่างไรจะไม่ถือสากับเรื่องเล็กๆน้อยๆ กับเรื่องนั้นเรื่องนี้จนมันปวดหัว ต้องมีอิทธิพลอำนาจในชีวิตเรา พ่อครูว่า... รู้ว่า เขาก็ไม่มีอำนาจ อิทธิพลในชีวิตเรา แต่เราก็เอาสิ่งนั้นมาเก็บ มาคิดจนปวดหัว ทำอย่างไรจึงไม่ถือสา เรื่องเล็กๆน้อยๆ แล้วเอามาเก็บไว้อีก เอามาคิดมากอีก แสดงว่าโง่ซ้ำซ้อน โง่ซ้อนซ้ำหลายชั้น นี่รู้ทุกอย่าง แต่ไม่ทำ ถือสาทำไม เรื่องเล็กๆน้อยๆ พอเอามายึดไว้ มันก็ไม่น้อย มาติดยึดที่เรา ก็ไม่น้อยแล้ว เรื่องนั้นเรื่องนี้ เอามาคิดมาก ปวดหัวอีก จะโง่ไปถึงไหน ทำเองทั้งนั้นเลย ก็เขาไม่ได้มีอิทธิพล อำนาจในชีวิตเรา แต่เราเองไปหลงตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไร เป็นอวิชชาความโง่ของตัวเอง ก็รู้ให้ได้ว่าเราโง่ แล้วเอาเก็บไว้ทำไม เอาเก็บไว้ให้ปวดหัว เขาก็ไม่มีอะไร ไม่มีอิทธิพลอำนาจเหนืออะไรเรา ก็เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ สมณะเดินดินว่า... คงเป็นเพราะว่าคิดบ่อยๆ ในเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ พ่อครูว่า... ที่ถามมา ก็รู้ตัวดี มีปฏิภาณ ปัญญา แล้วมันก็ไม่มีอิทธิพลอะไรกับเรามากแล้ว เราก็สะสมความคิดอย่างนั้นบ่อยๆ ก็ต้องปล่อยวาง เลิกสิ่งที่ไม่ดี สรุปแล้ว รู้ให้ได้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่าให้มีในความคิด ในสมองเรา อย่าให้มีในอารมณ์ของเรา

_ทำไมความยุติธรรม ไม่มีในโลก พ่อครูว่า... มีๆๆ อย่าพูดอย่างนั้น อย่ามองโลกในแง่ร้ายเลย ถ้ามีแต่ความไม่ยุติธรรมนี้ โลกรุนแรง ไม่สงบ เมืองไทยตอนนี้ เป็นเมืองที่มีความสงบ เพราะมีความยุติธรรมเยอะ แต่ว่าความยุติธรรมนั้น คนส่วนใหญ่ มันไม่เป็นพิษ เป็นภัย เป็นโทษ เป็นทุกข์อะไร ก็เลยไม่ไปดูว่าเป็นความยุติธรรม ก็มาดูแต่มุมที่เป็น อยุติธรรม มุมไม่ดี แล้วจะเอาเรื่องกับอยุติธรรม ก็ถูกต้องแล้ว ต้องเอาเรื่องกับความไม่ดี ส่วนดีก็มีมาก ดีแล้ว อยุติธรรมตอนนี้กำลังถูกปราบมาก ก็เลยดูว่า เมืองไทยไม่มีความยุติธรรม ตอนนี้ก็เก็บกวาดส่วนฆราวาสได้มาก แล้วก็ไปหลบในฝ่ายที่เป็นนักบวช ที่เขาเคารพนับถือกัน เคารพกราบไหว้กัน ที่ไหนได้กำลังถูกชำระ แน่นอน คนในประเทศไทย มีพลเมือง 70 ล้าน พระมีไม่กี่แสนหรอก แต่ตัวที่เป็นปฏิกิริยาแรงๆ เป็นตัวใหญ่ๆ ที่มีอิทธิพลก็ไม่มาก แต่มันไม่ดี ก็น่าขายหน้าไปทั่วโลก ก็เลยพยายามจัดการ พยายามปราบปราม เพื่อให้เกิดความสะอาดสะอ้าน เพื่อให้มันดีงาม ก็ขออนุโมทนาสาธุ ตอนนี้ ก็เลยมีลูกหลงกระทบชิ่งบ้าง หลวงปู่พุทธะอิสระ ก็เลยโดนบ้าง ก็ทนเอาหน่อยนะ อย่างไรๆคงไม่กระไรหรอก บางทีเขาก็ต้องตีวัวกระทบคราดบ้าง เราก็เป็นผู้หนึ่งที่จะได้ร่วมกัน ได้ชำระเรื่องนี้ อาตมาว่าอีกไม่นานหรอก หลวงปู่ก็ถูกเขาตีหน่อย ก็เขาจะจัดการกับคราด ก็เลยตีวัวหน่อย ตีวัวกระทบคราด คำพังเพยไทย เพราะฉะนั้นจะบอกว่า ทำไมความยุติธรรมไม่มีในโลกนั้น ไม่ใช่หรอก ก็มีในเมืองไทยนี้ เมืองไทยยังมีความซื่อสัตย์สุจริต ตรงกับความจริง ตรงกับความเป็นสัจจะ เมืองไทยจึงเป็นเมืองที่เป็นหลักแกนแบบมีโลกุตระจิต เป็นหลักแกนแห่งสุจริตธรรม เป็นหลักแกนธรรมะขั้นโลกุตระ เมืองไทยกำลังจะมีสิ่งนี้ให้แก่โลกเขา

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ทำอย่างไรจะเลิกฟุ้งซ่านและไม่คิดมาก _หลวงปู่คะ หนูเป็นคนที่ชอบคิดมาก ชอบคิดไปถึงอนาคต ชอบคิดไปก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ทำอย่างไรถึงไม่ให้คิดมากคะ พ่อครูว่า... ปฏิภาณที่ถามมา ก็รู้ว่าไม่ดี ที่คิดเช่นนี้ ก็เอาง่ายๆว่า คิดอย่างนี้ไม่ดี แล้วคิดทำไม เราทำไมโง่นัก บอกตัวเองนะ อย่าไปว่าคนอื่นเขา เราโง่ไปทำเช่นนี้ทำไม สิ่งไม่ดี ไม่ควรให้เกิดในจิต แม้เราโง่ สิ่งนี้ไม่ดี เราจะไม่ได้ แล้วเราทำไม่ดี ไม่เป็นด้วย เราโง่อย่างนี้ ควรโง่ไปเลยแบบนี้ มันไม่มีในจิต ในกาย ในวาจาเราเลย ความไม่ดีแบบนี้ ให้กลายเป็นแบบนั้นเลย เราจะมีพลังสมาธิ ที่ตั้งมั่น แข็งแรง พลังสมาธิ สามารถที่จะแข็งแรง ไม่ให้สิ่งที่ไม่ดี เป็นอาการเกิดในใจเราได้ อาการในใจ เราก็จะไม่เกิดสิ่งที่ไม่ดีเลย แล้วเราก็รู้ดี เราก็มีพลังงานใจ ใจเรามีความสำคัญ แข็งแรง ไม่ให้เกิด ทำอย่างไรมันก็ไม่เกิด เราจะช่วยทำมันยังไม่เกิดเลย เราจะช่วยทำให้เกิดอาการไม่ดี ทำอย่างไรก็ไม่เข้าท่า ทำไม่ได้ดี ไม่ได้เรื่องได้ราว ยกตัวอย่าง หลวงปู่ชาตินี้ ไปดัดจริต ไปสูบบุหรี่ ไปกินเหล้ากับเขา คนที่เขามองก็เห็นว่า เลิกเถอะอย่าทำเป็นกินเลย ไม่เข้าท่า ทำเป็นจุดบุหรี่ คีบบุหรี่ ถ่ายภาพ คนเห็นก็บอกว่าไม่เข้าท่าเลย ไม่เหมือน อุตส่าห์ไปจ้างร้านถ่ายรูป ถ่ายรูปเลยนะ เพื่อนมาเห็นก็บอกว่า ท่าที่สูบบุหรี่นี้มันบอกเลยว่า เป็นคนสูบบุหรี่ไม่เป็น

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน แรงบันดาลใจในการสืบทอดศาสนาของพ่อครู _เพราะอะไรหลวงปู่จึงมีกำลังใจสร้างอโศกสร้างศาสนานี้ต่อไป อะไรคือแรงบันดาลใจของหลวงปู่ พ่อครูว่า... คำถามนี้ลึกนะ เป็นเรื่องจริงที่หลวงปู่นั้น หมดอายุขัยแล้ว แต่พยายามทำให้ได้เพิ่มอีก 1 นักษัตร พยายามฝืนให้ได้อยู่ต่อไปอีกให้เป็นหลายนักษัตร นักษัตรต่อไป ก็ไปอายุ 96 ปี ต่อไปก็เป็น 108 ปี โดยใช้ความรู้พระพุทธเจ้า 1.ได้พิสูจน์ความรู้ของพระพุทธเจ้าว่า มีประสิทธิภาพอย่างไร เป็นอภินิหาร คนที่ไม่ยอมตายแล้ว ทำให้มีอายุเกินกว่า 1 กัปป์ ทำได้ยิ่งกว่ามีอายุวัฒนะอย่างปาฏิหาริย์ หลวงปู่จึงพยายามพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า ตามคำสอนคำบอกพระพุทธเจ้า เรียกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริย์ หลวงปู่ไม่ได้สร้าง แบบความลึกลับ แบบคนเล่นกล หรือทำอย่างอิทธิปาฏิหาริย์ ไม่รู้จักเหตุปัจจัย แต่ของพระพุทธเจ้าทำอย่างรู้จักเหตุปัจจัยอย่างนี้จึงเกิดผลอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่พวกนั้นเป็นเรื่องลึกลับเป็นเรื่อง Magic เช่น เหาะได้ หายตัวได้ ก็ทำได้ แต่ไม่รู้ว่าเหตุนั้นทำอย่างไร มาทำสิ่งที่พิสูจน์ได้ อย่างนี้ดีกว่า ไม่ต้องไปทำแบบลึกลับ แบบที่ทายใจคนได้ ไปทำแบบนั้นไม่ดี จนกว่าเรามีความบริสุทธิ์ใจ รู้กิเลสของเขา เราก็ช่วยเขาได้ อย่างที่พระพุทธเจ้าสอน สอนให้มีประสิทธิภาพทางจิต หยั่งรู้ว่า คนนี้มีกิเลสอย่างไร แล้วช่วยเขาลดกิเลสได้ อย่างนี้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าไปรู้ความคิดเขา แล้วเอาไปใช้ผิดๆ ก็ไม่ดี สรุปแล้ว ทำไมมีกำลังใจ เพราะงานสร้างพุทธธรรม หรือพุทธศาสนานี้ มันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในความเป็นมนุษย์ หลวงปู่ทำมาไม่รู้เป็นล้านๆปีแล้ว ศึกษาฝึกฝนตามพระพุทธเจ้า มาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 นี่ ฝึกมาจริงๆ รู้ว่าฝึกมาชาตินั้น ชาตินี้ เจอพระพุทธเจ้ามาจริงๆ ก็จึงเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ หลวงปู่ตั้งจิตที่จะต้องมาสืบทอด จนกระทั่งถือว่าเป็นสัญญาเลย หลวงปู่ได้สัญญากับพระพุทธเจ้าสมณโคดมว่า จะพยายามสืบสานศาสนาพุทธ ให้ไปถึง 5000 ปี ของพุทธกัปป์ของพระสมณโคดม พูดความจริงให้ฟัง ไม่ได้อวดดีอะไรหรอก รับจากพระพุทธเจ้า จึงต้องทำต่อ และไม่ได้ถูกบังคับอะไรเลย เพราะว่ามันดี จึงต้องทำ หลวงปู่สร้าง และทำศาสนาพระพุทธเจ้าต่อไป เท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของศาสนา ไม่ใช่ธัมมสามี แต่เป็นผู้มาสืบทอด อย่างศาสนาคริสต์ เรียกว่าพระบุตร ไม่ใช่พระเจ้า พระพุทธเจ้าเปรียบเสมือนพระเจ้า หลวงปู่เป็นพระบุตร เป็นผู้สืบทอดเป็นผู้เอาศาสนานี้มาสืบทอด เอาใส่ไว้ให้แก่มนุษยชาติได้สืบต่อ อะไรที่มันผิด ไม่ถูกต้อง ทำลายศาสนา ก็ต้องเอาออก นี่มันเกินครึ่งหนึ่งของศาสนาพุทธแล้ว 2500 กว่าปี มันเสื่อม และเพี้ยนไป จนตรงกันข้ามเลย หลวงปู่จึงต้องมากอบกู้ ทุกวันนี้ มันเห็นสิ่งที่เป็นดำกลายเป็นขาวไปหมด หลวงปู่ก็ต้องเอากลับคืนมา เป็นสิ่งที่เป็นความขาว มันก็เลยยาก แต่ยากอย่างไร มันก็ต้องทำ เพราะไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ได้ผลอยู่ ก็ไม่สูญเปล่า ไม่เป็นหมัน หลวงปู่ทำทุกวันนี้ ไม่เป็นหมัน และก็เห็นว่า ได้ผล แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ จึงจะต้องพยายามฝืนจะไม่ตาย จะไม่ตาย มันก็เป็นการพิสูจน์อีกว่า ถ้าเราจะไม่ตายโดยธรรม แบบพระพุทธเจ้าสอน ทำได้ไหม หลวงปู่เรียกว่า พลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient พลังงานอายุวัฒนะ พลังงานที่สร้างให้ชีวิตอายุยืนยาวต่อไป ซึ่งไม่ใช่ของเล่น เป็นของจริง หลวงปู่กำลังดีนะ ยังกะคนอายุ 25 ไม่ได้มีอะไรบันดลบันดาลใจ เป็นเรื่องรู้ความจริงตามความเป็นจริง ที่จะต้องทำให้ดีที่สุด เมืองไทยเป็นเมืองที่คนในโลกกำลังสนใจจะมาศึกษา ตรงกับยุคสมัย สมสมัย ทันสมัย นำสมัย ประเสริฐสมัย

_หลวงปู่คาดหวัง ให้สัมมาสิกขาเป็นเช่นใด พ่อครูว่า... ให้ดีที่สุด ให้เจริญให้มีประโยชน์ต่อผู้มาเรียน จะเรียนชั้นประถม มัธยม อาชีวะ หรือวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ก็ให้ดีที่สุด เท่าที่จะพัฒนา ตามที่หลวงปู่รู้ว่า ดี เป็นสามเส้า คือ ศีลเด่น คือดีทางธรรมะ ธรรมก็ต้องเป็น ดีเพราะวิชาการ ความรู้ความชำนาญทางโลก เป็นเรื่องของโลกีย์ แต่เป็นกุศลทางโลกีย์ด้วย ทำเป็นด้วยไม่ใช่แค่รู้ เป็นงาน ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา จึงรวมไว้ครบทั้งโลกียะ โลกุตระ ที่เป็นกุศลและบุญ อยู่ในนี้หมด ครบสามเส้า ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา

_หลวงปู่เคยเหนื่อยไหม หรือท้อใจกับสิ่งที่ทำไหมคะ พ่อครูว่า... คนนะ ก็เหนื่อยเป็นสิ เหนื่อยเพราะพวกเราสอนยาก ให้เจริญยาก เหลือเกินนี่แหละ ช่วยหลวงปู่ด้วย ว่านอนสอนง่าย ตั้งใจศึกษา ประพฤติ ให้พัฒนาได้ ก็เป็นการช่วยหลวงปู่ แต่ไม่เคยท้อ ถามว่าแก้อย่างไร ไม่ต้องแก้ เพราะทำได้ ฝึกฝนทำมาแล้ว ไม่ท้อในการทำสิ่งที่ดี แต่เหนื่อยนี้ ก็ต้องมี เพราะว่าใช้พลังงานมาก พระพุทธเจ้าก็ต้องเหนื่อย เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ พลังงานขาด ไม่พอใช้ ก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา พระพุทธเจ้าถึงสอนไว้ว่า รู้จักพัก รู้จักเพียร อัปปัตติฐัง อนายูหัง ไม่ใช่เพียรจนสูญเสียสุขภาพ พลังงาน เสื่อม เสื่อมทั้งรูปธรรม นามธรรม ก็บรรลัย…...ไม่ได้! ต้องแก้ไข

_หลวงปู่ครับผมอยากรู้ว่าถ้าเรารู้สึกเหนื่อย หรือท้อแท้ใจ เราควรจะให้กำลังใจตัวเองอย่างไรดี พ่อครูว่า...ตอบไปเมื่อกี้นี้

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน คนเกิดมาทำไม เพื่ออะไร คุณค่าชีวิตอยู่ตรงไหน _คนเราเกิดมาทำไม มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร คุณค่าของสิ่งที่มีชีวิตอยู่ที่ไหน พ่อครูว่า... เป็นปัญหาโลกแตก ที่ถามมานี้ เกิดมาทำไม เขาก็ตอบกัน ทุกวันนี้โลกจะแตกแล้ว คุณค่าของสิ่งมีชีวิตอยู่ที่ไหน ก็ตอบกันมาจนโลกจะแตกแล้ว หลวงปู่สรุป เกิดมาทำไม เกิดมาทำงาน ทำงานที่ดีด้วยนะ สิ่งที่ไม่ดี ก็เลิกไปเลย ไม่ทำทำ ที่กาย วาจา ใจ ให้ดี แล้วต้องรู้ว่าดีคืออะไร ชั่วคืออะไร คุณและโทษคืออะไร ให้ทำแต่ดีทำสิ่งที่เป็นคุณ อย่าไปทำสิ่งที่เป็นโทษ ทำแต่ดี อย่าไปทำชั่ว นี่พระพุทธเจ้าสรุปเอาไว้แล้ว 4 คำนี้จำไว้ มีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้มวลมนุษยชาติ จำไว้เลย จำใส่กบาลไว้ ภาษาไทยเรียกจำใส่หัว ก็ต้องจำใส่สมองไว้ หรือจำใส่สัญญา จำใส่จิตใส่ใจสัญญาไว้ มีชีวิตอยู่ เพื่อเราเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นในโลก ให้มากที่สุด ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด เพื่อจะได้ทำงานรับใช้มนุษยชาติ แล้วสิ่งที่ทำงานรับใช้ จะต้องดี ต้องประเสริฐ ให้แก่มนุษยชาติด้วย คุณค่าของสิ่งมีชีวิต อยู่ที่ตอบไปแล้ว อยู่ที่เราเกิดมาแล้ว เราเองได้รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักคุณ รู้จักโทษ อะไรที่เป็นความชั่ว สิ่งที่เป็นโทษ ไม่ทำแล้ว ทำสิ่งที่ดี สิ่งที่ควร ตั้งแต่ความหยาบกายกรรม วจีกรรม จนถึงมโนกรรม ต้องทำให้ถึงตัวเหตุ คือกิเลส ทำให้กิเลสตาย ได้ นั่นแหละคือสุดยอดสิ่งที่ประเสริฐของมนุษย์ ที่ควรจะทำได้ มีแต่ศาสนาพุทธนี้ ที่รู้จักกิเลส แล้วรู้จักมีวิธีทำให้กิเลสตาย ตายอย่างสนิท ตายอย่างไม่ฟื้น ตายแล้วตายเลยนิรันดร นี่คือศาสนาพุทธทำได้

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน นรกและสวรรค์เป็นธรรมะสอง _หนูอยากถามว่า นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่า พ่อครูว่า... นรกสวรรค์มีจริง นรกสวรรค์ ไม่จริง นรกสวรรค์มีจริง คนที่โง่ก็สร้างอาการเหล่านี้ใส่จิตใจ นรกอยู่ในจิตใจ สวรรค์อยู่ในจิตใจ สวรรค์คือจิตใจมันเกิดเรียกตามภาษาว่า เป็นความสุข มีความชอบใจ พอใจ จิตพอง ผยองโตขึ้น ถ้าจิตแฟบเหี่ยว ก็ทุกข์ อาการจิตนี้ ใช้ฟูกับแฟบ ใช้มากหรือน้อยลง แต่จิตเป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน รู้ว่ามากคืออะไร มันเป็นอินทรีย์ มีพลัง มีแรงมาก แรงน้อย แรงสูง แรงต่ำ แรงหนัก แรงเบา เป็นเรื่องของอาการของพลังทั้งนั้นเลย เราก็ต้องอ่านดู นรกคืออะไร นรก คือ สภาพไม่ดี เป็นทุกข์ แล้วสิ่งที่เป็น สวรรค์ คือ ดี คือ สุข ทั้งสองอาการ ทั้งนรก ไม่ดี ทั้งสุข แล้วก็ว่าดี มันก็เป็นสภาพตัวตน เป็นสภาพๆ แล้วเราก็ต้องมาเรียกโดยภาษาว่า เราเอาอาการสุข อาการดีก็แล้วกัน หากเราจะมีอยู่ แต่ไม่ต้องไปดี แล้วยึดดีเป็นเรา สุขก็ไม่ต้องไปยึดสุขเป็นเรา ถ้ามันดีแรง แต่อย่าไปยึดว่า เป็นเราเป็นของเรา หรือเป็นสิ่งน่าได้ น่ามี น่าเป็น เราทำดีได้มาก ได้แรงด้วย แต่เราก็ถอนตัวจากแรง ไม่ดูด ไม่ซึม ไม่ติด เราก็ต้องรู้ว่า ดีแรงๆเป็นอย่างไร อย่างหลวงปู่ทุกวันนี้ พูดแรงให้คนไม่ดีรับไปปรับปรุง พวกนี้หนังเหนียว ต้องบอกความไม่ดีให้แรง ให้เขารู้สึกตัว ให้เขาเจ็บว่าถูกด่าแล้วนะ ไม่ได้แก้ตัว ต่อไปจะเบาลง มีคนมาช่วยมากขึ้น หลวงปู่ก็จะมีคนมาแรงแทน สรุปแล้วนรกสวรรค์คือ สิ่งดีกับไม่ดี สิ่งสุข กับสิ่งทุกข์ อาการเหล่านั้น เราอาศัยบ้าง แต่เพียงอาศัยใช้งาน เพราะฉะนั้นเราไม่อาศัยสิ่งที่ไม่ดี เราไม่อาศัยสิ่งที่เป็นนรก เราไม่อาศัยสิ่งที่เป็นความไม่ดี เราอาศัยสวรรค์ สิ่งดีทำงาน แต่เราไม่ติดสวรรค์ สุขเป็นภาษา แต่ใจเราต้องทำให้มีอาการวางได้ แล้วเราก็ทำอย่างดี อย่างถูกต้อง อย่างประเสริฐ เราก็มาเรียนรู้ให้ครบ แล้วฝึกหัดไป _สวรรค์มีจริงแต่ไม่จริง พ่อครูว่า... สวรรค์มีจริง คือ สภาพที่เรายึด เพื่อใช้งานในปัจจุบัน หรืออดีตเราจำได้ เป็นสัญญาความจำของชีวิต จำได้ ถ้าสิ่งไม่ดี เราจะลืมเสียก็ได้ แต่ถ้าสิ่งที่ดีไม่ต้องลืมหรอก พยายามจำไว้ทำงาน แต่อย่าไปสำคัญมั่นหมาย ไปยึดถือว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา ถ้าเราทำให้มันเกิดเหตุปัจจัย สั่งสมเป็นความตั้งมั่น แข็งแรง พลังงานที่สะสมนี้ถูกต้องแล้ว เราก็ไม่ต้องไปย้ำ ที่จริงจะต้องย้ำก่อน เสร็จแล้วเราต้องทำให้มันเกิด แล้วก็ต้องวาง ทำให้มันเกิด ทำให้มันมี แล้วก็ต้องปล่อยใจสอนว่า อย่าไปยึดว่า เป็นเรา เป็นของเรานะ ต้องบอกว่า ไม่ใช่เป็นเราเป็นของเรา จะบอกว่าสวรรค์มี นรกมี สวรรค์กับนรก มันเป็นสิ่งที่คู่กัน นรก คือทุกข์ สวรรค์ คือสุข เป็น ธรรมะ 2 เป็นของคู่ มีอันใดอันหนึ่งก็ ต้องมีอีกอันหนึ่ง เป็นของคู่ ต้องทำให้เป็นเดี่ยว แล้วเดี่ยวนั้น ต้องทำสิ่งดี ให้มันเกิด ไม่ดีให้มันหายไปเลยจากตัวเรา ไม่มีเลยในกรรมกิริยา ในจิตของเรา ไม่มีเลย ทำก็ไม่เป็น เข้ามาก็ไม่รับ สวรรค์ นรก คนโง่มันก็จะเกิดในตัวเรา แล้วเราไม่รู้วิธีเลิก ทั้งสวรรค์และนรก ศาสนาพุทธนั้น ไม่มีทั้งสวรรค์และนรกได้ จิตว่างๆ จิตกลางๆ แต่รู้สวรรค์ นรก ถ้าจะทำก็ทำแต่สวรรค์ แล้วไม่หลงดีว่า เป็นเรา เป็นของเรา ทำสวรรค์ แต่ไม่ยึดถือ สวรรค์เป็นเรา เป็นของเรา ทำแต่เพียงอาศัย

_โศลกคืออะไร พ่อครูว่า... โศลกคือคำคม ฟังแล้วให้ความคิด ให้ความหมายที่ดี และเป็นคำที่เรียบเรียงมา เป็นคำที่จำง่าย เป็นคำไพเราะ เป็นคำที่แทงใจ ติดใจ ฟังแล้วอย่างนี้ เป็นคำที่ดีจังเลย ถ้าเราจำ และทำได้ ตามที่ว่านี้ คงจะดี

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พระโพธิสัตว์ตายแล้วเกิดใหม่ทันทีไหม _หากหลวงปู่ละสังขารแล้วจะเกิดทันทีไหม พ่อครูว่า... ก็ตามเหตุปัจจัย มันเป็นเรื่องของความเหมาะควร พระโพธิสัตว์บางรูป ท่านตายแล้ว ท่านไม่เกิดอีก ท่านก็ไม่เกิด บางรูปท่านจะเกิดอีกบ้าง ถ้าท่านเองสามารถกำหนด กาละของท่าน ท่านก็ทำได้ แต่ถ้าท่านไม่มีบารมีพอ ท่านจะกำหนดการเกิดการตายเองไม่ได้ มันจะมีเหตุปัจจัยของวิบากเรา ที่เป็นตัวพาเราเป็น ชีวิตวิบาก พาเราเกิดเราเป็น เพราะเหตุปัจจัยของตัวเราที่สะสม เช่น เราสะสมกรรมวิบาก ที่ไม่ดี เป็นเหตุปัจจัยที่ไม่ดี ก็พาให้เราเกิดไม่ดี มันจะฝืนไปจากนั้นไม่ได้ ไปแย่งของใครเอามาไม่ได้ เพื่อจะเกิด เสแสร้งไม่ได้ สัจจะไม่บิดเบี้ยว สัจจะต้องเป็นจริง แต่ถ้าเราทำดีแล้ว มีเหตุปัจจัยที่ดีมากกว่าไม่ดี มันก็ต้องดี ส่วนคำว่าดีนั้น ละเอียดเป็นโลกียะ หรือโลกุตระ ก็ค่อยๆรู้ ซับซ้อนไป บางทีเหตุโลกียะดี แต่ไม่มีความรู้ทางโลกุตระ ความดีทางโลกียะนี้ มีความซับซ้อน ทำให้เรามีความสั่งสมวิบาก จากกรรมที่เราได้ดี แล้วใช้ความดีนั้นไม่เป็น เช่น วิบากนี้ ทำให้เรารวยมีเงินมาก พอเกิดมาแต่ไม่มีคุณธรรมทางโลกุตระ 1. ไม่รู้ว่าดีชั่วเป็นอย่างไร 2. ไม่รู้ความเป็นโลกุตระ ก็เลยได้แต่แบบโลกๆ เลยทำให้ตัวเองยิ่งสะสมวิบากที่เป็นโลกหนักเข้าไปใหญ่เลย เช่น หลงความสนุกสนาน ร่าเริง จนสนุกสนาน หนักเข้าจึงกลายเป็นโทษต่อคนอื่น เป็นภัยต่อคนอื่น ตัวเองก็เลยต้องมีวิบากมากๆ เพราะว่าตัวเองนี้เป็นคนเอาแต่ใจตัว เป็นคนใช้อำนาจ เช่น รวยก็เอาอำนาจรวย ไปเบียดเบียน ไปฆ่า ไปเอาเปรียบคนอื่น ไปทำร้ายคนอื่น พวกนี้ หรือแม้แต่ไปแข่งเอาชนะคนอื่นก็ยังมีวิบากชั่ว แต่แข่งอย่างชนะโลกๆ มันชั่ว ไปแข่งชนะโลกีย์มันชั่ว ต้องแข่งทางโลกุตระ ลดละตัวตน กิเลสอย่างนี้ดี ถ้าแข่งเพิ่มอัตตา เป็นชั่ว แข่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ศักดิ์ศรีอะไรต่างๆ มั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน