180225 หัวใจโพธิสัตว์ พ่อท่าน ม.ธรรมศาสตร์.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมกันพิเศษเนื่องในวันมาฆบูชาเรื่องหัวใจโพธิสัตว์โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ในช่วงระหว่างการเดินจารึกครั้งใหญ่ซึ่งได้แวะพักที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แสดงไว้เมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 25 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2518 เทปชุดนี้ระบบเสียงไม่ชัดเจนเนื่องจากเครื่องอัดเทปไม่สมบูรณ์ แต่เนื้อหาของการบรรยายธรรมดีมากคณะผู้จัดทำอยากให้ท่านได้รับประโยชน์ร่วมด้วยจึงได้จัดทำออกมาขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ค่ะวันนี้เป็นวันที่ตรงกันหรือว่าตามที่เราได้รับการก็เหมือนเหมือนกันกับวันในสมัยเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้วที่มีเหตุการณ์สำคัญพระพุทธเจ้าของเราได้มีเหตุการณ์สำคัญ 1 ขึ้นหารด้วยโรคประจำโรคก็คือมาฆฤกษ์มาฆะภาษาบาลีคำนี้มันหมายความว่าศาลหมายคำว่า 3 พระจันทร์ก็เต็มดวงมาฆ่าโลกเต็มเรื่องหมายความว่าพระจันทร์กันเองแหละแต่มีพระจันทร์เต็มรูปคำว่ามาแปลว่าพระจันทร์ ประวัติพระจันทร์มาฆะหมายความว่าพระจันทร์เต็มคะตัวนี้ไปวัดเต็มไปหมดก่อนแต่ว่าแท่งมาฆะแปลว่าเต้นพระจันทร์เต็มดวงและโลกของรอบปีทางโบราณทางอินเดียเขาน่ะเขาถือว่าวันนี้วัน 15 ค่ำเดือน 3 เป็นฤกษ์ที่มีพระจันทร์เต็มดวงที่สุดกว่าทุกๆรอบ 43 เดือนก็ถือว่าวันนี้เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ซื้อแสตมป์ชาติไหนไม่รู้นะแต่เขาคิดกันได้อย่างนั้นเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงที่สุดใครถึงบอกว่าเส้นตรงก็โดนศาลรัฐธรรมนูญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่สมัย 2018 ในจำนวนที่แสดงถึงความเต็มของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันมาเฝ้าพระพุทธเจ้าทรงพระเจ้าได้ประกาศศาสนาออกไปแล้วแล้วก็มีพระสงฆ์มารวมกันเมื่อได้เกิดพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์พอสมควรจำนวนที่มานั้นไม่ได้นัดหมายมากันเองในวันนั้น 1,250 รูปมีจำนวนเท่านั้นเริ่มเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้นนอกจากเป็นพระอรหัน
อ่านต่อ
ต์แล้วยังเป็นพระเบอร์พระพุทธเจ้าบวชให้ในส่วนตรง เปิดเพลงคุกตำรวจให้เองเดี๋ยวให้เบอร์ง่ายๆไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมายไม่ใช้หมู่สงฆ์ไม่ได้ใช้ญัตติไม่ได้ใช้แม้แต่ไตรโคเดอร์ใช้ง่ายๆเธอจะสำเร็จเป็นองค์พระมาเท่านั้นเองไม่มีอะไรมากก็จะบอกว่าเออผมขอบวชด้วยเท่านั้นเองก็เสร็จพระพุทธเจ้าคำสอนของ ท่านทั้งหมดลงในวันนั้นด้วยให้เข้าใจได้ง่ายๆสั้นๆคือโอวาทปาฏิโมกข์หากเป็นคำสอนว่าโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งน้ำยาแล้วก็ได้ความว่าให้ละชั่วประพฤติดีทำให้บริสุทธิ์ถึงจิตใจให้บริสุทธิ์ทั้ง 7 ชั่วใดที่เรารู้ว่าเรามีก็จัดซื้อทำให้ดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้นจนกระทั่งบริสุทธิ์เป็นที่สุดทั้ง 7 บริษัทผ่องใส ท่าไม้เอาแต่เสียงธรรมดาพื้นๆและชั่วและประพฤติดีทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสเป็นตัวๆๆไปไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันไม่ได้แต่มันไม่ได้จริงๆ 3 อันนี้มันเกี่ยวข้องกันเขาเคยแบ่งกันเคยมีอาจารย์ต่างๆแบ่งแบบว่ารายชื่ออย่างหนึ่งทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสไม่อย่างหนึ่งจนกระทั่งเข้าใจว่าศาสนานี้ถ้าทำให้ถึงบริสุทธิ์จิตบริสุทธิ์ผ่องใสแล้วก็ทำตัวจิตบริสุทธิ์ต่อสายอย่างเดียวก็ได้โดยไม่ต้องไปทำชั่วชั่วเป็นต้นเขาก็อธิบาย ส่งความจริงแล้วก็คืนละชั่วนั่นแหละแต่อันเดียวกันจะทำดีพระช่วยอะไรคือเป็นอันเดียวกันกับกระทำดีและการกระทำดีนั่นแหละอันเดียวกันด้วยไปจนกระทั่งถึงดีที่สุดความดีที่สุดที่ลงตัวสูงสุดก็คือจะมีจิตของเรานั้นบริบูรณ์ผ่องใสไร้สายโมหะและจุดที่เป็นจิตทำหน้าที่เต็มเปล่าเป็นจุดที่ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนของจิตโดยไม่มีเศษ ของโลภะโทสะและเข้าใจเวลาอย่างจิตดูจิตก็รู้จิตไม่คิดว่าจิตไม่มีเศษเสี้ยวของโลภะโทสะอะไรผสมอยู่เลยอ่าเป็นจิตบริสุทธิ์จริงๆไม่ว่าจะบริสุทธิ์ผ่องใสหากโรคจิตเต็มๆที่รู้มีความรู้เต็มรับรู้ได้อย่างเต็มที่ทั้ง 7 ไม่มีราคีของเศรษฐกิจแบบใดแต่เพื่อนหรือว่าไปผสมผสานอยู่ในจิตจึงเรียกว่าจิตบริสุทธิ์ผ่องใสรัฐธรรมนูญอันเดียวกันเพราะฉะนั้นการ ประพฤติดีจนจิตบริสุทธิ์ผ่องใสจึงเป็นเรื่องเดียวกันจึงเป็นเรื่องเดียวกันหมายเอาจิตบริสุทธิ์ผ่องใสนั้นเป็นสิ่งตัดสินว่าเป็นที่สุดเพราะเป็นบริบูรณ์พระชั่วชั่วใดดีใดก็ตามแต่ในโลกนี้ถ้าเชื่อในโลกสมมุติเลิกชั่วและทำดีในโลกเปลี่ยนทางของสำนักในโลกเท่านั้นเองแต่งานก็ส่วนใดจะทำสิ่งใด ถ้าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนทางสำหรับการที่ทำเรื่องของกายกรรมวจีกรรมหรือมโนกรรมเจรจากระทำอยู่กับโลกนั้นเรียกว่าเพียงเปลี่ยนทางเท่านั้นเองสรุปเขาว่าอย่างนี้ดีเราก็พยายามรู้ว่าอย่างนี้โลกเขาก็ว่าดีอย่างนี้ไม่เคยเชื่อเราก็รู้ว่าอย่างนี้เราเขาก็จะชั่วยังไงที่มันดีที่สุดเข้าไปจนกระทั่งถึงเกี่ยวกับด้านเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับด้านรัฐศาสตร์ความเฉลี่ยแล้วก็ควรจะให้พอดีมากไปก็กลายเป็นโรคจิตน้อย เพราะกายไม่คล้ายว่าไม่ใช่ลูกเอาเลยเอาอย่างนี้ต้องใช้วิจารณญาณใช้จิตเพื่อยามพิจารณาให้มากที่สุดในด้านเศรษฐศาสตร์หรือในด้านการลงตัวหรือพอดีหรือมัชฌิมาหรือสมดุลหรือสัมมาใช้ภาษาอะไรเรียกก็เหมือนกันสมดุลและพอดีเลือดห่วงเรียกว่าไม่มากไปไม่น้อยไปมัชฌิมากับปานกลางสัมมาก็เป็นไปโดยงามโดยชอบสิ่งเหล่านี้ภาษาเป็นภาษาเรียกเท่านั้นเองแต่ว่าโดยเนื้อหาสาระของมันแล้วเหมือน เหมือนกันทั้งทางโลกทางธรรมเราก็ประมาณอย่างนั้นให้เป็นเนื้อหาสาระตอนเราได้อธิบายถึงเรื่องความดีทั้งเรื่องสมมุติถึงเรื่องปรมัตถ์ต่างๆเราได้เคยพูดกันมามากสำหรับหมู่เราที่ได้เคยได้ยินได้ฟังกันมาแล้วซึ่งก็คงจะได้เข้าใจมากบางน้อยบ้างตามฐานะของแต่ละบุคคลแต่แม้วันนี้เราก็จะได้พูดอีกถึงเรื่องของความเคยชินและความยึดถือและจิตของเรา จะยึดถือมาตามที่เราเคยก่อเกิดมาเป็นมนุษย์หรือก่อเกิดมาเป็นสัตว์โลกจนกระทั่งพัฒนามาเป็นมนุษย์กลายเป็นยึดถือมาเรื่อยๆแม้แต่ความเกี่ยวพันแม้แต่ความเกี่ยวพันในด้านการสมสู่ซึ่งเป็นเรื่องรากเหง้าของการสร้างโลกเป็นรากเหง้าของการสร้างโลกที่มันจะเกิดการพัฒนาเกิดการก้าวหน้าเกิดการขยายเผ่าพันธุ์ของด้านรูปประธรรมหรือของด้านเนื้อมวลสัตว์มวลมนุษย์ บริษัทโลกวันมนุษย์พยายามอธิบายอย่างลงไปให้เห็นให้เข้าใจถึงสรรพคุณรากเหง้าของการยึดถือในการที่จะพยายามทำปฏิกิริยากันหรือเพื่อยามที่จะสมสู่การทำการแตกพันธุ์แตกพืชแตกมวล 8 รูปประธรรมเพิ่มจำนวนรูปธรรมขึ้นนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการก่อเกิดทางด้านรูปธรรมเหมือนกันและเราก็จะต้องรู้ในความจริงในโลกเพราะโลกนี้ ต้องการเผ่าพันธุ์ของรูปประธรรมต้องการมวลต้องการคนหรือไม่ถ้ายุคใดสมัยใดปางใดไม่ต้องการเผ่าพันธุ์ไม่ต้องการคนไม่ต้องการมวลสารที่เป็นมนุษย์เพราะว่ามนุษย์ชักมากแล้วลมแล้วเดือดร้อนแล้วแย่งกันแล้วเป็นไปได้ยากแล้วเราก็อย่าไปสร้างมนุษย์ออกมาก็เลยแท้จริงและทุกยุคทุกสมัยพระพุทธเจ้านั้นยุคนั้นสมัยนั้นจะไม่ต้องการมนุษย์ แล้วมนุษย์จะมากมากจนกระทั่งต้องลดนวลต้องลดจำนวนมากมันจึงเบียดเบียนมันมากมันจะเกิดทุกข์มันมากมันจนเกิดการแย่งชิงเห็นแก่ตัวตลกจัดขึ้นเกิดการโทสะได้เพราะฉะนั้นเมื่อมันมากความที่จะอยู่กันอย่างปรองดองอยู่กันอย่างสันติและมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นไปได้ดีเป็นพี่เป็นน้องเป็นพระราชาเป็นสันติภาพจึงหดหายถอยลงเมื่อถอยลงจึงจำเป็นต้องการครู การขึ้นนำต้องการผู้ที่ชักจูงให้รู้ความจริงว่าโลกเรานั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือสันติสิ่งที่ดีที่สุดคือการไม่เห็นแก่ตัวคือความอยู่กันอย่างที่อย่างน้อยจังหวัดพระรามรณภาพจะต้องกระทำให้ได้กระทำให้เกิดและหลักใหญ่จุดใหญ่ที่จะเกิดได้ก็เพราะเรารู้ความจริงของชีวิตหรือความต้องการของจิตซึ่งเป็นรากเหง้าอันแท้จริงของมวลมนุษย์ไม่รู้จักความต้องการอันแท้ มนุษย์นึกว่าเราจะต้องการทั้งหมดตามที่โลกของเขาสร้างขึ้นมาเป็นสมมติที่สัจจะต้องการไอ้นี่มากที่สุดมนุษย์ก็ต้องการเหมือนสัตว์อย่างอื่นคือสืบพันธุ์อยู่มันเป็นความยึดถือเป็นความที่โดดเรียนรู้มาได้รับบอกกล่าวมาในโลกและกษัตริย์มันก็ได้รับการบอกกล่าวและรับการยึดถือได้รับการรู้แล้วมันก็จะพยายามต้องการหรือแสวงหาสมาคมพระพุทธเจ้าได้พยายามมาทำการ รู้ความจริงแล้วก็รู้จนกระทั่งถึงความจริงอันแท้จริงก็ไม่ใช่ไม่ใช่ความต้องการตั้งแต่เที่ยงการสั่งสมความยึดการสั่งเสริมความเชื่อไม่ได้เป็นการสั่งสมความรู้การสั่งสมความเชื่อการครอบงำหรือการพยายามที่จะทำตัวอย่างคำแบบอย่างให้แก่กันและกันเอาไว้สัตว์โลกก็ทำเอาไว้ให้แก่กันและกันสั่งสมมานานทางในพลังงานที่จะเรียกว่าจิตวิญญาณให้รับทราบรับรู้รับรู้ ทรัพย์เห็นแล้วก็พยายามสืบสาวราวเรื่องต่อไปและสิ่งที่เรียกว่าจิตหรือวิญญาณนั้นมันก็จะทำงานโดยใจทำให้อวัยวะหรือรูปประธรรมที่อยู่ในตัวนั้นปั่นโรงงานเราเรียกว่าเริ่มต้นตั้งแต่ทำอาการของธาตุมีตั้งแต่เริ่มคิดหรือเรื่องฝังเริ่มทำงานเราเรียกว่าเป็นรหัสธาตุหรือเตโชธาตุชื่อว่าธาตุไฟปฏิกิริยามี อุณหภูมิเป็นความร้อนความเย็นจากนั้นอย่างนั้นซึ่งมีมากเหลือเกินที่จะนับจุดนั้นได้ขนาดอย่างนั้นมีอาการอย่างนั้นมีอุณหภูมิเท่านั้นเป็นเตโชธาตุหรืออุณหภูมิท่าฤาษก็จะก็คือระดับของความร้อนความเย็นนั้นก็จะขยายตัวหรือหดตัวในขณะที่ขยายตัวหดตัวเคลื่อนไปเคลื่อนมาสิ่งเล็กที่สุดในบรรยากาศในโลกของลมธาตุลมระหว่างธาตุ เริ่มต้นค่าไม้เคลื่อนไหวแถลงก็เป็นวายุถ้าไม่แรงเขาเรียกว่าวายะแล้วจากนั้นมากเข้ามากเข้าก็ถึงจะเป็นธาตุน้ำธาตุน้ำธาตุน้ำแล้วจึงจะไปเป็นธาตุดินคือเป็นเกาะเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นตำแหน่งพ่อแม่นอนปักหลักได้ดำเนินงานที่จะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้จริงๆจึงจะเกิดเป็นโรงงานแล้วเขาเรียกว่าตามในขณะที่เคลื่อนไหวอยู่อะไรอยู่เราก็เลือกเป็นภาพเป็นธาตุน้ำเป็นกลุ่มเป็นก้อนขี้เหลวไหล ได้เดี๋ยววันจันทร์จะไปโรงงานแม่นเราเรียกว่าภาษาทางโลกเขาก็เรียกอย่างนั้นรายละเอียดเหล่านี้เป็นจริงมีจริงและเข้าใจได้เราจะเข้าใจได้เพราะทุกอย่างรวมๆเป็นสิ่งเหล่านี้หมดในคนก็คือรวมหมดทุกอย่างในโลกที่เป็นสสารเป็นพลังงานหรือเป็นรูปธาตุน้ำธาตุเข้ามารวมในร่างกายของเราเกิดอาการของธาตุทั้ง 4 นี้อยู่เมื่อรวมกันเข้าแล้วไหลผ่านและหลายกลุ่มหลายๆคนให้หลายก้อนจนกระทั่งทำหน้าที่ติดต่อกันมีแรงงานแรงเคลื่อนประสานกันไปทั้งหมดแล้วก็ ซึ่งมีมากไม่รู้กี่ล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านเซลล์ที่เป็นตัวเคลื่อนไหวตัวที่ทำงานอยู่เรื่อยไปทางนี้เราเรียกว่าการก่อเกิดของมวลซึ่งโดยมวลของวัตถุหรือรูปประธรรมที่ไม่เกาะกลุ่มกันเข้าไปเป็นร่างกายแล้วก็ให้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกพลังงานหรือวิญญาณบริสุทธิ์เข้าไปทำงานไม่ใช่ไปทำงานแล้วมันก็จะทำงานยึดถือตามที่มันเคยรู้เคยเรียนเคยสั่งเสริมชีวิต ตั้งแต่รูปเล็กๆวัตถุเล็กๆจนกลายเป็นวัตถุที่ใหญ่เต็มรูปเต็มร่างแต่เป็นเรื่องของการขยายวัตถุหรือการขยายสสารโดยเพิ่มปุ่มเพิ่มเติมเพิ่มเติมขึ้นมาตามอำนาจของจอมแรกที่มีเชื้อโรคที่มีจากเล็กที่สุดมาขยายขึ้นมาจนกระทั่งโตเป็นคนเนี่ยก็มาจัดการเล็กอันนั้นอย่างนั้นที่จะบริบูรณ์ขึ้นมาถึงความเป็นคนนั้นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นคนที่เกิดมาทุกๆคนก็มาจากสิ่งที่เล็กที่สุดแล้ว มาได้รับอาหารหรือได้รับธาตุที่เอามาปะติดปะต่อการขยายขึ้นมาเป็นสูงสุดก็ได้ 2 แขน 2 ขา 1 หัวในร่างกายจะมีอะไรเป็นอะไรต่างๆนานาที่นครสวรรค์ขึ้นมาตามลำดับตั้งแต่เล็กๆเด็กๆจนกระทั่งขยายขึ้นมาโตสุดค่อยๆขยายมาจนกระทั่งลุงเล็กเราจะรู้ได้ว่าขนาดเล็กนั้นยังไม่มีสิ่งบางสิ่งโตขึ้นมาจะมีอีกสิ่งบางสิ่งจำเป็นที่เป็นมนุษย์ก็เต็มที่เท่าที่มนุษย์จะมีได้ครบเอาอวัยวะ 32 ทั้งส่วนนอกส่วนในที่จะมีก็เกิดมาจากจุดที่เล็กที่สุดที่มันได้มีมาแต่เดิม งานแต่งครับนามธรรมก็ทำงานได้เต็มครบเกี่ยวข้องกันเช่นเด็กเล็กๆยังไม่มีแต่ฮอร์โมนในด้านเพศก็เป็นเพศอีกลักษณะหนึ่งกรุงเทพฯได้เพียงแต่ว่าเขาก็มีความผูกพันกันในเรื่องของการเกาะเกี่ยวตามอารมณ์มีความรักความชอบความชังเท่านั้นเท่านั้นจนกระทั่งโตขึ้นมาเป็นหนุ่มเป็นสาวฮอร์โมนนั้นก็จะเกิดขึ้นอีกต่อมันก็จะขยายตัวคนอื่นทำงานมากขึ้นจนกระทั่งเรื่องราวแห่งรัฐตามความเหมาะสมเต็มที่ของชีวิตที่เรียกว่าคนไม่เกินกว่าคนไม่เกินกว่าจำนวนที่รายได้ที่ ไปไม่ได้พัฒนามาสูงสุดแล้วไม่เกินกว่านั้นแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะเจริญกว่านั้นในเรื่องของชีวิตในโลกคนเป็นสูงสุดเมื่อวันนี้ผู้ร้ายได้เรียนรู้สิ่งที่สูงสุดแล้วก็จะรู้ความจริงอันสูงสุดว่ารู้เท่านี้พัฒนามาแล้วก็พัฒนามาได้ถึงนี่แล้วก็จะก่อสร้างวัตถุอื่นๆรอบรวมคนแล้วเราจะพยายามใช้พลังงานให้เป็นพลังงานที่เป็นในคนคนก็เหมือนลูกโลกหนึ่งมีพลังงานเต็มถ้ากำลังเลิกมีพลังงานความร้อนมีพลังงานความเย็นมีพลังงานความนุ่มอะไรวัฒนธรรมที่ใด เรียนรู้สิ่งเหล่านี้แล้วก็จะพยายามรวบรวมและพลังงานกลับคืนมาบอกไว้ที่ตนผู้ที่เรียนรู้ความจริงที่เอาพลังงานไปใช้ในทางโลกเวลาใช้ในทางออกกี่ผูกพันมีอะไรหลายส่วนอะไรต่างๆเราก็จะเอาพลังงานนั้นคืนมาที่ร่างกายของเราการที่จะให้พลังงานคืนมานั้นจะเป็นแต่เพียงเออเราจะจบกว่าเฉยๆแต่แท้จริงแล้วเรามาล้างความยึดถือออกพลังงานคือการที่จะได้พลังงานคือเก็บเกี่ยวพลังงานคือภาษาหรือเป็นเพียงการกระทำโดยอ้อม เจริญกรุงแล้วก็คือการละความยึดถือไปให้ได้ที่จิตนึกกำลังงานและพลังงานเราไปใช้นอกตัวเราแม้แต่ในตัวเรามันก็รวมกันไม่อยู่ตลอดมันยังไปอยู่ทั่วทั้งร่างแล้วก็ดึงมารวมไว้ที่จุดจุดเดียวพลังงานนั้นจึงจะรวมตัวเต็มอย่างนี้ก็เป็นวิธีการคิดสั้นกว่าแล้วไม่อ้อมคือการละความยึดถือคือการพยายามทำลายความเป็นผู้ใช้อยู่ข้างนอกตัวพลังงานที่ไปใช้อยู่ข้างนอกตัวเอาคืนมาหรือว่าเลิกคืนมาเสียทั้งหมด ตำรวจอยู่ที่เราให้เป็นที่เราเลือกใช้ภาษาว่าสมาธิให้หมดจะให้มาตั้งให้มารวมลงให้มันเป็นจิตของเรามาอยู่ที่เราผู้ใดทำจิตให้อยู่ที่ตัวเองให้รวมอยู่ที่ตัวเองได้ไม่ให้จิตมันรั่วไปข้างนอกหรือไม่ให้จิตของเรามันทำงานขยายอยู่ในจิตทำปฏิกิริยาทำงานเวลาเกิดอย่างเงี้ยมันก็จะขยายทำงานมีปฏิกิริยาเหมือนกระจกไฟมันก็จุดไฟมันก็ทำงานมันก็ร้อนมันก็ขยายขยายอะไรออกไปแม้จะอยู่ในตัวแล้วนะมันก็ย้ายออกนี่มันก็สูงพลังงานลงไปได้ หรือแม้แต่รักรวมตัวกันแน่นไปรักก็คือ 7 วันรวมตัวกันแน่นไปนั่งเกินไปมันก็กดดันกันเข้าเกาะกันเข้าทำลายตัวลงไปเหมือนกันสูญเสียดายเหมือนกันเพราะฉะนั้นพลังงานที่ทำงานได้พอดีจะรวมตัวกันอยู่ก็รวมตัวกันอย่าให้มันแน่นเกินไปแล้วแต่อยากให้มันผลักดันจนเกินไปขยายออกมากไปมี 2 มุมอันนี้ใช้ภาษาพูดเท่านั้นใช้ภาษาอธิบายเท่านั้นโดยสภาพธรรมแล้วซื้อให้ดูไม่ได้แล้วแต่ใครจะสามารถเรียนรู้และอ่านออก ตนเองนั้นมีโทสะหรือมีโลภะมากน้อยขนาดไหนในการที่จะรู้ถึงจิตของตัวเองว่าไม่มีโทรศัพท์ไม่มีการผลักดันไม่มีการเร่าร้อนก็ต้องรู้ที่จิตของเราจิตของเรามันรวมตัวแน่นจนเกินไปมันดูดเกินไปมันรักเกินไปมันไม่ยอมที่จะเป็นธรรมดาธรรมดาของการรับรู้เฉยๆมันก็มีการต้องการจะมีการโน้มที่จะเอามาให้กับตัวเองอันนั้นก็จะต้องรู้เลยตัวเราเองเหมือนกันเพราะฉะนั้นผู้ใดที่จะรวมกำลังหรือทำจิตให้มีแต่ความรู้ในการรู้รอบอยู่เฉยๆ ไม่มีการรักไม่มีการชังจะมีการชอบไม่มีการจำได้พวกนั้นก็จะรู้ได้โดยตรงกำลังปัญญาหรือกำลังความคิดโดยพลังงานนั่นเองตัวจิตตนเองจะใช้ให้มันคิดจะใช้ให้มันกรองจะใช้มันทำงานได้เต็มที่เต็มเหนี่ยวนั้นก็อยู่ที่กำลังจิตของเราที่เราจะสามารถรวมเอาไว้ได้ตนเองจะใช้ให้มันคิดจะทำให้มันกรองจะใช้มันทำงานได้เต็มที่เต็มเหนี่ยวนั้นก็อยู่ที่กำลังคิดของเราที่เราจะสามารถรวมเอาไว้ได้และให้มันทำงานเต็มไม่รักมากไปไม่ชอบมากไป ไม่ชังมากไปถ้าจะชังมากไปมันก็ทำลายถ้ารักมากไปมันก็ทำลายจึงเป็นส่วนที่ทำร้ายทั้งคู่เพราะว่าสิ่งที่จะทำงานได้โดยตรงและเป็นชีวิตที่ยังชีวิตอยู่ได้โดยการได้ประโยชน์สูงสุดที่จะไปในทางด้านดำเนินเราเรียกว่าชนะไกลจะไปได้ไกลจะไปได้ไกลแต่ต้นไม้ชนะเป็นชีวิตที่อยู่ได้นาน เพื่อชีวิตที่ไปได้ไกลคือความที่รู้จักคำว่าเยอะหรือคำว่ายะรู้สิ่งนั้นสิ่งนั้นเราเรียกว่าโยสิ่งนั้นสิ่งนั้นเป็นตัวมันเองตัวของสิ่งนั้นเราก็ยอมโยนแปลว่าใดใดที่แปลว่านั่นความแสดงความแสดงเป็นชีวิตชอช้างใครแสดงเป็นชีวิตไม่มีชีวิตเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นอันใดที่มันมีสติมีชีวิตมีความเป็นไปอยู่ในป่าช้า และถึงรอบที่มันจะไม่มีก็รู้ในตัวมันเองถ้ารู้ความจริงที่สิ่งนั้นมันมีชีวิตก็ให้รู้ว่ามีชีวิตแล้วมันจะไปได้ขนาดนั้นหมดชีวิตเกิดชาติและวรรณะชนะครั้งนี้เราจึงมาเรียกคนชนะเป็นสิ่งที่มีชีวิตและเป็นสิ่งที่ทั้งหมดชีวิตก็อยู่ที่คนสูงสุดแล้วก็อยู่ที่คนซื้อประสบการณ์ บันไดอันนั้นเนี่ยถ้าใครเข้าใจสิ่งใดสิ่งนั้นแล้วจนกระทั่งรู้แจ้งว่าเป็นความเป็นคนเป็นชนะหรือเป็นชนเนี่ยเป็นสิ่งที่มีชีวิตอย่างนั้นอย่างนั้นหรือว่าเคลื่อนไหวอย่างนั้นไม่เป็นไปอย่างนั้นอย่างนั้นของมันเองได้อย่างแท้จริงแล้วพวกนั้นก็เป็นผู้ที่รู้สิ่งนั้นชัดเจนที่สุดจะทำสิ่งนั้นให้มันเป็นตัวสิ่งนั้นให้มันเกิดการแทนดีในความเป็นอันนั้นมันดีที่สุดในโลกว่าเป็นผู้ที่รู้จักเราชนะหรือประโยชน์เราเป็นผู้รู้ประโยชน์เป็นภาษาไทยของภาษาบาลีศิลปะตัวเดียว พยัญชนะพยัญชนะจะเป็นผู้รู้จักประโยชน์ชนะผู้ที่รู้ความเป็นไปของสิ่งนั้นแล้วก็ทำสิ่งนั้นให้บริบูรณ์เป็นไปดีที่สุดความเป็นคนที่สูงที่สุดใช้เรียกว่าอริยชนหรือชนผู้ฉลาดที่สุดใช้ปัญญาถ้ารู้เรื่องจริงสูบดื่มเศษธรรมดาเหมือนกับชีวิตในโลกแต่รู้การกินรู้การสืบพันธุ์รู้การนอนรู้การขับถ่ายธรรมดาๆนั้นก็เหมือนสัตว์โลกทั้งหลายแต่ถ้าเป็นคนแล้วก็มีการสร้าง ค่านิยมหรือสร้างสิ่งที่เป็นไปเพื่อการก่อการสร้างทั้งรูปและนามมากยิ่งขึ้นกว่าสัตว์ธรรมดามากทีเดียวมากจนเทียบกันไม่ได้เลยสัตว์ธรรมดากับคนเนี่ยสร้างสินสมุทรที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมไว้เพื่อที่จะให้รักให้ชังให้ชอบที่จะดูไว้ให้มากกับช่างที่จะผลักออกไปไม่เอาไม่มีมากมากกว่าสัตว์ทั้งหลายสัตว์ทั้งหลายไม่เข้าใจแล้วก็ไม่มีพลังงานจิตที่จะไปยึดสมมุติหรือไปเรียนรู้สมมุติ มากมายได้เท่ากับคนเพราะฉะนั้นถ้าส่วนใดไม่รู้สิ่งที่เพ้อสิ่งที่เกินจะเรียกว่ามันมากไปแล้วนะมันจนกลายเป็นการทำลายแล้วนะคนนั้นก็ไม่รู้จักเศรษฐศาสตร์ไม่รู้จักมโนเสฏฐาไม่รู้จักสิ่งที่เป็นไปโดยการเจริญและการโตที่สุดกลายเป็นมโนมยากลายเป็นสิ่งที่มันฟื้นแล้วฟื้นแล้วจนกลายเป็นตัวเราเองไปยึดเป็นตัวเราของเราแล้วเรียกว่า ยังหรือไม่ยานี่เป็นตัวของเราอันเป็นเราเพราะสัตว์โลกก็ยังมีความเห็นแก่ตัวยังอันเป็นตัวอยู่เหมือนกันในโลกเพราะฉะนั้นมนุษย์ชั้นที่เรียกว่าชนะหรือชนเนี่ยที่สูงที่สุดที่เรียกว่าอริยชนก็จะเป็นผู้ที่ปล่อยคืนเลิกสิ่งที่จะเป็นชนหรือเป็นชนะได้เป็นที่สุดจนกระทั่งเหลือแต่ตัวนะชาติเป็นไปโดยธรรมเมื่อเราหลงเกิดมาเป็นคนเป็นชีวิตแล้วก็ให้ชีวิตนี้มันเป็นชีวิตแบบเต็ม ไม่หลงอย่าไม่หลงอันเป็นเราไม่หลงความเป็นเราแต่เราดำเนินทุกอย่างให้เป็นเศรษฐาเพราะฉะนั้นใบจึงต้องพยายามเรียนรู้ตัวรากเหง้าของความยึดถือที่เรียกว่าจิตตัวรากเหง้าของความคิดถึงจิตมันจะยึดเอาเป็นเราตั้งแต่ของหยาบคือวัตถุแล้วก็แม้ที่สุดในยุคในอารมณ์ชีวิตในนามธรรม วรวิทย์เป็นเรามากข้าวเมื่อไม่สนใจหรือว่าเป็นไปตามที่เราต้องการทำไมมันเป็นอย่างนี้นะแล้วเราก็ทุกข์ร้อนโกรธคนเคืองใจโดยลำบากใจนึกว่าให้อ่านจิตที่มากพวกเราได้เป็นผู้ที่ได้เรียนรู้วัตถุเรียนรู้อบายเรียนรู้กับมันนานแล้วไม่ใช่ชาตินี้เกิดมาเจออบายมุขก็รู้ว่าสบายนั้นเป็นสิ่งไม่ดีโดยตรงแล้วก็ได้วางได้เพื่อจะละจริงก็วางมีจริงง่ายเรียนรู้โดยวัตถุเรียกว่าลาบเรียกว่าเย็ดพวกเราก็ได้เรียนรู้กันมามากมาก นักแสดงรักได้ง่ายขึ้นเดือนละเดือนรู้แล้วก็เดือนละรู้แต่ว่าสิ่งที่เรียกว่าลาก็คือสิ่งที่แลกเปลี่ยนกันไปแลกเปลี่ยนกันมากเว็บก็คือข้าของการตั้งค่าให้แก่โลกเบอร์เย็ดแล้วก็สิ่งที่เรียกว่ากามารมณ์หรือกามคุณที่เราจะต้องประยุทธ์เมื่อสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายเราก็ได้เรียนรู้มารัฐบาลอยู่ที่ตัวเราและออกป่านี้ทั้งตาเราไปเห็นอะไรสวย ใครไม่สวยแล้วเราก็เกิดความชอบหรือเกิดความชังไม่ใช่สวยหรอกไปบอกว่าสวยก็ได้แต่ว่าต้องตาหรือไม่ต้องตาเราก็จะพยายามเรียนรู้อารมณ์ของจิตให้ชัดว่าไม่ต้องตาหรือไม่ต้องตาต้องตาก็หมายความว่าไปเชิญไปในเชิงชอบไม่ต้องตาตาเห็นนี่แหละแต่แล้วก็ไม่ต้องตาเท่าไหร่ก็เรียกว่าเชิงชั้นมีอำนาจในความผลักไสถ้าต้องตาจะมีอำนาจในการดึงดูดมันมากไปแล้วแม้จะดึงดูดต้องตาหรือไม่ต้อง ก็ควรจะรู้ให้ฉันด้วยว่าเมื่อเราไม่ชอบหรือเราไม่ชังแล้วชอบก็ไม่มีฉันก็ไม่มีแล้วเราก็จะต้องรู้ด้วยว่าสิ่งนั้นที่เราเห็นเราจะทำเป็นประโยชน์ชนะจะประกอบด้วยจะร่วมด้วยจะเป็นสหายจะเป็นสหายหรือจะร่วมประโยชน์ด้วยมือหรือไม่เราจะต้องพิจารณาถ้าเราเห็นควรว่าควรจะกระทำไปยังไปให้มันเป็นกุศลอันถึงพร้อมหรือให้เป็นสิ่งที่ดีให้ถึงพร้อม เราก็ควรดำเนินไปด้วยจะต้องตาหรือไม่ต้องการก็ตามนั้นเป็นชั้นสูงสุดเพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องตาแล้วค่อยทำไม่ต้องตาแล้วก็ไม่ทำก็ยังมีโน้มน้อมอยู่ไม่ได้คิดเงินมองเห็นแก่ตัวมีช่วงตัวอยู่ลุกขึ้นมาอีกอ้าวฟังแล้วก็ไปอีกนะเห็นไม่ชัดหูก็เหมือนกันได้ยินเสียงต้องหูหรือไม่ต้องหูพอใจในสิ่งที่ไม่พอใจในเสียงเออเราก็จะต้องรู้อารมณ์ของจิตให้ชัดเสียงอย่างนี้คำพูดอย่างนี้คำพูดให้ความ เสียงก็ให้ความหมายเหมือนกันถ้าเราไปยึดในเสียงเป็นความหมายอย่างนั้นอย่างนี้ดังไปเบาไปรู้ว่าเสียงเป็นรูปร่างลักษณะของเสียงหรือว่าอาการของเสียงเรียกรถเสียงเป็นรูปร่างลักษณะของเสียงหรือว่าอาการของเสียงเรียกรถของเสียงมันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นแหลมไปใหญ่ไปถือไปอะไรตามแต่ที่ไม่รู้จะเอาภาษาอะไรประเทศมันหมดเป็นลักษณะของมันอีกวิธีต้องมากอย่างเราชอบหรือเราช่างก็ตามเราจะต้องรู้สภาวะความจริงนั้น โดยเสียงอย่างนั้นเมื่อเขาเอามาปะติดปะต่อเข้ากับเพลงเมื่อเรารู้จักยาว่าเพลงแล้วเราเลิกกันได้แล้วไม่ชอบไม่ฟังเพลงก็ดีแล้วเสียงเหล่านั้นไม่มีเสียงอื่นอีกนี่ดังไปไม่ดังไปโดยหมวกกับกาละเทศะบางครั้งเราชอบหรืออะไรต้องการที่จะอยู่เงียบๆแต่มีเสียงที่ดังๆมารบกวนเราก็เกิดไม่ชอบเกิดไม่พอใจเพราะเรายึดว่าเราจะต้องอยู่เงียบทำไมนะเสียงดังจึงเข้ามาทำไมนะถึงต้องมีเสียงดังมากวนเราอย่างนี้เป็นต้นเราก็จะต้องรู้จิตของเรา ถ้าเราเกิดการผลักดันเกิดการไม่ชอบใจขึ้นมาเพราะเสียงนั้นก็เพราะเราเริ่มต้นมีมะยาอันเป็นเราไม่อยากเริ่มต้นขึ้นแล้วว่าเป็นเรานะเราอะไรเราจะต้องยึดอารมณ์ว่าจะต้องเงียบจะต้องไม่ได้ยินเสียงถ้าหลับตาก็ไม่เห็นรูปได้ง่ายแต่เสียงปิดหูได้ยากจมูกไม่ได้กลิ่นก็ยากเพราะทั้งรุ่นหุบปากซะไม่แตกต้องก็ได้แล้วกายสัมผัสก็ยากอย่างน้อยที่สุดก็มีลมมีอากาศมีอุณหภูมิหรือมีสัตว์แมลง มีอะไรก็ตามแต่มาสัมผัสได้เพราะฉะนั้นเราจะห้ามสิ่งที่เกี่ยวข้องเมื่อเรามีตัวตนมีพลังงานรับรู้ที่เรียกว่าจิตวิญญาณนั้นถ้าไม่มันแตะต้องได้ยากที่สุดเพราะฉะนั้นเราตัดแต่งตัวอย่างอย่างหยาบฉันจะรีบลบกลิ่นเสียงอยากๆเธอก็ไปปรุงเป็นรสเป็นรูปเป็นตุ่มเป็นเสียงเป็นอะไรต่ออะไรต่างๆที่เขาบอกว่าอย่างนี้ต้องชอบนะอย่างนี้อย่าชอบแล้วอย่างนี้ต้องสั่งนะแล้วพยายามลดลงลดลงลดลงเพราะฉะนั้นเราจะเรียนรู้ไปจนกระทั่งแม้แต่ของที่เขาเกลียดเขากันในโลกก็เป็นสมมติที่บอกกันโอ้มันนอนเกลือกลงไปในเพลินเลยเต็มซึ่งแท้ๆจริงๆก็ขี่ของมันเองอยู่ในคอกอย่างเงี้ยมันก็นอนเปลือกของไปนอกจากนั้นเอง เป็นอย่างนั้นอย่างนั้นมันก็ดมอยู่มันไม่ได้มีสมมุติยึดว่าอย่างนี้เหมือนจริงหนอทนไม่ได้ไปแตะต้องเข้าที่ผิวกายแล้วก็น่าเกลียดน่าชังมันไม่มีสมุดเหล่านี้มันก็ไม่มีการรังเกียจไม่มีการผลักดันตัวคนไปทำอย่างนั้นบ้างกลิ่นเหม็นอย่างนั้นที่เราเรียกว่าเหม็นนี่นะแล้วก็ไอ้ขี้โคลนมันขี้อย่างนั้นมันแปะถูกเนื้อถูกสัมผัสกายเข้าเราก็เกิดการผลักดันช้างมีอารมณ์ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็จะต้องเรียนรู้สมมุติเหล่านี้เข้าไปให้ละเอียดบางอย่างมีมากเหลือเกินฝังแน่นมานานเหลือเกิน อย่างชอบมากเกินไปต้องการให้มีอยู่อย่าหายไปเป็นอย่างนี้จะหายไปอากาศอย่างนี้มาแตะต้องสัมผัสกายจะหายไปรูปอย่างนี้มาแต่ต้องอย่าหายไปอย่างนี้ชังเหลือเกินแมวออกไปสักทีเถอะห่างไปสักทีเถอะอารมณ์ของจิตมีผลักดันมีดูดไว้อย่างนี้อย่างนี้เรียนรู้ให้ถึงจุดให้ละเอียดแล้วผัดสะอย่างที่ว่านี้ทั้งหมดเมื่อเรียนรู้แล้วเราก็พยายามขัดใจไปได้ตลอดฝึกใจไม่ได้ตลอดว่าเอาน่าถ้าเป็นไปได้ไม่เดือดร้อนอะไรมากมายนักก็ลองทนดูบ้างหัดวางใจดูบ้างเช่นอากาศร้อน ซึ่งเป็นไปโดยธรรมมันไม่รู้หรอกแสงแดดจ้ามันไม่รู้หรอกว่ามันจะทำให้ใครร้อนมันเป็นไปๆธรรมดาแล้วก็ลองตากดูบ้างอากาศหนาวเย็นเราก็ลองทนดูบ้างกระทบสัมผัสกับแขนกระทบสัมผัสก็อ่อนเกินไปคนละคนดูบ้างกลิ่นเหม็นกลิ่นหอมก็ลองทนดูบ้างเสียงดังไปเสียงเบาไปก็ทนดูบ้างรูปจัดไปจนกระทั่งเขาเพ่งดวงอาทิตย์เพลงไฟล์หาเพลงสิ่งที่บอกว่าแสบตาหรืออยู่ในที่มืดตั้งนานคือนั่งหลับตานานๆก็ลองทนดูบ้าง อาการที่นั่งหลับตานานๆนานๆนา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive