190228-F สู่บรรพชิตเพศของท่านชาตวโร ตอน6-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2518 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์145 KB
วันที่แก้ไข20 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เช้าวันนี้เป็นเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2519 จากนี้ไปพ่อท่านทุกคนที่รักจะได้อบรมธรรมะแก่ผู้ที่มาพำนักอยู่นะทำไมสถานบันเทิงซึ่งวันนี้เป็นเวลาก่อนที่จะทำพิธีบวชคุณชาตรีพระชนม์ทั้งหลายที่ได้มาร่วมชุมนุมกันในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่มีกิจกรรมพิเศษก็คือว่าเราจะมีการตั้งแต่ พระหรือว่ามีการกระทำยกองค์พระผู้ที่เป็นบุรุษหนึ่งจะได้ขึ้นมาเป็นองค์พระซึ่งสาธุชนทั้งหลายก็ทราบกันมาก่อนแล้วดีจึงเรียกพึงกันมาแสดงความยินดีทั้งพร้อมเพื่อที่จะสาธุการแก่ความเป็นสิ่งดีความเป็นอันดีของคนซื้อของมนุษย์คิดถึงจะได้ การเกิดมาเป็นคนนั้นก็คุณแสวงหาสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดใส่ตนโดยความที่ได้รับรู้มาเป็นขั้นตอนตามบารมีในความคิดของคนสมัยเริ่มแรกที่พึ่งจะพัฒนามาจากความเป็นสัตว์ก็แสวงหาสิ่งที่ตนเองนึกว่าดีเขาก็จะแสวงหาทางที่จะหาอาหารให้แก่ตนให้ได้ดีๆ สดบริบูรณ์ที่สุดแล้วก็จะพึงเป็นอยู่ตามที่เขามีความคิดว่าอย่างนี้เป็นความสุขอาจจะอยู่อย่างสงบสงบบ้างหลับนอนเป็นส่วนใหญ่หรือทำงานทำการจะคิดว่าเป็นการเสริมสร้างเป็นการจรรโลงความเป็นมนุษย์ความเป็นสัตว์โลกที่เขาพึงเป็นเขาจะกระทำตามที่ภูมิปัญญาของเขาคิดว่านี่เป็นการสร้างสรรค์นี่เป็นการทำความเป็นปึกแผ่นนี่เป็นความทำความสูงความประเสริฐ ได้แก่สิ่งสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าสัตว์โลกอันมีชื่อหมายเรียกให้เขาว่าคนหรือมนุษย์มนุษย์ที่เริ่มพัฒนากันมาจากสัตว์ใหม่ๆจะมีความคิดอยู่ประมาณนี้แล้วเขาก็จะพยายามสั่งสมสืบสร้างพันธุ์เผ่าเหล่ากอพัฒนาพันธุ์เผ่าเหล่ากอของเขาให้ประเสริฐขึ้นประเสริฐขึ้นโดยความหวังอยู่ว่าผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั้นจะพยายามที่จะมีลูกหรือมีตัวตนนี่แหละพัฒนาตัวเองออกมาเป็นลูกออกมาเป็นเผ่าพันธุ์ ให้โลกนี้ได้มีการแต่งขึ้นประเสริฐขึ้นสูงขึ้นตามลำดับตามลำดับที่เ

อ่านต่อ

ป็นความหวังของพ่อแม่ทุกๆคนมีความรู้อันนี้ดีคนมีความตั้งใจอย่างนี้มาแต่ต้นเริ่มต้นตั้งแต่มีความรู้เท่าที่มีอยู่ในปัญญาหรืออยู่ในสมองหรืออยู่ในพลังงานประจำตัวสัตว์โลกเพราะเสียงคนจึงเป็นมนุษย์ผู้ที่มีจิตสูงที่จะพัฒนาสิ่งที่กำเนิดต่อและต่อต่อไปเรื่อยๆนั้นให้สูงขึ้นสูงขึ้นตามลำดับเสมอ ตั้งเมื่อเวลาพ่อแม่มีลูกก็จะพยายามเลี้ยงดูการเลี้ยงดูของสัตว์โลกที่ไม่ใช่ยังไม่ใช่คนก็เลี้ยงดูเพียงแต่เพื่อให้เจริญแต่เพียงร่างกายสัตว์ได้โดยสารจะเลี้ยงดูลูกแต่ให้เจริญแต่เพียงร่างกายเขามีความรู้เพียงเท่านั้นและเขาก็เน้นหนักแต่เพียงเท่านั้นในเรื่องของสัตว์เดรัจฉานเนื้อสัตว์โลกธรรมดาจึงจะพัฒนาลูกของตนแต่เพียงให้โตมีความสามารถทางกายที่จะหากินได้ที่จะรู้จักเลี้ยงตัวโตพอสมควรแล้วพ่อแม่เขาก็ปล่อยทิ้งปล่อยทิ้งทันทีซึ่ง [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] คนหรือมนุษย์โตภาษาบาลีเนี่ยที่ใช้คำว่ามนุษย์โป๊เนี่ยมันหมายความว่าเอาใจเป็นใหญ่กว่ามีใจที่เจริญจึงไม่ได้คนจึงไม่ได้เลี้ยงลูกจะพัฒนาร่างกายหาข้าวหาน้ำหาอาหารหรือหาอะไรอะไรมาเลี้ยงให้โตใหญ่ขึ้นมาอย่างเดียวเท่านั้นไม่คนจะพัฒนาทางจิตใจด้วยจะให้รู้ความรักความรักชอบความดีความชั่วความถูกต้องของความเป็นคนส่วนตัว ส่วนสังคมคนจะพยายามสอนกันเท่าที่ตนเองมีภูมิมนุษย์สมัยแรกๆก็จะสอนกันเท่าที่สังคมมันไม่แก่งแย่งกันมากให้รู้ความรักในแวดวงญาติที่โคโยตี้จารึกความเป็นเผ่าพงศ์ความเป็นสังคมวงข้างต้นยังไม่รู้ถึงความเป็นมนุษย์สูงกว่านั้นเพราะฉะนั้นเมื่อมีหมู่กลุ่มของมนุษย์สังคมอื่นก็จะถือว่าเป็นศัตรูก่อนมีการแบ่งพวกมีการแย่งชิงและมีการต่อสู้ตีรันฟันแทงกันด้วย กลายเป็นใหญ่และมีพลังกำลังของสมองบ้างเหมือนกันแต่ว่าไม่ได้เอาชนะกันทางพลังสมองเป็นใหญ่ไม่ได้เอาชนะกันทางพลังความคิดแต่เอาชนะกันในทางกำลังกายเป็นใหญ่ต่อสู้เอาชนะพระประธานเพื่อความเป็นใหญ่กิเลสตัวที่รับความเป็นใหญ่นั้นไม่ใช่พึ่งมีเมื่อเป็นมนุษย์กิเลสนี้มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มีมาตั้งแต่เริ่มสะสมเป็นตัวชีวิตถ้าเริ่มจะนับแล้วก็จะต้องรับได้ตั้งแต่เป็นพืชที่มีความมักใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ชีวิตนั้นจะพยายามทำตนให้ใหญ่เสมอตั้งแต่พืชจนกระทั่งมาเป็นสัตว์ก็ยังรับความใหญ่อยู่นั่นเองกิเลสพวกนี้สั่งสมมาตั้งแต่โบราณกาลมากมายจึงเป็นกิเลสตัวสำคัญมากสำหรับโรคโดยเฉพาะมนุษย์จะต้องรู้เท่าทันตัวนี้ให้ได้ถ้ารู้เท่าทันตัวนี้ไม่ได้ไม่ลดตัวนี้ลงเราจะเจริญเป็นที่สุดจนกระทั่งปล่อยหรือวางเป็นนิพพานเป็นที่สุดไม่ได้เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเริ่มผู้ใดเริ่มรู้ตัวและเริ่มวางมาณที่ เริ่มรู้ความสำคัญของแต่ละสิ่งแต่ละอย่างตามความเป็นจริงจึงได้สูงให้รู้ว่าสูงสิ่งใดใหญ่ให้รู้ว่ายายสิ่งใดเล็กให้รู้ว่าเล็กสิ่งใดต่อไม่รู้ว่าต่ำด้วยความจริงไม่สับสนผู้ที่รู้ความจริงอย่างนั้นก็จะทำตนให้รู้ความจริงอันแท้จริงคือรู้สัจธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อมนุษย์และพัฒนาตั้งแต่เริ่มแรกดังกล่าวแล้วมาเรื่อยๆก็จะขึ้นมาในระดับสูงขึ้นสูงขึ้นอีกจะมีการพัฒนามีลูกมีหลานมีอะไรต่ออะไรเพิ่มเติมขึ้นมาและมีความรู้ที่ละเอียดสูงขึ้นเป็นระดับระดับด้วยมา จนรู้ความจริงเพิ่มขึ้นว่าสิ่งสำคัญที่มาแต่อะไรนั้นคือมาแต่พลังงานด้านในเป็นสิ่งที่เริ่มเกิดก่อนก็ค่อยรู้ก็เคยรู้มาจนกระทั่งแม้ระดับกลางก็จะค่อยๆรู้แต่ยังไม่ชัดผู้ที่มารู้ชัดเอาที่สุดนั้นก็นับเอาในยุคที่เราพอจับประวัติศาสตร์ได้ก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นผู้รู้ชัดที่สุดเพราะสิ่งที่เริ่มแรกเกิดก่อนหรือว่าเป็นตัวสำคัญเป็นตัวผลักดันเป็นตัวนำให้เป็นไฟ แรงสำคัญที่สุดนั่นคือจิตวิญญาณหรือคือพลังงานส่วนใน 10 ภาษาบาลีเรียกว่ามโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาบุรุษผู้ต้องเรียกขนานนามว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นผู้ที่รู้จุดสุดยอดของชีวิตที่ได้พัฒนามาและก็เริ่มหมุนกลับไปมองย้อนความเป็นชีวิตกลับไปดูรากฐานที่เริ่มเกิดจนกระทั่งรู้จุด แล้วก็รู้จุดสุดท้ายของความเกิดเรียกว่าจุดดำพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ได้รู้แจ้งจุดที่เวียนรอบวันนี้ได้แม้ยาวไกลทรงเห็นทะลุปรุโปร่งในความเป็นสัตว์โลกที่จะเวียนเกิดขึ้นมาแล้วก็พัฒนาด้วยความยึดมั่นพัฒนาตนเข้าหลงอะไรก็พยายามคิดว่าไอ้นั่นเป็นความจำเป็นเห็นว่าไอ้นั่นเป็นความสำคัญแล้วก็ยึดยึดยึดแล้วก็เอาอันนั้นเป็นฐานต่อต่อต่อมาเรื่อยๆพระพุทธองค์เข้าใจจงเข้าใจ โปรดแจ้งแม้เมื่อความเป็นมนุษย์จิตเป็นตัวร้ายจิตเป็นตัวที่เป็นยึดก่อนไปหลงก่อนเมื่อได้หลงถึงชีวิตว่าเป็นความสำคัญกับพัฒนาชีวิตต่อมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาสร้างสมมุติผสมเข้าอาหารเป็นปัจจัยให้ชีวิตดำเนินความเป็นไปอยู่ก็ยึดเข้าอย่างแน่นยังไม่พอสิ่งประกอบลงไปในอาหารไม่วาดรูปไม่ว่ารถไม่ว่ากลิ่นไม่ว่าเสียงไม่ค่อยสัมผัสก็หลงติดเข้าไปอีกสร้างขึ้นมาให้แก่ตนเองแม้ที่หยุดสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเป็นสิ่งประกอบ มีที่พักมีเครื่องนุ่งห่มมีสิ่งที่จะเข้ากินเข้าไปแก้สิ่งที่เกิดเป็นพิษในร่างกายหรือเรียกว่ารอขนานนามสิ่งนั้นว่ายารักษาโรคตอนแรกๆก็เข้าใจแต่ว่ายาคือยานอนมาก็เห็นว่ายานี้มีปฏิกิริยามีปฏิกูลวรรณะมีแรงที่จะกระตุ้นมีแรงที่จะปรับเปลี่ยนก็ไปหลงปฏิกิริยาภายในหรือไปหลงการกระตุ้นภายใน กินยานี้ก็ไปเมื่อเสพยานี้ก็ไฟดูดเข้าไปดื่มเข้าไปลมเข้าไปก็แล้วแต่หรือทาเข้าไปก็จะสามารถไปกระตุ้นเซลล์ประสาทต่างๆทั้งในให้มีปฏิกิริยาอย่างนั้นอย่างนั้นก็เกิดการยึดเข้าไปอีกก็อย่างนี้เป็นความสุขเป็นความมีชีวิตที่ควรพึงได้พึงมีพึงเป็นยาก็มีโรคหรือมีกิเลสเพิ่มขึ้นอีกดังนี้แม้อาหารก็มีกิเลสที่อยู่ก็พึงสร้างสั่งสมเสร็จแล้วก็ปวดแขนเสื้อผ้าก็ กิเลสขึ้นมาอีกเป็นรูปเป็นสีเป็นแบบแล้วก็กำหนดแม้กระทั่งเป็นฤดูเป็นกาละเป็นอะไรก็ตามแต่ที่เขาจะพึ่งหาสมมุติเข้ามาบวกผสมเข้าให้มันมีเหลี่ยมมุมเพื่อที่จะให้คนเข้าไปยึดเห็นว่าไอ้นี่เป็นแง่ที่แปลกไปเจริญไปโตไปแล้วผิดไปอย่างก่อนแล้วต้องมีแง่อย่างนี้อย่างนี้เป็นแง่ที่มากขึ้นใหญ่ขึ้นกว้างขวางขึ้นพิสดารขึ้นคนก็ไปหลงแค่หลงมุมพวกนี้เรื่อยๆไปโตขึ้นคนที่ยึดมากก็จะพยายามสะสมเอาให้ได้หมดเกิด คุณจะต้องพยายามเอาให้ได้หมดในสิ่งที่ตัวเองยึดว่าไอ้นี่เป็นความเจริญเป็นความมากมีเป็นสิ่งที่ควรได้ควรมีควรอวดใหญ่บ่มีใหญ่ก็จะเอามาอวดใหญ่เพื่อเป็นอำนาจอย่างหนึ่งที่จะแสดงว่าตนเองมีความสามารถสะสมกับคุณเอาไว้เป็นรูปที่ชัดในระยะแรกก็รักแต่ลูกเห็นสำคัญแต่รูปเพราะฉะนั้นก็สะสมทรัพย์สมบัติไม่ว่าข้าวไม่ว่าน้ำไม่ว่าอาหารไม่ว่ายารักษาโรคไม่ว่าเครื่องนึงผมไม่ว่าที่อยู่ ไม่มีมากๆเพื่อที่จะแสดงถึงความเก่งพร้อมกันนั้นก็ยังมีเชื้อเดิมที่แสดงถึงความเก่งด้วยกำลังกายสามารถที่จะฆ่าฟันคนอื่นสามารถที่จะมีความสามารถและเหลี่ยมเชิงในการต่อสู้เพื่อที่จะฟาดฟันเพื่อที่จะกำราบปราบศัตรูหรือผู้อื่นลงได้ก็มีอยู่พร้อมอำนาจของบุคคลจึงมีทั้งอำนาจความเก่งทางฝีมือการสู้รบและอำนาจความเก่งในการที่จะแสวงหาวัตถุสมบัติเอามากองไว้ให้มีรูปเด่นรูปชัดว่าเราสามารถและคนจะได้มาสยบจะได้มายก เพราะว่าใหญ่คนก็จะพึ่งสั่งสมสิ่งเหล่านี้ตามนัยยะดังนี้เรื่อยมาแล้วก็จะหลงรูปเหล่านี้เรื่อยมาแม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังมีความหลงชนิดนี้อยู่อย่างคงทนแต่ก็มีการพัฒนาด้านจิตเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆเหมือนกันเมื่อสมัยพระพุทธเจ้าก็ดีถ้าซื้อประวัติศาสตร์ไปก่อนโน้นก็จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารุ่นก่อนได้สั่งสอนพวกนี้สืบไว้แล้วให้รู้คุณงามความดีว่าความจริงไม่ได้มีแต่เพียงรูปกระทำหรือวัตถุธรรมด้านนอกมันมีทั้งนามธรรมที่เป็น จักรยานที่รู้ว่าความเป็นสัตว์นั้นไม่ใช่ว่าจะมีคุณงามความดีแต่เพียงการมัดใจหรือการแสดงความใหญ่ทั้งรูปความจริงนั้นความดีที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่ในทางลูกแต่ความดีที่สุดนั้นอยู่ที่ความพอดีแต่ว่าคนเราได้หลงกันมากดังได้กล่าวแล้วแต่ต้นมันหลงมาตั้งแต่เริ่มต้นเป็นพีชหรือพืชซึ่งหลงความใหญ่เป็นสัตว์ก็มาลงความใหญ่เพิ่มพูนขึ้นไปอีกมาเป็นมนุษย์ก็ยังมีเชื้อการลงความใหญ่สืบต่อเข้าไปอีกความใหญ่นี้จึงหนัก หน้าที่สุด Google มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือผู้อุบัติขึ้นมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้จุดสำคัญจุดนี้แล้วแต่กระทำให้แก่ตนแต่เลิกให้แก่ตนเดือนละให้แก่ตนได้สำเร็จทำไม่รักใหญ่ท่านไม่หลงใหญ่ไม่เอาอำนาจความใหญ่ไปถือว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เลิศลอยท่านปล่อยความใหญ่ได้และท่านก็รู้ความจริงแห่งความเป็นสัตว์โลกแต่มีปัจจัยที่จะยังให้เป็นไปตามกาละกาละที่มีอาหาร เป็นสำคัญก็คือมนุษย์ชนเหล่านั้นจะต้องเอาอาหารเป็นปัจจัยกาลที่ยึดถือที่อยู่เป็นปัจจัยขึ้นมาสำคัญว่าจะต้องมีที่อยู่ไม่แย่งกันต้องมีการกำหนดที่อยู่ท่านก็ให้เอาถือกำหนดที่อยู่เป็นปัจจัยตามสังคมไม่เช่นนั้นแล้วก็จะแย่งที่อยู่กันเกินไปรุนแรงจัดระบอบจัดหมู่กลุ่มไม่ถูกปกครองกันยากท่านก็อนุโลมให้เอาที่อยู่เป็นปัจจัยและเมื่อยึดถือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ถือว่าเป็นความสำคัญของมนุษย์และความต้านทานของร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงสู้แดดน้ำไฟ ข้อใดไม่เคยได้แล้วจึงจะต้องมีสิ่งที่ช่วยเหลือปกปิดกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์พิษต่างๆเพราะความเมตตาลดลงความเบียดเบียนมากขึ้นสัตว์จึงทำลายกันคนจึงถูกจับทำลายสัตว์ทำร้ายจึงต้องมีแมลงมีสัตว์มีพิษมีสัตว์อะไรต่ออะไรต่างๆเป็นศัตรูเกิดขึ้นอีกคนก็จะต้องใช้สิ่งที่ต้องกันร่างกายโดยใช้เสื้อผ้าหน้าแพ้เครื่องคลุมและสิ่งที่ป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อยเพิ่มขึ้นเมื่อความยึดถือในเรื่องของเพศในเรื่องของรูปขันธ์แล้ว อวัยวะเพศหญิงเพศชายสมสู่กันนั้นเป็นเรื่องน่าเกลียดเป็นเรื่องทุกข์เป็นเรื่องน่าชังก็จึงปกปิดสิ่งที่จะเร่งเร้าความสมสู่หรือความสืบพันธุ์ก็จะมีภาพติดร่างกายขึ้นมาและหลีกเลี่ยงการสมสู่ที่จะไปเกิดพระเจ้าเพราะเป็นสิ่งที่น่าอายน่าปกปิดเมื่อมีจิตใจสูงขึ้นมนุษย์เริ่มรู้ก็จึงเริ่มมีความปกปิดตายในส่วนอวัยวะสำคัญที่จะสืบพันธุ์แล้วก็ปกป้องไม่ให้เร่งเราไม่ให้อยู่อายุกันเกินไปไม่ให้ง่ายต่อการสืบพันธุ์ จึงมีการปิดด้วยเครื่องนุ่งห่มมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆตราบเท่าที่ผู้นั้นมีหิริโอตัปปะมีความรู้ว่าเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะรู้ได้แล้วว่าควรเลิกเพราะเป็นรังแห่งทุกข์เป็นรังเหตุการก่อการเกิดคนมันจะก่อเกิดหรือสัตว์โลกก็จะก่อเกิดเป็นธรรมดาด้วยความหลงเมื่อมนุษย์ชั้นสูงขึ้นมารู้แล้วว่าถ้าเราก่อเกิดก็รังแต่จะมีภาระเพราะฉะนั้นมันจะเป็นจะต้องก่อรูปออกมาสัตว์โลกที่จะก่อโรคออกมาด้วยความหลงนั้นมีมาก ผู้ที่จะรู้ความจริงที่จะไม่ต้องหาภาระใส่ตัวที่จะต้องมาคอยเป็นภาระได้ลูกตาของตนซึ่งจะทำงานสั่งสอนคนซ้อนกันไปอีกทีนึงให้รู้ถึงให้รู้ถึงสัตว์จะทำให้รู้ถึงความควรเลิกสิ่งที่ควรวางควรปล่อยและให้รู้ถึงความพอดีที่เป็นสิ่งเจริญอันแท้จริงคนผู้ประเสริฐนั้นจึงเลิกที่จะยุ่งกับการสืบเผ่าต่อกันการสร้างรูปหันออกมาให้มีลูกต่อๆออกมาอีกแล้วก็ใช้เวลานั้นเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนโดยเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าการเป็นลูกนั้นไม่จำเป็นที่จะ พวกที่จะเป็นภาระแต่เพียงกายขันถ้ามีความสามารถก็จะสามารถเป็นพ่อที่กว้างขวางยิ่งกว่าการเพาะเป็นพ่อผลิตลูกออกมาได้แค่เชื้อของเซลล์เชื้อของไก่ขันเท่านั้นซึ่งมีไม่มากคนเลยแต่การที่จะเป็นพ่อหรือเป็นผู้ที่จะดูแลเลี้ยงดูคนไม่จำเป็นจะต้องเลี้ยงดูแต่กายขันอย่างเดียวต้องเลี้ยงดูทางจิตขันหรือนามขันด้วยผู้ประเสริฐที่เรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้รอบในเรื่องเหล่านี้จึงได้เอากฎเหล่านี้มาพิสูจน์มาทำกับคน มาทำกับมนุษย์จนแจ้งผลว่าดีจริงประเสริฐจริงเพราะเป็นส่วนขาดของมนุษย์มนุษย์รู้แต่รูปประธรรมมนุษย์พัฒนากันจะรูปประธรรมมานานหลายหมื่นหลายแสนหลายล้านปีแต่มนุษย์ไม่ได้พัฒนาเรื่องจิตใจให้สมกับที่มันควรจะรู้อย่างสุดยอดแห่งสัตว์โลกเพราะสัตว์โลกที่รู้สุดยอดไม่มีใครเกินมนุษย์ไม่มีสัตว์อะไรที่จะสูงสุดเท่ามนุษย์อีกแล้วผู้ที่ประเสริฐสูงสุดที่เรายกว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้เพียงพัฒนาจึงได้เพียรพิสูจน์ สิ่งที่ท่านได้ค้นพบสอนคนให้รู้จักสิ่งที่ควรเลิกควรหยุดให้แก่ตนเองให้แก่คนแต่ละคนท่านก็เปรี้ยวเฝ้าซ้อนตั้งแต่อย่างต่ำยาวควรเลิกไม้ได้กันก่อนรถมาอย่าไปหลงว่ามันเป็นชีวิตชีวาอย่าไปหลงว่ามันเป็นภาระที่จะต้องแสวงหาอยู่เลิกเสียเราจะได้มีพลังงานที่เหลือเอามาบูรณะหรือมาเอามาสร้างสรรค์จรรโลงสิ่งที่ดีขึ้นไม่รู้ต่อมาก็สอนต่อไปอีกให้รู้ระดับที่ควรจะเลิกหลุดยึดถือต่อไปอีกให้ลดน้อยลงให้มี ถึงพอดีสบายในการสอนจึงให้ลดน้อยลงเป็นผู้ที่ทำน้อยให้เห็นที่สุดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นผู้ที่อยู่ด้วยจุดที่น้อยที่สุดเข้าไปหาจุดของคนเริ่มแรกที่ยังไม่มีอุปทานเท่าความเป็นคนจะพึงกินพึงอยู่จุดจุดที่พึงยอมรับหรือว่าตัดสินได้ว่านี่เป็นอุปทานขั้นสุดแล้วถ้าคนเกินกว่านี้ไปต่ำกว่านี้ไปก็กลายเป็นทรมานตนไปในส่วนน้อยเกินไปทรุดโทรมอีกฝั่งนึงถ้าจะตัดขอบเขตเอาไว้ว่าสำหรับมนุษย์แต่ละยุคนั้นมันมีความยึดถือพอๆกันในยุคหนึ่ง ระยะประมาณ 5 พันปีหมื่นปีหรือแสนปีก็จะมีความยึดถือประมาณนั้นแต่ท่านก็ตั้งเป็นสูตรตั้งเป็นทฤษฎีไว้ว่าให้ใช้ประมาณนี้มีปัจจัยก็มีประมาณนี้แล้วก็ให้มีชีวิตชีวาอยู่ขนาดนี้มีน้อยที่เช่นคนฉันหนเดียวกินหนเดียวก็เป็นความพอดีเสื้อผ้าหน้าแพ้ก็เพียงแต่พอห่อหุ้มกายมีสักชุดสองชุดก็มาแล้วที่อยู่ถ้ามีที่พอพึงอาศัยกันผลัดเปลี่ยนกันไปได้ก็นั่นแหละเป็นการไม่ยึดมั่นถือมั่นในสมบัติ คนนี้ไปหลบอาศัยคนโน้นคนโน้นไปเอาหลบอาศัยคนนี้ที่นี่ที่โน่นเพื่อไปทำงานเพื่อไปเผยแพร่หรือเพื่อไปช่วยเหลือโปรไฟล์ในความรู้ที่ตนมีเรามีความเก่งทางเกษตรแล้วก็ไปช่วยบ้านโน้นบ้างสอนบ้านนู้นหรือว่าช่วยบ้านโน้นทำการเกษตรวันนี้เก่งทางด้านอุตสาหกรรมไปช่วยบ้านโน้นทางด้านอุตสาหกรรมฝึกสอนพูดโน้นให้คำปรึกษากันอาศัยบ้านเรือนเขาอยู่ของกินพอไปแล้วก็สอนการทำงานการขยายความรู้ก็จะเพิ่มขึ้นเนี่ยยกตัวอย่างทางด้านรูปนามธรรมก็เช่นเดียวกันถ้าเรามีความรู้ทางด้านปัญญาด้านหน้ามาทำจะไปสอนคนทางด้านนามธรรมไปเรื่อยๆก็เหมือนกันจะ ที่โน่นที่นี่อะไรเรื่อยไปพักไปแม้ที่สุดท่านย่นย่อที่อยู่ลงมาอย่าว่าแต่มีเรือนมีชานเลยคนแต่ก่อนอาศัยร่มไม้อาศัยถ้ำอาศัยเขาอาศัยเพลิงก็อยู่ได้เป็นที่พักหลบแดดหลบฝนก็พออาศัยได้พระพุทธเจ้าก็ให้ยึดถือให้เข้าใจความพอดีของชีวิตก็เท่านี้ก็พอดีแล้วไม่ต้องไปมักมากหรือไปมักใหญ่เกินกว่านี้ก็ได้เพราะฉะนั้นบุรุษหรือสตรีหรือมนุษย์แล้วก็คนคนใดที่เข้าใจอย่างนี้แล้วก็กระทำต้นไม้ถึงจุดสุดยอด ข้อดีของชีวิตมนุษย์ได้ป่านนี้ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ประเสริฐสุดตามกฎหรือตามทฤษฎีในช่วงระยะหรือนายกช่วงหนึ่งของคนในยุคที่พระพุทธเจ้าท่านใดกำหนดเอาไว้อย่างยุคของเหล่านี้ก็ประมาณว่าคำสอนหรือว่าทฤษฎีหรือกฎของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะใช้ไปได้ประมาณ 5000 ปีตามที่เรารู้ๆกันมาแล้วเพราะฉะนั้นกฎนี้หรือปัจจัยอย่างนี้หรือสิ่งที่มันเพิ่มเข้ามาขนาดนี้เราจะต้องลดลงไปให้เหลือความพอดีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะกระทำได้แล้วก็ไม่มีความทุกข์ร้อน เข้าใจความจริงตามความเป็นจริงเลยว่ามนุษย์มีปัจจัยอยู่เพียงเท่านี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้โดยสบายว่าไม่หลงสิ่งที่หุ้มห่อเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแง่ต่างๆที่คนได้ปรุงแต่งสร้างกันขึ้นมาหลอกกันลดลงไปได้แล้วก็มีความเป็นอยู่ด้วยปัจจัยตามมีตามได้ดังที่กล่าวนี้หรือยิ่งกว่านั้นแม้ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวนี้จะได้ลดถอยลงไปบางครั้งบางขณะเราก็จะรู้ความจริงว่ามันไม่เที่ยงมันอาจจะได้น้อยลงไปบ้างบางวันอาจจะไม่มีข้าวกินเลยบางวันอาจจะมีผ้าที่ขาดวิ่ง จนกระทั่งต้องพยายามหาแสวงไม่มีปัญหาเราอยู่ตามเขาตามถ้ำตามร่มไม้ก็ยังพึงมีอยู่ไม่ต้องแย่งใครยังพอมีให้อยู่อาศัยได้ในระยะ 5,000 ปีนี้ส่วนใครจะสร้างที่อยู่ที่พักให้แก่ผู้ประเสริฐที่ท่านประยุทธ์เป็นของท่านแล้วพออาศัยเพื่อจะให้ท่านได้สบายขึ้นกว่าอาศัยโคนไม้อาศัยธรรมอาศัยเขาและจะได้อยู่ใกล้ชิดเราเราไม่ต้องตามไปถึงต้นไม้ไกลๆไม่ต้องตามไปถึงป่าไม่ต้องตามไปถึงเขา ก็เพิ่งสร้างไว้ในแวดวงที่ใกล้เคียงเราพอสมควรไม่ใกล้ชิดกันจึงจ้านเกินไปสำหรับฐานะอย่างท่านไม่ไกลเกินไปสำหรับเราเพื่อที่จะเข้าไปหาท่านได้สะดวกพฤหัสบดีหรือมนุษย์เหล่านั้นก็จะพึงสร้างถึงสร้างให้แก่ท่านเพื่อจะได้ขอร้องท่านมาได้ง่ายดายขึ้นมีที่อยู่มันสะดวกแสดงเจตนาว่าเราศรัทธาเลื่อมใสเราต้องการท่านใกล้ๆท่านมาอยู่ใกล้ๆท่านจะมาให้ไปโยนให้ความรู้มนุษย์ที่รู้ความประเสริฐแท้มนุษย์ที่รู้ความดีจริงก็จะพึงพยายามสร้างให้ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดเป็นธรรมสถานขึ้นมาเป็นที่ที่เราเรียกว่าเป็นที่ประพฤติวัดเมื่อผู้ใดว่างหรือผู้ใดมีจิตใจใคร่จะพบพระก็จะได้วิ่งไปที่สถานที่อย่างนั้นก็ไปขอหลักเกณฑ์ประพฤติปฏิบัติไปทำความเข้าใจด้วยปัญญานำเอาความรู้เพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆหรือไปกระทำตนให้มีสภาพที่อยู่ใกล้ชิดทำให้หัดรหัสปล่อยได้อย่างเข้มงวดกวดขันขึ้นสถานที่อย่างนั้นเรียกว่าถีบกับครุฑวัดซึ่งในภาษาภาษาบาลีก็เรียกว่าที่พระพุทธเจ้า มาถึงเมืองไทยก็ยังเรียกว่าที่ประพฤติวัดนานเข้าคำก็กร่อนไปเหลือแต่คำว่าวัดคำว่าประพฤติข้างหน้าหายไปก็เรียกสถานที่ธรรมสถานอย่างนั้นว่าวัดน้ำเข้าน้ำเข้าบาลีก็ไม่ค่อยได้เรียนรู้กันมากเรียกเอาตามภาษาปากเขาเรียกกันว่าวัดสะกดกันจนกระทั่งง่ายเข้าตามความเคยชินตามความมากที่มีผู้เขียนอย่างนี้ก็เรียกกันว่าวัดเลยวอไปหากอากาศณวัดเขาให้ชัดๆเลยจึงกลายเป็นธรรมชาติเหล่านั้นจึงกลายเป็นสถานที่สถานที่ที่เรียกว่าวัดจนกระทั่งคนไทยเราเรียก สถานที่ประพฤติวัดเหล่านั้นว่าวัดดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เขาผู้ใดรู้ความประเสริฐเข้าไปหาผู้ประเสริฐให้ผู้ประเสริฐสอนและผู้ประเสริฐบอกกล่าวถึงความจริงที่ท่านได้เข้าใจและก็ปลดปล่อยความหล่อหรือความลวงหรือความคุ้มครองในโลกที่สร้างขึ้นมาเรียกว่าสังขารแล้วก็รหัสตัดปล่อยรถละทำความเข้าใจให้แจ้งด้วยปัญญาว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเลิกเสียอย่าไปอุปทานยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวประกอบที่มีชีวิตชีวาลดลงมาจริงๆจนกระทั่งเห็นได้ ชีวิตนั้นเมื่อไม่ใช้พวกเหล่านี้ปรุงแต่งหรือไม่ประกอบเป็นสิ่งเหล่านี้เลยก็สามารถยังชีวิตอยู่ได้ยังเบิกบานแจ่มใสสุขภาพไม่เสียจิตใจไม่โทรมเป็นอยู่ด้วยดีนอกจากจะเป็นอยู่ด้วยดีแล้วยังจะมีความคล่องตัวจะมีความเป็นไปโดยง่ายดายเบาไม่มีความผูกยึดไม่มีภาระไม่มีแม้กระทั่งจะถูกแย่งชิงเวลาโดยตรงไม่ไม่หลงแต่สิ่งเหล่านั้นไม่ไปลงยึดเหล่านั้นจึงไม่เปลืองเวลาให้แก่ตนเองที่จะต้องไปแสวงหา จ่ายเวลาเพื่อเสพสมสุขสมสิ่งเหล่านั้นจึงมีเวลามากขึ้นความง่ายก็เกิดขึ้นโดยส่วนตนความเบาความสบายก็เกิดขึ้นในส่วนตนและเมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้นความง่ายในการที่จะไปทำงานอื่นความสบายก็เกิดขึ้นในส่วนตนและเมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้นความง่ายในการที่จะไปทำงานอื่นแม้ไม่ใช่ประโยชน์ตนความเบาความไม่ถูกยึดก็มีเพิ่มขึ้นใช้เวลาได้เพิ่มขึ้นแรงที่มีก็ไม่ต้องเอามาไว้สำหรับ บริการต้นเอาไปสร้างสิ่งที่เป็นความรังสรรค์เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนผู้ที่ยังไม่มีความได้ในสิ่งที่ควรได้ตั้งแต่ความควรได้อย่างสูงคือความรู้อันสูงสุดจนกระทั่งไหลระดับลงไปหาความควรได้ที่มีระดับอยากตื้นขึ้นไปตามระดับซึ่งท่านจะสามารถกระทำได้และท่านจะสามารถทำโดยอยู่ในกติกาหรืออยู่ในแวดวงอยู่ในระเบียบวินัยท่านก็จะขึ้นไปทำให้กับคนอื่นประโยชน์ตนคือความสงบหรือประโยชน์ มันคือความง่ายประโยชน์ตนคือความเบาความว่างมีอยู่ตลอด 10 ตัวไปไหนก็ว่างเพราะท่านถูกยึดไม่ได้แล้วและท่านก็ไม่ผูกยึดแล้วท่านไม่เข้าใจว่าความผูกความยึดนั้นเป็นเรื่องที่ควรกระทำสรุปความจริงว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นร้อยรักกันอยู่เท่านั้นเองผู้ใดที่จะต้องอาศัยเครื่องร้อยรักก็ให้มีเครื่องร้อยละนั้นตามฐานะพระผู้รู้หรือพระพุทธก็จะไปขยายตามฉันว่าสิ่งนี้จะต้องมีเครื่องในลักษณะนี้ไปตามชั้นส่วนท่านเองนั้นปลดปล่อยเครื่องร้อย ถ้าไม่ต้องใช้เครื่องร้อยละถ้าอิสระหลุดร่อนออกมาจากเครื่องร้อยรักทุกอย่างท่านก็จะไปเผยแพร่สิ่งประเสริฐอันนี้เบาง่ายสบายและเป็นประโยชน์ต่อโลกได้มากที่สุดเพราะว่าตอนมีเครื่องประเสริฐที่สุดที่พระพุทธเจ้าองค์ครูหรือองค์บรมศาสดาและเป็นผู้ค้นพบแล้วว่ามนุษย์ได้สิ่งที่หมดความร้อยรักแล้วนี่แหละประเสริฐสุดไม่ต้องหลงที่จะต้องเห็นแก่ตัวสะสมอะไรก็มาให้แก่ตัวไม่ต้องจิตใจที่หมดยึดถือที่จะสร้างวัตถุมาให้แก่ตัวมากมายลดลงจิตใจที่จะสร้างอำนาจข่ม กดขี่ข่มเหงแสดงอํานาจทางกายว่าเรามีความสามารถในการฆ่าฟันต่อสู้มีมุมเหลี่ยมมีเชิงเหลี่ยมในการที่จะฆ่าศัตรูให้ตายด้วยกำลังกายเลิกเด็ดขาดมนุษย์ควรสูงกว่านั้นนี่เป็นมนุษย์รุ่นสุดท้ายเป็นมนุษย์ยุคสุดท้ายที่ทำความเจริญไปถึงกับท่าทางด้านจิตใจข้าจะชนะการชนะกันด้วยจิตใจหรือปัญญาที่ยอมเสียสละมนุษย์อย่างนี้มีมาเป็นระดับๆยังศาสดาบางองค์เสียสละชีวิตเพื่อที่จะให้คนรู้ว่าชีวิตก็เสียได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปต่อสู้ผ่านอะไรเพื่อที่จะ แม้กระทั่งชีวิตศาสดาบางองค์เช่นพระเยซูพระโสฬสจากนี้เป็นต้นก็ตายยอมสละให้แม้กระทั่งชีวิตแม้เขาจะฆ่าขอให้ข้าให้ถูกฆ่าให้เห็นเพราะท่านเองท่านก็กระทำเพื่อการที่จะให้คนรู้ว่าสิ่งประเสริฐที่สุดนั้นไม่ใช่อยู่ที่ความตายความเป็นอยู่ที่ความเสียสละเท่านั้นในเรื่องของมนุษย์เพื่อจะทำให้คนรู้ว่าโลกหรือว่าการสร้างโลกหรือการสร้างสัตว์โลกมาจนกระทั่งเป็นมนุษย์แล้วเนี่ยการเห็นแก่ตนเต็มไปด้วย การที่จะเอารัดเอาเปรียบสะสมทั้งอำนาจความฟักใหญ่สะสมทั้งวัตถุเพราะฉะนั้นท่านคืนวัตถุไปท่านไม่สะสมวัตถุให้เห็นเป็นตัวอย่างแม่ที่สุดที่ท่านจำเป็นที่สุดที่จะสละแม้กระทั่งไม่ให้ยึดแม้กระทั่งตัวร่างกายเนื้อขันให้เห็นชัดเจนซึ่งเป็นการเปิดเผยที่สุดถึงจิตใจเพราะจิตใจนี้ไม่ได้มีห่วงอะไรแม้แต่ร่างกายร่างกายก็คือส่วนผสมสิ่งหนึ่งของดินน้ำไฟลมไม่ได้มีความแปลกเปลี่ยนอะไรไม่ใช่ของเราของเขาของใครศาสดาจารย์แต่ละองค์ที่เสียสละ ประเสริฐนี้ก็เป็นขั้นตอนที่แสดงความชัดแจ้งในการเป็นมนุษย์หรือมีผู้เป็นผู้ประเสริฐที่จะเสียสละให้เห็นเด่นชัดก็มีตัวอย่างมาตามประวัติศาสตร์ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านมีความฉลาดมากยิ่งกว่านั้นสามารถที่จะเผยแพร่ความประเสริฐโดยที่ท่านไม่ทำไม่ผู้ใดมาขัดแย้งหรือมาต่อต้านจนกระทั่งท่านหลีกพ้นการตายนี้ไปได้อย่างเด็ดขาดถ้าไม่ให้ใครมาต่อต้านต่อแย้งจนกระทั่งกับท่านไปฆ่าหรือว่าถูกทารุณกรรมถึงขนาดท่านท่านถูก วัดสมานพระพุทธเจ้าสามารถเผยแพร่ความประเสริฐอันสุดยอดนี้ด้วยและลึกซึ้งขึ้นไปอีกถึงเหลี่ยมมุมต่างๆในการที่จะช่วยมนุษย์ช่วยคนให้ได้ประเสริฐขึ้นมาตามๆๆมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนมีประมวลปริมาณที่สูงคนก็สูงชัดแจ้งอย่างเข้าไปจนถึงปัจจัย 4 อยู่ด้วยปัจจัย 4 ที่พอดีตามความเหมาะสมที่สุดจนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังเหลือเชื้อของศาสนาพระพุทธเจ้าที่จะพิสูจน์อยู่นั่นเป็นจุดหมายปลายทางของความประเสริฐของมนุษย์ ผู้ใดทำได้จริงแล้วก็หมดความทุกข์ร้อนในใจจริง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน