610605_พิธีน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู งานอโศกรำลึก ปี 2561.docx
เนื้อหาในไฟล์
610605_พิธีน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู งานอโศกรำลึก ปี 2561 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1-_yDO-GkP2PVEkyJJFAFSpnWW_e0YXRWeJC1XPIBg0Y
ดูยูทิวป์ได้ที่… https://www.youtube.com/watch?v=-NPigHLsR-M
สื่อธรรมพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน พ่อครูเทศน์ พิธีน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู อโศกรำลึก ปี 61 พ่อครูเกริ่นกล่าวก่อนเริ่มพิธี... พวกเรา มนุษย์ต่างดาวจากโลกเขา จากโลกโลกีย์เขา พวกเราก็เป็นอยู่ของพวกเรา ความเป็นมนุษย์ต่างดาวของพวกเรา เป็นมนุษย์ที่ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับโลก หรือว่าดาวดวงไหนเลย เราอยู่กับโลก ไม่ว่าจะดาวดวงในไหนก็ได้ ทุกวันนี้ เราก็อยู่กับโลก หรือดาวดวงโลกีย์ โลก โลกีย์เขาอยู่ เราก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเขา มีแต่จะเป็นประโยชน์กับเขา เพราะพวกเราไม่มีความเห็นแก่ตัว ไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัว ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านสอน ให้เราละตัวละตนจริง ไม่ใช่แค่คำพูดเฉยๆ และมีพฤติกรรมจริง มีสิ่งที่เป็นจริง มันเป็นจริง อาตมาพาทำมา อาตมามั่นใจ ในผลที่เกิดจากทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ที่อาตมานำพามา ว่าถูกต้องมาตลอด อะไรที่มันมีบกพร่องบ้าง เป็นบางจุด บางอัน อาตมาก็เห็นจุดบกพร่อง ก็รีบปรับ รีบแก้ไข ให้เข้าร่องเข้ารอยมาตามลำดับ ก็ดีขึ้นมาได้เรื่อยๆ มีการก้าวหน้า อัตราการก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ ที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ก็ยิ่งเห็นว่า อาตมาไม่ได้เข้าใจไปเองเลย และไม่ได้เข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าผิด มั่นใจว่าใช่ เราคือคนนั้น และ 2 ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าถูกต้อง พิสูจน์แล้ว ไม่ขัดแย้ง โดยมีหลักฐานพระไตรปิฎกมาเป็นเครื่องตรวจสอบ ในภาษา ในความหมาย ในพระไตรปิฎก แม้แต่คำว่า สมาธิ คำว่าศีล คำว่าปัญญา คำว่าบุญ คำว่ากาย ที่อาตมาพาให้ทำความเข้าใจ และพาทำมาจนถึงทุกวันนี้ ก็จะเห็
อ่านต่อ
นว่าเขาหลงผิดกัน อาตมาอธิบายมาจึงไม่ง่าย ที่จะเข้าใจได้ มันมีความลึกซึ้ง ซับซ้อน และเราก็เข้าใจกันได้ ปฏิบัติตรงได้ผล ตามที่เคยปฏิบัติกันมา มันจึงเกิดเป็นอย่างนี้ เป็นสิ่งที่เป็นสิ่งที่ทวนกระแสโลก โลกีย์ เขาไปเอาความรวย เรามาเอาความจน เขามีความเอร็ดอร่อยกับรสโลกีย์ เราหมดความเอร็ดอร่อย รสโลกีย์ และก็เป็นประโยชน์ตน เรายิ่งจนลง ก็เป็นประโยชน์ตน เรารู้ชัดด้วยปัญญาของเราว่า เราลดละ เราสละออก จนกระทั่งถึงขั้น ไม่มีเลย ไม่ต้องสะสม มั่นใจในหมู่กลุ่ม มั่นใจในส่วนกลาง มันถึงจะพิสูจน์ ยืนยัน ชัดเจนที่สุดเลย แม้มีเท่านี้ ยังไม่ใหญ่โต ระยะเวลาได้เกือบ 50 ปี แต่ก็ไม่น้อยนะ เท่านี้ ทั้งๆที่อยู่ท่าม กลางโลกียะ ที่มันพยายามมาโค่นโลกุตระ แต่มันโค่นไม่ลง โลกุตระเราก็เลยอยู่ได้ ก้าวหน้าเสมอๆ ก็จึงทำให้อาตมาชัดเจน แม้ควรจะสละขันธ์ แต่ว่ามันน่าจะต่ออีกนะ รู้สึกว่ามีอะไรที่น่าจะทำให้พวกเราต่อ กว่าอาตมาจะตาย หากตายแล้ว กว่าจะเกิด อายุพอจะทำงานได้ มีความรู้ เดียงสา พวกคุณอาจจะตายไปหมดแล้ว อาตมาก็ต้องพูดกับคนที่ไม่ต่อเชื่อม ต่อเนื่อง มันจะเสียผลมาก ก็เลยฝืนสังขารอยู่ตอนนี้ พยายามให้ได้ จนกระทั่งให้มั่นใจ ว่าพวกเราจะเชื่อมต่อไป อาตมาตายไป พวกเราก็จะเชื่อมต่อไป อาตมาเกิดมาอย่างไร ก็จะมีเชื้อให้ทำต่อ ลึกๆแล้ว อาตมามั่นใจ ในพุทธกัปป์ของพระสมณโคดม อีกสองพันห้าร้อยกว่าปี อาตมาจะต้องเกิดใหม่อีก แต่พวกเราอย่าชะล่าใจ ต้องรีบทำให้ได้ ต้องเร่งขวนขวาย หากชะล่าใจว่า พ่อท่านจะเกิดมาอีก บางคนก็เลยระเริงในโลกีย์ ก็อย่าชะล่าใจ อย่าประมาท พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญ ความเป็น ปปัญจรามตา ความยินดีในความเนิ่นช้า พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญเลย ก็ต้องพยายามเจริญ ให้ไวได้ยิ่งดี ก็เป็นเรื่องสรุปย้ำ สำหรับพวกเรา
พิธีกล่าวคำกตัญญุตาบูชาพ่อครู ...สมณะเดินดินนำลูกๆเปล่งกล่าว…. “ลูกหลานชาวอโศก ขอน้อมรำลึกนึกถึง พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ในการครบรอบ เจ็ดนักกษัตริย์ของชีวิต ในการกอบกู้ศาสนา พ่อครูได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตัวเอง ทุกหยาด ด้วยเลือดทุกหยด เพื่อประโยชน์ และความสุข ของมวลมนุษยชาติ ลูกลูกชาวอโศก จะศึกษาให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ให้ยิ่งขึ้นไป ด้วยความไม่ประมาท ในโทษภัยอันมีประมาณน้อย เพื่อที่จะช่วยกัน สืบสานบวรพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองไปจนถึง 5000 ปี และรวมกันทุ่มเทแรงกาย แรงใจ สร้างชุมชนบวร สาธารณโภคี ให้เป็นองค์ประกอบของมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ซึ่งเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการทำพรหมจรรย์ ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สาธุ สาธุ สาธุ”
พ่อครูกล่าวปิดพิธี…. พวกเรามีอิสระเสรีภาพส่วนตนทุกคน อาตมาพยายามที่จะไม่ให้เป็นการบังคับ หลอกลวงโฆษณาชวนเชื่อ ไม่มีเด็ดขาด ไม่ได้ทำ ให้ทุกคนมีอิสระเสรีภาพ เกิดภูมิปัญญา เกิดความเฉลียวฉลาดเอง แล้วตัวเองก็ยินดีเอง ตัดสินใจเอง มาเอาเอง จึงมีความเป็นอิสระเสรีภาพ ก็จะมาต่อว่าต่อขานอาตมาไม่ได้ อาตมาไม่ได้หลอกลวง ไม่ได้บังคับ ไม่ได้และเล็ม เลียบเคียง ไม่ได้ประเหลาะอะไรเลย ทำความจริงให้ปรากฏ ทำความจริงตามความเป็นจริงไป แล้วก็ให้เห็น เชิญมาดูได้ เอหิปัสสิโก มาสัมผัสได้ เห็นแล้วสัมผัสแล้ว สมัครใจกันมาเอง ยังไม่พอใจ ยังเห็นว่ายังไม่ไหว ก็ไม่เอา เป็นอิสระเสรีภาพ อาตมาพิสูจน์ความอิสระเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่ พวกเราเป็นนักอิสระเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้กำหนดตัวเอง เป็นผู้ใช้ปัญญาตัดสิน ซึ่งอาตมาภูมิใจ นับถือจิตใจของพวกเรา ที่มีภูมิปัญญา ฉลาดเฉลียว มีภูมิปัญญาที่ลึก ชัด เป็นลักษณะ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีต ไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พระไตรปิฎก เล่ม 9 ข้อ 34) เกิดมาเป็นโพธิสัตว์ ที่จะชัดเจนว่า มีลูกเป็นจำนวนพันเป็นอเนก คือจำนวนหลายพัน แต่อาตมาก็ยังเห็นว่าพวกเรานี้ สองพันก็งานใหญ่ๆ ก็หืดขึ้นคอ งานนี้ ขณะนี้จะถึง 2000 หรือไม่ อาตมาว่าอย่างเก่งก็พันกว่า ยิ่งทำให้อาตมาเห็นน้ำใจพวกเรา ที่ช่วยเหลืออาตมา ทำคนละไม้คนละมือ แม้แต่เด็กเด็กเล็กๆ อาตมาก็ชื่นใจ เขามีน้ำใจ บางคนอายุมากแล้ว แย่แล้ว ก็ยังมีน้ำใจ คนละเล็กคนละน้อย มันชื่นใจ อันนี้อาตมามันเป็นเรื่องจริงใจ เด็กก็ตาม คนแก่ก็ตาม คนหนุ่มสาวผู้ที่มีกำลังวังชา มีเรี่ยวแรงมากทำเต็มที่ ไม่ต้องพูดเลย อาตมาจะต้องขอบคุณอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดเลย เพราะว่ามันเป็นสัจจะที่รู้กันแล้ว เป็นเรื่องที่อาตมาเห็นจริง เป็นจริง และรู้สึกจริงๆ อย่างนั้น อาตมาถึงบอกว่า พวกเรามีภูมิปัญญาที่จะวินิจฉัย ตัดสินความเป็นจริงเอง เมื่อเห็นแล้วก็ทุ่มโถม เพราะฉะนั้นการมี อิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มันจะเกิดขึ้นจริง ฉันทะมันก็จะรู้สึกพอใจยินดี อย่างนี้จริงๆ มีความพากเพียร อุตสาหะ วิริยะ มันจะตามมา จิตมีเท่าไร เราจะโถมไป วิริยะ จิตตะ ทุ่มโถมลงไปแล้ว ก็จะได้เนื้อ วิมังสา จะได้เนื้อหาสาระ แก่นสาระสัจธรรมอันลึก อิทธิบาท 4 นี้เป็นสัจจะที่เห็นผลจริงๆเลย มันจะเป็นจริง ถ้าเราเกิดอิทธิบาท 4 วิริยะเราก็มากขึ้นจริงๆ พากเพียรจริงๆ จิตเรามีเท่าไหร่ ก็ทุ่มโถม มันจริงนะ แล้วเราก็ได้จริงๆเลย ได้สาระสัจจะ ได้เนื้อแท้ของสัจธรรมขึ้นมาเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าธรรมะพระพุทธเจ้านี้ เป็นสัจธรรม ที่เป็นเรื่องทุกบทบาท ก็จะได้เห็นว่าพระไตรปิฎกเล่มนี้ อาตมาว่ามีบกพร่องน้อยมาก มันใช้ได้เต็มที่เลย อาตมาว่าที่ผิดพลาดไป ส่วนใหญ่จะมีในพระไตรปิฎก ฉบับไหนก็มี แม้แต่ที่ทำยังมิจฉาทิฐิ ก็ได้ผลอย่างมิจฉาทิฏฐิ อันนี้เป็นสัมมาทิฏฐิ ที่เข้าใจตรงกันแล้ว ว่ามันได้อย่างนี้ โดยเฉพาะมีความจำกัด ทั้งพยัญชนะ หลักฐานที่มันครบพร้อม มันตรงกับของพระพุทธเจ้า หรือเป็นสัก 99 เปอร์เซ็นต์ มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ไม่มีการหลอกลวงล่อกัน ทุกคนตัดสินใจเอง ด้วยใจจริง ผู้ที่มานั่งฟัง ได้ยินได้ฟัง ได้รับรู้ร่วมกัน ในขณะนี้ ก็เป็นจริง บางคนอาจจะมา ที่ยังไม่แน่ใจ ก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่อาตมาว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จึงเป็นผู้ที่มีเนื้อแท้ ผู้ที่ยังไม่แน่ใจนั้น อาตมาว่ามีน้อย แล้วก็จะมีเนื้อแท้เพิ่มขึ้น เพราะเราเอง ต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดคุณภาพ ทำให้เกิดรูปธรรม ทำให้เกิดสิ่งที่มันเป็นตัวจริง ที่เป็นธรรมะเนื้อแท้ของโลกุตรธรรม ของพระพุทธเจ้า หรือเกิดแบบอาริยะ ใช้พยัญชนะ อธิบายความหมายชัดเจน ยืนยันว่าต้องเป็นอย่างนี้นะ โดยให้ความสำคัญ และเป็น Definition ลงไปให้ชัดเจนว่า ต้องอย่างนี้ ซึ่งพวกเราก็ทำได้จริงๆ พวกเราก็ดูดีแล้ว ก็จะตัดสินใจทำอะไร ที่มีอัตราการก้าวหน้า ทั้งรูปธรรมนามธรรมต่อไป ให้เป็นจริง ก็ขอให้ทุกคน ได้รับความเจริญก้าวหน้า ที่จะมีอัตราก้าวหน้าต่อไป เป็นปฏิภาคทวีขึ้น เป็นอัตราการก้าวหน้าในระดับก้าวหน้าถึงขั้น Coefficient ถึงขั้นยกกำลังขึ้นทุกคนเทอญ ...สาธุ