610525_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จได้ต้องทำแบบชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
610525_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จได้ต้องทำแบบชาวอโศก NUMPAGES อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1WSrm7XXeeZNk3omjkKT29ahmss_cIgS4IjQWcLvJwag
สมณะเดินดินว่า… วันนี้ วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 ที่บวร ราชธานีอโศก เมื่อวานนี้ มีการจัดการทำให้พระสงฆ์บริสุทธิ์ขึ้น ใช้สำนวนของคุณเปลวสีเงินว่า ฟ้าผ่ากลางศาลาวัด ชำระสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ให้ออกไป พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า ธรรมวินัยของท่าน มีความอัศจรรย์ เหมือนมหาสมุทร ย่อมซัดซากศพ ขึ้นสู่ฟากฝั่ง อะไรที่ไม่ถูกต้อง เมื่ออยู่ในมหาสมุทร ก็ไม่สามารถอยู่ได้ ต้องถูกซัดขึ้นฝั่ง เรื่องที่มีการชำระสะสาง พระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ กรรมการมหาเถรสมาคม ขณะเดียวกัน ก็ไปจับหลวงปู่พุทธะอิสระด้วย ส่วนเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าตำรวจทำรุนแรงเกินไป คุณไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นนักกฎหมาย ชี้ให้เห็นภาพที่เป็นสองมาตรฐาน ในวันเดียวกัน ตำรวจกองปราบ จากที่เดียวกัน ไปจับกุมพระมหาเถระ ก็จับกุมโดยเรียบร้อย แต่เมื่อไปจับอีกรูปหนึ่ง ก็ใช้ตำรวจคอมมานโดไปจับ เหมือนกับไปจับพวกค้ายาบ้า มีการถ่ายทำทุกขั้นตอน แล้วเอามาถ่ายทอดให้ดู เจตนาให้เห็นว่า ทำกับผู้ร้ายคนสำคัญ แต่ถ้าฟังเสียงสะท้อนกลับมา ใครเป็นผู้ร้ายกันแน่ ก็ต้องคอยดู และทำไมต้องจับวันเดียวกัน แต่วิธีการจับกุมนั้น มันเป็นภาพ 2 ภาพ ที่แตกต่างกัน แต่หลวงปู่ยังไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขา บอกว่าตอนนี้ จะขอเข้ากรรมฐานในคุกก่อน ยังไม่ขอประกันตัวออกมา หลวงปู่บอกว่าไม่ติดใจ คิดว่าตำรวจเขาจำเป็นต้องทำ หลวงปู่พอใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เอาจริงเอาจังเถอะ ขอให้ได้ชำระสะสางศาสนาให้บริสุทธิ์ อย่างไรท่านก็รับได้ ตัวท่านเอง ท่านก็พร้อมพิสูจน์ตัวท่านเอง สมกับที่เขาให้สมญานามว่า พ
อ่านต่อ
ญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะ มีคุณ 'ชัย ราชวัตร' โพสต์ซึ้งกราบหลวงปู่จากหัวใจ ไม่ว่าจะห่มเหลือง หรือห่มขาว ก็มีคนมองว่า เป็นทิศทางการปฏิรูปศาสนา พ่อครูเคยบอกว่า การปฏิรูปจะเป็นไปไม่ได้ หากไม่กำจัดตัวเลวร้ายออกไปก่อน มีแต่กรรมการที่ปาราชิกเต็มไปหมด จะไปปฏิรูปอย่างไรได้ อันนี้น่าจะเป็นตัวอย่าง เป็นโมเดลว่าจะปฏิรูปอย่างไร หากไม่กำจัดสิ่งที่ชั่วร้ายออกไป ไม่มีทางจะปฏิรูปได้ พ่อครูว่า... ตอนนี้เราดูพฤติการณ์ ที่กำลังช่วยกันในประเทศ เพื่อจะปราบปรามสิ่งที่ไม่ดี ก็มีเหตุการณ์ทำให้คิดถึง หนังที่หลวงปู่พุทธะอิสระที่ถูกจัดการ ทำให้เราคิดไปถึงหนังอีกเรื่องหนึ่ง ที่ธัมมชโยถูกจัดการ มันไม่ตื่นเต้น มีรสชาติเหมือนเหตุการณ์นี้เลย เรื่องนี้สนุกสนานตื่นเต้น คนดูหรือผู้ชม รู้สึกอะไรหลายๆอย่าง รู้สึกศรัทธาเลื่อมใส หรือรู้สึกสะใจ แต่เหตุการณ์ที่จัดการธัมมชโยนั้น มันหนังคนละเรื่อง นี่ก็ให้พวกเราได้ฟัง ได้คิด ได้เห็น ว่าอย่างหลวงปู่พุทธะอิสระ มองในมุมที่ชัดเจนมาก มันต่างกันเลยราชสีห์ กับหมาน้อยในรู ก็ไม่รู้จะเทียบกับอะไรดีนะ ราชสีห์กับหมาน้อยในรู ต่างกันคนละโลก วิธีการความเป็นไปอะไรต่างๆนานา พฤติการณ์ พฤติกรรม มันคนละโลกเลย เสร็จแล้ว ฝีมือของผู้ปราบปราม ก็กลับปราบปรามราชสีห์ได้ แต่กลับปราบปรามหมาน้อยในรูไม่ได้ ทั้งสองเรื่องนี้จบหรือยัง ให้ค้างอยู่ในใจผู้ชม แสดงว่าผู้เขียนเรื่องนี้ เขียนได้วิเศษมาก มันยังเต้นระริกอยู่ในหัวใจ ก็ค่อยๆดูกันไป อาตมาว่าองค์รวมของประเทศชาติดีขึ้นมาก เป็นไปตามเหตุปัจจัย
SMS 23 พฤษภาคม 2561 (พ่อครู : ราชธานีอโศก)
_3867... พ่อครูเทศน์กินใจลูกไทยฯ เพราะระบอบประชาธิปไตย 2ขา ที่เป็นระบอบการปกครองแบบ พ่อปกครองลูก มีอยู่ในโลกเดียวจริงๆ คือโลกในพระพุทธศาสนาฯ กราบอนุโมทนาธรรมะ พ่อครูฯ
_เมย์ อรวรรณ · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงเจ้าค่ะ วันนี้พ่อครูแจกแจงได้ชัดเจนจริงๆเลยค่ะ(เกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมือง)
_วิโรจน์... เสียงเบาครับ
SMS 24 พฤษภาคม 2561 (สมณะ สิกขมาตุ : ราชธานีอโศก)
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน มโนปโทสิกะ และ ขิฑฑาปโทสิกะ _6956... อยากถามพ่อครู คนในวงการดารานักร้อง มีใครติดตามมาปฏิบัติด้วยหรือไม่ มีใครเชื่อพ่อครูว่าเป็นโพธิสัตว์ หรือเปล่าครับ ขอบ่นหน่อยครับไม่อยากเลือกตั้ง คนยุคก่อนว่าจิตสูงประชาธิปไตยยังไม่เจริญขึ้น ยุคนี้อย่าหวัง เพราะมีแต่สัตว์นรก และเปรต มาเกิด ก ท ม พ่อครูว่า… คนในวงการดารานักร้อง ไม่มีใครเลย ตามมาปฏิบัติ อาตมาออกมาปฏิบัติได้ 40-50 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นคนใหม่ๆ จะไม่รู้จักอาตมา อาตมาอยู่ในวงการดารานักร้อง โครงการธุรกิจบันเทิง ทางโทรทัศน์ ช่อง 4 ซึ่งเป็นช่องแรกของประเทศไทย ทำงานอยู่ 12 ปี ก็มีเพื่อนทางดาราอยู่ไม่น้อย ตายไปก็เยอะแล้ว ยังเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่มีใครมาสักคนเดียว มีบ้างนิดหน่อย ที่เขาเข้าใจและศรัทธา แต่ก็ไม่ได้มาก นอกนั้นทุกวันนี้ เหมือนจะเป็นศัตรู เป็นปรปักษ์อาตมา งานที่อาตมาเคยจัด และก็ระดมเพื่อนมา เดี๋ยวนี้ไม่มาเลย ที่ไม่มานี้อาตมาก็คิดว่าเพราะอาตมาไปวิจารณ์ว่า การบันเทิงคือ นรก นรกปหาสะ อาตมาพูดตามสัจจะพระพุทธเจ้า เป็นคำกล่าวจริง ไม่ใช่ให้ไปติดมัน ให้เลิกละจากมัน อาตมาที่ไปทำงานอยู่ก็เป็นเรื่องอจินไตย ทุกวันนี้อาตมาอธิบายสัจจะลึกลงไป ให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลได้ปลื้ม แล้วไปติดเยอะ ควรเข้าใจแล้ว ละเลิกออกมาแล้ว จะมีความเจริญแก่ชีวิต อัตภาพจะได้เจริญ พัฒนาขึ้น หากหลงติดมัน ก็จะจมอยู่ในโลกของนรกปหาสะ ปหาสะ แปลว่า รื่นเริงบันเทิงใจ เป็นโทษในทางจิต คือ มโนปโทสิกะ การมีโทษ 2 ประการ 1. การ หลงใหลในความรื่นเริงบันเทิง ท่านใช้คำว่า ขิฑฑาปโทสิกะ นรกที่หลงไปทางรื่นเริง บันเทิงใจ romanticism 2. นรกที่ หลงไปในจิต มโนปโทสิกะ คือหลงเรื่องจิตวิญญาณ เป็นโทษ แยกให้ชัด มีสองภาษา มโนปโทสิกะ คือนรกใน อัตตา ขิฑฑาปโทสิกะ คือนรกใน กาม ขยายความเทียบเคียงได้สองอย่างนี้ ผู้ใดไม่ได้เรียนรู้สัจธรรม ให้ชัดเจนถูกต้อง ศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้มันเสื่อม ไม่มีความรู้สิ่งเหล่านี้ ไม่กล้าที่จะวิจารณ์เรื่องนี้ ไม่กล้าพูด ไม่รู้จริง หรือแม้จะรู้ ก็ไม่มั่นใจ ไม่มีความกล้าหาญ อาสโภ ที่จะพูดออกไปเลย ติติง เป็น นิคัณเห นิคหารหัง ตำหนิสิ่งที่ควรติ ก็ไม่กล้า เพราะว่าจิตใจไม่มี อาสโภ ไม่มีความแกล้วกล้า อาจหาญ เป็นคนอ่อนแอทางจิต ไม่มีปัญญา ไม่มีภูมิที่สูงพอ ที่จะมีความกล้าหาญในจิตใจ ถึงไม่กล้าวิจารณ์ ไม่กล้าพูด แต่อาตมาพูดโดยสัจจะ จะว่ากล้าก็กล้า ไม่ได้เกรงใจ พูดสัจจะอย่างเดียว เพื่อนดารานักร้องพวกนี้ นอกจากไม่มาแล้ว เหม็นขี้หน้าด้วย เพราะไปตำหนิเขาว่า ลงนรก อาตมาก็ให้การศึกษา เขาก็หาว่าไปว่า ไปด่า บางที พลความของอาตมา มีคำว่าสัตว์นรกด้วย เขาก็เลยเห็นว่าเขาถูกด่า เป็นสัตว์นรก เขาก็ต้องเข้าใจโดยปริยาย ว่าอาตมาว่าเขา เป็นสัตว์นรก กลายเป็นอย่างนั้นไป ศิลปินต่างๆ ก็เลยหมางเมินอาตมา นี่เป็นเรื่องที่อาตมารู้สึก และจะเป็นจริงอย่างนั้น แต่ก่อนนี้เขาศรัทธา เลื่อมใส แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มี
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน มีใครเชื่อบ้างว่าพ่อครูเป็นพระโพธิสัตว์ ทีนี้ มีใครเชื่อ พ่อครูว่าเป็นโพธิสัตว์หรือไม่ อาตมาว่า มีพวกเราเชื่อว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์ ในพุทธศาสนา เมืองไทย เถรวาท ไม่เข้าใจเรื่องโพธิสัตว์ เข้าใจไม่ได้ แต่เข้าใจโดยปริยายว่า ผู้บำเพ็ญเพียรเป็นโพธิสัตว์ และบางทีเข้าใจว่า โพธิสัตว์คือปุถุชน สอง เข้าใจว่าโพธิสัตว์ไม่ได้บรรลุเป็นอาริยชน เป็นปุถุชน โพธิสัตว์จะเป็นพระอาริยะไม่ได้ โพธิสัตว์คือผู้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า จะเป็นพระอาริยะไม่ได้ เพราะหากไปเป็นพระอาริยะ ถ้าขืนมีจิตเข้ากระแสโสดาบันเท่านั้นก็ตาม ไม่ได้ เพราะจะไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า โพธิสัตว์ต้องไม่ให้เป็นพระอาริยะ แม้แต่สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน ขั้นต่ำสุดก็ไม่ได้ คือเป็นพระโสดาบันที่ติดสังโยชน์อีก 7 (สัตตะ) อาตมาไม่ขออธิบายรายละเอียดพวกนั้น ถ้าขืนเข้ากระแส เถรวาทเข้าใจว่า หากเข้ากระแส เป็นพระโสดาบันแล้ว จะต้องบรรลุอรหันต์ เขาก็แปล สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน คือบรรลุ 3 สังโยชน์ เขาเข้าใจว่า จะเกิดได้อีก 7 ครั้ง แล้วจะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ ทีนี้เขาเข้าใจต่อไปอีกว่า ถ้าหากบรรลุอรหันต์ในชาติใดก็ตาม ตายแล้วต้องสูญ เป็นปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ไม่เหลืออะไรไปต่อภพภูมิ ถ้าเป็นโสดาบัน อย่างเก่งจะอยู่ได้อีก 7 ชาติ ทางท้องพ่อท้องแม่ แล้วก็เป็นอรหันต์ คนโสดาบันจะสามารถบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า คืออรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอีกแค่ 7 ชาติ ...ก็ดีสิ หากเป็นได้ แต่มัน impossible ทางเถรวาทจึงเข้าใจว่า จะปรากฏเป็นพระพุทธเจ้า ต้องไม่เป็นแม้แต่พระโสดาบัน ต้องเป็นปุถุชน แล้วบำเพ็ญไป จนกว่าจะมีภูมิธรรมเป็นพระพุทธเจ้าได้เลย ไม่ต้องผ่านพระอาริยะ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์เลย น่าสงสารพวกมิจฉาชีพ ที่เป็นความเข้าใจผิดเพี้ยนไปอย่างมาก เป็นเรื่องนอกรีต ผิดเพี้ยนไปหมด ไม่รู้ของฝ่ายเถรวาท อาตมาก็มาอธิบายความจริง อาตมาเป็นโพธิสัตว์ สาธยายความจริงนี้ต่อไป สรุปแล้ว นอกจากพวกเรา มีใครเชื่อหรือไม่? ก็จะมีคนเชื่อ แต่ไม่ได้เชื่ออย่างมีปฏิภาณว่า เป็นโพธิสัตว์จริงๆ ก็จะติดตามปฏิบัติตาม แต่เขาก็คงบอกว่า เป็นสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ นี่คือพวกคนทั่วไป ไม่ใช่แค่เพื่อนดารานะ ที่คิดอย่างนี้ด้วย
อันที่สาม ขอบ่นว่าไม่อยากเลือกตั้ง..อาตมาก็ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งด้วย แต่มันห้ามไม่ได้หรอก เพราะมีโรดแมปว่า จะต้องเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ขนาดนั้นเขาก็ยังมีการประท้วง พวกคลั่งอยากเลือกตั้ง เขาก็บอกแล้วว่า เลือกตั้งกุมภาพันธ์ 62 จะมาร้องแรกแหกกระเชอทำไม เพื่อปลุกเร้ามนุษย์ขึ้นมา เป็นเลศเล่ห์ ที่เขาทำ คนยุคก่อนว่า จิตสูง ประชาธิปไตยยังไม่เจริญขึ้น ยุคนี้อย่าหวัง เพราะมีแต่สัตว์นรก และเปรตมาเกิด อาตมาตีความว่า ยุคก่อนคนมีจิตสูงกว่า ยุคนี้คนมีแต่จิตเปรต ก็ว่าอย่าหวังเลย อาตมาเอาบทความของคุณเปลว สีเงิน และคุณ สุทิน วรรณบวร มาอ่านให้ฟังด้วย
_3867...กราบอนุโมทนา สณ.สม.กับ ธรรมะน้ำใจพ่อค้าแม่ขายข้าวแกง ที่คงราคาอาหารไม่ขึ้นแพง ตามราคาพลังงาน เพื่อทุกปากท้องปชช. ด้วยการใช้เตาถ่าน หุงต้มปิ้งย่างปรุงฯช่วยลดต้นทุนร้าน ลดรายจ่ายผู้บริโภคฯ กราบขอบคุณทุกน้ำใจ สาธุ
_Paul Jantzen · เดี๋ยวนี้ดูบุญนิยมทีวีวันละไม่ต่ำกว่า3ครั้ง เมื่อก่อนนานๆครั้ง?
_รุ่งโรจน์ อนันต์เจริญกิจ · วิบากมากแค่ไหนก็เบาใน หมู่กลุ่ม
จากคอลัมน์บันทึกหน้า 4 ในเวบไซท์ไทยโพสต์ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 61 เวลา 1:00น. โดย เปลว สีเงิน ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ข่าวครึกโครมของวัน ต้องยกให้ "ยุทธการฟ้าสาง" ของกองปราบฯ ลุยค้นรวบพระผู้ใหญ่ 3 วัดดัง ไล่ตั้งแต่วัดสระเกศราชวรวิหาร รวบตัว พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือ เจ้าคุณเทอด พระครูสิริวิหารการ พระศรีคุณากรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่พระพรหมสิทธิ หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาส หายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนวัดสามพระยาวรวิหาร คุมตัวพระพรหมดิลก หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาส และ พระอรรถกิจโสภณ ขณะที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ไม่พบตัวพระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เช่นกัน ยังไงก็ขอปรบมือให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่กล้าสังคายนาวงการสงฆ์ หนึ่งในสถาบันที่คนไทยเคารพนับถือ การจัดการกับพระผู้ใหญ่นอกรีตไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่งั้นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" คงไม่โดนเด้งไปครั้งหนึ่ง ยังโชคดีของประเทศไทย ที่ ผอ.พศ. ต่อสู้จนชนะ กับความอยุติธรรม ที่สำคัญเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ งานนี้ก็ต่อเนื่องหลัง ผอ.พศ.แจ้งความกับ กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ในคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดสามพระยา เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา
๐ จับพระผู้ใหญ่คดีเงินทอนวัด แต่หวยออกที่อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ พ่วงไปกับเขาด้วย คอมมานโดอาวุธครบมือบุกวัดอ้อน้อยรวบตัวใน 2 ข้อหาหนัก คดีอั้งยี่ ซ่องโจร ในช่วงที่เป็นแกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ เมื่อปี 57 คดีผิดมาตรา 112 ปลอมพระปรมาภิไธย ในฐานะผู้สร้างพระนาคปรก อุดปรอท รุ่นหนึ่งในปฐพี กรณีนำอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องโดยไม่ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ถึงแม้คนละคดี แต่อดีตพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 ราย กับอดีตพุทธะอิสระ ก็ถูกจับสึกและส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแห่งเดียวกัน
๐ วันศุกร์นี้ได้ฤกษ์ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคกำนันซะที ยื้อมาเกือบ 3 เดือน นับจากที่ "เชน เทือกสุบรรณ" น้องชายกำนันร่ำๆ จะไปจดทะเบียนตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. มาลงตัวกันที่ชื่อ "รวมพลังประชาชาติไทย" ถึงแม้ชื่อจะยาวกว่าชาวบ้าน แต่ก็ยังสั้นกว่าเดิมเยอะเลย ถ้าเทียบกับ "มวลมหาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข" ฟัง "กำนันสุเทพ" บอกว่า จะรับแค่เก้าอี้กุนซือ พร้อมกับย้ำไม่รับตำแหน่งการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น อดนึกถึงคำพูดที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 59 ว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมือง และไม่ตั้งพรรคใหม่แน่นอน มาวันนี้ ถึงไม่ได้เล่นเอง แต่คอยกำกับดูแลทุกสิ่งอย่างในพรรค 3 ไม่ที่กำนันย้ำ ก็ไม่ได้พูดถึงการช่วยหาเสียง ต่อให้ตั้งชื่อพรรคอย่างไรก็แล้วแต่ โลโก้อะไรก็ตาม แต่ยังไงยี่ห้อกำนันก็ติดตัวพรรคนี้ตั้งแต่ยังไม่เกิด แกะยังไงก็คงไม่ออกหรอกกำนัน
๐ "ผมจะร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ได้ด้วยพรรคและนักการเมืองแบบใหม่ ประเทศจะกลับไปเป็นการเมืองอย่างเดิมอีกไม่ได้ และจะเดินหน้าผลักดัน เรื่องความปรองดองให้สำเร็จด้วย เพราะถือเป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายของชีวิต ผมจะสร้างพรรคคุณภาพของสมาชิกและประชาชน” ในที่สุด เจ้าของทฤษฎี 2 นคราประชาธิปไตย "เอนก เหล่าธรรมทัศน์" ยอมรีเทิร์นการเมืองอีกครั้ง หลังบอบช้ำกับพรรคมหาชน ที่ได้รับเลือกตั้งเพียง 2 คน เมื่อ 6 ก.พ.2548 และเพิ่มอีก 1 เก้าอี้จากเลือกตั้งซ่อม ทั้งที่เปิดตัวอย่างเกรียวกราว ประกาศตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ หรือทางเลือกที่สาม ตั้งเป้าไว้ถึง 50 ที่นั่ง ความผิดหวังครั้งนั้น เจ้าตัวถึงกับลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และก็หันหลังให้กับวงการเมือง กลับไปอยู่ในแวดวงการศึกษาอย่างที่ตัวเองถนัด กระทั่งเข้ามาช่วยงาน คสช. ด้านปรองดองและปฏิรูปประเทศ ก่อนหน้านี้แว่วมาว่ากำนันตามจีบมาหลายเดือนแล้ว แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เพราะเข็ดขยาดเสียแล้ว ก็ไม่รู้ว่าอะไรถึงทำให้ ดร.เอนกเปลี่ยนใจ หรือว่าเจ้าตัวยังพอเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์ ถึงกล้าเดิมพัน เป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายของชีวิต.
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นไทยมีประชาธิปไตยยอดเยี่ยมของโลก มาถึงบทความ คุณสุทิน วรรณบวร สี่ปี คสช. สังคมพัฒนา พฤษภาไม่ทมิฬ ระบอบทักษิณล่มสลาย ในที่สุดเราก็ข้ามอาถรรพ์เดือนพฤษภาคมไปได้ โดยไม่มีเกิดเหตุการณ์เลวร้าย ตามที่หลายคนคาดหมาย และหลายฝ่ายอยากให้เป็น ผู้ที่มีสติปัญญาย่อมเข้าใจได้ว่า พฤษภาทมิฬปี 2535 กับครบรอบสี่ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยึดอำนาจเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา กับคณะผู้รักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยึดอำนาจเมื่อเดือน ก.พ. 2534 มาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะสถานการณ์ และเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
พฤษภาทมิฬ 2535 คือเงื่อนไขความขัดแย้งต่อเนื่อง มาจากการยึดอำนาจรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ 21 ก.พ. 2534 การยึดอำนาจครั้งนั้น คมช. กล่าวว่ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่น แต่หลายฝ่ายเห็นว่า เบื้องหลังที่แท้จริง คือความขัดแย้งระหว่างนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 7 กับรุ่น 5 ประกอบกับรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายต่อประเทศอินโดจีนโดยฉับพลัน ทำให้บางกลุ่มไม่พอใจ และพฤติกรรมโอหังของรัฐมนตรีบางรายคือฟางชิ้นสุดท้ายให้ทหารปฏิวัติ การยึดอำนาจครั้งนั้น ก่อเชื้อความขัดแย้งยืดเยื้อ มาถึงการเลือกตั้งปี 2535 ที่พลเอกสุจินดา คราประยูร เคยพูดไว้ว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ เมื่อพลเอกสุจินดา เสียสัตย์จึงเป็นเงื่อนไขให้ต่อต้าน การอดอาหารประท้วงที่เริ่มด้วย ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ไม่ค่อยได้รับความสนใจ แต่พอนักการเมืองรุ่นใหญ่ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ร่วมวงอดอาหาร อุณหภูมิการเมืองก็เดือดขึ้น พรรคความหวังใหม่ พรรคพลังธรรม ซึ่งมีสส.อยู่ค่อนสภา ร่วมประท้วงเต็มตัว ที่สำคัญ พลตรีจำลอง มีญาติธรรมสันติอโศก เป็นพลังหนุนอย่างเหนียวแน่นมั่นคง การชุมนุมประท้วงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งฝ่ายพลเอกสุจินดา และ พลตรีจำลองถอยไม่ได้ จนสุดท้ายเหตุร้ายก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 ถึงวันที่ 20 พ.ค. (อาตมาจำได้ วันนี้อาตมานำพวกญาติธรรมเรียงหินอยู่ที่อ่างลงหิน ปฐมอโศก ไม่ได้ร่วมกับเขา ก็มีพวกไหนไปร่วมกับคุณจำลองบ้าง) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 52 ราย และสูญหายจำนวนมาก ผู้เขียนติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันแรกที่พลตรีจำลองอดอาหารประท้วง จนสถานการณ์คลี่คลายในวันที่ 25 พ.ค. จากสิ่งที่ได้ยินกับหูและได้เห็นกับตายืนยันได้ ว่าจุดเริ่มต้นของเหตุร้าย ไม่ได้เกิดจากฝ่ายชุมนุม และทหาร แต่มีมือที่สามสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ทำให้ทหารกับผู้ชุมนุมเผชิญหน้า จนลุกลามเป็นเหตุการณ์เลวร้าย ดังนั้นเมื่อคนบางกลุ่ม บางพรรคปลุกระดมให้ครบรอบสี่ปี คสช. เกิดเหตุร้ายเหมือนปี 2535 จึงมองไม่เห็นทางว่า จะเป็นไปได้ เพราะสถานการณ์ และเงื่อนไขไม่เหมือนกัน กล่าวคือ คสช. ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชน และหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จับได้ว่าโกงชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และหลังจากศาลตัดสินลงโทษแล้ว ยังดื้อรั้นไม่ยอมออกไป หนำซ้ำยังใช้กำลังเข่นฆ่าประชาชน ให้สมุนบริวารก่อเหตุร้ายจนประเทศกลายเป็นมิคสัญญี สุดท้ายทหารต้องยึดอำนาจฟื้นฟูความสงบขึ้นมาได้ สี่ปีรัฐบาล คสช. มีผลงานมากมาย สิ่งแรกคือฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในชาติ ประชาชนปลอดภัย ชนิดที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำได้ในสิบกว่าปีที่ผ่านมา สมุนบริวารของทุนสามานย์ ปล้นชาติ ที่เข่นฆ่าประชาชน เผาบ้านเผาเมือง อาฆาตมาดร้ายสถาบัน ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ติดคุกติดตะรางหลายสิบราย กองกำลังติดอาวุธที่เหลือ หนีตายไปต่างประเทศ
รัฐบาล คสช. แก้ปัญหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่ทำให้ประเทศชาติ เสียหายกว่า 500,000 ล้านบาท จนอดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐมนตรีพาณิชย์ ข้าราชการ และผู้สมรู้ร่วมคิดถูกศาลตัดสินจำคุก สี่สิบกว่าราย ศาลสั่งริบทรัพย์ อีกหลายหมื่นล้าน รัฐบาลใช้เวลาแก้ปัญหาการบินพลเรือนที่รัฐบาลก่อนหน้าสร้างไว้ทำให้ ICAO ปักธง จนประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย รัฐบาลแก้ปัญหาค้ามนุษย์ และประมงผิดกฎหมาย จนได้รับคำชื่นชมจากอียู ด้านสังคม ได้แก้ปัญหาเน่าเฟะในวงการสงฆ์ และจัดการพวกอลัชชี ที่ใช้สำนักเป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นที่ซ่องสุมของอันธพาล สมุนนักการเมืองปล้นชาติ ได้ระดับหนึ่ง ปัญหารัฐบาลเลือกตั้งไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องฐานเสียง อาทิ จัดระเบียบรถตู้ จัดระเบียบตลาดสะพานเหล็ก จัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกแหล่งน้ำลำคลอง 6,000 กว่าราย รัฐบาลจัดหาที่อยู่ใหม่ให้ แก้ไขไปแล้วหลายพันราย แฟลตการเคหะสร้างมากว่าสี่สิบปี อยู่ในภาวะหมดอายุใช้งาน จะปรับปรุงแก้ไข ถูกผู้เช่าขัดขวาง ยืดเยื้อมานาน แต่แก้ไขลุล่วงไปได้ในรัฐบาลนี้ฯลฯ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น สี่ปีที่ผ่านมามีข้าราชการ นักการเมืองถูกตรวจสอบ ถูกไล่ออกถูกโยกย้าย ถูกตัดสินจำคุกมาแล้วนับร้อยราย ทรัพย์สินที่ยึดอายัดมาจากคดีคอร์รัปชั่น ทั้งที่ยึดได้แล้ว และที่คดีอยู่ในศาล นับรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ในระยะเวลาสี่ปีรัฐบาลนี้ยึดที่ดินคืนมา จากผู้ถือครองผิดกฎหมายได้กว่า 400,000 ไร่ ศาลทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ ในรัฐบาลนี้ ด้านเศรษฐกิจ อาจารย์ Pat Hammasuk โพสต์ไว้ว่า “พวกชิงชังประเทศตัวเอง ที่พูดว่าเพื่อนบ้านก้าวหน้ากว่ากะลาแลนด์ มาดูตัวเลขจริงๆ กันดีกว่า ประเทศไทยนั้น มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ เป็นอันดับสองของกลุ่มอาเซียน เป็นรองสิงคโปร์ อยู่นิดเดียว มากกว่ามาเลย์ตั้งสองเท่าครึ่ง มากกว่าเวียดนามสี่เท่ากว่า นี่คือตัวเลขเมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ ตัวเลขของเดือนที่ผ่านมา ก็ดูจากตารางของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ผมเอามาแปะให้ดูได้เลย มูลค่าทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยนั้น อยู่ที่อันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของอาเซียน ไล่บี้หายใจรดต้นคอกับอันดับ 1 ไม่มาก และเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เรามีเงินอยู่ในคลัง 215,152.08 ล้านดอลลาร์ (มากกว่าสองแสนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์) หรือ 6,779,441.90 ล้านบาท (เฉี่ยวหกจุดแปดล้านล้านบาทไปนิดเดียว) ทั้งที่ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งขึ้นมาประมาณหนึ่งบาทเสียด้วยซ้ำ เห็นตัวเลขของจริงแบบนี้แล้ว ยังจะมาด่าอะไรกับรัฐบาล และประเทศไทยอีก รักจะเป็นลิเบอร่านที่ดี ต้องรักการอ่าน และเลือกเสพข่าวสารด้วยนะครับ
ส่วนอัตราการส่งออกตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ สรุปปิดไปเดือนธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา เติบโต 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี และมีมูลค่าการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 236,694 ล้านเหรียญ (มากกว่าสองแสนสามหมื่นล้านเหรียญ) ส่วนในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตที่ 5-7% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ราวๆ 248,529-253,263 ล้านเหรียญ ซึ่งในเวลานี้ ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรที่ทำไม่ได้ตามเป้า นี่คือตัวเลขจริง มีที่มาที่ไป อ้างอิงได้จริง ไม่ต้องไปจิ้นข้อมูลละเมอด่าประเทศของตัวเอง ว่ากะลาแต่อย่างไร” นั้นคือข้อมูลทางเศรษฐกิจที่นักวิชาการเป็นกลางเขียนไว้ การปฏิรูปในสี่ปีรัฐบาล สร้างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนกว่า 15.6 ล้านคน ลงมติรับรองด้วยความเต็มใจ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบปฏิรูปไว้เป็นขั้นตอน ปฏิบัติในรัฐบาลต่อไป อาทิ รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ “จะใช้นโยบายทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ ความระยำเกิดขึ้นกับประเทศไทย” ไม่ได้แล้ว และผลงานชิ้นเอกของรัฐบาลนี้ ในห้วงเวลาสี่ปี คือร่วมมือกับประชาชนทุกหมู่เหล่า สนับสนุนงานราชพิธีสำคัญที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ได้อย่างยิ่งใหญ่ งดงาม สมพระเกียรติ และเรียบร้อย ปราศจากอุปสรรคใดๆ
มีผลงานอีกมากมายที่สาธยายไม่หวาดไม่ไหว เอาพอหอมปากหอมคอ พอให้ชี้แจงได้ว่า คสช. กับ คมช. แตกต่างกันอย่างไร และเพื่อให้ชี้แจงได้ว่า ทำไมพฤษภาทมิฬ 2535 มาเกิดใหม่ในปี 2561 และอีกหลายปีข้างหน้า อีกไม่ได้ เพราะพฤติการณ์ และเงื่อนไม่เหมือนกันพ.ศ. นี้ ไม่มีความขัดแย้ง แบ่งรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร ไม่มีสส.ในสภาสร้างกระแส แต่ผู้ที่ปลุกระดม ให้เกิดความวุ่นวาย เดือนพ.ค. ปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นดาวยั่ว ตัวป่วน ขาประจำ เป็นเอ็นจีโอ นักวิชาการ นักกฎหมาย ที่รับเงินต่างชาติมาเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวาย บางกลุ่มรับเงินจาก NED หรือ ซีไอเอ พลเรือนของอเมริกา หรือไม่ก็รับเงินจาก นักธุรกิจการเมือง ทุนสามานย์ มาเคลื่อนไหว โดยยกประเด็นความล้มเหลวของ คสช. และรัฐธรรมนูญปราบโกงมาเป็นเงื่อนไข แล้วพวกดาวยั่ว ตัวป่วน จะประสบความสำเร็จอย่างไร ในเมื่อคนไทยส่วนใหญ่ รับรองรัฐธรรมนูญสนับสนุนลุงตู่ จึงพูดได้ว่าสี่ปี คสช. ทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า ประชาชนปลอดภัย และเกิดภาวะล่มสลายในระบอบทักษิณ พ่อครูว่า... ก็ขอสรุปอีกหน่อย จริงๆ ธรรมะกับการเมือง แยกกันไม่ได้ ทุกวันนี้เห็นการก้าวหน้าของการเมืองเมืองไทย ขณะนี้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตย ที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นประชาธิปไตยสามเส้า 1. กษัตริย์ 2. ประชาชน 3. จิตวิญญาณ มีทั้งพระจิตวิญญาณของกษัตริย์ และหัวใจของประชาชน ต่างเข้าใจประชาธิปไตยสามเส้าอย่างนี้ แบบนี้ แบบไทยๆด้วย ขอย้ำว่าที่ประเทศไหนๆ ก็ลอกเลียนแบบไม่ได้ ฉะนั้น จงภูมิใจเถิด ที่เกิดมาเป็นไทย ที่มีประชาธิปไตยยอดเยี่ยมของโลก อาตมาไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะประชาธิปไตยนี้ คือประชาธิปไตยแบบพุทธศาสนา ประเทศอื่นๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ แม้แต่มีศาสนาพุทธอยู่บ้าง ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ประเทศญี่ปุ่นบ้าง สรุปแล้วประเทศอื่น แม้แต่ศรีลังกา ก็สู้ประเทศไทยไม่ได้ เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีแกนของความรู้ความจริง คือพุทธศาสนา ซึ่งสามารถทำให้การบริหารประเทศ การใช้อธิปไตย การใช้อภิบาล การบริหาร จะมีอภิบาล ใช้ศัพท์สองคำ ใช้อธิปไตย กับใช้อภิบาล มาบริหารประเทศไทย อธิปไตย คืออำนาจ เขาถือว่าการเมือง คือการแย่งอำนาจ แต่อาตมาว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย ต้องมี อภิบาล ผู้บริหารประเทศต้องมีอภิบาลเก่ง ไม่ใช่ไปมีอธิปไตยเก่ง
ผู้บริหารประเทศไทย ถ้าเข้าใจผิดว่า การบริหารประชาธิปไตยนั้น จะ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive