251015-591 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt
เนื้อหาในไฟล์
การปฏิบัติธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่ามิตรดีสหายดีเพื่อนดีเป็นทั้งสิ้นทั้งหมดของศาสนาหรือเป็นทั้งสิ้นทั้งหมดของพรหมจรรย์มีความหมายลึกซึ้งมากคำว่ามิตรดีสหายดีเพื่อนดีก็มีความหมายซับซ้อนลึกซึ้งอีกเพราะว่าการเป็นมิตรกันการอยู่ร่วมกันการมีจิตเรียกว่ามิตรการมีความร่วมเรียกว่าสหายการก่อวงที่ให้เป็นวงเป็น หมู่ที่เราเรียกว่าเป็นสามัคคีธรรมเป็นโคลงเป็นสังฆมณฑลรวนแล้วจะมีความหมายลึกซึ้งอยู่ในนั้นทั้งสิ้นความพรั่งพร้อมสอดคล้องลงตัวกันได้และการมีบทบาทพฤติกรรมทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมที่รวนแล้วแต่มีจิตตัวหวังดีร่วมกันแม้จะมีกิเลสทดแทนบ้างในการที่จะแนะผู้อื่นจริงผู้อื่นทั้งๆที่ตัวเองยังเป็นไม่ได้แต่ความรู้ที่มีสามารถที่จะจริงผู้อื่นติดผู้อื่นได้โดยตนเองก็ยังเป็นไม่ได้แต่รู้รู้ความจริงสัมผัสและก็รู้ นัยยะอย่างนี้ก็ยังเป็นนัยยะที่เกิดประโยชน์เกิดคุณแก่มิตรแก่สหายที่ดีด้วยกันยิ่งมิตรสหายที่มีเจตนาดีมีสติสัมปชัญญะพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลกลุ่มชูขัดเกลากันด้วยความตั้งใจประมาณแรงบ้างเบาบ้างบางทีก็อ่อนไปบางทีก็หนักมือไปหรือโดยที่สุดทุกคนก็คงจะพยายามที่จะขัดเกลาช่วยเหลืออุ้มชูกันสอนกันแนะนำกันผลักผลักเบนกันเพื่อให้ไปสู่ที่สูงขึ้นเจริญขึ้นที่ถูกขึ้นด้วยความพอดีทุกคนก็เจตนาที่จะประมาณให้พอดีนั่นแหละแต่ว่าความไม่เก่ง ความไม่ช่ำชองอย่างประมาณไม่ได้ง่ายซึ่งมันมีขนาดนานับมีขนาดไม่ได้เที่ยงแท้ไม่ได้ตายตัวเลยแต่ก็ได้กระทำกันอยู่อย่างนี้ถ้าพูดเข้าใจอย่างนี้แล้วก็จะไปเข้าใจมากเกินไปซึ่งเป็นการปฏิบัติรวมกันปฏิบัติอยู่ร่วมกันมีวินัยมีหลักเกณฑ์มีกฎมีระเบียบที่ใช้เป็นเครื่องกลั่นมาตรการรองรับซึ่งเป็นของมีอยู่ประจำโรคประจำสัตว์โลกประจำโดยเฉพาะมนุษย์เป็นกฎหมายเป็นกฎหลักของสังคมผู้ทำได้อย่างมีความแข็งแรง
อ่านต่อ
ก็จะไม่ละเมิดพุทธธรรมไม่ได้มันก็จะเป็น ขันธ์ 5 กันคนที่ทำไม่ได้นั้นให้ระวังหรือให้อย่าละเมิดเมื่อละเมิดมีการใช้โทษเป็นอานาใช้โทษเป็นอาชญาใช้ความผิดนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้เกิดทุกข์เพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ลงโทษในวิธีการเจ็บปวดหรือว่าทำให้เข็ดหลาบหรือว่าผลักไสกันออกไปไม่สามารถจะร่วมอยู่ด้วยกันเป็นซ้ำประวัติเป็นเพื่อนดีหรือเป็นสหายที่อยู่ร่วมกันมีประโยชน์ร่วมกันได้ก็จะออกไปก่อนเพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมที่มีมรรคองค์ 8 และเข้าใจมรรคองค์ 8 ที่ดีเท่านั้นจึงจะเข้าใจการมีมิตรดีสห ดีเพื่อนดีได้อย่างลึกซึ้งได้อย่างชัดเจนว่าผู้ใดปฏิบัติด้วยความเข้าใจอย่างนี้แล้วก็สังวรระวังสัมพันธุ์อยู่กับมิตรมวลสหายที่เราได้เลือกกลุ่มแล้วว่าเป็นไม่ใช่คนพาลเป็นกลุ่มบัณฑิตมีทั้งผู้รู้ยอดมีผู้รู้กลางมีผู้รู้น้อยบางคนรู้น้อยกว่าเราแต่ก็มีเจตนาดีมีจิตใจดีซึ่งจะต้องเกื้อกูลกันทั้งผู้สูงช่วยพูดตามพูดตามก็ให้ผู้สูงดึงหรือแม้บางทีพูดตามก็ยังสามารถให้ประโยชน์แก่ผู้สูงได้ในบางกรณีในบางเรื่องบางราวมันเป็นประโยชน์แก่กันและกันอย่างนี้จริงๆข้อสำคัญต้องเป็นความตั้งใจเป็นความเพียรพยายามเมื่อผู้ใดมีความ หัวใจมีความเพียรพยายามอยู่อย่างจริงผู้นั้นก็มาประพฤติปฏิบัติรวมกันเป็นมิตรดีสหายดีเพื่อนดีปฏิบัติไปเป็นมรรคองค์ 8 มีการเข้าใจให้ถูกต้องว่าการอยู่รวมกันร่วมกันนี้มีการขัดเกลากันเพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ชัดเจนว่ามีสัจธรรมมีสันในกระทำมีนิยายนี้กระทำมีสันติธรรมมีธรรมะอันเป็นความจริงมีธรรมะอันเป็นการขัดเกลากันอยู่มีธรรมะอันพ้นทุกข์ได้แท้ๆมีธรรมะถึงที่สุดหรือสงบเรียบร้อยราบรื่นเพราะในขั้นลำลองที่เราอยู่ด้วยกันรวมกันเป็นมิตรดีสหายดีเพื่อนดีนั้นเราก็จะต้องให้เกิดการสงบเรียบร้อยตามระดับไปตามสมควร จะให้ทุกคนนั้นเป็นพระอรหันต์ทั้งหมดนั้นให้พระอรหันต์ให้พระพุทธเจ้า 5 องค์พร้อมกันมาสอนก็ทำไม่ได้อย่าว่าแต่พระพุทธเจ้าองค์เดียวสอนให้คนทุกคนเป็นพระอรหันต์ร่วมกันหมดอยู่ในหมู่ด้วยกันทั้งสิ้นทำไม่ได้เพราะฉะนั้นอินทรีย์พระที่อ่อนแก่และมนุษย์ที่จะต้องไล่เรียงกันขึ้นมาเป็นระดับๆมีทั้งพึ่งได้หรือพื้นที่ยังไม่รู้นะพอรู้จนกระทั่งมีอินทรีย์อ่อนจนกระทั่งมีอินทรีย์แข็งบ้างได้บ้างได้มากขึ้นได้ดีได้แข็งแรงได้เป็นที่สุดมันมีประสบการณ์กันอยู่ทุกกาลสมัยทุกยุคการถ้าผู้ใดเข้าใจความข้อนี้แล้วผู้นั้นก็จะไม่ เพลงโทษหรือไม่ยึดมั่นถือมั่นจนไม่อภัยกันคนนั้นจะต้องรู้ว่าจะต้องมีการอภัยแล้วก็มีการวางใจมาอยู่รวมกันแล้วก็จะมีการวางใจการอภัยเราจะมีนโยบายมีวิธีการคนละเม็ดอันดีอย่างไรที่เราจะช่วยคุณนี้รู้สึกว่าเขาดื้อด้านก็ซ้ำซากเขาไม่แก้ไขกับแก้ไขได้ยากแล้วจะศึกษาเขาจะพยายามปรับปรุงเขาช่วยอย่างนี้ก็เป็นเมตตาเกื้อกูลกันเป็นมิตรเป็นสหายสร้างประโยชน์แก่กันและกันเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านด้วยกันได้แล้วเราก็จะต้องรู้จักฐานของบุคคลเป็นความเป็นความมีของบุคคลที่เราจะต้องอภัยอยู่ในตัวที่เราจะต้องรู้จักว่าถือสามากก็ไม่ได้แต่เรา เปิดปละละเลยจะต้องมีการตระหนักกันอยู่ในการเขียนการเข็นกันพอสมควรเกินไปมันก็แรงร้ายลำบากพรไปมันก็ไม่มีผลสมบูรณ์หรือเท่าที่ควรเพราะเราก็จะต้องประมาณเรื่องความพอดีจะต้องให้พอดีไม่อ่อนไปไม่แก่ไปซึ่งเป็นของยากเหมือนฟังที่อธิบายไปแล้วนี้เราจะเข้าใจสภาพของการปฏิบัติธรรมร่วมกันในมิตรหมู่มวลสหายซึ่งเป็นวงเป็นกลุ่มเป็นมณฑลสังฆมณฑลเป็นบริษัทใหญ่ๆจะเป็นสภาพที่ทั้งใกล้ทั้งไกลทั้งสัมผัสสัมพันธ์อยู่ชิดและห่างเกื้อกูลกันไป ตลอดเวลาตลอดเวลาที่มีศาสนาเลยไม่ใช่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้นเพราะเราจะทำอรหันต์ทั้งหมดก็ไม่ได้และเราจะมีปนเปกันอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาเมื่อขอให้พวกเราได้เข้าใจอันนี้ให้ดีๆแล้วก็พยายามช่วยเหลือเกื้อกูลกันมีความสามัคคีอย่างน้อยที่สุดเราจะต้องหัดวางใจของเราให้เก่งๆผู้ได้หัดวางใจเก่งๆแต่ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยดูดายมันเป็นความใจดำแต่ก็พยายามช่วยกันบ้างในการช่วยกันเหล่านั้นประมาณนี้พอดีอย่างหนักมืออ่อนมือไปก็ไม่ได้ประโยชน์หนักมือไปก็แตกร้าวแห่งแล้วก็อยู่กันอย่างเดือดร้อนไม่ราบเรียบถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วประมาณนี้ดีๆการปฏิบัติธรรมเป็นสังฆมณฑลมีมิตร สหายดีเพื่อนดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ก็จะนำพากันไปตลอดกาลนานและผลถ้าเผื่อว่าเข้าใจถูกต้องแล้วมันจะมีผลอันหนาแน่นของธรรมและมีวงอันกว้างใหญ่โตขึ้นโตขึ้นโตขึ้นจนสุดความเป็นจริงที่มันจะต้องมีวันเสื่อมของมันอยู่นั่นเองแต่เรามีหน้าที่ที่ทำให้เจริญเจริญสำหรับเราเองและเพื่อนฝูงอยู่เท่านั้นความเสื่อมต้องไม่ใช่เราเป็นผู้ทำความเสื่อมสำคัญความข้อนี้ไว้ให้หนักเพราะฉะนั้นเมื่อเราเป็นผู้ที่ทำแต่ความเจริญความเสื่อมต้องไม่ใช่เราอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้นก็เป็นความจบหรือเป็นความรักษา ทำตัวเองเป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านบริบูรณ์แล้ว