211105-1-053 ทางเอกภาค1-ตอน053(หน้า210)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt

โฟลเดอร์2521 MP3 ทางเอก-ภาค1 107 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์135 KB
วันที่แก้ไข21 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2521 ตอนนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อธิบายทางเอกภาค 1 บทที่ 6 ครั้งที่ 53 ที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาต่อที่หน้า 210 ซึ่งเราก็ได้อธิบายถึงเรื่องพุทธศาสนา พ่อที่จริงก็เป็นเพียงข้อเบื้องต้นเราก็ซึ่งรู้เรื่องของศาสนาที่ธรรมะดีแล้วเราจะเข้าใจชัดเพราะมันก็คือศีลข้อ 1 2 3 4 อะไรซึ่งไม่เกี่ยวกับข้อมุสาขอมุกสามีด้วยก็คนกลางที่ว่าพรหมจรรย์ก็เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเองถ้าไม่ได้พูดถึงเรื่องสุราเมระยะมัชชะอะไรนิดหน่อยอย่างลึกซึ้งจริงๆก็ง่ายๆถ้าสัตว์มาเลี้ยงตนจะไปเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาเลี้ยงตนถูกเท็จมาเลี้ยงตนเอง กามคุณ 5 ก็เป็นคำอธิบายหยาบๆของการมีชีวิตใช้จานหรือว่าอมจันทร์ง่ายๆแค่นั้นเองแต่เป็นเบื้องต้นแต่ท่านก็บอกว่านี่แหละเป็นไปเพื่อที่ผ่านถ้าเผื่อว่าจะทำโดยหลงเป็นสุขอยู่ก็ไม่มีทางเป็นไปนิพพานเพราะว่าเป็นเรื่องของคนเลวทรามธรรมดาของปุถุชนเป็นเรื่องความหนาแน่นไปด้วยกิเลสอยู่สามารถประกอบเพื่อประโยชน์อะไรแต่ถ้าเป็นผู้ที่ภาคเรียนเรียนรู้ว่าความหลงมาเป็นสุขถูกหลอกว่าเป็นสุขสุขสันต์วันเกิดแปลว่าถูกหลอกก็เป็นสุขถ้าเราไม่เรียนรู้เท่าทันจนกระทั่งเห็นชัดว่ามันไม่ใช่สุขมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ด้วยซ้ำไป มันเป็นเวที 1 บาทไทยซึ่งถ้าเกิดว่าใครไม่รู้เท่าทันจริงๆไม่ถอดถอนออกมาก็ไม่มีทางเป็นไปเพื่อนิพพานพาพ่อแม่แล้วอีก 2 ข้อต่อมาคือถือเอาสิ่งของที่ผู้อื่นไม่ได้ให้มาเลี้ยงตนให้เป็นสุขกับพูดเท็จมาเลี้ยงตนให้เป็นสุขนั้นแต่ยังไม่พูดถึงหลักจะพูดถึงติดคอในพระสูตรนี้ก็คือบำเรอตนด้วยกามคุณ 5 ประการถ้าข้อความนี้ก็ชัดแสนจะชัดกว่ากราบที่ผู้ใดยังใฝ่คว้าโหยหาและลิ้นเศษบริโภคตามคุณภาพคืออะไรไปหมด ชื่นใจสุขสมในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทุกอย่างอยู่มันก็ยังเป็นของเลวทรามเป็นของปุถุชนคนหนาแน่นด้วยกิเลสไม

อ่านต่อ

่ประกอบด้วยประโยชน์และก็ไลน์ไปที่อธิบายไปจนกระทั่งถึงสุดท้ายตัวและไม่เป็นเหตุให้ถึงพระนิพพานได้เลยนี่ก็ยืนยันชัดๆเห็นอยู่ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าปัจจุบันเมื่อเราเข้าใจแล้วเราก็เอามาเรียนรู้ตัวจริงที่จิต รู้กันก็ต้องสัมผัสด้วยทวารใดอายตนะใดสัมผัสอยู่รู้ว่าอย่างนี้เรียกว่ากามคุณ 5 เรียกว่าอารมณ์กามารมณ์แล้วก็จะต้องรู้แล้วก็รถถอยการรถทำยังไงการถอยทำยังไงการทำให้จางคลายทำยังไงเราจะต้องฝึกตัวจริงๆไม่ใช่มานั่งฟังแต่ภาษานั่งคิดนั่งเข้าใจเอาแต่ปัญญาเฉยๆแล้วเมื่อเด็กเคยพิจารณาไม่ได้เคยรับทราบกายเวทนาจิตธรรมหรือจิตใจเป็นสิ่งจับลูกของจิตอาการของจิตวิญญาณของจิตได้ในกรณีที่เรานี่สัมผัสอย่างนี้แล้วเกิดอาการเป็นอาการชอบทานเป็นอาการไข้อยากติดใจหรือว่าเป็นหลักการไม่พอใจ ผลักไสในเมื่อเราสัมผัสกระทบอารมณ์ชอบไม่ชอบหรืออารมณ์หลงไม่หลงอะไรมันเกิดเราไม่รู้เรื่องเลยมันก็น่าจะเพียงเรียนเอาปัญญาเดินออกพรรษาเรียนอะไรต่ออะไรไปเฉยๆแล้วก็ไม่รู้รู้แล้วจะเกิดมานะซะด้วยแต่ก็รู้ด้วยปัญญาเพียงแต่ฟังเพียงแต่คิดเข้าใจดีอะไรแต่ไม่เคยมาปฏิบัติพิษทดสอบทำให้มันจางคลายทำไมไม่รู้ตัวจริงหรอกเป็นอย่างนี้นะเนี่ยเราเรียกว่ามีเร็วกว่าเป็นอารมณ์กามอารมณ์ทางการอารมณ์ทางหูกามารมณ์ทางจมูกตามอารมณ์ตามอารมณ์ทางสัมผัสเราไม่เข้าใจมันก็ป่วยการ แต่ถ้าเราเข้าใจจริงแล้วก็เด็กพยายามปฏิบัติอยู่ตลอดเวลาเราสัมผัสเราก็ได้รถแต่ละฤกษ์รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่สัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายนี่แหละเป็นทวารสัมผัสนอกที่ชัดๆแล้วมันก็ไปรวมลงที่ใจผมไปรวมๆจิตใจเราเรียกจิตใจนั้นว่าทำอารมณ์ถ้ามันยังทรงอยู่มันยังไม่จางคลายมันยิ่งเหนียวแน่นมันยิ่งสั่งสมลงเป็นอุปทานก็เป็นตัวทำอารมณ์เป็นอารมณ์ที่ทรงไว้อารมณ์ที่เป็นกองเกาะยังเป็นอนุสัยเป็นอาสวะเป็นตัวภาวะปัญหามันอยู่ในภพทุกสิ่งทุกอย่างสมมันยิ่งมากมวลมันยิ่งเพิ่มเติมมันยิ่งหนักแน่นหนักหนาเข้าเราก็ยิ่งทุกข์ใจเราก็ยิ่งเป็นผู้ที่จะต้องลำบากตำบลไปในภายหน้า ปาท่องโก๋ว่าเราเองเราได้รู้เท่าทันวันละหน่ายคลายได้ปรับปรุงปรับเปลี่ยนอยู่ปัญญาก็เข้าไปไขพร้อมเห็นชัดเจนว่าถ้าเราทำตามคลายเราทำอ่อนลงบางลงก็สบายขึ้นมาเห็นเหตุเห็นปัจจัยเห็นเหตุเห็นผลของมันเห็นชัดๆเป็นความรู้ที่จิตเป็นความรู้สึกเป็นความเข้าใจเลยว่าเราได้กำไรนะถ้าเราหยุดเนี่ยมันเป็นทางของนิพพานถ้าเราให้อ่อนแรงมีเป็นทางนิพพานตัวโพธิสัตว์ย่อมเกิดปัญญาโพธิสัตว์ย่อมรู้ว่าเห็นเด่นชัดในความเมาคลายจางหยุดระงับแล้วมันเป็นไปด้วยความโล่งโปร่งว่าหมดภาระสิ้นทุกข์แล้วเราก็มีชีวิตอยู่ได้อย่างเจริญเราจะเหลือส่วนเหลือ เห็นส่วนดีเราจะเห็นส่วนเจริญส่วนประเสริฐของความเป็นมนุษย์สูงขึ้นสูงขึ้นเพราะรถจางคล้ายสิ่งเหล่านี้ไปเห็นจริงๆเกิดปัญญาอันยิ่งเกิดปัญญาแทนที่จะเป็นเหมือนอย่างกับตลกๆแต่ก่อนนี้เราไม่กลัวเราได้เสพเราได้กำไรเราได้กำไรตอนนี้ผมกลับกันโอ้เราขาดทุนขาดทุนแต่ก่อนนี้เราเป็นมัวเมาไม่เข้ายาเสพติดเปลืองตัวเปลืองใจเปลืองเวลาเราก็เป็นคนไร้ค่าไปหมดยิ่งมันลดละออกแล้วเพื่อให้เรากลับกลายเป็นคนว่างเบาง่ายเกิดกลับเอาร่างเอาแรงเอากำลังเอาปัญญาเอาอะไรก็ได้มาใช้ประโยชน์อื่นได้อีกไม่ต้องไปเป็นภาระไม่ต้องบริการตนเองไม่ต้องไปหลงซมซานแสวงหามันจะเห็นเป็นปัญญาจริงๆ เข้าใจมันยิ่งจะเกิดศรัทธาศรัทธาที่เป็นศรัทธาอันที่เป็นอินทรีย์เป็นภาระไม่ใช่ศรัทธาสักแต่ว่าเชื่อๆไปตามๆไปเฉยๆไม่ใช่เพราะว่าศรัทธาจะเป็นตำราเป็นครูบอกว่าถือๆตามกันมาหรืออะไรต่างๆแบบอยู่ในกาลามสูตรไม่ใช่เลยจนศรัทธาที่เห็นด้วยปัญญาอันยิ่งเป็นศรัทธาที่ได้สัมผัสความจริงมันเกิดศรัทธาจริงๆศรัทธาตัวนี้เป็นอินทรีย์เป็นภาระแทนยิ่งทราบซึ่งยิ่งเห็นมากมีปัญญาที่เกิดมากศรัทธานั้นยิ่งลึกซึ้งที่เป็นอินทรีย์เป็นภาระอันแรงยิ่งเมื่อเรามีศรัทธาแล้ววิริยะจะตามสังเกตได้ถ้ามีศรัทธาไม่ใช่ศรัทธาหลง มันเป็นศรัทธาของอินทรีย์เป็นศรัทธาของพละเมื่อเกิดความเชื่อมั่นเมื่อเกิดความเข้าใจเห็นดีเห็นจริงมั่นคงจริงวิริยะมันจะตามถ้าเราไม่มีศรัทธาเราวิริยะอ่อนและวิญญาณเร่งเครื่องมันเท่าไหร่มันก็ไม่เคยขึ้นแต่ถ้าศรัทธามันยังดีและมันยิ่งมีศรัทธามากนะโอ้วิริยะไม่รู้มันมาจากไหนง่ายตามมาเร็วด่วนมันไม่ต่อต้านมันไม่ขัดขวางมีแต่มันจะเสริมแรงวิริยะแต่ทุกคนจะประสบกับตัวเองมันวิริยะดีสติก็จะตามมาสติคือการระลึกรู้ทีมันก็เจริญเถอะถ้าเผื่อว่าเราเองมันจะติดแรงเกิดการ ผ่าตัดโดยการวิริยะจักรสติก็เจริญจัดเป็นกลายเป็นพวกที่เป็นสติเครื่องกลายเป็นประเทศแต่ตัวนั้นจัดอันเดียวอันอื่นไม่เห็นแล้วกลายเป็นพร่ามัวในสิ่งอื่นกลายเป็นอัตราการเป็นพิธีการเป็นความเห็นแก่ตัวเองพงษ์เพ็งเป็นอภิชฌาวิศวะโลภะเป็นความโลภไปในส่วนที่เราเห็นมีที่เราหลงดีไปท่าเดียวเพราะเราต้องระวังอย่าให้เศรษฐกิจเฟื่องอย่าให้สติเลยเถิดเมื่อศรัทธามีดีวิริยะดีมาตามมาพอดีแล้วแล้วก็รู้ว่ามันจะสั่งสมทำให้เราเกิดสติสัมปชัญญะเกิดรวบรวมกำลังอยู่ที่การบันทึกอยู่ใน ที่เราศรัทธาในเรื่องที่เราจะเอาใจใส่อิทธิบาทที่จะเปิดอะไรมันก็จะตามมาเนี่ยเกิดฉันทะเกิดวิริยะเกิดจิตตะแล้วก็ได้ดัดตรงกับแปลงไปกระทำสิ่งที่เราสนใจนั้นมีวิมังสาแล้วมันก็จะสร้างให้เราเกิดการลดละเปล่าปล่อยเสริมยอนเข้าไปอีกสติก็ยิ่งใสยิ่งมียิ่งมีปัญญาตามมาอีกสิ่งที่เราประพฤติปฏิบัติอยู่ตลอดเวลาในศรัทธาเดินวิริยะเดินสติก็จะเพิ่มขึ้นได้นี่แหละคือสิ่งที่สั่งสมลงไปในจิตเราเรียกว่าอธิษฐานจิตยินดีขึ้นหรือเรียกว่าสมาธิพร้อมกันนั้นปัญญาก็ยิ่งจะเห็นสายปัญญาก็ยิ่งจะเกิด ปีเกิดพละเกิดแผ่นดินสีเกิดปัญญาพละตามมาเรื่อยหนุนมาด้วยสมาธินั่นก็คือเจโตปัญญานั่นก็คือปัญญาแต่มันจะเสริมขึ้นมาให้เกิด 2 ส่วนเติมจากศรัทธาวิริยะสตินำทำงานเพิ่มเพราะงั้นถ้าเกิดเราขยายสติมาเอามาเป็นสติปัฏฐานเพื่อสติปัฏฐานก็เป็นตัวกลางเป็นบทบาทสำคัญที่จะเสริมให้เกิดเปโตเกิดปัญญาเป็นมนุษย์ทั้ง 2 ส่วนสมาธิก็คือเจโตวิมุตติปัญญาก็คือปัญญาของเรามันเป็นสภาพเป็น จริงไม่ใช่เราท่องภาษาอังกฤษหัวข้อแต่มันจะมีสภาวะธรรมถ้าเราปฏิบัติแล้วฟังไปไม่เข้าใจเห็นอ้อมีนี่เราได้กระทำมีสัดส่วนที่พูดถึงนี่ที่พูดถึงนี่เราเข้าใจแล้วก็เราได้กระทำอยู่วันต่อวันแล้วก็มีสภาพนี้แล้วก็ไปพูดได้สั่งสมอินทรีย์สั่งสมพละในตนทุกวันสั่งสมสมาธิสั่งสมปัญญาสั่งสมสติสั่งสมโดยเฉพาะวิริยะเมื่อเรารู้ทางมันจะมีกิเลสเข้ามากวนบ้างมันทำไปแล้วมันกระชับสุดๆมันก็มันคนเรามันจะทำดีมันก็อย่างนั้นแหละบางทีมันรู้ดีแล้วมันก็ไม่ทำดีกิเลสมันมีมันจะเข้ามาขัดขวางมันจะเข้ามาทำอะไรพอทำทำไปแล้วมันก็ชักจะท้อแท้มันก็ชักสนิทเหนื่อยมัน อะไรกับพวกนี้ก็แซมเป็นตัวมือที่สามพวกจารกรรมกิเลสเนี่ยเก่งเข้ามาแทรกปีพายุมันแหมมันขยันนะกิเลสเนี่ยขยันเปิดเผยมันรู้สึกว่ามันซอกแซกทำงานเก่งเหลือเกินแล้วทำอยู่ตลอดเวลาเพราะเราก็จะต้องรู้เท่าทันเสมอเข้ามาทำงานซอกแซกได้เพราะแม้แต่ตาหูจมูกลิ้นกายเราก็ต้องระมัดระวังเป็นของจริงแล้วก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เรื่องที่เราพูดได้แต่แท้จริงแล้วมันจะลึกหลายละเอียดไปจนกระทั่งแต่เราก็พบว่าผู้ใดรู้เท่าทันทวาร 5 แล้วก็ปฏิบัติไปอยู่จนกระทั่งสุดท้าย รถอ่อนจางกามารมณ์ประชาชนทั้งหมดกามราคะแล้วก็หมดสิทธิ์ในการผลักดันปฏิฆะไม่มีกรุณาว่าเราเองไม่เป็นธาตุกามรูปและเก่งเสียงสัมผัสจะรู้เท่าทันเด็ดขาดเข้าใจแน่แท้รู้ความหมายไม่ได้เกิดจากครูวิญญาณเกิดโสตะวิญญาณเกิดการนักวิญญาณชิวหาวิญญาณดูแลแต่เกิดอยากจะรู้ละเอียดรู้และเราก็ไม่ได้เป็นทาสไม่ติดไม่เป็นถ้าไม่ยึดไม่ยอมเปิดรถ ไม่เกิดความใคร่อยากถ้าเราได้แต่เราก็ยังจะอาจจะปฏิฆะพอสัมผัสแล้วมันมีความถือดีมันมีความรู้ว่าเราไม่ชอบแล้วเราก็ไม่น่าจะให้มันมีอันนี้เกิดในโลกซึ่งเป็นความหลงผิดของเราถ้าเราเข้าใจอีกทีนึงถ้าไม่มีในโลกได้ยังไงไม่มีไม่ได้หรอกเวลาก็จะลดลงเพราะฉะนั้นเราก็เฉยๆเซ็กซี่กระทบสัมผัสบางทีก็ไม่กระทบสัมผัสธรรมชาติพอมายัดเยียดเราและแทนที่จะเฉพาะคนนี้มันเอามาใส่เราทำไมมีประสิทธิภาพมันจะเกิดเพราะฉะนั้นกามราคะรถจึงต้องตามด้วยรถ ตรวจทำความเข้าใจกับปฏิฆะแห่งชาติคือเป็นสังโยชน์ที่จะเสริมอยู่ลดประสิทธิภาพทำความเข้าใจให้จริงว่าสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสังขารอยู่ในโลกมีอยู่เราจะเป็นดับสังขารของโลกไม่ได้ระดับสังขารของเราลำดับความปรุงแต่งมันปรุงแต่งไม่ดูดก็อย่าไปปรุงแต่งความศักดิ์สิทธิ์จงทำความวางเฉยคือทำความทุ่มเทขาทั้งความไม่รู้เท่าทันสักแต่ว่ารู้สักแต่ว่าสำคัญเรื่องนี้ตาม เขาก็ทำขึ้นมาแล้วเข้าใจและจิตใจของเราก็วางกลางวางเฉยๆก็อธิบายกันอย่างนี้ก็ซ้ำซ้อนจำอยู่นั่นแหละแล้วเราก็ฝึกจริงเป็นอุเบกขาฐานเป็นอุเบกขาลงเป็นอารมณ์ของความเฉยจากอารมณ์ที่เรารู้แล้วว่าถ้าเป็นอย่างนี้ตามนะอย่างนี้เป็นกามราคะอย่างนี้เป็นปฏิกะนะหมดอารมณ์กามราคะหมดอารมณ์สัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายถวายอาหารเลยซึ่งเราเป็นไปได้เราก็พ้นสังโยชน์ 10 คนโอรัมภาคิยสังโยชน์เป็นพระอนาคามียังเหลืออุปถัมภ์ อาจจะมีเหลือหลอกๆหลอนๆเราอยู่เป็นดูกะลาพระรูปพระบ้างในจิตใจเราก็จะรู้เท่าทันในความละเอียดนั้นแล้วมันจะถือจนถึงตัวมันจะถือดิบชื้นดีเป็นมานะบ้างมีเศษส่วนอะไรอื่นอีกที่จะเป็นส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยไม่แนบสนิทไม่เป็นไปอย่างสูงละเอียดจริงที่สุดจากสังโยชน์เราก็จะจัดการแล้วก็จะเรียนรู้อย่างนี้เป็นต้นมันก็ตายขึ้นไปสูงเพราะฉะนั้นนี่เป็นเรื่องจนพระพุทธเจ้าได้สอนบริพัตรอย่างนี้แหละแต่ก่อนนี้เขาก็คงจะเรียนเพราะว่าเขาเรียนศาสนาผู้ติดตามผู้ใดมาฟังแล้ว ผมเข้าใจพระพุทธเจ้าท่านรู้ว่าพูดในแง่นี้แค่นี้ขยายความแค่นี้ปริพาชกเข้าใจเดี๋ยวนี้มันด้านยามันกินชาต่อยานี่มันไม่เคยพิจารณาคนรู้ว่าไอ้นี่เป็นอย่างนี้มันเหมือนมีเป็นตำราหรือว่าเป็นบทเรียนที่มันมีอยู่นานแล้วคนก็เลยก็บทเรียนแต่ไม่เคยเอามาใช้ไม่เคยมาเป็นโอสถคนนี้ไม่เคยเอามาปลูกไม่เคยเอาเข้ามาใกล้มันเคยเอาเข้ามารักษาไม่เคยเอามาให้มันขาดเราไม่เคยเอามาพิจารณาไม่เคยเอามาใช้ขัดเราในสภาพอารมณ์ในสภาพสัมผัสในสภาพที่มันเกิดจริงเป็นจริงไม่เคยให้ยานี้มาทำปฏิกิริยาเลยจึงไม่มีอุโบสถ ไม่มียาไม่ได้เข้าภรรยานี้เลยฉันจะเคยฟังบัญญัติรู้แต่บัญญัติภาษาเท่านั้นคนทุกวันนี้มันชินชาที่ไม่ได้ใช้ยานี้ทีนี้เราเองเราก็พยายามที่จะยืนยันกันเข้าไปในให้ศึกษาแล้วก็ให้เอาแนบที่ตัวเราแล้วก็ออกมาเป็นอาวุธไปเป็นเครื่องที่จะอุปกรณ์ในการประหารจะเป็นเครื่องมือเครื่องไม้ที่จะต้องใช้การใช้การจริงๆไปไหนมาไหนก็ต้องใช้การในสิ่งเหล่านี้มันถึงจะเกิดผลจะต้องเข้มงวดกวดขันตนเองให้มากไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมหวังนิพพานจะต้องขจัดและรู้จักจบกามคุณ 5 นี้ให้ได้จริงๆแท้ๆเข้าใจมันให้ กำจัดมันลงไปให้ได้จริงๆมันเป็นปัญหาอยากเบื้องต้นเป็นกองกิเลสกองใหญ่ที่จะต้องเอาใจใส่รถละเลิกราไปลงไปเสียก่อนจะไปมองเมินทำเป็นประมาทปล่อยให้มันคลุกคลีเกี่ยวข้องมั่วสุมอยู่กับเราอยู่ไม่จัดการให้มันหมดไปก่อนแต่จะเป็นมือปราบเพราะว่าปัญหากับวิภาวะตัณหาขั้นสูงสุดของโลกคือเรื่องของรูปเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นราคะตัณหาอันละเอียดสังโยชน์ในวงเล็บสังโยชน์เบื้องสูง 5 ข้อคือความผูกยึดติดที่ละเอียดลึกซึ้ง ขั้นสูงชั้นในทั้ง 7 ก่อนนั้นมันจะง่ายอยู่แล้วหรือมันจะถูกเป็นเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายอยู่หรือก็ขอให้ลองใส่ส่องดูโดยลำพังแห่งสังโยชน์พระพุทธเจ้าก็ยังให้แบ่งเป็นขั้นต่ำขั้นสูงไว้แล้วด้วยอย่างเช่นได้อย่างชัดเจนคือผู้จัดการราคะนั้นมันเป็นตัวการหลักเบื้องต้นและโรคประสาทกลับมานะนั้นมันเป็นตัวการหลักขั้นสูงเพราะฉะนั้นการประพฤติทำให้มันรู้มันจะกระโดดทั่วๆไปละสังโยชน์เบื้องสูงก่อน แมงมุมในแง่ของผู้กระทบอรูปภพซึ่งเป็นเรื่องของภวตัณหาวิภวตัณหาขั้นสูงเพราะว่ากามภพซึ่งเป็นเรื่องราวของกามตัณหาและภวตัณหาอย่างหยาบๆต้นๆไม่ทำให้แจ้งไม่ละให้ได้ก่อนนั้นมันจะงามในเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายได้อย่างไรขอให้พูดได้พูดฟังจับปลายเป็นต้นกับต้นเป็นปลายอยู่จะเสียเวลาเปล่าไม่ต้องมาเตือนกันเพราะว่าทุกวันนี้อย่างเมื่อวานนี้ก็ดูเหมือนจะพูดผ่าน ตีลังกากันแล้วเพราะว่าคนมันเป็นไฟมันโลกมันจะกลับมันไปเอาปลามันจะเอาศพกันมันจะเอาใหญ่กันไม่ดูตัวมันก็ประมาณตัวก็ไม่รู้ความจริงมันจะปฏิบัติตามบทเรียนจะอรหันต์อรหันต์อรหันต์โสดาสกิทาอนาคาอยู่ไหนไม่รู้มันเป็นหลงเพราะมันจะเอาแต่ตัวปลายตัวยอดมันรับได้เท่าไหร่มันจะเอาเปรียบเพราะว่าเชิงคนเนี่ยมันเป็นอย่างนั้นน่ะมันอยากได้เปรียบมันอยากได้ยอดมันอยากได้สุดรับมันก็เลยสุดรับซะจริงๆสุดรักจนหลับไปเอาไอ้สิ่งที่มันเป็นเพียงความเพ้อหวังมันเป็นความปรารถนาของกิเลสมันไม่ใช่สภาพที่จะเป็นไปจริงมันไม่ใช่สุภาพจะเป็นไปได้จนลืมลืมการเรียน บทบาทการสอนการอธิบายรายละเอียดอะไรไปอธิบายวัยรุ่นปลายหมดเลยคำสอนของศาสนาพุทธทุกวันนี้จะเป็นคำสอนที่กลับตาลปัตรแล้วใช้ไม่ได้เป็นคำสอนที่บรรยายแต่เรื่องอรหันต์ไม่บรรยายถึงเรื่องของขั้นตอนโสดาสกิทาอนาคาอะไรมาตามลำดับยืนยันว่าศาสนาพุทธเราเป็นศาสนาที่มีสัมมารามองค์ 8 มีบุคคล 4 จำพวกแบ่งออกเป็นต้นกลางปลายแล้วก็สอนทำงานเบื้องต้นทำการบ้านปลายพุทธศาสนาที่ทำเวลาที่สุดแล้วที่รับเพราะว่าจะต้องรู้เบื้องต้นทำการบ้านปลายไม่ใช่ที่รักถ้าเป็นหลงผิดไปเอาอย่างโน้นก็เพราะมันไม่จำเป็นอย่างนั้นน่ะมานานแล้วแต่ก่อนนี้มันจะไปนั่งหลับตา เป็นเรื่องของฐานอนาคามีแล้วก็ไปหลับตาแล้วไปทำยอดจนลืมกันไปหมดแล้วเดี๋ยวนี้ก็กำลังหันไปคิดเก่าไปนั่งหลับตาปี๋แล้วก็เลยไปเลอะเทอะอะไรกันหันไปสู่สภาพเดิมวนกลับไปสู่สภาพมันเป็นกิเลสตัวจริงที่มันดำเนินอยู่ปางไหนปางไหนเหมือนกันหมดไม่ได้หมดเมื่อไหร่ได้เวลาได้วาระที่ครบพร้อมมันก็จะเป็นอย่างนี้ถ้าไปนั่งเธอไปคว้าเอากิเลสส่วนปลายเสร็จแล้วไอ้ส่วนเก่าๆกลางๆต้นๆในส่วนที่มันถูกต้องตามขั้นตอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางทางไว้ไม่เอาแล้วสมาธิมันเป็นแบบนี้จริงๆแล้วเราก็กลับมาเป็นต้นง่ายๆเขาก็หาว่าไอ้นี่มันของ มานะก็ขึ้นอยู่เลยดูถูกศาสนาอะไรไม่เห็นพูดปรมัตถ์นี่แหละตัวปรมัตถ์ตัวที่จะไล่ไปทำนิพพานค่อยๆทำนิพพานให้แจ้งไปเป็นชั้นๆๆคนเดียวเราก็เร็วแล้วปกติจะส่งให้ได้ 30 ปี 40 ปี 50 ปีตายครับผมไปนู้นน่ะไม่มีใครกล้ายืนยันอันนี้ผ่านคืออะไรเขาจะได้นิทานหรือไม่มีใครกล้าบอกตัวเองมันเป็นขนิษฐาได้ถ้าเมื่อมันรู้จริงทำไมจะบอกไม่ได้นอกจากบอกไม่ได้สอนเลยพวกเราในปัจจุบันถามว่าเราได้อะไรบ้างในภาษาบาลีท่านบอก พรหมจารีไม่ได้หมายความว่าเป็นพระนะไม่ใช่หมายความว่าเป็นคนใหญ่คนโตอะไรนะสหพรหมอาจารย์ใครก็ได้พุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นสหพรหมอาจารย์เป็นผู้ที่จะต้องพยายามพิสูจน์จะทำหน้าที่มีมรรคมีผลไหมเราก็ปรารถนาจริงก็ต้องการรู้แล้วเราดูเหมาะสมที่จะพูดได้แค่ใดแล้วก็อยากจะให้มันเกินเลยเท่านั้นเองคนนี้เรายืนยันยืนยันค่าที่เราได้รับผลที่เราได้กับคนที่ขั้นตอนเพื่อเขาจะได้เข้าใจว่ามันมีจริงเหรอมันได้จริงๆเหรอไหนลองดูหน่อยสิมันก็จะเป็นเอกลักษณ์เมื่อสหกรณ์ อุตริมนุษยธรรมของเรานะเราจะได้ตอบเราจะได้ไม่เกิดเขินเมื่อเรามีเราก็ไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่มีเราก็เกิดเกิดความจริงก็เขินหรอกเราจะบอกหรือไม่บอกมันอยู่ที่เราแล้วเราก็เข้าใจในสัมมาทิฏฐิอะไรจะบอกอย่างไรเราเข้าใจวันนี้อนุบาลขนาดไหนเราก็จะต้องประเมินขนาดไหนเราควรจะบอกขั้นโสดาบันราคาถ้าบอกขั้นโสดาบันก็บอกได้ทุกคนเพราะกูจับประตูชนมหาโสดาและไม่บอกท่านนั้นไม่เคยบอกขั้นไหนมันก็จะเปิดเผยอริยคุณาธาร มาตรฐานสัจธรรมท้ายของกามารมณ์กามคุณลาภยศสรรเสริญเราก็ยังพูดอยู่เลยมันก็เป็นสภาพที่สูงขึ้นมานิดหน่อยแต่ฐานสูงที่ห้ามล็อคข้ามขั้นเป็นเพราะตัณหาเป็นเรื่องภพเรื่องชาติเป็นเรื่องของจิตในจิตเป็นเรื่องของสภาพอัตราโลกแห่งอัตตาอาจจะมันอันนั้นที่จะพึ่งพูดฟังดูดีๆนะแต่โลกบรรยายธรรมะทุกวันนี้ดันขาเอาแต่มันไปพูดเป็นเรื่องผีเรื่องเทวดาเรื่องอะไรต่ออะไรต่างๆนานาและเลอะเลือนปฏิบัติธรรมไม่ต้องรู้นรกสวรรค์กลายเป็นเรื่องจิตวิญญาณ เนี่ยมันมันสูญเสียอย่างเงี้ยทีนี้พอเราปฏิบัติกันมาได้จับผิดจับวิญญาณจับอะไรต่ออะไรได้เข้าใจว่าเอาอย่างนี้เราเรียกผีอย่างนี้เราเรียกเทวดาเรียกพรมอย่างนี้เราเรียกอาการของจิตชัดเจนพอเราเข้าใจแล้วทีนี้เราจะพูดเรื่องเทวดาเรื่องพรหมเรื่องจิตวิญญาณเรื่องอาตมาและโรคอัตราเชิญผู้เป็นต้นไปทีนี้คุณจะไปลงอะไรคุณไม่ได้เป็นเป็นประเด็นสำคัญ จะพาออกไปลงไปนั่งหลับหูหลับตากันเป็นต้นแล้วไปสร้างอาตมาต่างๆเป็นเล่นอะไรต่ออะไรเลอะเทอะพวกนี้เป็นต้นและก็มันผีสางเทวดาแบบนั้นจุดหันก็มาหาสู่กายความประชุมที่มันยังอยากเวทนาอารมณ์ที่มันเป็นทุกข์อย่างนี้จับจิตให้ได้อารมณ์ที่มีจิตแม้จะเป็นกามารมณ์หรือมันยังอยู่เป็นเพราะว่าตัณหาเป็นธรรมารมณ์ที่มีจิตจับให้มั่นแล้วละคลายหน่ายออกไปเมื่อเราได้แม่ได้จริงมันก็จะรู้อุบัติเหตุอย่างไรเราก็จะรู้จักเทวดารู้จักวิญญาณที่แท้ รู้จักวิญญาณที่แพ้แล้วทีนี้ก็หวานนะจับเค้าเหมือนได้ก็มีอันหวังได้นอกจากคุณจะไม่วิริยะอุตสาหะและไม่ทำถูกจริงๆไม่พยายามมีสติปัฏฐานอันมั่นคงมีเวลาทุกเวลามีวิริยะพยายามให้สติมันอยู่กับตัวให้สติมันพยายามเข้าใจแล้วก็ทำการรู้ต่อผัสสะต่างๆมาต่อผัสสะเกิดเวทนาอย่างนั้นอย่างนี้เป็นมโนไปวิจารณ์ต่างๆกับมโนปางวิจารณ์ให้มันเข้ามาอยู่ในสภาพที่เป็นฐานอุเบกขาฐานเสมอๆเข้าใจในเรื่องปัญหาเข้าใจในเรื่องอุปทานชัดๆนี่อารมณ์นี้มันเจตนามันเกิดสุขเกิดทุกข์มันเกิดปัญหาเด็กเกิดอยากเกิดใครเกิด ถึงเกิดละเอียดลออในจิตเป็นปัญหาเป็นอุปทานคุณจับสมุดปฏิกิริยาได้หมดเหมือนกับปฏิบัติธรรมถ้าเผื่อว่าเข้าใจเป็นสมาชิกที่ดีไหล่เรียงต้นกลางปลายถูกโดยเฉพาะถูกฐานของเราถูกตัวจริงของเราเนี่ยเราจับฐานปฏิบัติไปได้ตลอดเวลาอันนี้แก่จัดนะอันนี้ร้ายกาจนะรู้ตัวร้ายกับกายะอันนี้เป็นการราคะตัวนี้ร้ายดูยาแท้ๆคนทั่วๆอยู่โลกนอกนี่ทางตาทางหูทางจมูกทางนี้ทางกายเรายังเก็บหางเก็บหัวมันไม่หมดเลยแต่เดี๋ยวก็หาว่าประยุทธ์ก็หัวว่าเป็นเนื้อแยกฟันอยู่เลยเราก็ต้องรู้มันเข้าใจแล้วเราเก็บมันได้ไม่ออกมาทำตามกฎตาม กายมาใครเห็นทำบุญกับท่านองค์นี้ไม่ดีไม่ดิ้นแล้วหมดหัวหมดหางแล้วแต่เปล่าเราจริงๆข้างในเรายังมีข้างในเรารู้ของเราพรุ่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตัดโคตรข้างนอกตัดโคตรทั้งกายหยาบยังเหลือแต่จิตในจิตแล้วเราจะรู้ของเราเสมอแล้วเราก็พยายามทำให้ลดละจางคลายแล้วก็ยังมีประโยชน์อยู่ข้างนอกส่งงานข้างในก็พยายามทำให้จางลงวางลงรถลงรถตรงมันก็เดินเข้าไปหาสู่จุดที่งามพร้อมระเบียบอนามัยไม่ใช่ประดับคนอื่นรู้สึกฉันบ้างแต่ทั้งกายฉันอาจจะคิดอะไรอยู่ก็ตามแต่สิ่งที่คนมันอ่านไม่ออกได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริงจริง ใช้ไม่น่าศรัทธาเป็นไปไม่ถึงผู้ใดได้รู้จริงทำจริงโทษเป็นขั้นเป็นตอนแล้วมันเป็นอันหวังได้โดยเฉพาะที่จับกันจิตเจตสิกจับลูกของจิตได้มั่นคงเพราะกายเวทนาจิตธรรมอารมณ์จิตธรรมพอเราปฏิบัติกายเวทนาชัดเด่นดีแล้วหมวดหมู่นี้อบรมเรื่องกายสัมพันธ์แล้วเสร็จแล้วก็รู้ถึงอารมณ์ของสุขทุกข์เวทนากลับมาหาอุเบกขาเวทนาจึงรู้จักยึดมั่นนั่นก็ผิดจนปรับเปลี่ยนเวทนาได้จากมโนรมย์วิจารณ์มวยวิจารณ์ก็คือพฤติกรรมของจิตมโนก็วิจารณ์ 18 ก็คือสุข อุเบกขา 3 อันนี้แหละ 3 อันต่อไหน 3 อันต่อทวารทั้ง 6 การ 1 หู 1 จมูก 1 ลิ้น 1 กาย 1 ใจ 1 6 6 ทั้ง 3 นี่แหละมันก็จะไปก่อเป็นสุขทุกข์และอุเบกขาทั้ง 3 คูณกันเข้าที่ 6 กับ 3 กับ 18 นี่เรารู้มันเท่ากันทุกสายเข้าใจดีแล้วก็ไปปรับปรุงมันจริงๆเมื่อเราจับจิตได้อย่างนี้ก็คือไปหาสถานที่จะทำอารมณ์ก็เป็นผู้ที่เป็น 18 บาทของหยาบละได้ก็หมดสภาพที่เป็นพระอริยะชั้นสูงวัยรุ่นที่ถูกตัวลงตัวนะเมื่อนั้นเราก็ไปอ่าน 170 ลูก มีแต่จะสะสมที่ผ่านท่าเดียวเลยตอนนี้รูปนี้แล้วก็รูปของจิตกุศลเรื่องนี้รูปนี้เรียกว่ารูปของจิตอกุศลปรับจิตกุศลกับจิตอกุศลให้มันเข้าร่องเข้ารอยดีเรื่อยไปเป็นรูปของความพอเหมาะพอดีเป็นสัมมาเป็นมัชฌิมารู้ในวาระกาละทำก็ไปจนกระทั่งรู้ว่าอารมณ์นี้อารมณ์นิพพานนิพพานมันบอกใครไม่ได้อย่างโดยตายตัวแต่มันก็เป็นอารมณ์ที่รู้แล้วว่าไม่มีอกุศลผิดเลยมีแต่กุศลลูกศิษย์และกุศลและจิตนั้นก็ไม่เป็นไปเพื่อตัวตนเพื่อเป็นฝ่ายพลหลงตัวหลงตนเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวมันหมดตัวหมดตนกุศลก็เป็นสักแต่ว่ากุศลอย่างกุศลให้ถึงพร้อมเพื่อโลกเป็นพื้นปูน ไม่ได้ทำเพื่อหวงแหนจริงๆไม่ได้ทำเพื่อเราเองเสพไม่ได้เสพด้วยไม่ได้ทำเพราะเราเสพไม่ได้ทำเพราะเราไว้เพื่อห่วงเป็นของของเราไม่มีตัวเศษคือตัวเองอัตราแท้เมื่อหมดอัตตาหมดตัวเสร็จก็ไม่มีอาณาไม่มีอัตตะอัตโนนาโถ 17-10 รูปนิพพานอย่างนี้ประสานกันอยู่กายเวทนาจิตธรรมจิตเจตสิกรูปนิพพานไม่ใช่ภาษาชื่อเรียกเฉยๆแต่มีสภาวะที่เราเข้าใจว่ามันสืบสานกันอย่างนี้มันหลายๆโรงเรียนกันไปอย่างนี้เราก็ทำได้เป็นขั้นตอนทีนี้ก็มาย้อนย้อนกลับมาฟังที่ในหนังสืออธิบายมันอยากเมื่อผู้ใดได้ไตร่ตรองไล่เรียงลำดับของกิเลสตัณหาหรือความหลงยึดถือเอาสิ่งไม่จำเป็นแท้จริงในชีวิตและเห็นได้เข้าใจได้จริงก็ให้เร่งครับเลิกขัดหาทางหยุดหาอุบายกำจัดกิเลสตัณหาอันห่อหุ้มต้นจนกลายเป็นสัตว์กายะนั้นให้ได้ไปตามลำดับ ตั้งแต่อบายมุขมาจนลาบยศสรรเสริญสุขในวงเล็บอย่างลูกโลกแล้วก็ตายควบเข้ามหากาฬทั้ง 5 ให้ได้และรู้กายเวทนาจิตธรรมในทวารทั้ง 6 พร้อมจึงจะได้ชื่อว่าก้าวเข้าสู่จุดทำลายศักดายักษ์แท้น่ะนี่ก็อธิบายถึงขั้นตอนการปฏิบัติข้อ 255 คำนั้นแหละพระภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคพื้นฐานก็มีรสชาติว่าข้าพระองค์ผู้เจริญบุคคล อยู่อย่างไรเห็นอยู่อย่างไรจึงจะละสัปดาห์โดยปกติบุคคลรู้เห็นจักสุดแลโดยความเป็นทุกข์ในการนอกจึงจะละสัปดาห์รู้เห็นรู้โดยความเป็นทุกข์กายในจึงจะรักษาได้รู้เห็นจักษุวิญญาณโดยความเป็นทุกข์เวทนาจึงจะละจัดกายและพิธีได้รู้เห็นจักษุสัมผัส ด้วยความเป็นทุกข์เป็นทุกข์ทั้งนั้นอันนี้ตัวตัวสำคัญก็คือเห็นว่าเป็นทุกข์รู้เห็นจากจุดสัมผัสโดยความเป็นทุกข์ในวงเล็บจึงจะละสักกายทิฏฐิได้รู้เห็นแม้สุขกับเวทนาทุกขเวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัยในวงเล็บทำตอนนี้รู้ความสัมพันธ์ของสิ่งที่มันสังขารทั้งหมดเรียกว่าธรรมเป็นสังขารธรรมโดยความเป็นทุกข์รู้เรื่องความทุกข์ได้เป็นสูตรขั้นต่ำอธิบายกันจริงๆแล้วก็ อย่าหยุดเลยนี่เป็นทวารเดียวท่านอธิบายหูต่อไปเหมือนกันนี่เลยตัดรัดย่อไว้บุคคลรู้เห็นหูเหมือนกันแล้วก็ LINE มาจนกระทั่งเป็นทุกข์เหมือนกันหมดจนกระทั่งมาถึงขั้นสุขกับเวทนาทุกขเวทนาอุกกะเวทนาที่เกิดขึ้นก็เพราะไอ้สิ่งที่เรารู้ก็เพราะโสดสัมผัส รู้เห็นธรรมารมณ์ด้วยความเป็นทุกข์อันนี้กายไหนสอนในระหว่างระหว่างใจและธรรมารมณ์อารมณ์อยู่ในใจนี่มันเป็นตัวในเข้าไปอีกนะตัวใจนี่เป็นตัวนอกตอนนี้มันนอกโดยที่มันนอกมันในแล้วนะใจนะนอกนั้นไม่ใช่นอกนอกนอกนอกนอกนอกอยู่ข้างตัวตายเลยนะนอกเนี่ยขนาดว่ากายนอกนี่มันตัวใจมันไล่เข้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน