610606_คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ธรรมะคือทางรอดของทุกสิ่ง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์355 KB
วันที่แก้ไข23 สิงหาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

610606_คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ธรรมะคือทางรอดของทุกสิ่ง อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1llNFmjId0qwwPsn9PpL8iJUnienJwJJttf65-2PwSgc ดาวโหลดภาพและเสียง ที่.. ดูยูทิวป์ได้ที่… https://www.youtube.com/watch?v=lKIKVrsq_Do

คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ที่ บวร ราชธานีอโศก เมื่อ 6 มิถุนายน 2561

ประเด็น ที่ 1. ชุมชนชาวอโศก เป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นเมืองลับแลกันแน่

สื่อธรรมพ่อครู(บวร) ตอน ชุมชนชาวอโศก เป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นเมืองลับแลกันแน่ คุณสุทธิชัย หยุ่นว่า... สวัสดีครับ ไทยแลนด์ไลฟ์ ฟังเสียงประเทศไทย วันนี้ผมมาที่ ชุมชนราชธานีอโศก ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีครับ แน่นอนครับ ขาดไม่ได้ก็คือ จะต้องมาสัมภาษณ์กับชุมชนนี้ ซึ่งคนข้างนอกที่ไม่เคยมา มีคำถามมากมายหลายอย่าง ทั้งในแง่ที่มีเขาสงสัย และในแง่ที่มีความชื่นชม คนที่จะตอบได้ก็คือ แน่นอนต้องเป็นเจ้าสำนัก กราบนมัสการครับ ท่านสมณะโพธิรักษ์ ก่อนมา มีคนตั้งคำถามว่า ที่นี่คืออะไร ที่นี่เป็นชุมชน เป็นหมู่บ้าน เป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นนครลับแลกันแน่ พ่อครูจะว่าอย่างไร พ่อครูว่า... ก็เป็นทุกอย่างที่พูดมา แม้แต่เป็นนครลับแล ก็ได้ จะเป็นนครลับแลก็ได้ ที่จริงเราเป็นนครที่เปิดเผย ไม่ใช่เปิดเผยธรรมดา ถ่ายทอดทุกวัน ถ่ายทอด สถานที่นี้รายงานความจริง ทุกบรรยากาศ รายงานความจริง Jingle ของเราเป็นอย่างนั้นเลย ทุกบรรยากาศ คือการรายงานความจริง ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เปิดเผยให้มาศึกษาได้ แม้แต่ทางนิตินัย ที่บอกว่า เป็นหมู่บ้าน ทางนิตินัยของมหาดไทย ก็เป็น หมู่ที่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สุทธิชัย หย

อ่านต่อ

ุ่นว่า...ก็ต้องมีผู้ใหญ่บ้าน พ่อครูว่า... มีพร้อม สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้วพระอาจารย์เป็นอะไรของที่นี่ครับ พ่อครูว่า... เป็นสมณะ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่ได้มีตำแหน่ง แต่ทุกคนก็ต้องยอมให้ยกให้ พ่อครูว่า...ก็ เป็นส่วนตัวของเขา สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่มีการสั่งอะไร ไม่มีสิทธิ์อะไร พ่อครูว่า... มีสิทธิ์ แต่อาตมาไม่ค่อยใช้อภิสิทธิ์ อย่าว่าแต่สิทธิ์เลย มีอภิสิทธิ์ด้วย สุทธิชัย หยุ่นว่า...ทำไมถึงมีอภิสิทธิ์ พ่อครูว่า... เขายกให้ยอมให้ จะสั่งอะไร เขาก็ไม่มีปัญหา อาตมาจึงต้องเกรงใจ เขายิ่งให้สิทธิ์เรา เรายิ่งต้องระมัดระวัง อย่าไปใช้อภิสิทธิ์เป็นอันขาด ให้เขาเอง เขาพอใจ แล้วเขาเสนอมา ทุกอย่างก็เป็นไปได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ผมก็ได้เดินพูดคุยกับคนในนี้ โดยที่ไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า ซักถามทุกคน พ่อครูว่า... ออกรายการนี้ก็ไม่ได้เตรียมกันมา จะถามอะไร ก็ไม่รู้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ยืนยันได้ ที่ท่านอาจารย์บอกนี้ ทุกคนเปิดหมด ทุกคำถาม และก็เป็นไปอย่างที่พระอาจารย์ว่าด้วย ก็คือ ที่นี่มีเสรีภาพทางความคิด จะอยู่ก็ได้ จะไม่อยู่ก็ได้ จะมาจะใช้ชีวิตอย่างไร แต่ว่าจะช่วยกัน ที่จะอยู่ร่วมกัน ให้เป็นสังคมที่แปลกใหม่ สังคมที่มีแต่ให้ ซึ่งผมคิดว่า ตรงกับที่พระอาจารย์ตั้งใจ ที่จะทำให้มันเกิดขึ้น ผมเคยนั่งคิดเหมือนกันว่า พระอาจารย์สมณะโพธิรักษ์ ต้องการจะสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ขึ้นมา ด้วยการที่ตั้งชุมชนขึ้นมาอย่างนี้ และมีกฎกติกาที่แปลก และแตกต่าง จากชุมชนสังคมทั่วไป ตามความหมายของพระอาจารย์ จริงหรือเปล่า ที่พระอาจารย์ จะสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ คนไทยอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่เหมือนคนอื่น พ่อครูว่า... ใช่ เป็นคนทันสมัย ที่เก่าที่สุด พระพุทธเจ้าสร้างขึ้นแล้ว คนพันธุ์นี้ เรียก คนพันธ์โลกุตระ หรือ อาริยะ อาตมาไม่ใช้เรียกคำว่า อริยะนั้น อาตมาเรียกว่า อาริยะ เพราะภาษาคำว่าอริยะ นั้นเพี้ยนไปแล้ว กลายเป็น ต้องนั่งไล่จับกันอยู่ทุกวันนี้ อาตมาก็เลยขอใช้ศัพท์ เพิ่มเป็นคำว่า อาริยะ มันมีสามคำ แปลว่าเจริญ ศิวิไลซ์หมด อารยะ นี้ ทั่วโลกเขาใช้กันเป็นชาติอารยะ ประเทศอารยะ แต่ว่าเป็นคำที่มีน้ำหนัก ก็มีคำว่า อริยะ อริยะเขาก็ไปใช้ผิดออกเป็น เดรัจฉานวิชา เป็นฤาษีไปหมด อาตมาก็ไม่ไหว ใช้ร่วมกันด้วยไม่ได้ เพราะมันจะเสื่อม มันคนละความจริง ก็เลยจะเพี้ยนความหมาย ก็เลยมาใช้คำว่า อาริยะ มีคำว่า อริยะ อารยะ และเราใช้คำว่าอาริยะ ศรีอาริยเมตไตรย์

สุทธิชัย หยุ่นว่า...คนที่จะเป็นอย่างที่พระอาจารย์ต้องการให้เป็น จะเป็นคนอย่างไร พ่อครูว่า... ตรวจสอบได้เลย ตามหลักฐานพระพุทธเจ้า เช่น ตามธรรมวินัย โคตมีสูตร 8 หลัก หรือตาม วรรณะ 9 อย่าง ซึ่งเรียก วรรณะ the classes แต่ไม่ใช่ชั้นวรรณะอย่างอินเดีย แต่เป็นคุณสมบัติของธรรมะ เช่น วรรณะ 9 1. เป็นคนเลี้ยงง่าย สุภระ เป็นคนเลี้ยงง่าย ไปง่าย มาง่าย อยู่ง่าย กินง่าย 2. เป็นคนที่เจริญ พัฒนาได้ง่าย พัฒนาให้เจริญได้ง่าย สุโปสะ สั่งสอนอบรมฝึกฝนให้เจริญได้ง่าย ไม่ดื้อดึงดันไม่ดื้อด้าน ว่านอนสอนง่าย 3. เป็นคนกล้าจน หรือมักน้อย อัปปิจฉะ เอาไว้น้อย มีไว้น้อย หรือมาเป็นคนจน มีจิตพอเพียง มีเท่านั้นก็พอฉัน 4. สันโดษ สันตุฏฐิ เป็นคนที่มีเท่านี้ ก็พอใจ 5. เป็นคนขัดเกลา กายวาจาใจ เปลี่ยนแปลงให้เป็นคนดีงาม ตามโลกที่เป็นมา ตามสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน ให้เกิด เรียกว่า เป็นผู้ สัลเลขธรรม 6. เป็นคนที่ มีศีล เป็นศีลตามลำดับ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เดี๋ยวนี้ ภิกษุเขาไม่ถือศีลแล้ว มีแต่วินัย 227 เมื่อไปถามว่าภิกษุทุกองค์ มีศีลเท่าไหร่ ก็บอกว่า 227 อันนั้นมันวินัย อันนั้นมันกฎหมายอาญา ผิดวินัย รับโทษ แต่ศีลนี้คือธรรมนูญ คือ พุทธธรรมนูญ เป็นธรรมนูญของศาสนาพุทธ มีอยู่ 43 ข้อ นี่คือศีลของศาสนาพุทธ พระทุกวันนี้ถือว่า ไม่มีศีล มีแต่วินัย ไปยึดถือศีลสมาธิปัญญาที่ผิด วิมุติก็ไม่เป็นสัมมา หากคนไม่ปฏิบัติศีล ก็จะรู้สึกว่าเคร่ง แต่คนปฏิบัติได้เป็นปกติแล้ว ก็จะไม่เคร่งเครียดอะไร ไม่ต้องฝืนอะไร เป็นอัตโนมัติในตัวเลย เป็นเอง เป็นเช่นนั้นเอง เลย เป็น ตถตา สุทธิชัย หยุ่นว่า...ก่อนที่ผมเข้ามา เห็นว่าคนที่นี้ น่าจะเครียดมาก แต่เข้ามาแล้ว คนยิ้มแย้มแจ่มใส พ่อครูว่า…. อาตมาไม่เคยรู้เลยว่า อาการเครียดเป็นอย่างไร นึกไม่ออกเลย พยายามถามคนว่า เครียดเป็นอย่างไร สุทธิชัย หยุ่นว่า...สมัยก่อน พระอาจารย์ก็ดูเคร่งเครียดนะครับ พ่อครูว่า... โทรทัศน์เขาไม่ให้ ยิ้มออกอากาศ อาตมาก็เลยไม่ยิ้ม แต่ตอนนี้ ถือว่าเราไม่มีทุจริต กายวาจาใจอะไร ก็ยิ้มได้ ให้คนได้รู้สึกดี พระพุทธเจ้าให้มีจิตที่ยินดี อภิปโมทยังจิตตัง เป็นผู้ตื่นผู้เบิกบาน ไม่ใช่เป็นผู้ที่เคร่งเครียด พระพุทธเจ้าก็ไม่สอน แต่ไปผิดเพี้ยนเอาเท่านั้นเอง 7. อาการน่าเลื่อมใส่ ปาสาธิกะ 8. แปล อปจยะ แปลว่า ไม่สะสม คือจะต้องมาจน 9. วิริยารัมภะ คือยอดขยัน ปรารภความเพียร

สุทธิชัย หยุ่นว่า...ถ้าได้คนอย่างนี้ ตามที่พระอาจารย์สร้างขึ้นมา เขาก็จะเป็นคนกลุ่มน้อย ก็จะดูเป็นปมขึ้นมา จะไม่เหมือนปกติคนทั่วไป ก็เลยเป็นคนแปลกแยก เขาก็ต้องแปลกแยก ก็ต้องเครียดสิ พ่อครูว่า... ตรงกันข้าม พวกเรา ก็แม้เขารังเกียจพวกเรา เราก็เข้าใจเขา แต่เราเป็นได้ ชนิดที่ เขารู้จริงแล้ว จะไม่รังเกียจ นอกจากเขาไม่เข้าใจทั้งนั้น ถ้าเขาเข้าใจแล้ว เราเป็นคนเสียสละ เป็นคนรับใช้ เป็นคนที่ไม่เอาเปรียบเอารัด ใครเขาจะไม่ชอบ ไปที่ไหนๆ เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์เดี๋ยวนี้ เด็กเราจบออกไป ทำงานตามสถานีต่างๆ เขาต้อนรับทั้งนั้นเลย ฝีมือดี ทำงานได้ กวาดเช็ดถูยังได้เลย ไม่เรียกร้องมากด้วย ขึ้นเงินเดือนให้ ก็ไม่ค่อยเอา เขาก็รับ ต้องการตลอดเวลา เพราะฉะนั้น อาตมาก็เลยขาดแคลนหน่อย เพราะไปทางโน้นต้องการ อยากได้ ก็ไปช่วยกัน สุทธิชัย หยุ่นว่า...ฉะนั้นก็แปลว่า คนที่ได้รับการฝึกฝนอย่างนี้ ควรจะเข้าไปเปลี่ยนสังคม ไม่ใช่ให้สังคมเปลี่ยนเรา พ่อครูว่า... แน่นอน อยู่เหนือสังคม เป็นโลกุตระ แต่ไม่ใช่เบ่งข่มนะ แต่อำนาจแรงของโลก ที่จะมามอมเมา ให้เป็นไปตามโลกนั้น ทำไม่ได้ เพราะมีอำนาจจิต แข็งแรงในตัวเอง จึงเรียกว่า อุตระ หรือ โลกุตระ อยู่เหนือโลก อีกโลก เป็นอย่างนี้ แต่เขาทำอะไรเราไม่ได้ แต่ไม่ได้ไปเบ่งข่มเขา แต่ย้อนกลับ เรากลับรับใช้เขา เป็นคนเสียเปรียบ ดีกว่าได้เปรียบเขา เพราะเอาเปรียบ มันเลว เสียเปรียบนี้ มันดีกว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...มันขัดกับสัญชาตญาณมนุษย์ ที่ต้องเอาเปรียบ อยากได้ มีกิเลส แล้วเราสอนให้เขาขัดเกลา มันสวนทาง มันก็ต้องยากสิ พ่อครูว่า... ยากสิ ถ้าไม่ยากแล้ว จะไปกราบเคารพเขา ที่ดีได้อย่างไร เขาก็ต้องว่าคนนี้ดี เขาทำสิ่งที่เราทำไม่ได้ ก็ต้องเคารพเขา มันก็ถูกต้องแล้ว สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์สำเร็จไปแล้ว กี่เปอร์เซ็นต์ ครับ พ่อครูว่า... มั่นใจว่าอาตมาสำเร็จแล้ว อาตมาทำงานมา 47 ย่างเข้า 48 ปี บวชมา 47 ปีย่างเข้า 48 ปี บวชเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2513 ทำงานนี้มาตลอด ไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยเปลี่ยนความคิด มีแต่มุ่งหน้า ได้ผลสำเร็จ ภาคภูมิใจ ชื่นใจ ที่ทำสำเร็จ จนมาถึงทุกวันนี้ อาตมาว่า ถ้าหากอาตมาจะตายลง ในวินาทีนี้ อาตมาก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกเลย เป็นแต่เพียงว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...ยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกอย่างไปไม่ได้ พ่อครูว่า... อยากให้เผื่อพอ คืออาตมานี้ รับผิดชอบ ธรรมะ พระพุทธศาสนา ของพระสมณโคดม รับผิดชอบมา เพื่อที่จะสืบสาน ให้มันครบพุทธกัปป์ของท่าน มาได้ 2560กว่าปีแล้ว เหลืออีก 2000 กว่าปี ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะอัตราการก้าวหน้าของความเลว มันแรงขึ้นเรื่อยๆ สุทธิชัย หยุ่นว่า...มันเลวกว่าความดี ถ้าความเลวมันเก่งกว่า ชนะกว่าความดีนี้ เราจะมีความหวังไหมครับในโลกนี้ พ่อครูว่า… ก็นั่นสิ มันถึงต้องประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจะไปหวังอย่างประมาทไม่ได้ เราต้องเผื่อพอ เราต้องทำให้มั่นใจ เราไม่ใช่คนที่ทำอะไร โดยไม่รู้ว่าเราทำอะไร ทำไปแล้วได้เท่าไหร่ ได้ผลจริง หรือว่าเดาเอา ต้องวัดได้ประเมินได้ เพราะว่าพระพุทธเจ้า ท่านมีการตรวจสอบ นัยยะที่จะสรุปผล หรือว่ามีการคำนวน ของสิ่งที่ได้ แม้เป็นนามธรรม ไม่ใช่ว่าประมาณไม่ได้ ภาษาบาลีถึงเรียกว่า มัตตัญญุตา เป็นการประมาณได้ ไม่ใช่ว่า สุ่มสี่สุ่มห้า ไม่มีหลักฐาน แม้แต่เป็นนามธรรม ก็สามารถที่จะรู้ได้ วัดผลได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...อย่างนั้นก็แปลว่า พระอาจารย์เอง ยังไว้ใจไม่ได้ ยังจะต้องมีภารกิจ พ่อครูว่า... แหม ทวนไปแล้ว พูดเมื่อกี้นี้ มันมั่นใจได้ขั้นหนึ่ง แต่อาตมาจะเผื่อพอ ไม่ประมาท เพราะฉะนั้น ถึงบอกว่า มันจะหนักหนาสาหัส อาตมาก็จะยอม เกิดมาทำต่ออีก ถ้าแม้ว่าอาตมาตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่า จะอยู่ถึง 151 ปี ปีนี้ 85 ย่าง สุทธิชัย หยุ่นว่า...อีก 60กว่าปี ก็151 พ่อครูว่า... ถ้าอาตมาอายุ 151 ก็ประมาณได้ว่า ถ้าอาตมาอายุไปถึง 144 จากนี้ไปอีก 2 นักษัตร เกือบสองรอบ อีก 36 ไปถึง 144 อาตมาจะปลดเกษียณตัวเอง แล้วชมผลงานอีก 7 ปีถึงจะตาย สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่ามันจะได้หรือ พ่อครูว่า... ภาษาทางวิชาการ เขาใช้คำว่า สิ่งที่คาดไว้ว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...คือมีความมุ่งมั่น แล้วพระอาจารย์บอกว่า จะเกิดใหม่อีกครั้ง แล้วมันไม่ผิดคำสอน ของพระพุทธเจ้าด้วยครับ พระพุทธเจ้าบอกว่า ไม่ต้องเกิดมาอีก พ่อครูว่า... คำว่าไม่เกิดใหม่นี้ อันนั้นระดับหนึ่ง ความรู้ในระดับหนึ่ง เกณฑ์ของความรู้ในระดับประถม ก็ต้องจบสูงสุด คือของขั้นประถม ก็คืออย่างนั้น ระดับมัธยมก็ต้องเกณฑ์เท่านี้ ระดับปริญญาตรีก็เท่านี้ ใช่ แต่มันมีระดับขึ้นไปอีก เราก็ทำตามสมควร ว่าจะทำถึงขั้นไหน อาตมามีหน้าที่ทำเช่นนี้

คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ที่ บวร ราชธานีอโศก เมื่อ 6 มิถุนายน 2561 ประเด็น ที่ 2. ควรสังคายนาวงการสงฆ์แล้วหรือไม่ พุทธศาสนิกชน ควรทำตนเช่นไร

สื่อธรรมพ่อครู(พระวินัย) ตอน ควรสังคายนาวงการสงฆ์แล้วหรือไม่ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ผมเข้าใจเลยครับว่า ภารกิจนี้ มันจะสิ้นสุดหรือไม่ก็ตาม ต้องเผื่อไว้ เพราะว่าโลกียะ มันเยอะเหลือเกิน พ่อครูว่า…. อัตราการก้าวหน้า มันสูงมาก สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่าสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จก็คือ ในแวดวงพระสงฆ์ ยังมีข่าวคราวที่แย่ลงทุกวัน พ่อครูว่า... ยังจับไม่ได้ ยังค้นไม่เจอ ยังค้นไม่พบ ยังหมกเม็ด อีกเยอะเลย สุทธิชัย หยุ่นว่า...จะให้เรามีความมั่นใจ ในศาสนาพุทธได้อย่างไร พ่อครูว่า... มั่นใจนะว่า เราได้ทำในส่วนหนึ่ง ส่วนนั้นเขาก็ทำ เราก็ทำ มันก็ต้องมีประสิทธิผล ของที่เราทำได้แน่ ถ้ามันเป็นความจริง มันต้องมี นอกจากว่า เราทำแล้ว มันไม่ใช่ความจริง เราเข้าใจผิด แต่อาตมาว่ามั่นใจว่า นี่เป็นความจริง เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีผล ซึ่งมันก็ต้องพิสูจน์ตัวมันเองอยู่ จะพูดมากไป ก็ไม่ดี สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่า ความดีเท่าเทียบกับความไม่ดี ในวงการศาสนาพุทธนี้ มันมากกว่าเยอะ ผมไม่รู้ว่าวัดจริงๆแล้ว อะไรเยอะกว่ากันนะครับ ความไม่ดีมากกว่า เป็นเปอร์เซ็นต์สักเท่าไหร่ พ่อครูว่า... ประมาณ 70 ต่อ 30 สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้ว 30 จะสู้ 70 ได้หรือครับ พ่อครูว่า... สู้ได้แน่ๆ เพราะน้ำหนักของความดีนั้น เหมือนปรอท หนักกว่าน้ำหนักของโฟม โฟมเบากว่าเยอะ ปรอทมีน้ำหนักสูงกว่า ถ่วงโฟมได้แน่ สุทธิชัย หยุ่นว่า...30 พัฒนา 70 ได้แน่ พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้น ไม่มีปัญหา ได้แน่ ถ้าหาก 50 ต่อ 50 นี้ ต้องสมัยโลกพระศรีอาริย์ สมัยคนดีทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น 80-90 นั้น เป็นได้ในยุค กัปป์ที่จะถึงวาระโน้น เราก็เกินกว่าที่เราจะคิด สุทธิชัย หยุ่นว่า...ในฐานะเป็นชาวพุทธ เป็นฆราวาส จะทำอย่างไรได้บ้างครับ เมื่อเราเห็นข่าวเกี่ยวกับพระผู้ใหญ่ ที่เขาคอรัปชั่น ที่เขาทำผิดศีล ที่ไปมั่วสีกา ต่างๆนานา เราอ่านแล้วก็รันทดใจ เราก็ไม่รู้ว่า แล้วใครจะแก้ปัญหานี้ พ่อครูว่า... ประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกของชาวพุทธ ก็คือพุทธศาสนิกชน ของชาวไทย ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อที่จะ อย่าส่งเสริม มีอะไรที่จะต้องเป็นผลประโยชน์ ที่จะทำให้เกิดจัดการกับสิ่งที่ไม่ดี ก็ทำให้เกิดความดีนั้น เจริญขึ้นมาได้ ร่วมมือร่วมใจ ร่วมทุกอย่างกัน ทุกวันนี้ อาตมาก็เห็นว่า คนก็ตื่นขึ้นมา ไม่ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ก็กลับตื่นขึ้นมา เท่านี้ก็เป็นคำตอบว่า มันไม่สูญเปล่า มันต่อไปได้ แต่ไม่ต้องทำความหวัง ทำเหตุให้ดี ให้ถูกต้อง ผลมันก็เกิดตามเอง เราประเมินได้ ตามอนาคตังสญาณ vision อีกนิดหน่อย เรารู้ว่า ทำ 1 + 1 จะได้ 2 ถ้าเอา 2 ไปบวกกับ 3 จะได้ 5 ขึ้น เราคำนวณได้ แต่เราไม่ต้องไปคิดว่า เราจะได้ 5 แล้วได้ 4 กว่าแล้ว ไม่ต้องไปกังวลเลย ทำเหตุให้ดี แล้วผลมันจะเกิดเอง คุณไปบิดเบี้ยวความจริงไม่ได้ คุณทำเหตุให้ถูกต้อง อย่าหวังข้างหน้า ให้ดีที่สุด มากที่สุดจบ ไม่ต้องไปเสียแคลอรี่ไปอยากได้เลย สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ในหมู่สงฆ์ ในระดับสูง เกิดจากอะไรครับ พ่อครูว่า... เกิดจากความเสื่อมของคน เกิดจากความเสื่อมของสัจธรรม ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ในวัฏสงสาร เพราะในยุคนี้เป็นกลียุค เป็นยุคที่ศาสนาพุทธกำลัง เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น มันก็ต้องเดินทางของมัน จะห้ามกันไม่อยู่หรอก เป็นแต่เพียง ถ้าเรารักษา เราเสริมเติมให้มันมีน้ำหนัก มีปฏิภาคทวีเอาไว้ ช่วยๆๆ เพื่อที่จะให้ศาสนาพุทธนี้ ยืนยาวต่อไป คนเราก็ต้องรู้ ความเป็นตัวเรา ก็เท่านี้ ต้องรู้เขตว่า ตัวเราก็เท่านี้ พระพุทธเจ้าก็ต้องรู้เกณฑ์ของท่าน พระมหาสาวก ที่เป็นอัครมหาสาวกใหญ่ ที่ท่านบอกว่า ศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้า มีอายุ 5000 ปี พระพุทธเจ้าไม่ได้พยากรณ์เอาไว้นะ แต่อาจารย์โบราณจารย์ รุ่นใหญ่ๆ ที่เป็นพระโพธิสัตว์ ก่อนๆอาตมา ท่านมีภูมิพอที่จะคำนวณไว้แล้วว่า จะมีถึง 5000 ปี ทุกคนก็เข้าใจยอมรับเหตุปัจจัยอันนี้ ซึ่งไม่มีปัญหาหรอก เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำนาย แต่ว่าต้องเป็นได้ ยกตัวอย่างเช่นว่า พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า คนนี้จะต้องเกิดเท่านั้นเท่านี้ เป็นชื่อนั้นชื่อนี้ ท่านไม่ใช่คำนวณ ท่านบอกได้ ท่านมีเหตุเท่านี้ ท่านรู้จักเหตุ ของคนนี้จากอดีตชาติ จากวิบาก ท่านก็ยิ่งกว่าหมอดู ท่านไม่ใช่เดา เอาเหตุปัจจัย มาเป็นตัวบวกลบคูณหาร Solution ให้เกิดได้ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่อง Magic เป็นเรื่องมีเหตุมีผล เป็นวิทยาศาสตร์ เป๊ะเลย ไม่ใช่ด้นเดา ไม่ใช่เรื่องลึกลับ เป็นเรื่องกระจ่าง ทุกอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า องค์นี้จะไปเกิดชื่อนั้นชื่อนี้ ได้ฐานะนั้น อย่างนี้อย่างนั้น คนนี้จะเป็นสมณะสายไหน สาวกเก่งทางนั้นทางนี้ อสีติสาวกระดับไหน ท่านรู้หมด ท่านไม่ได้เดา แต่คำนวนได้ ทั้งโลกเขาไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าท่านรู้ มันเป็นเรื่องสัจจะที่สุดยอด เป็นเรื่องอจินไตย คุณจะไปลอกเลียน สุทธิชัย หยุ่นว่า...เรื่องเงินทอนวัดนี้ คนก็งงว่า ตอนแรกมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เงินที่ว่านี้เป็นงบประมาณ ที่ให้ไปปฏิสังขรณ์ไปปรับปรุง พ่อครูว่า... ทั้งงบประมาณด้วย ทั้งที่ได้จากญาติโยม เขามาบริจาคด้วย เป็นเงินของส่วนกลาง ไม่ใช่เงินส่วนตัว จริงๆแล้ว พระไม่มีเงินส่วนตัว มีเงินส่วนตัวไม่ได้เป็นอาบัติ รับได้เอาเป็นของส่วนกลาง แล้วไม่ได้ถือสิทธิ์ จิตใจจริงๆ ต้องไม่ได้ยึดเป็นเราเป็นของเรา เป็นตัวเรา อันนี้ภาษาว่าอย่างนั้น แต่สัจธรรมจะต้องมี จิตจริงนี้ อันนี้เราไม่ยึดถือเป็นเรา เป็นของเรา คำว่าไม่ยึด ไม่มีอุปาทาน อุปาทายติ อาการจิตของคนเป็นอย่างนี้ คือคนที่บรรลุธรรม ส่วนคนไม่บรรลุธรรม ก็ไม่มีคุณธรรมอันนี้ คนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า บรรลุธรรม มันก็ต้องมีคุณธรรมอันนี้ มันก็เป็นไป เพราะว่าคุณธรรมมันไม่มีจริง จึงมาหลอกชาวบ้าน เอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาหลอก แล้วตัวเองก็หมกเม็ด สุทธิชัย หยุ่นว่า...แสดงว่าเป็นมานานแล้ว พระอาจารย์ คงล่วงรู้มาก่อนแล้ว พ่อครูว่า... อาตมาขอแยกจากเถรสมาคม ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 พออาตมารู้ แล้วขออภัย ที่ต้องพูดความจริง ขออภัยทางมหาเถรสมาคมจริงๆ อาตมาถึงประกาศ แยกตัวออกมา ไม่ใช่ว่าอาตมาไปหาเรื่องอะไร มันไม่ใช่ ตามสัจจะแล้ว อาตมาอยู่ด้วยไม่ได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ทำใจไม่ได้ พ่อครูว่า... ทำใจได้ แต่ว่าอาตมาทำอะไรไม่ได้ 1 อาตมา เป็นพระใหม่พระผู้น้อย พระผู้ใหญ่ก็ไม่เอาด้วย อาตมาถึงได้โดนกีดกัน สุทธิชัย หยุ่นว่า...ในระบบสงฆ์ของไทยเรา พระผู้น้อย ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น ต่อพระผู้ใหญ่ได้ พ่อครูว่า... แน่นอน สุทธิชัย หยุ่นว่า...พุทธศาสนาไทย ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยสิครับ พ่อครูว่า... ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประชาธิปไตย ที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าเป็นกบถ มาทำลาย ความเป็นประชาธิปไตย ของพระพุทธเจ้า ให้เป็นเผด็จการหมด เผด็จการยิ่งกว่าฆราวาสอีก สุทธิชัย หยุ่นว่า...สังคมนับถือยกย่อง ให้เกียรติให้อภิสิทธิ์ จึงน่ากลัวมาก หลายอย่าง มอบวัตถุต่างๆให้อีก พ่อครูว่า... และแม้หลอกได้ด้วย สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่มีการตรวจสอบบัญชี เข้าออกอะไรด้วย พ่อครูว่า... ภาษีก็ไม่ยอมเสีย สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้วมันจะได้จังหวะ ปฏิรูปเสียทีไหมครับ ผมว่าประชาชนเห็นด้วยนะ ถ้าจะปฏิรูป พ่อครูว่า... เชื่อว่าท่านทำแน่ กำลังทำอยู่ อย่าเพิ่งใจร้อน อย่าเพิ่งรีบร้อนเกินไป ให้โอกาสท่านบ้าง มันไม่ง่ายนะ สุทธิชัย หยุ่นว่า...เริ่มตรงไหนครับ พ่อครูว่า... ธรรมะ ถูกต้องแล้ว เริ่มต้นจากเรื่องเงินตรา ซึ่งเป็นปาราชิกข้อสำคัญ อาตมาเคยพูดว่า ในหมู่สงฆ์หมู่ใหญ่ หากตรวจเช็คเรื่องเงินทองนี้ ปาราชิกกันเกือบหมด ตัวเล็กตัวน้อยก็มี สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์กล้าพูดว่า เกือบหมดนะครับ พ่อครูว่า... ถูกต้องแล้ว เพราะว่าทุจริตเกินกว่า 5 มาสก เอาเงินมาเป็นของเรา ทั้งที่ไม่ใช่ของเรา ไปฝากธนาคารก็ดี เอามาเก็บเป็นของส่วนตัวเลยก็ดี แม้แต่เคลื่อนจากฐาน เกินกว่าองคุลี ในเงินที่ไม่ใช่ของเรา ก็เป็นของทุจริต เราไปหยิบมา เคลื่อนที่เกินกว่าเท่านี้นิ้ว ก็ปาราชิกแล้ว สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ที่ผ่านมา ไม่มีใครทักท้วง พ่อครูว่า... อาตมาท้วงเขาไม่ฟัง หากเขาฟัง ก็ต้องปรับตัวเอง แต่เขาไม่ฟัง ไม่เอา อาตมาออกมาแล้ว เราก็ไปแก้เขาไม่ได้ เราก็ได้แต่ทำที่เรา ก็ได้แต่ด่าๆๆๆ ขออภัยใช้ศัพท์ง่ายๆ ให้เข้าใจ ก็ได้แต่ตำหนิ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ด่าแล้วได้ผลไหมครับ พ่อครูว่า... ก็ได้ผลบ้าง สำหรับคนที่ไม่กระด้าง แสวงหาความจริง สุทธิชัย หยุ่นว่า...หากเขาไม่กระด้าง ก็ต้องเชื่อแล้ว แต่นี้เขากระด้างมาก พ่อครูว่า... เขาเรียกว่าพระอลัชชี หน้าแข็ง มีเยอะ ก็ค่อยเป็นไป มันก็ดีขึ้น อาตมาว่า มันแสดงถึงสังคมไทย ประเทศไทย พระพุทธศาสนาคนนับถือทั่วโลก มันจะดีขึ้น สุทธิชัย หยุ่นว่า...เมื่อถึงความมืดสุดแล้ว มันก็จะเห็นแสงสว่าง

คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ที่ บวร ราชธานีอโศก วันที่ 6 มิถุนายน 2561 ประเด็น ที่ 3. ประชาธิปไตยของไทยขณะนี้ดีที่สุดในโลก!!!

สื่อธรรมพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยของไทยขณะนี้ดีที่สุดในโลกหรือไม่ พ่อครูว่า... เราพูดกับพวกเราว่า เป็นยุคของการเปิดศักราช ไม่ว่าทางด้านศาสนา ไม่ว่าทางด้านประชาธิปไตย ประชาธิปไตยก็เจริญ อาตมาของพูดแล้ว ก็อะไรก็ยังไม่เข้าใจ ประชาธิปไตยเมืองไทย เป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลก สุทธิชัย หยุ่นว่า...นี่เป็นประชาธิปไตยทั่วไป พ่อครูว่า… การเมืองของไทยประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตย ที่ประพฤติอยู่ขณะนี้ suddenly status quo ขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้าปฏิวัติ ตอนนี้เป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดของโลก สุทธิชัย หยุ่นว่า...มีคนไม่เห็นด้วยกับพระอาจารย์เยอะนะครับ พ่อครูว่า... อาตมากำลังอธิบายประชาธิปไตย 3 เส้าคือ 1 มีประชาชน 2 มีกษัตริย์ 3 มีวิญญาณ ประชาธิปไตยคือ จะต้องมี อิสรเสรีภาพ มีความไม่มีตัวตน มีความหมดอัตตา เป็นอนัตตาได้จริง รัฐช่วยเหลือประชาชนจริง จึงเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ จะไม่มีความเชื่อมต่อ ใครมีอำนาจทางเงิน ทางอำนาจ ทางโครงสร้าง ก็จะได้ขึ้นมาครองอำนาจปกครอง ใครสะสมอำนาจพวกนี้ได้ ก็จะได้อำนาจ ไม่มีอะไรค้าน แต่ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ ผู้จะเป็นกษัตริย์ จะต้องได้รับการอบรมจากพระประยูรวงศ์ ตามกฎมณเฑียรบาล ต้องทำให้เกิดโลกวัชชะไม่ได้นะ ต้องระมัดระวังสังวรทั้งนั้น เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการศึกษาฝึกฝน และจะต้องเตรียมตัว จะขึ้นไปเป็นรัชทายาทแล้ว จะไปเป็นอะไรตำแหน่งอะไร แล้วก็จะมีการฝึกฝนทั้งนั้น ต้องเตรียมไว้ มีการเตรียมไว้อันดับ 1 2 3 มันเป็นระบบ มันเป็นสิ่งที่ทำจริง ต้องศึกษา ทุกคนอยู่ในกรอบ ในกฎมณเฑียรบาล อยู่ในหลักเกณฑ์จริงๆ สืบทอดกัน เป็นสายสันตติวงศ์ แต่ว่าประชาธิปไตยขาเดียว ใครก็ไม่รู้ โมเมมีอำนาจทางการอำนาจ มีอำนาจเครือข่าย โครงสร้าง ตูม ก็ขึ้นมาได้ แล้วก็ไม่มีฐานสืบต่อ นอกจาก จะสืบต่อโครงสร้างเงินทอง ที่เป็นอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลไหนก็ตาม เอาอำนาจเงิน อำนาจวัตถุ เป็นตัวหลัก มันจึงเป็นประชาธิปไตย ที่ไม่มีความสืบต่อทาง ยีนของชีวะ ที่เป็นจิตวิญญาณ สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้วพลเอกประยุทธ์ เข้าข่ายสามเส้านี้ไหมครับ พ่อครูว่า... เป็น ตามภูมิธรรมอาตมา อาตมาตรวจสอบหลายอย่าง หลายอย่างก็พูดไม่ได้ พูดไปแล้วจะเป็นโอษฐภัย อาตมาจะให้ข้อสังเกต ในประเทศไทย คนชื่อว่าประยุทธ์ มี 2 คน เป็นทางธรรมะคนหนึ่ง เป็นทางโลกคนหนึ่ง คนที่สูงทางธรรมะ ก็ชื่อประยุทธ์ คนที่สูงทางโลก ก็ชื่อประยุทธ์ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ท่านอ.ประยุต ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า… ประเทศไทยจะต้องมีอะไรที่ลงตัว พระพุทธเจ้าจะต้องชื่อสิทธัตถะ สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์ก็จะเชียร์ให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง พ่อครูว่า... เชียร์อยู่ แต่ก็มีพวกเราบางคนบอกว่า ถ้าเชียร์พล.อ.ประยุทธิ์ เขาก็จะไม่เชียร์พ่อครู สุทธิชัย หยุ่นว่า...ก็ที่ พระอาจารย์เชียร์ พลเอกประยุทธ์ ก็จะยิ่งอยู่ในฐานะลำบากได้ พ่อครูว่า... ก็ประมาณ เห็นใจเขาเหมือนกัน ไม่ต้องไปประชดเขา แต่ต้องพูดความจริง เมื่อถึงเวลา สุทธิชัย หยุ่นว่า...ประชาชนมาถึงคูหาเลือกตั้ง ไปหย่อนบัตรไปเลือก สมมุติว่า เลือกพรรคการเมือง จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ เก่า หรือรวมตัวกันได้แล้ว ก็ไม่เอาพลเอกประยุทธ์ พระอาจารย์ จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ถูกต้องหรือไม่ คนดีที่สุดคือ พลเอกประยุทธ์ ทำไมคุณไม่เอาหรือไม่ พ่อครูว่า... ตอนนี้วาระนี้ เราก็ต้องรู้ว่า พลเอกประยุทธ์ทำงานได้ดีอยู่ ด้วยค่ารวม ก็ไม่ได้เสียหาย แต่ถ้าเผื่อว่าอีก 5 วันข้างหน้า 5 เดือนข้างหน้า 5 ปีข้างหน้า พลเอกประยุทธ์เปลี่ยนไป อาตมาก็ไม่เอาด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าพลเอกป

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน