180000 ธรรมระดับจิตในจิต-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระพุทธที่รักได้นำหมู่ชาวอโศกทำวัตรเช้าที่พุทธสถานแดนอโศกสำหรับวันนี้เป็นการอบรมธรรมระดับจิตในจิตก็เชิญผู้ใช้จ่ายจะดับได้ณบัดนี้อย่าลืมที่ได้เคยเน้นเคยกำชับ เอาไว้แล้วว่าบทปฏิบัติที่จะมีผลหรือมีค่าสูงที่สุดแล้วนะก็คือจับให้ถึงจิตให้ได้แล้วก็อย่าเผลอใจอย่าห่างใจไม่ต้องไม่เผลอจริงๆต้องพยายามให้จับจิตใจของเราให้จับที่จิตให้ได้ไม่มีผัสสะไม่ว่าจะเข้าทางหูทางตาทางจมูกทางลิ้นหรือผัสสะกายมันก็จะไปรวมลงอยู่ที่ใจไปรับทราบอยู่ที่ใจแต่ถ้าเราไปเผลอใจไปห่างใจเสียใจของเราถูกกลุ้มใจของเราถูกรสชาติเข้าครอบงำ อารมณ์ที่เป็นโลกิยะอารมณ์เข้าครอบงำไม่ว่าจะเป็นอิจฉารมหรืออธิษฐานลงเป็นอารมณ์ที่ชอบหรือเปล่าหรือเป็นอารมณ์ที่ไม่ชอบเป็นที่สุดอิจฉาอารมณ์กับอนิฏฐารมณ์นี้จนละเอียดเป็นความละเอียดสุดที่เคยใช้เป็นภาษาไทยมาให้ฟังเสมอว่ามีไม่ชอบหรือมีทางกลับมีชอบผสมอยู่เนี่ยเป็นที่สุดแห่งจิตเนี่ยเราจะต้องให้จิตของเราไม่ทั้งไม่ชอบไม่ทั้งชอบและจิตมันอยู่ระหว่างกลาง จะชอบเราก็ไม่เอาจะไม่ชอบแล้วก็ไม่เอาโดยเฉพาะตัวไม่ชอบหรือตัวอย่างที่ต้องไม่ให้มีก่อนไม่มีก่อนไม่เอาเลยไม่ว่าจะดีความไม่ชอบใดๆเกิดขึ้นที่จิตในลักษณะใดๆเราไม่เอาเราผิดเพียงรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ควรไม่ดีเป็นอกุศลเราเพียงรู้ให้รู้ว่านี่ไม่ดีไม่ควรแต่จิตใจจะมีอารมณ์ที่บอกว่าไม่ชอบหรือใช้คำว่าชังโดยตรงเข้าไปเลยไม่ เพราะว่าอารมณ์การไม่ชอบหรือการชังนั้นน่ะเป็นอารมณ์ที่ทำให้จิตหมองเป็นอารมณ์ที่ทำให้จิตเศร้าเป็นอารมณ์ที่ทำให้จิตมัวจะต้องปรับเปลี่ยนทันทีเป็นเรื่องแรกระดับผู้ใดไม่ห่างใจไม่เผลอใจอานาปานสติเป็นผู้ที่รู้ในป่านะอย่าไปพูดที่มีสติจับจิตได้จิตมีอาการจิตมีชีวิตเรียกว่าปานะเป็นชีวิตของจิตเองปาณะหรือเป็นชีวิตที่มีรสชาติมีบทบาทรู้ในปานะที่มีอาการ
อ่านต่อ
อย่างนั้นมีรสชาติอย่างนั้น ปลาหนักคือชีวิตของจิตชีวิตที่มีรสชาติหรือชีวิตที่หมดรสชาติเมื่อจิตมันหมดรสชาติแล้วก็เรียกว่าจิตตายหรือจิตนิโรธหรือจิตดับหรือจิตวิมุตจิตไม่มีรสชาติอะไรเลยไม่มีรถไม่มีชาติชาติตัวนี้ชาตรีนะใครจะไปเขียนรสชาติแบบรสชาติชาดกเด็กนี่มันแปลว่าสีแดงชายดอเด็กสะกดภาษาไทยแปลว่าสีแดงที่จริงมันก็มาจากภาษาบาลีนั่นแหละบาหลีที่เรียกว่าชาติแปลว่าความเกิดความเกิดที่สูงที่สุดของสีคือสีแดงจากวิชาติดก็แปลว่าแดงด้วย รัตนินก็แปลว่าแดงรตีแปลว่าแดงด้วยโพธิ์ศรีในโลกนี้สีที่จัดที่สุดและถือสีแดงสีที่จัดที่สุดเต็มรูปเต็มความเกิดมันเกิดเต็มรูปนักฟุตบอลได้จับจิตจับใจได้รู้ในอิจฉาลมที่เรียกว่าชอบอารมณ์ชอบอารมณ์สบายอารมณ์ชื่นใจกับอนิจจาลมอารมณ์ไม่ชอบไม่ชื่นใจทางและเราก็พยายามปรับเปลี่ยนถ่านหรือมันไม่ชอบเกิดขึ้นในจิตแล้วเรียนก่อนเพื่อนแม้จะเป็นโปรโมชั่น จะทำบทของอานาปานสติที่รู้กายรู้กลุ่มก้อนที่ชัดเจนและก็รู้ถึงจิตที่เรียกว่าจิตมันปรุงจิตสังขารามนุษย์จิตที่มันมีลักษณะสังขารลักษณะปรุงไม่ใช่จิตว่างๆจิตเปล่าๆแต่มีสังขารปนมีรสปรุงทำแม้ว่ามีรถปรุงมาเป็นช่างหรือมาเป็นไม่ชอบครับเปลี่ยนเป็นประมงที่ยังเป็นเรื่องแรกคือให้อยู่ในเชิงที่ร่าเริงชอบใจหรือยินดีก็ยังเข้าท่า อะไรเข้าตาให้เป็นประมุขอย่างให้เป็นฉันทะให้เป็นยินดีในส่วนที่ควรยินดีนะไม่ใช่ไปยินดีในอกุศลด้วยก็ยิ่งแย่ใหญ่นะสภาพที่เราทราบแล้วเราพิจารณาและรู้เข้าไปว่าสิ่งนั้นเป็นอกุศลหรือกุศลเสร็จแล้วเราก็ถ้าจะยินดีก็ยินดีกับกุศลหรือปราโมทย์กับกุศลหรือเรียกว่าอนุโมธนาแต่ว่าปราโมทย์น้อยๆกับสิ่งที่ควรยินดีมันก็ยังดีกว่าอันนี้พยายามเก็บภาษาต่างๆที่เรียกที่แปลที่เอาความหมายมาสื่อความหมายให้เราเข้าใจมาอธิบายประกอบเพื่อที่จะได้ยืนยันถึง ที่เราจะตัดสินด้วยจิตที่เราจะทำให้ลงตัวจะต้องอยู่ในลักษณะใดที่เรียกว่าคนพ้นทุกข์จะเรียกว่าคนบรรลุธรรมคนถึงที่สุดแห่งธรรมทำจิตเป็นลักษณะใดเป็นที่สุดก็พยายามอธิบายให้เข้าใจแจ่มแจ้งให้รู้ลักษณะที่ลงตัวไม่ต้องสงสัยทำให้เห็นชัดให้รู้ชัดที่จิตของเราเป็นจิตโมที่ยังเมื่อมันประมาทอย่างมันร่าเริงยินดีแล้วแล้วเราก็จะต้องมีสภาพของการกระทำหรือว่าการทำจิตให้มันประกอบไปด้วยสภาพที่รู้ต่อไปว่าเป็นอนิจจังหรืออนิจจา อนิจจาอนิจจาลูกปัดสีให้ยังถึงพร้อมกับความเห็นว่ามันไม่เที่ยงแม้เป็นจิตอย่างนี้เราจะไปยึดมั่นเอามั่นในความยินดีอยู่อย่างนี้อย่าไปยึดเอาเห็นมันเห็นแท้ว่าต้องให้ได้ความยินดีอย่างนี้ต้องให้ได้ความร่าเริงเบิกบานอยู่อย่างนี้รสชาติต้องแบบนี้คงไม่เที่ยงแท้อยู่ก็ไม่ได้ไปเทียบมันเป็นได้ชั่วครั้งชั่วคราวที่เห็นว่าเป็นยินดีในน้อยๆหรือว่าปิติหรือว่าเป็นไปด้วยความเบิกบานน้อยอยู่อย่างนั้นแหละแล้วเราจะหมายเอาว่าอย่างนี้จะต้องได้จะต้องเป็นจะต้องมีเสมอ เมื่อใดก็จะต้องมีอย่างนี้นั้นจะไม่ได้แล้วจะไม่ได้อย่างนั้นถ้าเราคิดไปมีจิตที่ผิดเป็นจิตวิปลาสจะต้องได้อย่างนี้จะต้องเป็นอย่างนี้จะต้องมีอย่างนี้เสมอเสมอเที่ยงแท้ยิ่งกว่าสมาติด้วยมาปกติหมายความว่าให้เกิดเดี๋ยวนี้เสมอๆแล้วจะเอาให้เที่ยงยิ่งกว่านั้นว่าจะต้องเป็นอย่างนี้แน่นอนนั้นน่ะเป็นความเข้าใจผิดเป็นสติวิปลาสหรือเป็นสัญญาวิปลาสไม่จริงมันอาจจะได้รับความรู้สึกที่ไม่ใช่ประมูลจักรยานก็ได้ในบางครั้งก็ไม่เป็นไรเมื่อแม้มันจะได้รับความรู้สึกว่าไม่เป็นประมุขอย่างก็ให้ปรับเปลี่ยนปรับเปลี่ยนมาเป็นโปรโมชั่น ก็ยังได้ก็ยังดีกว่าหรือแม้ว่ารู้ที่สุดแล้วว่าเราไม่ต้องเป็นประมงทะยานอย่างนี้เราจิตไม่ต้องมีรสชาติแม้จะเป็นรสชาติบางเบารสชาติที่ยินดีน้อยๆเป็นฉันทะเป็นประมาทอย่างนี้ไม่เป็นอย่างนี้แต่ให้ไปอยู่ที่สภาวะของอุเบกขาหรืออรรถทุกคนวันศุกร์และสภาพที่เฉยๆไม่ต้องสุขไม่ต้องทุกข์อย่าว่าแต่พี่เลยไม่ต้องมีปิติไม่ต้องมีแม้สุขไม่ตรงนี้แม้สุขแล้วก็ไม่เป็นไม่มีทุกข์คือไม่ความทุกข์คือความขุ่นหมองความเศร้าสร้อยความไม่สบายอะไรในอารมณ์ก็ไม่มีหมดความไม่สบายใจในจิตเลยเมื่อหมดความไม่สบายใจมันก็จะอยู่ระหว่างจะเรียกมันว่าสบายหรือไม่หรือเรียกว่าไม่อะไรก็ตาม มันหมดความไม่สบายใจแล้วล่ะโดยที่ไม่สบายใจไม่มีจิตมันตัวนี้มันจะเป็นอย่างไรก็ทิ้งมันไว้แล้วไม่คิดก็ได้ความไม่สบายใจแม้น้อยไม่มีแล้วความหมายของใจหมดใจความอึดอัดขัดเคืองความมันไม่มันไม่สบายโดยวิธีอย่างไรก็ตามแต่ของเราจิตของเรามันไม่มีเกลี้ยงเกลาจิตนั้นเราจะเรียกว่าความสบายหรือจะเรียกว่าความเป็นไปอย่างนั้นมันก็เอาภาษามาเรียกให้คนรู้เท่านั้นเองแต่อาการของจิตเรากำหนดหมายลงไปแล้วว่าความแตกต่างกันระหว่างความไม่สบายกับความอีกสิ่งหนึ่งเนี่ยที่มันแตกต่างระหว่างมันไม่มีหรอกความไม่สบายใจไม่มีแล้วหมดเกลี้ยง จิตส่วนนั้นแหละครับเป็นจิตที่เราหมายเอาสภาพจิตอย่างนั้นเป็นสภาพจิตที่เราหมายเอาถ้ามันสบายเกินไปมากไปหรือว่ามันเป็นจนกระทั่งเป็นสุขเป็นปิติเป็นยินดีอันแรงกล้าจัดจ้านจนจะต้องอยากใคร่เพิ่มเติมว่าแสวงเอาไปเอาใครเอาอยากเอาอีกมันก็จะลำบากใจแล้วมันก็จะต้องมีกิเลสหมุนเวียนเข้ามาเพิ่มเติมได้อีกเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าตัวคนที่สุดของเราไม่หมองแล้วไม่เศร้าไม่เคืองไม่อึดอัดไม่มีโสกะไม่มีปริเทวะอธิบายแล้วอธิบายอีกว่าไม่เอาพี่ดำ พิไลยืดยาดอยู่จะต้องร่ำร้องเอาอยู่จะต้องอ้อนวอนเอาอยู่จะต้องเซ้าซี้แล้วแม้แต่เซ้าซี้อยู่ที่รำพึงลายอะไรอยู่ไม่เอาปฏิทินภาษาของมันแปลว่าความเจ็บรอบของสิ่งที่ดีที่สุดเรียกว่าปริเทวะนะหรือเทวดาการของเทวะรอบแต่ก็ยังไม่รู้ว่ารอบแต่ยังไม่รู้ว่าควรจะหยุดเองคือความควรจบแต่ก็ยังไม่จบหมดโศกแล้วก็จบแล้วแต่ไม่จบ พี่ตั้มพี่ๆซ้ำแซะอยู่แม้ได้ดีนี้ก็ยังจะซ้ำแซะกับดีนี้แวะเวียนกับดีนี้ติดอยู่กับดีนี้มันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนตีซ้อนไปอีกทีนึงจนหลงติดผนังซ้ำแซะมากพี่ดำปีนี้พิไลไม่รู้จักปล่อยไม่รู้จักสลักขึ้นได้ในโลกนี้เหลือเกินไม่ต้องไปเอาจิตที่รู้ดีนี้ไปรู้แล้วก็ไปติดไปซ้ำแซะอยู่กับมันมากนักที่อื่นที่จะควรทำก็ทำไปแม้จะไม่ได้รสชาติอย่างนี้แต่เป็นรสชาติที่จะหนักจะเหน็ดจะเหนื่อยหรือว่าจะปรุงเพิ่มเติมขึ้นแต่เป็นการปรุงที่เป็นกุศลด้วยซ้ำไปเราก็ควรจะทำปล่อยวางจากวางนั้นมาทำกุศลนั้นต่อไปอีกเสียมันก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ก็รู้แล้วว่าจุดนี้เป็นจุดพักจุดนี้เอาเมื่อไหร่ก็ได้จุดนี้ทำเมื่อไหร่ก็ได้เป็นของเราเมื่อได้ที่เราแล้วจะบอกว่าไม่ได้ที่เราไม่มีถ้าเราทำได้เด็ดขาดเป็นสมุดเฉดเฉียบขาดเด็ดขาดเราจะทำหยุดตัวนี้เป็นอย่างนี้เป็นรสชาติของจิตว่างวางไปเมื่อไหร่เราทำได้แล้วเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงมันมันต้องได้ถ้าไม่แคล้วข้องก็แล้วกันก็สำคัญทำให้เด็ดเดี่ยวทำให้ได้เสมอหัดวางหัดปล่อยให้ได้แค่ข้องแม้จะมีอะไรมากระทบสัมผัสเราแล้วก็เราเองเราสู้มันไม่ค่อยได้ก็ต้องหัดให้สู้ให้ได้ถึงจะมีอิทธิพลที่เก่งเพราะการที่จะมีอิทธิวิธีเก่งขึ้นเฉียบขาดยิ่งขึ้นก็คือการจะต้องพยายามกระทบสัมผัสให้ชัดเจนขึ้นเมื่อรู้จุด แล้วก็เวียนกลับไปทำอิทธิวิธีอีกทีงานนี้โสดที่มีเกียร์โตเกียวอีกทีนึงเพื่อที่จะรู้ความเป็นจริงแท้ว่าเรามีวิธีในการที่จะเด็ดขาดเพราะกระทบสัมผัสสระฝังเฉยว่างวางได้ทันทีไม่สงสัยทำได้เด็ดเดี่ยวจะมากระทบสัมผัสให้แรงมาพยายามจะยื้อยุดฉุดไว้มันจะดึงให้เราติดมันจะเกาะเราไม่ให้เราว่าให้เราจะต้องเอาอารมณ์อย่างนี้ให้เอาความยึดถืออย่างนี้เป็นห่วงแหนเป็นรักชอบเป็นปากมั่นยึดถือหนักหนาดวงอยู่ทวงเราอยู่เราก็จะต้องรู้ให้ได้ว่าจิตของเรานั้นเราจะไม่ทำอาการอย่างนี้เราจะไม่มีอาการอย่างนี้ เราจะยึดไว้เราก็จะยึดโดยการกระทำสักแต่ว่ากระทำก็เกิดผลนั้นเท่านั้นเมื่อเรากระทำได้อยู่เราก็ทำไปก็ทำไปถ้าเราจะพยายามบ้างเป็นสัมมาวายาโมในบางครั้งวันนี้ต้องดึงขึ้นหน่อยต้องขึ้นขึ้นหน่อยขัดเกลาขึ้นหน่อยพอสมควรเพราะขาดความเข้าฝืนเขาซึ่งมีคนที่เกี่ยวข้องด้วยรู้สึกว่าพอสมควรแล้วเราก็พอถ้าเกินกว่านี้เป็นเบียดเบียนเขามากเกินไปจะเกิดการทะเลาะวิวาทแตกแยกไม่ได้ผลเสื่อมศรัทธาแล้วก็พอหรืออันนี้เรารู้แล้วว่าเป็นคนที่เราช่วยไม่ได้เราจะช่วยไม่ได้แล้วเขาก็กวนเราด้วยเพราะฉะนั้นพวกนี้ต้องอยู่ในฐานะของคนที่ตัดออกให้เหมือน การแบ่งดอกบัวที่เป็นเหล่าสุดท้ายเหล่าที่ 4 ให้เป่าปลากินไปก่อนช่วยไม่ได้จริงๆหมายความว่าฆ่าให้ตายไปซะก่อนพระพุทธเจ้าท่านบอกเราฆ่าให้ตายเหมือนม้าพยศบางตัวเราก็ฆ่าให้ตายฉันนั้นจริงๆข้าตายนี่เป็นศัพท์ภาษาทั้งนั้นไม่ได้ไปฆ่าเขาหรอกที่จริงไม่ได้ฆ่าเขาแต่เพียงว่าไม่ให้เขาได้ดีขึ้นคือการฆ่าเขาแล้วสำหรับพระพุทธเจ้าคืออันนี้ตัดเขาไว้ซะก่อนไม่ให้ดีๆขึ้นไม่เกี่ยวข้องเพราะว่าถ้าปล่อยเข้ามาแล้วเข้ามารังควานเข้ามาทำลายเพราะเราไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามายุ่งแม้แต่เขาจะได้รับกระทบกระเทือนจากส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เราปรุงอยู่เนี่ยเขาไม่ชอบใจอย่างไรก็เขาไม่ชอบใจของเขาตายเขาตายแล้วตายแล้วอยู่นั่นน่ะ ปลาอยู่ในเมืองนรกทุกข์ร้อนอยู่ด้วยซ้ำไปก็ต้องยอมก็ต้องยอมเพราะว่าเราตัดไปแล้วคนอย่างนี้เขามีอยู่จะรู้ความจริงไม่เช่นนั้นเราก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่รู้สัจจะหรือไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่ลำบากถึงอาเจียนเป็นโลหิตตายอยู่ก็ต้องให้เขาอาเจียนเป็นโรคจิตตายถึงคนที่หมุนเวียนกลับไปสู่โลกรู้ก็ทั้งรู้แหละสวัสดีหมายถึงอาเจียนเป็นโลหิตอาเจียนเป็นโรคจิตนี่หมายความว่ามันเรียกว่าแย่และคนน่ะออกมาทรมานออกมาทรมานฉันก็ออกมาเป็นโลหิต ชัดๆเด่นๆใครก็ตามแต่ถ้าเห็นคนอาเจียนเป็นโลหิตทรมานมากใครเคยเห็นใครก็เห็นคนอาเจียนเป็นโรคจิตไหมผมเคยเห็นคนอาเจียนเป็นโลหิตหนังโอวพี่ไม่ไหวแล้วก็เป็นเลือดเป็นไรกองกองเลือดดำเลือดแดงไหลออกมากองๆแล้วของเราโตๆๆนี่ไหลผมเคยเห็นกูมันวูบวาบมันเสียวทนไม่ค่อยไหวอ่ะทนไม่ได้มันทรมานใจเราจังเลยเพราะเรารู้อยู่คนเดียวเรารู้อยู่ว่าโลหิตที่เป็นสิ่งที่สูงที่สุดในมนุษย์แม้แต่ว่ามันถูกบาทเลือดไหลออกมานี่เราก็ต้องรีบปิดนี่เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่จะให้ไหลนะไหลออกจากตัวแล้วไม่ได้นะลูก เลือดที่เป็นเลือดดีเลือดธรรมดานี่ไหลออกมาจากโรงเห็ดจะได้ไหลออกมาจากเนื้อไก่ย่างต้องรีบปิดรีบรักษากันไอ้นี่มันออกมาเหมือนมันมีท่อหลายที่มันไม่ใช่เลยมันไม่ใช่ทางที่ควรจะไหลเอาอย่างผู้หญิงก็จะไหลในเรื่องที่เป็นโลหิตที่เป็นธรรมดาของเขาเป็นประจำอยู่ไอ้เรื่องของเค้าไอ้มันรู้ว่าโลหิตเสียไอ้นี่เรานี่จะเสียจะดีเราก็ไม่รู้มันไหลออกมาทางปากเนี่ยไหลออกมาจากปากทางจมูกไหลโจ๊กโจ๊กโจ๊กโจ๊กออกมานี่โอ้โหถาดความรู้สึกของคนที่ขาดมากพอเรารู้ใจมันหลายๆๆอย่างเดียวก็ตายตายแน่ๆเพราะการอาเจียนออกมาเป็นเลือดที่พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้นี่นะมันจะเป็นอาการที่ สุดของคนที่จะทรมานที่สุดหรือเจ็บแสบที่สุดร้ายกาจที่สุดของคนเพราะท่านตรัสว่าท่านแสดงธรรมแม้คนส่วนนึง 60 อาเจียนออกมาเป็นเลือดตายแล้วก็ต้องยอมให้ฟังนั้นพยายามเข้าใจเป็นสมาชิกฐานนะถ้ารัฐบาลอธิษฐานไว้แล้วก็แสดงธรรมในหมู่ 1 ภิกษุหมู่ 1 60 แล้วก็ใช้เลข 6 แล้วนะพยายามฟังให้ดีถ้าอธิบายละเอียดลงไปอีกจะต้องอธิบายคำว่าเลข 6 ต่อไปอีกเพราะเป็นส่วนที่ต้องการเกินต้องการใหญ่และแม้จะเป็นส่วนเกินส่วนใหญ่อยู่เป็นเลข 6 ส่วนครึ่ง 5 มาแล้วนะพระภิกษุจะตายแม้ 60 อาเจียนเป็น ตายอยู่พระพุทธเจ้าก็แสดงผู้ที่ทนไม่ได้ต้องหมุนเวียนกลับบอกคืนสิกขาบทไม่ขอถือศีลถือพจน์อันนี้เวียนกลับไปเป็นคนในโลกซึ่งไม่ใช่อาเจียนเป็นโลหิตตายไปเลยล่ะแต่ว่าเป็นคนที่เขาเข้าใจแล้วล่ะแต่เขาสู้ไม่ได้เขาต้องเวียนกลับเหมือนวีระศักดิ์นั่นแหละเขาเรียนกลับอยู่รู้ดีไม่ใช่ไม่รู้รู้ดีแต่ก็ยังสู้ไม่ได้ไม่ถึงอาเจียนเป็นโลหิตตายแต่อีกอันนึงก็ยังยืนยันโลกไว้โลกียะ คืนข้อปฏิบัติไม่ทำให้เป็นไปได้จะขอไปอยู่อย่างทางโลกรู้แล้วล่ะสวัสดีไม่ถึงตายอีก 60 พระพุทธเจ้าก็ยอมกระทำอีก 60 นั้นบรรลุไปเรื่อยๆจนเป็นอรหันต์ในส่วนได้ที่เราทำได้ที่พระเจ้าบอกว่าพุทธะยังลงแล้วพระพุทธเจ้าจะแสดงธรรมอยู่แม่ตายไปกว่า 60 บอกคืนสินค้าได้ 1 ใน 3 ได้ 1 ใน 3 ไม่ได้ครึ่งหรอกนะใน 1 ใน 3 โลก เป็น 3 ส่วนนี่แหละพวกที่ต้องตัดทิ้งไปจริงๆก็ส่วนหนึ่งพวกที่ให้ได้รับผลไว้คือกึ่งหนึ่งรู้ดีแต่ยังไม่ทำดีกึ่งหนึ่งพวกที่รู้รู้ดีและทำดีเลยไปให้ตลอดจนกระทั่งเป็นที่สุดในอรหันต์อีกส่วนหนึ่งในสามก็ยังต้องทำเราจะต้องพยายามเข้าใจส่วนนี้ให้ชัดเจนถ้าเป็นไปได้ถ้ามีความสามารถก็ทำเถิดจะให้ได้มันครบบริบูรณ์เลยในหมู่นั้นในกลุ่มนั้นทีเดียวเป็น 100% ถ้าทำได้สามารถเอาชิ้นเดียวคาใจคุณทำได้งามเพราะมีเปอร์เซ็นต์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยอดแสนยอดเก่งแสนเก่งและทำทีเดียวแต่จุดตัดสินพระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้เป็นบุคลิกฐานดังนี้ไว้ให้แล้วบ่แม้จะได้ 1 ต่อ 3 เป็นอย่างนี้เป็นที่สุดจำเป็นที่สุดเหลือเกินก็อ้าวแต่ถ้าทำได้พยายามได้มากกว่านี้จงเพียรจงเพียรจนกระทั่งทำให้ดีขึ้นไม่ว่าก็ได้ถ้าผู้ใดที่ได้พยายามทำกับตนเองพยายามพากเพียรอยู่ให้รู้จิตอย่างลึกซึ้งไม่มีเสากะแล้วไม่มีปริเทวะไม่มีอาการอาการรอบ ที่มันไปซ้ำแซะดีแล้วก็ไปซ้ำแซะดีจนกระทั่งรู้ว่าดีแล้วเราทำได้แล้วก็ไม่เป็นไรแต่เราจะไม่ทำอย่างนี้บ้างจะปรุงเพื่อประโยชน์ผู้อื่นประโยชน์ตรงจุดนี้ทำเมื่อไหร่ก็ได้แล้วแล้วเราจะสละคืนจุดนี้สลัดคืนจิตที่มันอร่อยอันนี้ที่ดีอันนี้เฝ้าเฝ้าที่ทำไรไม่ให้มีวางบ้างรถบ้างเปลี่ยนเป็นวิสังขารเปลี่ยนเป็นปรุงอย่างวิสามัญอยากรู้ยิ่งรู้อย่างชาที่เป็นวิชานี้ก็แปลว่ารู้วิชาก็แปลว่ารู้ยิ่งไม่ใช่ไม่รู้ถ้าไม่รู้และตรงกันข้าม ในโลกเพราะตัวรู้อวิชชาที่เป็นรู้ยิ่งไม่ใช่ใช้อย่างรู้ยิ่งว่านี่เป็นความดีมีการเข้าใจง่ายด้วยว่าดีรู้ว่าเราทำสิ่งนี้ดีตามกาละตามตัวตนของผู้นั้นมีบุคลิกตาหรือมีปริมาณอุปทานกับเขาอย่างนี้ได้ประมาณนี้ตาตัวเรากระทำประโยชน์ให้แก่เขาได้ก็พึงกระทำจริงๆมันจึงจะเป็นปฏิสนธิมันถึงจะเป็นที่พึ่งที่เราก็มีที่พึ่งแล้วในตนซึ่งเมื่อใดก็ได้ไม่ต้องไปควักไปยื้อประยุทธ์ไปชิงไปแบ่งเอาที่ใครเพราะว่าเป็นสมุด ที่เรามีอยู่ในตัวเราแล้วเราจะเอายศจะว่างจะวางจะปล่อยเมื่อไหร่เราก็ทำได้ตอนนี้เราไม่ว่างไม่ว่างไม่ปล่อยไม่เฉยแล้วเรามีปรุงมีการคิดอยู่มีการกระทำงานอยู่โดยจิตก็ทำงานโดยวจีการทำงานโดยกายกรรมก็ทำงานเป็นการยังกุศลให้ถึงพร้อมอยู่เราเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกแก่ปวงชนเป็นอันมากแก่ผู้อื่นเกื้อกูลผู้อื่นเป็นผู้เกื้อกูลผู้อื่นประโยชน์ตนก็มีแล้วแต่ไม่ได้ยึดประโยชน์ตนและกาละอย่างนี้ก็รู้อยู่ว่าเราวางไปชั่วคราวคือเรามีกลุ่มชั่วคราวแล้วจิตของเราก็มาอีกนานเพราะมีรู้ที่ นี่คือกุศลนี่คือความดีอย่างกุศลให้ถึงพร้อมอยู่ไปอีกนานแล้วอาจใจอะไรมันเป็นไปตามบทบาทว่ามันเมื่อยก็เมื่อยสิการงานย่อมเมื่อยเป็นธรรมดาของการงานจะเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ก็หมดสงสัยหมดสงสัยไม่มีปัญหาใครจะบอกว่าเออทำไมมันไม่หยุดตายเดี๋ยวนี้หยุดนิ่งๆก็ต้องหยุดทุกวันต้องว่างหมดเลยที่ไม่มีอะไรแม้แต่ความรู้ความคิดไม่มีการงานอะไรไม่ทำอะไรเลยปากก็ไม่พูดกายก็ไม่ต้องทำงานอะไรเลยไอ้อย่างนั้นเราก็รู้รู้ว่าหยุดหมดแม้แต่กายกรรมก็หยุดวจีกรรมก็หยุดมโนกรรมก็ไม่มีรู้ไม่มีคิดอะไรเลย Boy เป็นแบบที่อัสสัมโดยไม่กำหนดหมายอะไรเลยรับรู้ก็ไม่รู้มืดตึ๊บไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีอย่างนั้นเลยเราก็ทำให้รู้ถ้าเราจะพึงทำแต่อย่างนั้นไม่มีประโยชน์พระพุทธเจ้าไม่ได้หมายเอาจุดสุดโต่งส่วนนั้นไม่มีประโยชน์ในโลกในผู้อื่นเพียงพอนอกจากไม่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นแล้วต้นก็เกินเขตติดง่ายเพราะว่าหยุดจัดหยุดจนกระทั่งไม่มีอะไรจัดไปถ้าจำได้ไว้เพื่อประโยชน์ตนในบางครั้งบางคราวที่เมื่อยจัดแล้วก็ใช้ประโยชน์จุดนี้จุดนี้ก็เอาสิแต่ถ้ากลัวไม่รู้ไม่มีเจโตสมถะถึงขั้นนี้ไม่มีสัญญานิโรธถึง พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ว่ามีโลกุตระคือมีจิตที่รู้อยู่มีจิตที่เปิดอยู่ไม่ดับสิ้นสนิทเป็นอัศจรรย์กำหนดเห็นความกว้างความโปร่งความเบาความง่ายเป็นเขตสุดของจิตฉันคิดว่าเมาง่ายแล้วขณะนี้ง่ายแล้วล่ะว่างเบาแล้วจิตของเรามันอัดไม่ถ่วงฟังให้ดีนะนี่เป็นอาการของจิตแล้วทำงานจนหนักแบบอยู่ตรงนี้กับผมบางแบบพูดอย่างนี้ก็กำลังพูดอยู่คิดหาภาษาแล้วก็เน้นกระทำพลังงานจ่ายพลังงานลงมาจัดอยู่ทีเดียวตลอดขณะนี้กำลังจะทำอยู่ก็รู้ว่าหนักด้วยวิธีกรรมหนักด้วยวิธี พูดบางทีแรงเน้นตอนที่เส้นขึ้นเห็นๆจะทำเพื่อที่จะให้มันมีแรงของอันนี้อัดลงไปให้มันกระเทือนก็ไปที่คนผู้รับผู้รับที่มีศรัทธามั่นเข้าใจว่าเราเจตนาดีเขายิ่งจะรับได้มากๆเลยแม้แต่กระเทือนแม้จะจิ้มแรงลงไปเท่าไหร่ก็รับอยู่เขาไม่ถือโทษโกรธเลยว่านี่โกรธนะที่พูดได้โกรธไม่ใช่โกรธเป็นการเน้นในการปั้นภาษานี่ลงมาให้ดังให้แรงให้กระเทือนให้เข้าไปเป็นเสียงที่หนักแน่นจะได้กระทบประสาทรู้กระทบสติที่ชัดเจนไม่ฟันเสือมันเป็นอันที่มั่นคงแน่นหนักเป็นแท่งก้อนปักลงไปชัดๆไปปั่นเสือ เบอร์ไม่เบาๆด้วยแรงด้วยอย่างลงอย่างลงอย่างแรงปั่นอย่างนั้นอยู่ก็หนักไม่วจีกรรมก็เข้าใจหรือแม้หนังได้กายกรรมแบกอยู่หามอยู่คอยอยู่ยกอยู่หนักๆจ่ายพลังงานในการที่มันทำงานนี้หรือแตกอยู่ตีอยู่อะไรก็ตามแต่จ่ายพนักงานลงไปถมลงไปอยู่นะได้กายกรรมก็รู้อยู่ว่าเป็นการจ่ายพลังงานอย่างหนึ่งเพื่อจะรังสรรค์เพื่อจะลงหรือเพื่อจะกระทำการงานเป็นกรรมมาโยนนี้ซึ่งจะเสริมสร้างส่วนดีต่อเป็นกรรมพันธุ์ทุกข์เป็นที่พึ่งให้แก่ผู้อื่นต่อหรือบางทีแม้แต่จะให้แก่ตนกระทำการงานนี้เพื่อตนอย่างไรทำส้วมไปขี้เอง ก็เพิ่งจะต้นบูรณะซ่อมไม้ขี้เองเพราะว่ามันจำเป็นมันพึ่งพาอาศัยคนอื่นเขาก็ตอนนี้ก็สุดที่รักเขาช่วยได้แค่นี้แล้วตอนนี้เราก็เป็นเราบ้างเล็กๆน้อยๆก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำซะจนเป็นที่รับจ้างเราก็เลยทำได้ลาภไม่ได้ทำได้ยศไม่ได้ทำให้ฉันเสริมอะไรเขาจะมาชมเชยว่าเราทำเก่งนะทำเก่งนะก็เปล่าไม่ใช่ทำเพื่อชีวิตเราทำเก่งนะใครมาชมเชยแล้วก็เป็นสิ่งที่ลิ้นเอร็ดอร่อยอยู่อีกหรือเปล่าเราทำเพราะว่ามันเป็นเขตสุดจากนี้ไปก็เป็นความจำเป็นและก็ไม่ได้ทำลามกอะไรไม่ได้ทำแรกลาภยศสรรเสริญหรือแม้แต่หลงมาทำนี่สนุกดีแต่ไม่ได้ทำเพื่อลาภยศ กำลังกระทำอยู่ก็นึกว่านี่มันสุขดีก็ไม่ได้สุขหรอกก็รู้อยู่ว่าเป็นการกระทำเป็นบุตรแห่งคณะเป็นบทแห่งสิ่งที่เป็นการกระทำอยู่โดยที่เรียกว่าต้องทนต้องชนะไม่ได้การทนอยู่ได้โดยไม่ยากทนอยู่ได้โดยไม่ลำบากสำหรับเราเป็นอากาศยานการงานซึ่งคนเรามีวิสัยมีนิสัยมีการที่ดีอย่างลงในการทำงานมามากแล้วตั้งแต่เป็นพืชก็ทำงานเพื่อที่จะดูเอาอาหารทำอะไรมาปรุงในต้นในลำจนกระทั่งมาเป็นสัตว์ก็จะต้องทำงานทำความรู้และทำการปรุงสร้างทำการเอาชนะในบางสิ่งบางอย่างสะสมการเป็นสัตว์จนกระทั่งแม้มันรู้ความจริงอะไรมากขึ้นจนกระทั่งมาเป็นคนกษ การงานทำการงานเพื่อความเป็นคนที่จะบูรณะตนที่จะสร้างต่อตนขึ้นมาให้มีความเจริญในหลายๆเหลี่ยมหลายๆมุมหลายๆด้านจนกระทั่งเข้าใจหมดแล้วจนกระทั่งเข้าใจหมดแล้วประการก่อสร้างก็คือเท่านี้เองขอลาไปยายก็ยศให้สูงกว่าการสรรเสริญเยินยอและก็มาหลงว่าไอ้นี่แหละหน้าดีใจน่าปลื้มใจน่าชอบใจเหลือเกินนะชอบใจเหลือเกินเป็นความสุขมุมหนึ่งหรือเป็นความสุขแม้จะเป็นเซฟด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรับเข้ามาที่ตาหูจมูกลิ้นกายว่ารูปอย่างนี้นี่มันเป็นความสมมติว่าสวยชื่นใจเพราะอย่างนี้ชอบใจกลิ่นอย่างนี้ชอบใจเสียง ชอบใจสักพักอย่างนี้แหละชอบใจแล้วก็ปรุงกันสมมุติกันเข้าไปให้มันยิ่งๆขึ้นเราก็มาหลงอยู่นี่เท่านี้มันหลงอยู่นี่เท่านี้ก็เข้าใจเข้าใจแล้วเรามีก็ได้ไม่มีก็ได้เพราะฉะนั้นจะเอาบรรจถรณ์มาให้เรานอนโอบปล้ำมาอย่างสูงอย่างอะไรอย่างไรเราก็นอนก็อย่างนั้นแหละเราก็ถือว่าเมื่อหลับแล้วมันไม่รู้เรื่องเมื่อปล่อยจิตก็ปล่อยก็นอนก็นอนนั่งก็หนักใจก็หยุดเสียงพรรคมโนก็ที่จิตจะนั่งอยู่ที่ไหน แคบที่กว้างก็พักจิตได้นั่งอยู่ที่แข็งที่อ่อนนั่งอยู่ที่สัมผัสร้อนผัดหนาวที่จิตได้เพราะงั้นสิงห์นอกจึงไม่มีความสำคัญอะไรมากมายมันอยู่ที่จิตใจของเราเราทำจิตของเราได้ปานนั้นจึงเป็นตัวสำคัญกว่าเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นแม้เราจะไปทำงานทำการอะไรพวกนี้ป้าจิตของเรารู้แล้วว่าตัวหยุดที่สุดคือตัวพักที่สุดที่เราไม่อิจฉาละอายใจอะไรไม่มีโสกะไม่มีปริเทวดากานอะไรแล้วไม่ต้องไปซ้ำแซะจะต้องเอาแต่สิ่งที่ว่าจิตที่มันอร่อยที่สุดดีที่สุดคือตัวพรรคเนี่ยซ้ำแซะหรือว่าดีที่สุดอย่างนี้ต้องการให้ได้เป็นอย่างนี้ดีที่สุดแล้วอยู่กับไอ้จิตนี้ก็ไม่เอาถ้ามันไม่ได้เราก็ต้องรู้ว่าขอบเขตของมันไม่ได้แล้วนี่รู้ที่จบ รู้แค่จบแล้วก็ปล่อยตัวปล่อยตัวนี้จึงเรียกว่าหมดทุกข์ไม่มีโสกะไม่มีปริเทวะนะไม่มีทุกข์นอกจากไม่มีแล้วเรารู้แล้วว่าอย่างนี้ไม่มีศพที่เป็นอาการเศร้าสร้อยรุนแรงไม่มีการปฏิชีวนะเซ้าซี้ซ้ำแซะที่ดีที่ได้ไม่มีอีกหมดทุกข์หมดความลำบากใจอย่างหยาบแล้วแม้แต่ยังเกาะมีอยู่ในใจเป็นตัวที่มันทำให้โทรมทำให้เสื่อมที่ใจอยู่จะเป็นสิ่งที่ทำให้จิตของเรายังมีอะไรเกาะอยู่แม้จะบางเบา อาวรณ์อาลัยหรือเกาะติดเองเป็นอารักษ์หรือยังมีอารมณ์ที่น้อยเท่าไหร่ที่เป็นธรรมารมณ์ที่ทรงไว้ธรรมะแปลว่าสิ่งที่ทรงไว้ในจิตอารมณ์ก็คืออารมณ์สิ่งที่เป็นลักษณะในจิตอารมณ์ไม่น้อยที่เป็นไปด้วยการเกาะยึดอยู่ในจิตเราก็รู้ให้ละเอียดไม่ให้มีไม่มีอาภาพใดๆเลยไม่มีความเสื่อมโทรมใดๆจึงเรียกว่าไม่มีโทรมานัดแต่ว่าไม่มีโทรมานัดหมดความลำบากอย่างอยู่ใกล้ความลำบากนั้นเรียกว่าอุปาทาน อาญาศัพท์แปลว่าความลำบากตีกลับแล้วตอนนี้ทั่วไทยตีกลับทุกทีจนสุดท้ายตีกลับทุกทีพี่กลับแล้วเราหมดแล้วพอถึงขั้นโทรมานัดไม่มีไม่มีสิ่งใดผิดแล้วก็กลับเป็นคนลำบากใหม่อุบายยากหรืออุปายะอุปสรรคที่ 8 ตุลาคมรากศัพท์ให้ฟังนะแปลรากศัพท์ให้ฟังแล้วก็ใกล้ชิดอยู่ติดอยู่ติดอยู่กับอาญาศัพท์แปลว่าความลำบากอยู่ใกล้กับความลำบากนั่นแหละตกลงกลายเป็นคนมีความลำบากอย่างเก่า เน็ตติดน้าระอาใจธรรมะพระพุทธเจ้าเนี่ยทำไมมันถึงมวนจังเลยแล้วทำไมมันถึงแล้วไม่รู้แล้วแล้วทำไมมันถึงบอกว่าแล้วทำไมไม่ว่างแล้วทำไมว่าหมดความลำบากแล้วทำไมมันลำบากอยู่อีกแล้วต้องเข้าใจนะเข้าใจสภาพทำให้ละเอียดถ้าไม่ละเอียดแล้วก็จะมีเหน็ดเหนื่อยท้อแท้เหมือนกันพอใจว่าทำไมจะมารู้จักถึงกลายเป็นอย่างนี้ก็แล้วในที่สุดวันนี้ไม่ได้เป็นเดือนละทีก็ดีกว่าไปเสพสุขหยุดได้ที่สุดแล้วหยุดที่สุดเลยอยู่ในป่าในเขาในถ้ำเลยแบบนั้นล่ะก็แบบนั้นแหละยึดซึ่งเป็นศาสนา ศาสนาก็ปรมาตมันคือศาสนาที่มีความจริงแท้ว่าไม่เกาะไม่เป็นอัตตาไม่เป็นปรมาตมันและลงตัวกับอนิจจังไม่เที่ยงแม้ได้แล้วแน่นอนเด็ดขาดสมุดเฉะจะว่างเมื่อไหร่ก็ได้เสมอเสมอเสมอเสมอว่าสามารถแปลว่าเสมอเพราะแปลความว่าเฉียบขาดเด็ดขาดในการที่จะทำอย่างนี้เมื่อเราเด็ดขาดแล้วว่าเราทำอย่างนี้เด็ดขาดจะทำเมื่อไหร่ก็ทำอะไรล่ะก็ทำว่างนี่แหละให้ได้เสมอทำได้จริงๆด้วยมันไม่มีภาษีก็ครองในการทำว่างให้แก่จิตวางปล่อยไว้เวลาจะสบายเมื่อนั้นได้ทุกทีแต่ตอนนี้เรารู้ตัวด้วยล่ะว่าเราไม่ว่างตอนนี้เร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive