251103-601 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2525 พ่อท่านนำพิจารณาปัจจเวกของฉันท่านได้กำชับกัญชากันแล้วในเรื่องที่เราจะต้องรู้จักสำรวมสังวรแม้แต่อิริยาบถทางกายกรรมและวจีกรรมโดยเฉพาะวจีกรรมเราโดนดูดท้วงอย่างมากอย่างคุณตะวันไปสอบทำวิทยานิพนธ์ของเราเสร็จแล้วผลที่ได้ออกสอบถามอะไรต่ออะไรมาผลว่าเรานี่ยังภาษาวาจาของเรายังไม่ดีถึงแม้เราจะมีความจริงอะไรอยู่ในใจก็ตามว่าเรามีความจริงใจและภาษาเหล่านั้นโลกก็ถือโลกก็มีความรู้สึกนึกคิดและคนนับ พยายามวัดด้วยภาษาอย่างโลกแม้เราจะหวังผลว่าเราเองเราจะไม่ถือสาอะไรจรูญจะแรงไปบ้างแต่เขาถือว่ามันแรงเขาต้องการให้เบากว่านั้นเราเองเราก็ยังย้อนแย้งกับเขาอยู่ก็ตามมันก็เป็นภาวะที่เราจะต้องรับทราบว่าถ้าเป็นไปได้เราก็จะต้องทำให้ภาษาวาจาของเรานี้เบาลงไปสำหรับในโลกเขาเพราะในพวกเราถ้าเราเองสนิทคิดเชื้อกันเราจะพูดแรงพูดประชดโคคาพูดหนักอย่างไรคนที่ศรัทธากันแล้วอยู่ในความสนิทชิดเชื้อกันแล้วมันไม่เป็นปัญหาอะไรในทุกคนก็คงเข้าใจนะพี่น้องพ่อแม่อยู่ในบ้านในเรือนญาติมิตรสหายที่สนิทจะพูดหยาบพูดหนักพูดแดกดันพูดอย่างนู้นอย่างนี้ยังไง ก็ไม่ถือสาแล้วก็ไม่มีผลที่จะต้องแตกร้าวเดือดร้อนอะไรนั้นย่อมได้แม้ขนาดนั้นเราเองอยู่ฝ่ายไหนๆด้วยกันนี่เรายังพูดขนาดนั้นขนาดนี้พวกเรายังถือสากันอย่างกระทบกระแทกกระทั้นกันอยู่ทีเดียวเพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิดถึงมุมนี้ให้ดีว่าเมื่อเราไปพูดข้างนอกเท่านั้นแน่นอนขนาดเราแท้ๆที่ว่าเป็นพี่น้องกันแล้วมันยังอดไม่ได้ที่จะถือสาเพราะเราต้องเห็นใจเขาให้มากว่าเขาเองเขาก็จะต้องย่อมถือสาด้วยเช่นเดียวกันและไม่น้อยกว่าเราเป็นอันขาดเราควรจะต้องพยายามปรับน่ารักรู้แต่เราจะทำไปโดยประมาณแม้มันจะแรงอะไรเราต้องยอมรับว่าเขาก็ต้องถือหลักต้องให้เขาถือหลักเราเองเราก็ต้องหัดวางใจ ได้รับคำว่าประมาณได
อ่านต่อ
้ผลถ้ามันแรงเกินไปเราก็ต้องยอมลงไปถ้ามันไม่แรงเกินไปยังได้ผลอยู่ตามที่เราต้องการเราก็ทำเท่านั้นเท่านั้นพวกนี้เป็นการประมาณที่ละเอียดซับซ้อนลึกซึ้งต้องเข้าใจในมุมได้เหลี่ยมที่พูดเนี่ยคงไม่มีอะไรยากหรอกแต่ต้องมองให้เห็นเด่นชัดเราจะต้องพยายามปรับทุกข์เวลาเพื่อให้เข้าสู่จุดที่เป็นสากลเป็นทั่วไปอย่างสมบูรณ์มันยังไม่สมบูรณ์ไม่จำเป็นแต่เราก็ต้องประมาณโดยผลประเมินผลสมควรก็ทำไม่พ้นไม่สมควรอะไรที่มันร้ายแรงยิ่งกว่าเราก็อย่าไปดันทุรังเข้าวาจาก็ดีทั้งในระยะอย่างนี้ยิ่งตอนนี้เราควรจะมีท่าทีในวาจาส่วนนอกหรือส่วนในเราก็ฝึกไปพร้อมกันส่วนนายเราก็ลดลงบ้างด้วยส่วนนอก ลดลงแม้ที่สุดเราเป็นคนเรียบร้อยหมดแม้แต่ส่วนในจะเป็นพี่เป็นน้องกันแล้วก็ตามเราก็เป็นอยู่ในฐานะผู้ดีไม่จำเป็นจะต้องห่วงก็ชกหกหากรุนแรงหยาบคายอะไรกันก็ได้อนาคตจะต้องปรับขึ้นมาอีกซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งในอนาคตช่วยกันถ้าพูดแล้วพวกเราเป็นผู้ที่ว่านอนสอนง่ายมันก็ไม่ต้องพูดยากไม่ต้องพูดหนักไม่ต้องพูดแรงไม่ต้องทำทีถ้าลีลาดุอ่าลีลาลีลาง่ายๆเวลาเรียบๆก็กลัวกันก็เกรงกันก็เกิดการสำนึกได้เป็นผู้ดีจริงๆอย่างนี้มันก็ยิ่งดีใหญ่แต่ในเมื่อเรายังเป็นเด็กดื้อหรือเป็นคนดื้อต้องมีการลงอาญาต้องมีการทำแรงทำอะไรอยู่ก็เพราะได้ทั้ง 2 ส่วนทั้งผู้ที่ได้รับการสอนทั้งผู้ที่สอน เป็นที่จะต้องแรงกันอยู่มันก็จำเป็นเพราะเราต้องเป็นผู้ว่านอนสอนง่ายแม้แต่ภาษาคารมอะไรก็ยิ่งดื้อด้านตอบโต้กันอยู่แก้ไขก็ไม่แก้ไขปรับปรุงก็ไม่ปรับปรุงมีอีกอย่างก็คือแรงก็ไม่ได้เบาก็ไม่ได้ก็ปล่อยกันเท่านั้นเองตัดขาดกันเท่านั้นเองก็ไม่ดูไม่แลไม่สอนไม่อะไรกันก็ทิ้งขว้างกันอยู่ข้างหูขัดตาอย่างนั้นแหละก็พยายามให้รู้ว่าเราเองต้องเป็นผู้ที่ปรับปรุงอย่าเป็นคนดื้อด้านเป็นคนว่านอนสอนง่ายอันนั้นเรื่องวาจาเรื่องกายกรรมก็ควรจะให้มีการเก็บไม้เก็บมือสำรวมการเดินสำรวมการนั่งการไปการมาคล่องแคล่วเป็นการมีอิทธิพลที่คล่องแคล่วแต่เรียบร้อยมีธาตุ คล่องแคล่วไม่ใช่เฉื่อยชาชาและเฉื่อยชาและช่วยไม่ใช่ช้าสุขุมอ่อนโยนภาพสุขุมอ่อนโยนเบิกบานหยุดก็หยุดกันถ้าทำก็ทำก็อ่อนโยนสุขุมที่จริงก็คล่องแคล่วนะช้าสุดคุ้มอ่อนโยนคล่องแคล่วและก็หยุดก็หยุดช้าสุขุมอ่อนโยนคล่องแคล่วถ้าคำว่าเบิกบานเฉยๆมันก็เบิกบานมันก็เป็นเรื่องที่เจริญอยู่แล้วไม่ใช่เคร่งเครียดก็คล่องแคล่วก็ใช้คำว่าช้าสุดคุ้มอ่อนโยนคล่องแคล่วหยุดมันชัดเจนลักษณะเหล่านี้มันซ้อนอยู่ในตัวของมันเองเราต้องศึกษานะเป็นคนคล่องแคล่วแต่ว่าก็คุ้มเรียบร้อยงดงาม ไม่ใช่เฉื่อยชาไม่ใช่ว่าเร็วก็เร็วอย่างลุกลี้ลุกลนเลวอย่างลูกบิดอะไรก็ไม่ใช่พวกนี้ต้องหัดต้องฝึกขึ้นมาเราถึงจะได้สภาพที่ดีที่สุดอาการที่มันยังไม่ได้คล่องแคล่วเราจำเป็นจะต้องช้าจำเป็นจะต้องสังวรสำรวมอย่างเด่นชัดอยู่ก็สังวรสำรวมเด่นชัดดังที่ได้ครับความสำรวมสังวรอยู่นั้นเป็นสภาพที่น่าศรัทธาเลื่อมใสแม้จะเป็นผู้บรรลุแล้วเป็นผู้ที่ได้ทำได้จะทำเร็วก็ทำได้จะไม่ต้องมีทีท่าแห่งการสำรวจสังวรเพราะเป็นอัตโนมัติแล้วเราจะทำยังไงก็ได้ก็ตามก็ควรจะมีรูปแบบมีทีท่าที่ว่าเห็นว่าสำรวมสังวรให้แก่ผู้อื่นมันเป็นสิ่งที่น่ายกย่องไม่ใช่ว่าโอ้คนนี้ยังทำท่าไม่เป็นธรรมชาติเลยยัง ถอดแก๊กๆอยู่จะเป็นท่าทำทีอยู่เลยไม่เป็นธรรมชาติอย่าไปเอาเอาเอาภาระอย่าไปสะท้อนสะเทือนใจคำประชดประชันของคนพวกนั้นคนพวกนั้นเขาว่ากันว่าทำท่าเก๊กแหมทำเป็นสำรวมสังวรมันไม่เป็นธรรมชาติไม่เป็นไรเพราะว่าธรรมชาตินี้ต้องการครูต้องการแบบสอนต้องการผู้เป็นแบบอย่างผู้ที่ทำได้คล่องแคล่วแล้วเขาจะตำหนิว่าเราทำไม่ได้นั้นเราย่อมรู้ในหัวใจแม้เราจะทำท่าสำรวมสังวรมีท่าที่อยู่ในแบบขาดอยู่ในท่าอย่างโน้นอย่างนี้ที่ดีเราจะปล่อยปละละเลยโดยหลีกกายหรือว่าไม่ต้องสำรวมสังวรเราก็วางได้แล้วก็ตามผู้ที่มีปัญญาย่อมรู้ว่าเราวาง เราก็วางได้แล้วเราจะเป็นแบบอย่างแม้แต่จะเป็นแบบอย่างอย่างเด็กๆหัดเดินทำท่าเดินทำอะไรๆหัดเขียนกไก่ยังเด็กๆเราก็ทำให้เขาได้มันเป็นการเอื้อเฟื้อมันเป็นการเมตตาเกื้อกูลต่างหากเพราะฉะนั้นคนที่เขาทำไม่ได้เขาอยากจะให้เราไปเป็นอย่างเขาเขามาสำรวมสมพรกับเราไม่ได้แล้วเขาก็เลยแกล้งประชดประชันว่าเออมาทำท่าแก๊กๆอย่างนี้มันไม่ธรรมชาติมันเป็นคำแดกดันประชดประชันของคนที่เขาทำไม่ได้ต่างหากอย่าไปถือสาอย่าไปเอาเรื่องเอาราวอะไรกับเขาเขาจะว่าเราก็ต้องไม่ต้องบ้าจี้เราจะมีท่าทีที่ดีเราจะมีความสมบูรณ์ที่เป็นแบบอย่างกันอยู่แล้วน่าเอ็นดูสอดคล้องกันไปหมดแล้วมันจะดูงามมากทีเดียวไอ้คำว่างามนี่ไม่ได้หมายความว่าเป็นกาม เป็นงานด้วยแบบด้วยรูปแบบหารด้วยสิ่งที่กำหนดที่เป็นคุณค่าอยู่ในสภาพยังจะพิธีอยู่ในสภาพมีวิธีมีรูปทรงมีสิ่งที่มันเป็นแบบเป็นพิมพ์เป็นตัวอย่างอันถูกต้องเพราะถ้าเข้าใจลึกซึ้งแล้วเราไม่ปล่อยปละละเลยในท่าทีที่ดีที่เคยได้เคยเป็นเคยมีแล้วเราพยายามปรับขึ้นเราจะได้ทั้งละเอียดนอกละเอียดในแล้วเราจะเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าตนก็เป็นประโยชน์คุณค่าสมบูรณ์ขึ้นผู้อื่นก็ได้รับประโยชน์คุณค่าทับทวีขึ้นเรื่อยๆไปกราบนิรันดร์ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]