211013-1-031 ทางเอกภาค1-ตอน031(หน้า139)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt

โฟลเดอร์2521 MP3 ทางเอก-ภาค1 107 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์128 KB
วันที่แก้ไข21 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ศุกร์ที่ 13 ตุลาคมพุทธศักราช 2521 แต่ยังไม่ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นะโมทำวัตรเช้าซึ่งเป็นการเรียนทางเอกภาค 1 บทที่ 5 ครั้งที่ 31 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามารวมพระเอกต่อเรามาถึงหน้า 139 แต่เราก็จะทวน 500 382 ผู้ที่บำเพ็ญผู้ที่ประพฤติธรรมแท้จริงก็จะต้องมีฐานมีสมาธิในการประพฤติอยู่ในระบบถูกต้องมีโทษธงขอโพดชงวันแรกที่ว่ามีสติฝึกหัดมีสติผู้ใดจะสอนขั้นตอนก็สอนหาขั้นต้นว่าจะต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมไปไหนมาไหนอยู่อย่างไรก็ตามแต่มีสติรู้ทั่วถึงมันเป็นการเริ่มต้นของโทษของสิ่งหนึ่งเรียกว่าสติสมโภชนหรือเป็นการเริ่มต้นในการจัดปฏิบัติอานาปานสติให้มีตัวตนที่เป็นตัวสำคัญมาก อาจจะมีกรรมวิธีและกันบอกว่าไม่ให้จดให้จ้องไม่ให้จิตใจไม่ให้คิดอะไรก็ได้แต่ว่าอันนั้นเป็นระบบสมถะธุระเป็นระบบที่เริ่มต้นเหมือนกับที่เขาอธิบายกันในการปฏิบัติธรรมมันก็บอกว่าต้องทำสมถะก่อนพูดไปนั่งหลับตาทำสมถะแล้วแต่ค่อยวิปัสสนาทีหลังก็เหมือนกันนั่นแหละแต่ไม่ทำอย่างมันก็คือทำอย่างทั่วไปมีกรรมวิธีกำหนดลงไปว่าให้ทำเองก็แทบตายอย่างทำสภาพนี้ทำความเป็นหนึ่งอันหนึ่งเรียกว่าเอกสารให้มีอารมณ์นั้นอยู่ในลักษณะเดียวควบคุมอารมณ์ควบคุมการรับรู้ ปิดประมูลเท่าไหร่เราพยายามเอาจิตเข้ามาควบคุมอยู่ในแวดวงเดียวมาให้ฟุ้งซ่านมาให้กระจัดกระจายไม่ให้เธอจะได้ครบรอบออกไปเพื่อเป็นการเอาอะไรมันมันมาสืบมันเสมอยิ่งเป็นอารมณ์ของทางเมื่อวานต่างๆเป็นการพยาบาลที่จะให้มันเป็นได้ในขณะที่นั่งสมาธิหลับตาน่ะมันจะตกไปในทางผีนั้นมากจนการเป็นอยู่โดยทั่วไปปกติโดยไม่หลับตาเดินยืนนั่งนอนธรรมดามันก็จะเป็นฟุ้งซ่านมากในลักษณะของการมาลักษณะจับไม่ชัดเจนรวมเป็น ตุ๊กตาลมไม่เคยอยู่มันก็เป็นการสร้างเอกสารเหมือนกันอย่างมีลักษณะต่างกันเนี่ยคุณพ่อให้ฟังถ้าเผื่อว่าเป็นแบบนั่งหลับตาม

อ่านต่อ

ันจะตกดินตกมีแต่รู้ๆกันเข้าใจง่ายไม่ยากเท่าใดแต่ถ้าเกิดว่าไม่ไม่ก็นั่งหลับตาเดินยืนนั่งนอนก็พยายามมีสติควบคุมอารมณ์แบบนี้มันก็จะกระจายฟุ้งซ่านมันรวมถึงมันก็ยากลำบากใจให้รวบรวมได้ง่าย พอเวลาเดินยืนนั่งนอนอะไรอยู่เดินไปนาเลยทำอะไรทุกอย่างอยู่แล้วจะร่วมเพศกับตุ๊กตาลมแล้วก็ใช้อารมณ์จะรวมกลุ่มเหมือนกันจะนั่งหลับตานั่นแหละมันช่วยกันมันทำให้เราสร้างเอกสารตาสร้างสมาธิไม่ว่าสมาชิกมันกว้างรวมเป็นเงินสมาชิกตามอารมณ์เป็นอาการเป็นลักษณะที่บอกสมาธิเป็นตุ๊กตาลมรวมเป็นสมาธิได้เรียบร้อยเป็นองค์การอารมณ์ อันสุดท้ายก็แบบเอกสารจะคิดจะวิจัยอะไรต่ออะไรต่างๆก็อยู่ในขอบเขตเหมือนจะเอาจิตมาไว้หมดที่เราแล้วเราจะทุกข์เราจะกลุ่มจะสร้างมันคือเราเพราะในระยะนี้ในตอนนี้มันยังไม่เป็นสัมมาสมาธิตัวเฉยๆไม่มีการดูอะไร หมายความว่ารู้สภาพติดต่อเชื่อมโยงสภาพแยกแยะ มิตรภาพละเอียดลออซับซ้อนอะไรขึ้นมามากขึ้นจากหนึ่งถ้ามิตรภาพมึงเป็นสมถะมิตรภาพนี้ยังไม่แตกไปกว่านั้นเมื่อไหร่เมื่อไหร่จะทำบทที่ 1 อยู่อันที่ 1 ยิ่งทำปีแล้วปีหน้าก็มีทั้งหมดที่ 1 ก็จะมาถามอยู่ตลอดกาลมันจะก้าวไปไหนมันยังไม่เริ่มต้นมันยังไม่เดินได้อะไรได้ทุกปีมั่นคงทำมากได้มากแน่นอนหนักไปในทางสมถะหนักไปในทางให้มีสติสัมปชัญญะมากๆโอเคทนได้ก็ได้เจ้าภาพนั้นความยินดีนะที่บอกว่ามันไม่ถูกกันผู้สอนผมพยายามผมไม่ได้ไม่ได้ ภาพวาดการ์ตูนเสืออะไรใครหรอกแต่ว่าผมว่าผมสัจจะมันยังเป็นสภาพอย่างนี้เห็นด้วยไหมฟังดูดีๆแม้แต่จะกล่าวนามผู้สอนก็ทำอย่างนี้แล้วก็กล่าวอย่างนี้ผมก็ว่าผมก็บอกบอกว่าเป็นอย่างนี้แต่คนนั้นเข้าใจพี่ผมว่าไม่ถูกนะถ้าภาษาใช้บัญญัติเอาไปเลือกไปถามอย่างนี้มันสับสนแล้วจะสับสนแล้วมันก็หลงผิดไปบอกตรงนั้นมันหลงผิดมันจะเอาจนจบมาเป็นตัวต้นไม่ได้มันดูคล้ายกันแต่เป็นตัวเมียก็จบตัวต้นอะไรมันดูคล้ายๆกันพระอรหันต์บนโลกรู้สึกว่าถูกลบได้เหมือนกับคนธรรมดาเขาก็อยู่ของเขาอย่างชอบใจถ้าจะอยู่อย่างสบายใจไม่ทุกข์ ดูมันเหมือนกันจังเลยพระอรหันต์ทุกพิมพ์เกี่ยวข้องเหมือนกันพระอรหันต์ก็เหมือนประชามหาวชิราลงกรณ การทำสมาธิถ้าจะเรียกว่าสัมมาก็ถูกสัมมาสมาธิเบื้องต้นกรรมสัมมาทิฏฐิให้ดีต้องทำความเห็นให้แจ้งกระเบื้องต้นจริงๆมีบทที่ 1 ยังไม่มีอะไรเลยเป็นสมาธิที่เป็นจิตรวมอยู่ที่อัดเอกชนได้สมาธิในการพัฒนาและสภาพอยู่ยังไม่ได้มีบทบาททานยังไม่ดำเนินบทที่ 3 หรือว่าทำงานวิจัยการทำงานวิจัยนี้มันคล้ายกันวิตกวิจารณ์ทำมาวิจัยกฎหมายเขาก็ทำไปเรื่อยๆเพราะเหตุใด หมายถึงอันนั้นนอกจากจะเอามาอธิบายความหมายออกไปว่าวิตกวิจารณ์ก็คือตัวเราที่ตกก็คือนึกคิดพิจารณาและพฤติกรรมต่างๆเมืองนอกและในความหมายถึงสภาพที่เราเอามาบุกยึดต่อพฤติกรรมนอกนอกทั้งหมดจนได้ขยายความแต่ไม่ต้องมีการอธิบายในเชิงชายอธิบาย สมาธิให้แล้วเขาเพิ่งถึงก็พิจารณาจิตพิจารณากิเลสจึงจะมีบทที่ 2 มีธรรมวิจยะสมโภชจงเติมเข้ามามันมีธรรมดาวิศวะสมโภชส่งเสริมเข้ามาก็คือเราจะต้องจับจิตชนิดใดก็คือธุรกิจของเราเนี่ยมันยังมีอะไรอยู่มันยังทำงานอะไรอยู่มันมีอะไรทั้งหมดกลับเข้ามาที่จิตมันนึกอะไรมันคิดอะไรมันปรุงอะไรไม่มีสภาพอะไรทั้งหมดของเราเนี่ยเรารู้สภาพของจิตของเรามีความรู้สึกยังไงคิดยังไงมีสภาพเวทนาสัญญาสังขารเป็นสภาพ ต่างๆที่มันกำลังบทบาทอยู่มีบทบาทอยู่ให้รู้พฤติกรรมของมันเมื่อเรามีการรู้พฤติกรรมของจิตนั่นแหละเรื่องของวิจารณญาณรู้อารมณ์รู้สภาพรู้อะไรแยกแยะออกแตกต่างกันโดยสิ้นสุดมนุษย์ตกมันเป็นของมันอยู่อย่างนั้นแหละตัวที่มีจิตก็เป็นรู้ได้เห็นได้สภาพอ่านออกเข้าไปเรียกว่ารู้พฤติกรรมลูกสาระแบบแปลว่าพฤติกรรม นี่มันมันโยคะหรือเปล่ามันมีโทสะหรือเปล่าวิจารณ์เขาวิเคราะห์เขาวิจัยเขารู้พฤติกรรมมันรู้อาการมันชัดเจนมันเนาะมันก็จะเกิดการขึ้นรู้เพ่งรู้แล้วทีนี้พอรู้ว่ามันมีสิ่งที่ไม่ควรเผาเลยเรามีวิริยะอุตสาหะในการทำเดินวิริยะเข้ามีต้องโทษทรงองค์ที่ 3 เข้าร่วมทำงานให้มันครบเครื่องงานกับทำงานอยู่เราก็จะแยกแยะธรรมวิจิตรควรจึงไม่ควรเป็นสิ่งที่เป็นสัมมา กุศลอกุศลให้สิ่งที่เป็นทุจริตสุจริตอยู่ที่จิตได้แยกง่ายๆก็รู้ดีรู้ชั่วรู้บาปรู้บุญคุณไม่ควรดูในจุดที่เดียวเป็นการปฏิบัติของพระโยคาวจรแจ้งให้แจ้งแยกออกให้แจ่มอะไรเรียกว่ากิเลสอะไรเนี่ยปัญหาอะไรก็แล้วแต่ชื่อเรียกไปเยอะแยะมากมายแบ่งแยกแล้วก็รู้บาปบริสุทธิ์ชั่วคราวอะไรดีกว่าอะไรเลือกให้ได้เห็นมันจับเห็นชัดตอนนี้เกิดเดือนกันยายน แล้วก็ให้อาการของจิตในบทบาทของจิตทำงานเพิ่มขึ้นมีวิเคราะห์วิจัยมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาอย่างที่ว่ามันก็จะได้เปิดดูเมื่อวันศุกร์วิจารณ์นี้มันทำมาวิจัยได้เช่นรู้แล้วเราก็จะเกิดชัดเจนเป็นฐานแรกแบ่งแยกออกมาไม่ชัวร์สภาพที่ได้รู้เท่านั้นก็ดีหรือจะต่อไปจนกระทั่งสภาพถึงสามารถล้างสิ่งชั่วลดสิ่งชั่วลดบาปลงไปได้ก็ดีส่วนนี้เผากันก็ไปได้จริงๆบทบาทสำคัญ พระอารมณ์ปุถุชนอารมณ์แรกมันก็จะไม่ให้เราทำได้นี่รู้สึกปลื้มปลื้มใจไม่ต้องถึงขนาดอะไรฉันจะเปลี่ยนขนาดที่รู้จิตของเรามีจิตตกวิจารณ์อยู่ในเอกสารเราก็ดีใจแล้วยินดีแล้วมันก็สุดๆแล้วถ้าได้ไปนานๆชอบแบบนี้เราทำได้มันจะชินชามันก็ไม่ดีแล้วเราก็วิเคราะห์วิจัยแบบมันยิ่งเห็นตัวจริงยิ่งแยกแยะออกยังมีบทบาทเราเก่งขึ้นมันรู้ความเก่งของเราก็จงได้โดยตรงไปได้เบาบางไปได้บอกรักแปลให้ฟังแล้วเข้าชุมชน ดูกิ่งไม้เอาความสงบก็ถูกไม่มีผิดกันเลยเราหมายความว่าต้องรอรู้กิเลสเป็นยังไงแล้วดับกิเลสลงไปมันก็สงบระงับจากกิเลสไม่ใช่สงบระงับอยู่นิ่งๆเฉยๆอย่างที่เธอพูดเชิญเสมอนะนั่งแข็งวิ่งเฉยไม่คิดจะนึกได้เหมือนเดิมเงียบเยอะหุบปากไปเฉยๆอะไรอย่างนั้นก็หมายความว่าสงบเหมือนกันสงบลูกสงบวัตถุอันนี้มันสงบจากมนุษย์เบาบางลงแต่ตอนนี้มีบทบาทมากค่อยยังชั่วลงแล้ว [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ใช้ภาษาให้มันมีความหมายก็เข้าใจความหมายให้ได้เท่านั้นเองเมื่อเราได้สนุกดีเข้าใจดีและได้ดีแล้วได้ดีก็ดียิ่งขึ้นมีอาการความหมายมีลักษณะที่มันสงบลงไปกิเลสตัณหาจะงับได้เข้าถึงจริงมีสภาพอากาศเป็นไปในจริงๆอาจจะคิดอย่างนี้แหละสั่งสมลงในชุมชนภาษาอังกฤษนี่แหละเป็นสมาธิสั้น มันเบาบางลงบ้างมันจางคลายลงบ้างบอกว่าจะจัดที่นี่หมายความว่าสงบมันอาจจะสงบไม่สนิทมันอาจจะสงบลงได้ลงมาเรื่อยๆมีอาการมีอาการเป็นในทิศทางที่มันสงบลงอาจจะสงบยังไม่สนิทก็ได้เราจะต้องพยายามให้มันสูงสุดจนกระทั่งถึงฐานเอาไปเข้าไปหาอุเบกขาน่ะเป็นยอดอาการปลายแยกสัตว์เอาลงไปให้วางให้วางเฉยเฉยให้อยู่ในสภาพสบายเบาที่สุดที่เราจะเข้าใจด้วยตัวเราเองถ้าเป็นยอด ปล่อยได้ช่วงที่สุดเธอจะว่าแล้วก็คือเกือบทุกเรื่องที่สุดจุดที่ว่าง่ายสุดที่สะอาดจุดที่ไม่เป็นไปโดยอำนาจของกิเลสตัวร้ายตัวคุณอกุศลตัวทุจริตอะไรได้จริงๆยิ่งสวยซับซ้อนมีสภาพภาษาบัญญัติอะไรบอกอาการของการกระทำการฝึกมันเป็นหลักของ ก็เป็นบาดขาที่จะปฏิบัติธรรมขั้นสูงต่อไปได้ด้วยว่ามีสติสมโภชส่งจึงให้เริ่มธรรมวิจยะในอันดับต่อไปหรือจุดเริ่มมีสมถะเริ่มเป็นสมาธิเมื่อสติจะแข็งแรงไม่ถูกนิวรณ์กิเลสรบกวนติดตั้งตัวติดได้แล้วจึงเรียกว่าเป็นทานเข้าสู่สภาพวิตกวิจารณ์ต่อไปเริ่มต้นเป็นสมาชิกแล้วเราก็เอาฌานเข้ามาเรียกร่วมส่งวิตกวิจารณ์เริ่มต้นเราจะเอาธรรมวิทยาเข้ามาใส่ก็ในระยะเดียวกันกับการได้มีประสิทธิภาพสูงแล้วดังกล่าวแล้วดังนั้นเริ่มบทบาทของที่ตกวิจารณ์ก็คือจะต้องติดตามเครื่องแทน แยกแยะให้รู้จักกุสลาธัมมากับอกุสลาธัมมาให้ได้หรือรู้กิเลสตัณหากับจิตของเราให้ออกแยกให้เห็นแจ้งทีเดียวแล้วก็หัดละหัดฆ่ากิเลสตัณหาเมื่อเห็นกิเลสตัณหานั้นๆในจิตเสมอเรื่อยไปเท่านั้นเองหรือถ้าจิตของเราไม่มีกิเลสตัณหาก็ให้รักษาจิตให้เป็นเช่นนั้นเช่นนั้นอยู่ให้ได้พร้อมกับสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจใดๆก็ให้คอยอ่านคอยจ้องดูจิตเราให้ดีๆเถอะจิตจะมีอารมณ์ไปกับอะไรมากระทบทวารใดก็ตามเมื่อเกิดอารมณ์เป็นกิเลสตัณหาเป็นโลภะโทสะใดขึ้นมาก็จะต้องปรับให้จางลง อย่าให้เกิดโลภะโทสะหรืออยากให้มีกิเลสตัณหาให้ได้จริงๆดับโลภะโทสะดับกิเลสตัณหาจริงๆทำไปเรื่อยๆตามจริงเป็นจริงรู้เหตุผลอย่างนี้แหละคือสติปัฏฐานคืออานาปานสติแท้ๆใช้เหมือนรวมหมดเลยจะเรียกว่าทำสมาธิจะเรียกว่าทำศีลสมาธิปัญญา อาจารย์แล้วเราก็ได้อะไรเนี่ยพออธิบายสมโภชส่งไปจนกระทั่งโพดส่งไปจนกระทั่งถึงได้พิธีได้ก็สิทธิอะไรจนกระทั่งสภาพสุขสบายมีสภาพดีสงบระงับมันจะเกิดอารมณ์อันหนึ่งในสิบมันมีอารมณ์สงบลงน้ำลงไปเป็นวงกลมเป็นสุขทุกข์เพราะมันสงบระงับมันทำได้มันยิ่งลดกิเลสตัณหาลงเท่าไหร่มันยิ่งเป็นสุขมันอยู่ในองค์การเลือกอยู่ในภาษาของภาษาองค์การมีสติมีสุขก็ได้ลงท้ายมันก็เป็นอุเบกขาในเมื่อเริ่มนับวันนับว่ามีอุบัติเหตุ ตกแต่งงานกายมีนิเวศและมีอุเบกขาอยู่แต่เริ่มนับอุเบกขาเข้ามาสู่ผู้จ้างคล้ายแล้วอาการมันเป็นสภาพปิติยินดีไม่ได้เป็นอุปกิเลสแม้แต่สุขจะระเบิดอุปกิเลสอะไรเนี่ยเราก็จะต้องจางคลายลงมาให้มันมาสู่ความว่างวางปล่อยทิศทางที่จะทำให้จางใครมีทิศทางที่ทำให้ฉันมีเฉยเบาอยู่ในความเบิกบานแจ่มใสรู้ความสะอาดทุกสิ่งรู้ว่าอาการง่ายถ้าไม่มีการอนุโลมถ้าไม่มีการที่จะร่วมปฏิสันถารหรือว่ามีการที่จะร่วมเป็นไปกับสมมติฐานใดๆในโลกพุทธศาสนาร่วมกันทำกิจกรรมงานมีการดำริมีการปรุงอะไรขึ้นมาเพื่อเหตุผลนั้น พฤติกรรมนั้นๆและเราก็รู้ว่าอนุโลมถ้าไม่เช่นนั้นก็ปล่อยให้จิตและเราก็ต้องรู้ซ้อนลงไปในจิตเสมอว่าจิตเราก็จะต้องเข้ามาหาสู่ฐานอุเบกขาฐานอันเป็นฐานฐานจะแปลว่าเฉยๆว่างๆก็วางก็ได้อาจจะแปลว่าสุดยอดทั้งสุดก็ได้มันเป็นยอดที่เรารับรู้อยู่มันเป็นฌานอยู่ก็ได้สุดท้ายก็มาอุดหนุนสินค้าถือว่าเป็นระบบของฌานเป็นความหมายอธิบายมาก็มารวมลงที่จุดเดียวกันโคตรทรงจำโดยรวมรวมถึงสิ่งเดียวกันอธิบาย มันก็ไม่จบที่ปลายรายละเอียดยังไงก็ไม่จบที่อุเบกขาเป็นทิศทางแต่เราก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยึดมั่นถือมั่นที่อุเบกขาแล้วมันยึดมั่นถือมั่นไม่ติดอุเบกขาเราสามารถที่จะยืมสามารถที่จะร่วมได้ฟังดีๆจะเห็นว่าไอ้ตัวที่มันกระจายอยู่ตอนนี้เอามารวมลงมาแล้วก็พยายามสรุปที่จะอธิบายกระจายอธิบายอธิบายหัวข้ออะไรมาอธิบายก็ได้มีลักษณะบังคับ แยกอันขยายตัวนึงเล็กๆขึ้นอีกอันนึงหัวข้อนึงอาจจะขยายอีกเชิงสรุปมากอีกอันนึงขยายละเอียดแต่ว่าไปขยายละเอียดอีกมุมนึงแม่มึงอีกอันนึงจะขยายตู้เชื่อมหัวข้อคำสอนของธรรมะหรือหลักของข้อธรรมะต่างๆเป็นอย่างนั้นทั้งนั้นน่ะเรียนรู้มากรู้มาเราก็เข้าใจทุกอย่างทุกอย่างแล้วจะเน้นตรงไหนส่วนเงินตรงนั้นก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับคำอธิบายนี้แล้วก็เป็นผู้เจริญปฏิบัติฝึกหัดทำให้แก่ตนได้เรียกว่าพระโสดาบัน ฟังดูดีๆนี่ถ้าโยคาวจรนี่รู้วิธีการฟังไปให้เป็นพระโสดาปฏิบัติคือพูดถึงแล้วเส้นทางปฏิบัติเพื่อความพ้นกระแสโลกถึงจำได้ก็คงเป็นยาแม้ในขณะนี้มันถึงเพียงแค่รู้จักรู้จริงรู้ทุกอย่างไม่เคลือบแคลงสงสัยรู้อย่างไรถึงสภาวะก็เป็นโสดาปฏิบัติการเกิดปัญญาเกิดรู้ชัดแจ้งเหตุการณ์สงสัย ยังไม่ได้เกิดการปฏิบัติจะไม่เกิดการสั่งสมผลอะไรก็ตามเป็นมรรคจริงๆรู้จักวิธีการเป็นนักธุรกิจก็เป็นโสดาปฏิบัติจริงๆเพราะรู้อย่างคนที่อิจฉาจริงๆและรู้หลักการรู้แบบวิธีที่จะกระทบอย่างชัดเจนซึ่งมีหลักการและเป็นเพราะมีการปฏิบัติตอนนี้ปฏิบัติ เริ่มต้นมีการประพฤติอย่างน้อยประพฤติทางจิตมีมโนกรรมและยังถึงจิตตนรู้ชัดสัมผัสได้กับตัวตนของสติดังที่กล่าวแล้วและธรรมะวิทยุการก็เป็นจริงๆมีตัวตนจึงเรียกว่าพ้นจากกายคือไม่ใช่เพียงแต่รู้แต่เข้าใจอยู่เฉยๆแต่จับเนื้อกับตัวจับตนของสัปดาห์ ไม่ใช่เพียงเข้าใจด้วยเหตุด้วยผลเท่านั้นอันนี้อธิบายมาไกลมากกว่ามิจฉาทิฏฐิมิจฉาทิฏฐินี่หมายความว่ารู้ฟังเฉยๆไม่มีกินตาไม่มีภาวนาอะไรเกิดขึ้นมาสักนิดรู้ชัดเจนเหตุผลเหมือนกันแต่รู้รู้ยังไม่จับจิตยังไม่เครียดเพียงยังไม่มีอาการยังไม่รู้สติยังไม่รู้ทำไมวิจัยยังไม่รู้บทบาทของอันนั้นในตัวคนนี้สูงขึ้นมาเพื่อโสดาปฏิบัติ ได้ทุกท่านก่อนที่จะเข้าถึงถึงอริยะเพราะอริยะเราแบ่งเป็น 3 ขั้นเป็นขั้นที่เรียกว่าสถาบันระดับอย่างปัญญาเกิดจากคุณตาและภาวนามันก็ควรจะว่าสอบได้มันคงจะดังก็ไม่ถึงอย่างน้อยกินปลาเข้ามนุษย์มนุษย์จนได้ทุกอย่างจริงถึงขั้นภาวนาก็ต้องสัมผัสสภาวะมันมีสัมผัสสภาวะแวดล้อมเข้ามาเข้ากระแสเข้าคิดถึงปรมัตถ์พระอาจารย์พ่ออยู่ข้างนอกมันก็ยังไม่ถึงขั้นประมาทมันต้องอย่างครับ ที่จะทำเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีเลยมีตัวนั้นที่จะจัดที่สุดอยู่ในตัวอยู่ในอยู่ในหลอดแก้วเลยสรุปว่าเราจับไม่ติดเฉยๆแล้วจะจับจุดมันมีเลยนะว่าจริงๆมันจะพาไปอยู่ในตัวเราทั้งหมดกิเลสมันก็จะมีตัวปัญญามันก็อยู่ในตัวจะล้างจานคลายมาทำกันได้เดี๋ยวนั้นถ้าเรามีอำนาจชีวิตพอที่จะทำให้มันเกิดปฏิกิริยาเพราะจางหายไปเพราะงั้นเริ่มต้นกับแตะรู้สึกรู้ธรรมะวิจัยเริ่มต้นถ้าได้ไกลกว่านั้นมากกว่านั้นก็ยิ่งดีคนนี้เราเรียกว่าพ้นจากกายแล้วกำลังเริ่มทำแล้วเห็นแล้วผมกินแล้ว ดั่งพรหมลิขิตอย่างเดียวมิจฉาทิฐิเพราะมิจฉาทิฏฐิพ้นจากกายะทิฐิพ้นอัตตานุทิฏฐิสรุปว่าเอามาจากผู้ผ่านมาแล้วยังก็ไม่รู้จะเอาหลักอธิบายก็ได้เพราะลูกค้าทิฐินั้นคือหมายคำว่าเกิดรู้เป็นอนิจจังพ้นจากกายจะพ้นเป็นอรรถพลอากาศ มันไม่ใช่รู้เฉยๆมันเกิดอนิจจังเราเข้าใจอนิจจังเป็นบัญญัติเข้าใจว่าความไม่เที่ยงไม่เชื่อจะพูดก็อยู่ทุกวันนี้มันเป็นบัญญัติถ้าจิตไม่เห็นความไม่เที่ยงติดแล้วเกิดความไม่เที่ยงแต่ก่อนนี้เรายังไม่รู้ตอนนี้เกิดรู้ก็ได้เออเมื่อก่อนนี้เอาวิชาแบบนี้กลับมีวิชากลับเกิดปัญญาก็ได้เหมือนกันความร่วมฐานะและไม่เที่ยงแล้วคนมิจฉาทิฐิแล้วแต่ก่อนนี้โง่อ่ะแต่ก่อนไม่รู้จริงแหละเหมือนที่มันไม่รู้สึกว่ามันเห็นแจ้งเห็นจริงเข้าใจเชื่อมั่นและมีความเห็นที่เด็กมีความเห็นที่เขาทางและเริ่มต้นเริ่มต้นดูแล้วสัมผัสก็รู้นี่อาการของจิตอาการของการ ที่จะทำยังไงถึงจะปฏิบัติธรรมคือยังไงมันมีเหตุมีผลมีความรู้อะไรหลายๆอย่างแต่ความไม่เชื่ออย่างนี้แต่ก่อนไม่เห็นอย่างนี้แต่ก่อนไม่เข้าใจอย่างนี้เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วคนมิจฉาทิฏฐิไม่เที่ยงอาการไม่เที่ยงเกิดที่จิตเราแต่ก่อนที่เราหลงโลกอยู่โดยไม่ชักไม่หลงโลกแล้วล้มเองมันนะไม่เห็นดีทำทำไม่เห็นมีทางล้างกันทวนกระแสกันแต่ก่อนนี้ไม่เข้าใจอย่างนี้เลยแม้แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเอาจริงเอาจังยังไม่ได้พยายามที่จะไม่ให้เกิดผลอะไรก็ตามแต่จิตใจมีความเห็นนมเองมีความเห็นไม่คัดค้านมีความเห็นปล่อยรวมคลิปทางแล้วอนิจจังไม่เชื่อแต่ก่อน ไม่เที่ยงแล้วไม่เป็นเหมือนเก่าแล้วฟังดูดีๆนะอนิจจังส่วนจุดนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่เห็นมีเพื่อนไอ้นี่ไม่เชื่อเห็นความแปรปรวนของสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ใช่จิตของเราแต่ก่อนที่มันเป็นคนไปคิดนั้นจริงๆมันไม่ไปไม่ไปไม่เที่ยงนะไม่รู้อย่างเก่าที่เดิมเองจึงเกิดนะอย่าเข้าใจอะไรไม่ใช่นะแยกให้ออกความรู้เฉยๆ ผลบอลสดผลไม้สดเป็นสิบๆของเราเห็นชัดแล้วตอนนี้ความรู้ใหม่ตอนนี้น้องเจนเตือนทุกทางไปวิ่งมาเริ่มศึกษาเพิ่มเติมขึ้นมีสติมีธรรมะวิจัยมีการสัมผัสอย่างนี้เองผิดเริ่มต้นรู้เริ่มต้นสัมผัสเริ่มต้นลดได้แม้จะเริ่มต้นคิดเริ่มต้นไม่เคยสัมผัสถึงจุดสติปัญญาอ่อนดีชั่วเป็นอย่างนี้เริ่มต้นชีวิตเริ่มต้นมีความเข้าใจผิดกันอย่างนี้หรอนั่นแหละเริ่มเข้าใจตนและสัมผัสตัวสัมผัสตน รถได้ตามได้ทางด้านซ้ายไปได้มีบทบาทภาวนามยปัญญาคือเรื่อยๆจนลดสปีดลงไปได้เราต้องไปรถต้องไปด้วยรถได้มากรู้เยอะรถติดมันเป็นประโยชน์ข่าวอาจารย์ที่เป็นโสดาบันผลคือกระทำก็ถูกและได้กระทำและได้เกิดผลขึ้นมาเรื่อยๆมันจะเล็กลงเล็กลงเล็กลงสัปดาห์ อัตราอัตราน้อยๆก็ไม่แปลกอันนี้อธิบายเลยไปให้ฟังก่อนนำหน้าเห็นอยู่นะมีทิฐิปัจจุบันนี้เขียวอย่าลืมแปลว่าการรู้การเข้าใจการเห็นและมีสภาพถ้าเป็นปรมัตถ์แล้วมันปัจจุบันนี้เห็นอยู่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ของญาติของคนมันไม่ใช่ของนอกของหาแสวงหาลำบากอะไรมันอยู่ที่เราจะทำมันเย็น 17-18 เดี๋ยวนี้เมื่อไหร่เมื่อไหร่จะฝึกได้วิทยาศาสตร์เตรียมตัวอะไรมากมายเลยเป็นนักปฏิบัติและจัดทัพเดี๋ยวนี้ก็พับคนนั่งอยู่เดี๋ยวนี้คุณก็ปฏิบัติเดี๋ยวนี้คุณก็เรียนรู้พิสูจน์เดี๋ยวนี้ วัดป่ากับธุรกิจได้อัตราใหญ่เรียกว่าสัปดาห์นี้อัตราลดลงๆๆหยาบคายก็เบาบางลงเขาเรียกว่าอัตราการประชุมเรื่องยาเหลือเกินมีความหมายต่างกันยังไงอย่างนั้นลดลงได้มากก็เรียกว่ายิ่งเหลือเบาบางเนื้ออ่อนเนื้อจนกระทั่งเป็นโอปปาติกะอยู่ข้างในหรืออัตราเท่านั้นคนอื่นไม่รู้ได้ด้วยเราหรอกแต่เรานี่แหละมันหลอกเราอยู่ก็เลยอัตรามันลงให้น้อยลงน้อยลงหรือเปล่ามนุษย์แปลว่าต่างกันตามอัตตาให้ดีตามดูตามผมแล้วก็ตามฆ่าตามล้างตามขวางมันลงไปมันก็ลดลงลดลงจากคนคนจนไม่เหลืออ่ะตานั่นแหละ เลิกได้ละได้วางได้ก็อนัตตาเป็นอนัตตาสิมันถึงจะทนไม่มีตัวอัตตายังเหลือแม้แต่อัตราอนุหรืออัตตาน้อยมันก็ยังเหลือน้อยก็ไม่น้อยขนาดไหนล่ะคุณก็ต้องรู้ของคุณผมอยู่เนี่ยมันยังมีรายได้ตามเห็นอยู่ทีเดียวแม้รู้สึกคุณได้พระอรหันต์ตาและอัตราที่เป็นอรหันต์แล้วคุณก็ยังหลงอัตตาตัวนั้นทิ้งประสานให้เป็นของเราโอ้โหเราจะเป็นพระอรหันต์ได้บริบูรณ์สูงสุดและมนุษย์กลุ้มใจ จนกว่าคุณจะหมดความไม่มีมานะไม่มีจิตที่ดีที่สุดทุกท่านอรหัตผลอรหันต์ตายแล้วคุณก็ไม่เหลือแม้แต่ชุดตัวนี้เป็นของเราก็พ้นอัตตาแท้ๆเด็ดๆอีกแล้วไม่มีตัวมีตนเป็นตัวตนเป็นตัวเราตัวของเรามีแล้วฟังดูดีๆภาษามันโยงใยสำคัญก็ไปง่ายไม่ใช่ยากอะไรเข้าใจความหมายจากการกระทำของคุณเท่านั้นแหละเวลาปลุกเวลานี้มันก็ถูกทำไมไม่เป็นอย่างนี้มันก็ยังไม่ถูกเท่านั้น ด้วยคำกริยาของอนัตตาพ้นทุกข์เกิดจากตายะคุณมีตัวที่คุณเห็นว่ามันเป็นตัวพี่เนี่ยล้างมันยังไม่สะอาดมันยังด่าอยู่ด้วยซ้ำไปมันเห็นทุกข์ชัดๆคนรู้ด้วยนะว่าเป็นทุกข์ถ้าถึงเวลามันก็เป็นทุกข์อยู่ที่เราการที่เห็นทุกข์ได้ลึกซึ้งละเอียดของงานแล้วแต่บุคคลแต่ละบุคคลเห็นได้ด้วยความละเอียดของจิตบางคนเห็นว่าขณะนี้เป็นแรงแต่งกายอยู่ขณะนี้เดือดร้อนดิ้นรนขนาดนี้ก็ไม่ทุกข์อ่ะสนใจยังไงเราต่างหาก พอได้แล้วสุดท้ายแล้วก็ต้องมากลับมาสัมผัสแล้วเราก็ไม่เอามาปรุงมันควรกลับเป็นพระอรหันต์ก็มาชวนกลับแต่ก่อนนี้เราไม่ให้มีเพราะว่าเราแตะไม่ได้แล้วอดไม่ได้แล้วทนไม่ได้แล้วแต่มันสัมผัสมันมันก็มาร่วมงานของเราเรื่อยๆมันเริ่มสร้างทำให้เราเกิดสังขารทำให้เกิดทุกข์เพราะห้ามไม่ได้ตอนนี้เรามีพลังกล้าแข็งแรงจะทำให้เราเป็นภาพไม่ได้ครอบงำเราไม่ได้จะรู้อยู่เห็นอยู่เข้าใจอยู่เหนืออยู่เหนือจริงๆค่าอาหารและก็รู้อยู่เหนือโลกในระดับการศึกษา หมดสิ้นทุกข์จางคลายหมดสิ้นทุกข์ลดอัตราตัวตนไม่ลำบากอะไรเลยจริงๆไม่มีทุกข์อะไรเหลือเชื่อเราเป็นผู้รู้ว่าไม่มีทุกข์แต่เรายินดีที่จะไปอยู่กับทุกข์เรายินดีที่จะอยู่กับโลกโดยสมมติที่จะเป็นทุกข์แต่ใจของเรานั้นไปหาตัวไม่เกี่ยวอะไรเลยได้เมื่อนั้นแต่อานนท์ไม่รับสัมผัสได้เมื่อไหร่เราก็ได้แล้วเดือนนี้เราก็รู้จักวิธีวางตลอดเวลาใช้รับความรับฟังรับความทุกข์จงบอกว่ากรุงศรีอยุธยา มันก็ทำงานเป็นอัตโนมัติจงบอกแก่ใครของใครไม่ได้ของใครของมันทำได้เร็วก็เป็นประสิทธิภาพของตัวทำได้ช้าก็เป็นประสิทธิภาพทั้งตัวเผลอไผไปอนุโลมเผลอไผไปให้มันเกาะมันติดก็ตัวเองถ้าไม่เผลอไม่ไปให้มันกลับมาถึงก็ตัวเองมีเป็นกรรมกิริยาที่อธิบายล่วงหน้าไปสู่สภาพสัญญาบุคคลผู้ได้รับเข้าเป็น สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วโดยไม่มีสมุดโดยไม่ต้องมีใครมาสมมุติเป็นสาวกเองเป็นพุทธบริษัทแท้ถึงจะยังไม่ทำพิธีเปลี่ยนสภาพทางโลกคือบวชก็ยังเป็นผู้เผื่อแผ่ธรรมะแก่ปวงชนได้เราจะไปทำกรรมฐานบางอย่างเหมือนพระสงฆ์หรือผู้รู้อยู่ในรูปฐานะบางอย่างเท่าพระสงฆ์เมื่อเรายังไม่ได้เข้าร่วมสมมุติกับเขาจนครบเราก็จะยังทำอะไรเป็นทุกข์ไปทีเดียวอย่างเขาไม่ได้เราก็อย่าเพิ่งไปทำเท่านั้นเราต้องรู้จักหน้าที่โล่งๆหรือหน้าที่สมมุติตามกติกาของสังคมกับหน้าที่ที่เป็น แท้ๆให้ดีและควรเข้าใจขอบข่ายของหน้าที่ให้ดีด้วยเพราะฉะนั้นผู้เป็นอริยะโดยแท้จริงในวงเล็บคือเป็นที่จิตซึ่งก็จึงได้ชื่อว่าสังฆรัตนะเป็นดวงแก้วดวงที่ 3 ของพระรัตนตรัยได้โดยจริงอันปุถุชนจะยึดเอาเป็นที่พึ่งได้แล้วแม้ท่านจะยังไม่โกนหัวยุ่งกับจีวรผ่านกรรมสิทธิ์ต่างๆก็ตามอันนี้แยกแยะผมสมมุติสภาพที่เป็นพระอริยสาวกพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าบอกว่าอารยาคุณเป็นภะคะวะโตสาวะกะสังโฆนี่นับว่าเป็นสาวว่า โปรดส่งสาวกของภควโตสองสาวของเราพระพุทธเจ้านะเป็นผู้มีอริยกุลจริงมีเริ่มต้นมีอารยธรรมละศักยะทิฐิกำลังแตะกำลังสัมผัสกำลังรู้จริงเห็นจริงถึงสักกายะเริ่มต้นแตะตัวตนและเริ่มต้นลดลงได้ 1 จุดทางเลือกเป็นสังขยาเรียกเป็นหลักก็ตามได้ 1 จุดก็เป็นได้ 1 จุดแต่มันก็ยังน้อยแล้วมันอาจจะสอนอะไรเขาไม่ได้มากแต่ก็อาจจะมีภาษามีบัญญัติแต่เราก็ได้สัมผัสบ้างแล้วก็ยังดีก็ยังเรียกว่ามีตนเป็นจริงแต่สอนคนอื่นก็สอนได้เผื่อแผ่ธรรมะจากผู้อื่นก็เผื่อแผ่ได้มีลักษณะที่เป็นที่พึ่งได้แล้วระมัดเป็นอริยสาวกโดยไม่ต้องสมมติ เป็นปรมัตถ์เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าโดยปรมัตถ์สัจจะไม่ใช่สมมติฐานไม่ต้องผ่านพิธีบวชไม่ต้องผ่านการสัญญากับใครมีแต่ปรมาณูกับผลไม้พระพุทธเจ้ารู้กันรู้กันกับพระสงฆ์องค์นั้นเพราะว่ามีอาการพระพุทธเจ้ามีเริ่มมีน้อยมันก็เถอะเป็นจุดตัดพุทธศาสนาน้อยๆก็ตามเมื่อตามขึ้นมาได้แล้วตามจุดขึ้นมาหน่อยแต่ว่าจะไปทำกรรมมันมีอะไรบางอย่างเหมือนพระสงฆ์ที่ท่านสมมุติ เราจะไปหาเราเป็นอริยสาวกแล้วนะจริงๆด้วยปรมัตถ์ด้วยแล้วจะไปไอ้คนนี้ไม่กลับเราอย่าไปหลงผิดทั้งนั้นเชียวนะคุณไม่ได้อยู่ในสมุดสมุดบัญชีของซุ้มใครเขารู้ทำของเราเขาเข้าใจว่าเราเป็นอริยสาวกนี้เป็นพระโสดานี่หน้าไหว้กับพระสงฆ์อีกเขาจะไหว้พระโสดานี้โดยจริงโดยปรมัตถ์เพราะเขามียางอย่างนี้ก็เรื่องของเขาแล้วตอนนี้มันก็มีแหละมันเป็นของกินต่อของจริงเจอกันแต่ถ้ายังไม่จริงอย่าไปหลงสมมุติก็ยังไม่อ่านแจ้งยังไม่มีวันนะยังไม่เกิดวันหน้ายังไม่เกิดเกิดเกิดฐานะที่ดูง่ายอ่านไม่ออกเพราะมันเป็นของสุขุมของลูกชิ้นก็ต้องเข้าใจความจริง คุณตาดีผู้มีดวงตาที่มีจักสุขเท่านั้นที่จะเห็นได้พูดยังไม่มีจักสุดยังไม่มีดวงตาเห็นธรรมไม่ได้เห็นอะไรมันก็เห็นแต่บรรยากาศของใหม่เพราะบางอย่างบางอันเราจะไปทำเหมือนอย่างสมมุติถ้าเราไม่ได้รับสมุดก็ไม่รู้มีหน้าที่ของโลกมนุษย์กันตามกติกาตามอะไรต่ออะไรต่างๆแล้วก็ว่าไปแล้วไม่อยู่ในกติกาเราไม่ได้อยู่ในความสงบนั้นเราก็อย่าไปวุ่นวายเข้าตรงรูปขอบข่ายของหน้าที่ถ้าจะสอนคนสอนได้เราจงสงบยิ่งกว่าอริยสงเป็นอริยสงฆ์ยิ่งกว่าแล้วก็จะหลงตัวเองแหละ แม่มึงก็ตามโอกาสจะเป็นหน้าที่เราเองซึ่งเป็นเล็กนิดเดียวสอนยังไม่ได้เก่งก็ต้องรู้ไม่ใช่ไม่โตอะไรหรอกนะที่จริงบางองค์เขาน่ะแม้จะมีสมมุติอยู่ด้วยและเป็นพระอยู่ด้วยผมมีปริมาณของเขาอยู่ด้วยเราอ่านไม่ออกเราจะไปนึกดูถูกพระที่เขาบวชแล้วทั้งหมดไม่ได้ถ้าไม่รู้เขากินอยู่ก็มีแต่ไปอ่านไม่ออกก็ไม่รู้พระไม่รู้จะเท่าเราไม่ได้นะฆราวาสแต่อย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน